Krishnamurti Subtitles

เราสามารถรู้จักตัวเราอย่างสมบูรณ์ได้ไหม

Brockwood Park - 1 September 1979

Public Talk 3



0:51 เราจะพูดคุยกันต่อ
 
0:53 จากที่เราได้พูดคุยกัน
เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว
  
0:59 และสืบค้นต่อไปในเรื่องนั้นได้ไหม
 
1:17 เราพูดคุยกันมาไม่ใช่หรือ
 
1:22 ว่าจิตของมนุษย์
 
1:26 และวิถีทางที่เรามีชีวิตอยู่นั้น
แตกแยก
  
1:34 ออกเป็นเสี่ยง ๆ
และเพราะมนุษย์เป็นเช่นนั้น
  
1:41 เราจึงทำให้โลก
เป็นอย่างที่มันเป็นอยู่
  
1:48 เป็นโลกที่ยุ่งเหยิงวุ่นวาย
โหดร้าย สับสน โลกที่น่ากลัว
  
1:51  
 
1:52  
 
1:55  
 
2:02 และเราก็พูดแล้วว่า
 
2:06 การรู้สึกตัวนั้น
 
2:11 คือการรู้เกี่ยวกับตนเองทั้งหมด
 
2:19 รู้ทั้งในระดับที่สำนึกรู้ได้
และในระดับที่ไม่สำนึกรู้
  
2:22  
 
2:25 รู้ถึงจิตส่วนที่อยู่ลึกลงไป
และที่เผยให้เห็น
  
2:31 ในการรู้ถึงตนเองอย่างสมบูรณ์
 
2:34  
 
2:41 ซึ่งเป็นไปได้ที่จะรู้จักตนเอง
อย่างสมบูรณ์ถ้วนทั่ว
  
2:47 จากนั้นเราก็สามารถเข้าหาโลก
และตัวเราเองอย่างเป็นทั้งหมด
  
2:50  
 
2:57 ชีวิตเรา
อย่างที่เรามีชีวิตอยู่ทุกวันนี้
  
3:01 เป็นชีวิตที่เรารู้จักตัวเราเอง
น้อยมากจริง ๆ
  
3:07 และบางทีพวกนักจิตวิทยา
 
3:10 นักบำบัดเยียวยา
และพวกผู้เชี่ยวชาญจิตวิเคราะห์
  
3:16 ก็บอกเราว่า เราเป็นอย่างไร
 
3:23 แต่การที่จะค้นหาว่า เราเป็นเช่นไร
เราไม่อาจที่จะฟังคนเหล่านั้นได้
  
3:26  
 
3:31 เพราะพวกเขาก็เหมือนกับเรา
ต่างสับสนพอ ๆ กับเรา
  
3:33  
 
3:37 รู้สึกไม่แน่นอนใจเหมือน ๆ กัน
 
3:42 หวาดกลัวพอ ๆ กัน
ในเรื่องหลากหลายต่าง ๆ กัน
  
3:46  
 
3:49 ฉะนั้น
เราต้องพึ่งตัวเราเองอย่างเต็มที่
  
3:58 ไม่พึ่งพิงคนอื่น
ให้บอกเราว่าจะต้องทำอะไร
  
4:03 รวมทั้งไม่พึ่งพิงผู้พูดด้วย
 
4:08  
 
4:13 เราสามารถรู้ตัวเราเอง
อย่างสมบูรณ์ถ้วนทั่วได้ไหม
  
4:20 รู้ถึงบาดแผลทางใจ ความกลัว
ความกระวนกระวายใจ
  
4:23  
 
4:25 ความไม่แน่นอนใจ รู้ถึงเครือข่าย
อันซับซ้อนของความสุขเพลิดเพลิน
  
4:28  
 
4:38 ความตาย ความรัก และมีการ
สืบต่อหลังจากที่เราตายไปหรือไม่
  
4:43  
 
4:50 และเราก็ควรที่จะตระหนักและรู้
และเข้าใจ
  
4:56 ด้วยว่าสมาธิคืออะไร
 
4:59 ทั้งหมดนั้นคือชีวิตของเรา
 
5:04 การศึกษาของเรา งานของเรา
วิธีคิดของเรา
  
5:08  
 
5:10 ความเชื่อของเรา
ประสบการณ์ของเรา
  
5:13  
 
5:17 ความคิดเห็นที่หยั่งรากลึก
ฝังติดแน่น และอื่นๆ
  
5:23  
 
5:25 ทั้งหมดนั้นคือชีวิตของเรา
รวมทั้งการต่อสู้ดิ้นรน
  
5:28  
 
5:33 รวมทั้งการหลบหนี
และความเจ็บปวดเวทนาของชีวิต
  
5:37  
 
5:41 เราจะรู้จักตัวเราอย่างสมบูรณ์ได้ไหม
รู้ถึงทั้งหมดนั้น
  
5:49 แล้วบางทีจากนั้น จึงจะเป็นไปได้
 
5:53 ที่จะเข้าหาชีวิตทั้งหมดของเรา
อย่างเป็นทั้งหมด
  
5:58 ไม่ใช่อย่างมนุษย์
ที่แตกแยกเป็นส่วนเสี้ยว
  
6:06 ดังนั้น ในเช้าวันนี้
เราจะพูดคุยร่วมกัน
  
6:13 ว่ามันเป็นไปได้ไหม
 
6:17 โดยที่ไม่มีผู้ชี้นำใดๆ จากภายนอก
 
6:22 เพราะพวกเขา
ต่างก็นำไปเข้ารกเข้าพง
  
6:30 คนพวกนั้นทั้งหมดนำพาเรามาสู่
สภาพที่โลกเป็นอยู่ทุกวันนี้
  
6:34 ทั้งนักการเมือง นักเศรษฐศาสตร์
บุคคลทางศาสนาทั้งหลาย
  
6:37 อีกทั้งพวกเหล่าคุรุ
และก๊กแก๊งส์เหล่านั้น
  
6:46 และมันกลายเป็นเรื่องสำคัญ
เร่งด่วนและจำเป็น
  
6:54 ที่เราต้องค้นหาด้วยตัวเราเองว่า
 
6:59 บทบาทหรือ
การกระทำที่ถูกต้องคืออะไร
  
7:02 ถูกต้องในทุกสถานการณ์
 
7:07 การกระทำเช่นนั้น
จะไม่นำไปสู่ความสับสนยิ่งขึ้น
  
7:11 ไม่ทำให้ต้องเสียใจ เศร้าโศก
ทุกข์ทรมานยิ่งขึ้น
  
7:15  
 
7:21 ฉะนั้น เราแต่ละคน
 
7:26 จะรู้จักตัวเราเอง
อย่างสมบูรณ์เต็มที่ได้ไหม
  
7:36 หรือเราต้องถูกชี้นำ ต้องได้รับ
การเตรียมพร้อมเพื่อที่จะสืบค้น
  
7:40  
 
7:43  
 
7:46 ที่จะค้นหา
โดยการช่วยเหลือจากคนอื่น
  
7:51 บุคคลอื่น ๆ ไม่ว่าจะมีภูมิรู้สูง
จะเฉลียวฉลาดเพียงไร
  
7:56  
 
7:59 มีประสบการณ์มากเพียงไรก็ตาม
ในทางจิตใจแล้วเขาก็เหมือนกับเรา
  
8:03 เขามีทักษะมากกว่า
ความสามารถยิ่งใหญ่กว่า
  
8:07 ในการพูดแสดง
ความรู้สึกนึกคิดและอื่น ๆ
  
8:18 แต่เราได้ชี้ให้เห็นเมื่อวันก่อน
ว่าเราแต่ละคนนั้น
  
8:20  
 
8:24 เหมือนกันกับคนอื่นๆ ทุกคนในโลก
 
8:28 ต่างก็ทุกข์โศก ทุกข์ทรมาน
หดหู่ สับสน ไม่มั่นคงปลอดภัย
  
8:33 มีความกลัวที่ยากจะทนได้และอื่นๆ
 
8:39  
 
8:43 เราจะสามารถรู้ถึงตัวเราเอง
โดยสมบูรณ์
  
8:47 โดยที่ไม่มีซอกมุมใดเลย
ที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ
  
8:50  
 
8:53 ไม่มีจุดใดที่ไม่เข้าใจ ไม่ไปพ้น
 
9:00 ในเช้าวันนี้
นั่นคือเรื่องที่เราจะพูดคุยร่วมกัน
  
9:05 ซึ่งก็คือ
 
9:08 การรู้จักตนเอง
 
9:13 รู้ถึงการเคลื่อนไหวทั้งหมด
ของความคิด
  
9:19 รู้ถึงความกลัว
ทั้งที่ซ่อนเร้นและเปิดเผย
  
9:22  
 
9:27 รู้ถึงการไขว่คว้าแสวงหาความสุข
เพลิดเพลินทางกามารมณ์และอื่น ๆ
  
9:32  
 
9:40 ทั้งค้นหาด้วยตัวเราเองว่า
ความรักคืออะไร
  
9:43  
 
9:52 เข้าใจนัยสำคัญทั้งหมด
ของความทุกข์โศก
  
9:59 ไม่เพียงความทุกข์โศกส่วนตัว
แต่ของมนุษย์ชาติด้วย
  
10:06 และเป็นไปได้ไหมที่เราจะเข้าใจ
 
10:13 เหตุการณ์สุดท้ายแห่งชีวิตเรา
ซึ่งคือ ความตาย
  
10:19 ที่กล่าวมาทั้งหมด
คือการมีชีวิตอยู่ของเรา
  
10:23 ถ้าหากเราไม่กระจ่างชัดในตัวเราเอง
 
10:28 ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม
จะนำมาซึ่งความสับสนยิ่ง ๆ ขึ้น
  
10:29  
 
10:35 ดังนั้น มันสมควรที่เราจะค้นหา
ดูเหมือนมันจำเป็นอย่างที่สุด
  
10:41 ที่จะค้นดูว่าเราสามารถ
จะรู้จักตัวของเราเองได้ไหม
  
10:43  
 
10:46 เรามาเริ่มต้นกัน
 
10:49 ซึ่งไม่ใช่เป็นการที่ผู้พูดสืบค้น
 
10:55 ส่วนคุณเพียงแค่ฟัง
 
10:59 แล้วยอมรับหรือปฏิเสธ
แต่เราค้นหาด้วยกัน
  
11:02  
 
11:09 คิดร่วมกัน
 
11:14 ถ้าหากมันเป็นไปได้ที่จะร่วมกัน
 
11:16 เพราะปรากฏชัดว่าไม่มีคนแม้สักสองคน
ที่ดูเหมือนจะคิดร่วมกันได้
  
11:24 เราจะเข้าไปทำความเข้าใจ
เรื่องนี้ด้วยกัน
  
11:29 โดยปราศจากแรงกดดัน
 
11:33 ปราศจากการบีบบังคับ
ในลักษณะใดๆ
  
11:39 ข้อเรียกร้องแรกเพื่อการนี้คือ
ความใส่ใจในลักษณะที่
  
11:44 ไม่ใช่การพยายามรวบรวมจิต
เพื่อจดจ่อ
  
11:46 แต่เป็นคุณสมบัติบางอย่างของจิต
ที่สนใจอย่างลึกซึ้ง
  
11:51 จิตที่อุทิศเพื่อการค้นหา
 
11:58 เพราะฉะนั้นจึงรู้สึกเอาใจใส่
เป็นอิสระที่จะสังเกต
  
12:02  
 
12:06 ใช่ไหมครับ
 
12:08 เห็นได้ชัดว่าคุณสมบัตินั้น
จำเป็นที่สุด จะขาดเสียมิได้
  
12:13 ถ้าเรามีอคติ
หรือความลำเอียงบางอย่าง
  
12:16 มีประสบการณ์บางอย่าง
ที่เรายึดติดอยู่
  
12:20 เราจะไม่สามารถคิดร่วมกันได้
 
12:25 ไม่อาจสอบสวน ค้นหาร่วมกันได้
 
12:29 ฉะนั้นเราต้องเป็นอิสระ
อย่างน้อยที่สุดก็ในเช้านี้
  
12:35  
 
12:39 เพื่อที่คุณจะได้เริ่มต้น
เราจะได้เริ่มสำรวจกัน
  
12:44  
 
12:45 เราจะเริ่มการสำรวจ
อย่างที่เราทำกันเมื่อวันก่อน
  
12:50 สำรวจบาดแผลทางจิตใจ
ที่เราได้รับมาตั้งแต่เด็ก
  
12:55 เราได้พิจารณาเรื่องนี้ไปแล้ว
 
13:00 และในเช้าวันนี้เราจะเริ่ม
ด้วยเรื่องความกลัวกันก่อน
  
13:07 มีความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกในจิตใจ
 
13:12 ที่เราไม่สำนึกรู้ ไม่รู้จัก
ไม่รู้ตัวถึงมัน
  
13:17  
 
13:21 รวมทั้งความกลัวทางจิตใจ
และทางกายภาพ ที่ปรากฏให้เห็น
  
13:23  
 
13:29 เราตามกันทันหรือเปล่า
 
13:33 เราเดินทางร่วมกัน
ค้นหาร่วมกันนะครับ
  
13:41 ผู้พูดไม่ได้เดินไปตามลำพัง
 
13:45 ไม่ได้กำลังพูดอยู่กับตัวเอง
 
13:48 แต่เรากำลังเดินไปด้วยกัน
ไปตามหนทางที่อาจจะช่วยเรา
  
13:52  
 
13:55 ถ้าหากคุณสนใจ ถ้าหากคุณจริงจัง
 
13:57 ถ้าหากคุณต้องการไปให้ถึงที่สุด
 
14:01 สืบค้นเข้าสู่ปัญหาอันใหญ่หลวง
ของความกลัว
  
14:09 มีทั้งความกลัวไม่มั่นคงปลอดภัย
ทางกายภาพ
  
14:15 กลัวไม่มีงานทำ
หรือมีงานทำแต่กลัวว่า
  
14:18  
 
14:22 ต้องสูญเสียมันไปจากการ
นัดหยุดงานเพื่อข้อเรียกร้อง
  
14:25  
 
14:27 ดังที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศนี้
และมีความกลัวอื่นๆด้วย
  
14:30 พวกเราส่วนใหญ่
ค่อนข้างจะเครียด วิตกกังวล
  
14:33 เราหวาดกลัวที่จะไม่มั่นคง
ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ในทางภายภาพ
  
14:39 นั่นเห็นได้ชัด
 
14:43 เพราะเหตุใดหรือ
 
14:47 เพราะว่าเราแยกตัวเราเองออกจากกัน
อยู่เสมอ ใช่ไหม
  
14:52 แยกออกเป็นชาติ เป็นครอบครัว
เป็นก๊ก เป็นเหล่า
  
14:55  
 
15:00 กระบวนการที่เราค่อย ๆ แยกออกจากกัน
อย่างช้า ๆ นี้
  
15:06 พวกฝรั่งเศสแยกพวกตนออกไป
 
15:07 คนเยอรมัน และคนชาติอื่น ๆ
ก็เช่นกัน
  
15:10 กระบวนการนี้นำมาซึ่ง
 
15:13 ความไม่มั่นคงปลอดภัยสำหรับ
พวกเราทุกคน อย่างค่อยเป็นค่อยไป
  
15:16 ซึ่งเห็นได้ชัดเจนอยู่
 
15:22 เราสามารถสังเกตดู
กระบวนการนี้ได้ไหม
  
15:24 ไม่เพียงดูสิ่งที่เกิดขึ้น
ด้านนอกเท่านั้น
  
15:29 โดยการสังเกต
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นด้านนอก
  
15:36 รู้ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นอยู่จริงๆ
 
15:40 แล้วจากนั้น เราก็สามารถ
เริ่มตรวจสอบภายในตัวเรา
  
15:44 มิเช่นนั้น เราจะไม่มีบรรทัดฐาน
 
15:48 มิเช่นนั้น ก็เป็นไปได้
ที่เราจะหลอกลวงตนเอง
  
15:51 ดังนั้น เราต้องเริ่มต้นจากข้างนอก
แล้วทำงานเข้าสู่ข้างใน
  
15:55 ใช่ไหมครับ
 
15:56 มันเหมือนกับกระแสน้ำที่ไหลออกไป
แล้วไหลกลับเข้ามา
  
16:00 มันไม่ใช่กระแสที่อยู่นิ่งคงที่
มันไหลไปมาอยู่ตลอดเวลา
  
16:04  
 
16:09 ผมคิดว่าพวกคุณทุกคนคงจะเข้าใจ
 
16:15 การแยกตัวออกจากกันนี้
 
16:20 ซึ่งเป็นการแสดงออกถึง
การสังกัดเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ทุกคน
  
16:24  
 
16:27 ก่อให้เกิดการขาด
ความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพ
  
16:33 ใช่ไหม
 
16:35 ถ้าหากเราเข้าใจถึงความจริงนี้
 
16:38 ไม่ใช่เข้าใจเพียงคำอธิบาย
 
16:41 หรือยอมรับอย่างเป็นแนวคิด
ด้วยปัญญาทางความคิด
  
16:45 แต่ถ้าเราเห็นจริงๆว่า
นี่คือสภาพความเป็นจริง
  
16:49  
 
16:52 เราก็จะไม่สังกัดกลุ่มใด
ประเทศใด
  
16:59  
 
17:02 วัฒนธรรมใด
ศาสนาจัดตั้งใด ๆ ทั้งสิ้น
  
17:06 เพราะทั้งหมดนั้น
 
17:09 ทำให้แบ่งแยกอย่างยิ่ง
แบ่งแยกเป็นคาทอลิก
  
17:11 เป็นโปรเตสแตนท์ เป็นฮินดู
และอื่นๆ
  
17:17 ในขณะที่เราสนทนากัน
เดินทางไปด้วยกันอยู่นี้ คุณจะทำไหม
  
17:21 ที่จะละทิ้งสิ่งที่ผิด
สิ่งที่ไม่เกี่ยวกับความจริง
  
17:25  
 
17:29 สิ่งที่ไม่มีค่าอะไรเลยทั้งสิ้น
 
17:34 แม้เราจะคิดเอาว่ามันมีค่า
 
17:37 แต่แท้ที่จริงเมื่อคุณสังเกต
 
17:39 จะเห็นว่าความเป็นประเทศชาตินั้น
ก่อให้เกิดสงครามและอื่น ๆ
  
17:42 ดังนั้น เราจะละทิ้งมันได้ไหม
เพื่อที่เราจะสามารถ
  
17:45  
 
17:51 นำมาซึ่งความเป็นเอกภาพแห่งมนุษย์
 
17:56 คุณเข้าใจไหมครับ
 
17:59 ความเป็นหนึ่งเดียวกันของมนุษย์
จะเกิดขึ้นได้โดยศาสนาเท่านั้น
  
18:01  
 
18:05 แต่ไม่ใช่ศาสนาปลอมๆ ที่เรามีอยู่
 
18:09 ขอโทษ ผมหวังว่า
ผมไม่ได้ล่วงละเมิดใครนะ
  
18:14 ทั้งคาทอลิก โปรเตสแตนท์ ฮินดู
 
18:16 มุสลิม และอาหรับ
 
18:18 ศาสนาทั้งหมดนั้น
อยู่บนพื้นฐานของความคิด
  
18:24 รวบรวมขึ้นโดยความคิด
 
18:27 และสิ่งที่ความคิดสร้างขึ้น
ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์
  
18:32 มันเป็นเพียงแค่ความคิด
มันเป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น
  
18:36  
 
18:38 คุณสร้างแนวคิดขึ้นมา
ให้สัญลักษณ์แก่มัน แล้วบูชามัน
  
18:42 และในสัญลักษณ์นั้น
ในภาพลักษณ์นั้น
  
18:45 หรือในพิธีกรรมนั้น
ไม่มีอะไรเลยที่ศักดิ์สิทธิ์
  
18:52 ถ้าหากเราสังเกตสภาพนี้จริงๆ
 
18:56 เราก็เป็นอิสระจากทั้งหมดนั้น
 
19:00 แล้วเราจึงจะค้นหาได้ว่า
ศาสนาที่แท้จริงคืออะไร
  
19:05 เพราะศาสนาอย่างนั้น
จะนำพวกเรามารวมกัน
  
19:12 ฉะนั้น เราจะค้นเข้าสู่ความกลัว
ในระดับที่ลึกลงไปอีก
  
19:17 ซึ่งคือความกลัวทางจิตใจ ใช่ไหม
 
19:23  
 
19:25 ความกลัวทางจิตใจที่เกิดขึ้น
ในความสัมพันธ์ระหว่างกัน
  
19:30  
 
19:34 ความกลัวทางจิตใจ
ที่เกี่ยวกับอนาคต
  
19:43 กลัวอดีตซึ่งก็คือ
กลัวกาลเวลา ใช่ไหม
  
19:46  
 
19:50 โปรดทำความเข้าใจให้ทันนะครับ
 
19:53 เช้านี้ เรามีเรื่องมากมาย
ที่จะต้องพูดให้ครอบคลุม
  
20:02 กรุณาเถอะ ผมไม่ใช่ศาตราจารย์
ไม่ใช่นักวิชาการ
  
20:07  
 
20:09 ที่มาถ่ายทอดคำสอน
แล้วกลับไปสู่ชีวิตจริงที่เสื่อมถอย
  
20:12  
 
20:19 แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จริงจัง
ที่สำคัญจริง ๆ
  
20:25 ซึ่งมีผลกระทบ
ต่อชีวิตทั้งหมดของเรา
  
20:28 ฉะนั้น โปรดให้ความใส่ใจ
ความสนใจและระมัดระวัง
  
20:34 มีความกลัวต่าง ๆ
ที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์
  
20:38 กลัวความไม่แน่นอน
 
20:44 กลัวอดีตและอนาคต
 
20:49 กลัวว่าไม่รู้
 
20:54 กลัวความตาย
กลัวความเหงาอันอ้างว้าง
  
20:58  
 
21:04 ใช่ไหมครับ
 
21:05 โปรดมองดูที่ตัวคุณเอง
ไม่ใช่ที่ผู้พูดและคำพูดของเขา
  
21:11 มองดูความรู้สึกทุกข์ทรมาน
ของความโดดเดี่ยวเดียวดายอยู่
  
21:17 คุณอาจจะสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ
 
21:20 คุณอาจมีเพื่อนมากมายหลายคน
คุณอาจแต่งงานแล้ว
  
21:22  
 
21:25 มีลูก ๆ แต่ก็ยังมีความรู้สึก
ปลีกแยก
  
21:30 รู้สึกอ้างว้างและเดียวดาย
 
21:33 นั่นเป็นเหตุปัจจัยหนึ่งของความกลัว
 
21:38 ยังมีความกลัวว่า
จะไม่อาจเติมเต็มความปรารถนา
  
21:44 ผมไม่ทราบว่านั่นจะหมายถึงอะไร
 
21:50 และความอยากจะเติมเต็ม
 
21:53 นำเอาความรู้สึกคับข้องใจเข้ามาด้วย
 
21:58 และในนั้นมีความกลัวอยู่
 
22:03 ยังมีความกลัวที่เกิดขึ้น
 
22:10 เพราะไม่อาจที่จะรู้สึกได้ชัดเจน
อย่างถึงที่สุดในทุกสิ่งทุกอย่าง
  
22:17  
 
22:20 ดังนั้น มีความกลัว
รูปแบบต่าง ๆ มากมาย
  
22:26 คุณสามารถที่จะสังเกต
ความกลัวใด ๆ โดยเฉพาะ
  
22:30 ที่อยู่ในตัวคุณ ถ้าคุณสนใจ
ถ้าคุณจริงจัง
  
22:34 เพราะว่าจิตใจที่หวาดกลัว
 
22:40 จะโดยที่รู้หรือไม่รู้ก็ตาม
 
22:46 จิตนั้นสามารถพยายามที่จะทำสมาธิ
ใช่ไหม
  
22:50  
 
22:52 แต่สมาธินั้นเพียงแค่นำไปสู่
ความทุกข์ระทมยิ่งขึ้น
  
22:58 ความฉ้อฉลบิดเบือนยิ่งขึ้น
เพราะจิตที่หวาดกลัว
  
23:00  
 
23:02 ไม่อาจจะเห็นได้เลยว่า
อะไรคือความจริง
  
23:06  
 
23:09 ดังนั้น เราจึงพยายามที่จะ
ค้นหาร่วมกัน
  
23:11 ว่าเป็นไปได้ไหม
 
23:15 ที่จะเป็นอิสระโดยสมบูรณ์
อิสระจากความกลัว
  
23:17  
 
23:23 ในทุกระดับความลึกล้ำของมัน ใช่ไหม
 
23:30 คุณทราบไหม
เรากำลังปฏิบัติภาระหน้าที่
  
23:35 ซึ่งเรียกร้องต้องการ
การสังเกตด้วยความเอาใจใส่
  
23:39  
 
23:47 สังเกตความกลัวของตนเอง
ด้วยความรอบคอบ
  
23:55 และสิ่งสำคัญคือ
คุณสังเกตความกลัวนั้นอย่างไร
  
24:02 เราถามค้นต่อไปได้ไหม
 
24:06 คุณสังเกตความกลัวอย่างไร
 
24:10 มันเป็นความกลัวที่คุณจำเอาไว้แล้ว
 
24:16 แล้วระลึกถึงมันอีก
แล้วมองดูมันใช่ไหม
  
24:27 หรือมันเป็นความกลัว
ที่คุณไม่มีเวลาที่จะสังเกตมัน
  
24:31  
 
24:39 ดังนั้น มันจึงยังอยู่ที่นั่น
 
24:49 หรือจิตใจไม่เต็มใจ
ไม่พร้อมที่จะมองดูความกลัว
  
24:54 ผมสงสัยว่าคุณเข้าใจหรือเปล่า
 
25:01 สภาพใดกันแน่ที่กำลังเกิดขึ้น
กับคุณจริง ๆ
  
25:05 คุณลังเลใจไม่เต็มใจที่จะดูหรือ
 
25:10 ลังเลใจที่จะมองดูความกลัวในตนเอง
 
25:17 เพราะพวกเราส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า
จะสลายมันได้อย่างไร
  
25:23 เราจึงหลบหนี วิ่งหนี
คุณก็รู้เรื่องทำนองนั้นทั้งหมด
  
25:27 หรือไม่เราก็วิเคราะห์ความกลัว
เพราะคิดว่าจะกำจัดมันได้
  
25:34 แต่ความกลัวก็ยังคงอยู่ที่นั่น
 
25:39 จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะค้นหาว่า
 
25:42 จะดูความกลัวอย่างไร ใช่ไหม
 
25:47  
 
25:50 คุณสังเกตความกลัวได้อย่างไร
 
26:01 คุณเสร็จเรื่องกับเขาแล้ว
ขอให้เรากลับมาเรื่องนี้
  
26:10 คุณสังเกตความกลัวอย่างไร
 
26:17 นี่ไม่ใช่เป็นคำถามโง่ ๆไร้สาระ
 
26:20 เพราะคุณจะสังเกตมันหลังจากที่
มันได้ผ่านไปแล้ว
  
26:27 หรือไม่คุณก็สังเกตมัน
ในขณะที่มันกำลังเกิดขึ้น
  
26:32 ใช่ไหม
 
26:33 สำหรับพวกเราส่วนใหญ่
 
26:35 การสังเกตเกิดขึ้นหลังจากที่
ความกลัวได้เกิดไปแล้ว ใช่ไหม
  
26:39  
 
26:41 ขณะนี้เราถามว่า เป็นไปได้ไหม
 
26:46 ที่จะสังเกตความกลัว
ในขณะที่มันเกิดขึ้นได้ไหม
  
26:51  
 
26:56 อย่างเช่น คุณถูกคุกคาม
โดยความเชื่ออย่างหนึ่ง
  
26:58  
 
27:08 ในขณะที่คุณมีความเชื่ออีกอย่าง
ที่คุณยึดอยู่เหนียวแน่น
  
27:11 คุณตื่นตระหนกเกี่ยวกับมัน
ในนั้นมีความกลัวอยู่ใช่ไหม
  
27:15 ขณะนี้นี่แหละ
ที่ผมกำลังท้าทายคุณอยู่
  
27:19 คุณมีความเชื่อบางอย่าง
มีประสบการณ์บางอย่าง
  
27:21 มีความคิดเห็น มีข้อวินิจฉัย
มีการคิดคำนวณอยู่
  
27:25  
 
27:27 เมื่อคุณถูกท้าทาย
 
27:32 ย่อมต้องมีแรงต้าน
 
27:38 มีการสร้างกำแพงต้าน
 
27:40 หรือคุณเต็มไปด้วยความสงสัยว่า
คุณจะถูกจู่โจมหรือเปล่า
  
27:47 ความกลัวจึงเกิดขึ้น
 
27:49 คุณจะสังเกตความกลัวนี้
ในขณะที่มันเกิดขึ้นได้ไหม
  
27:54 ว่าอย่างไรครับ
 
27:58 ได้ไหม คุณเข้าใจไหมครับ
 
28:01 คุณกำลังทำอยู่หรือเปล่า
 
28:05 คุณสังเกตความกลัวนั้นอย่างไร
 
28:16 มีถ้อยคำ มีการจำได้หมายรู้
ถึงการตอบสนอง
  
28:19  
 
28:23 ซึ่งคุณเรียกว่าความกลัว
 
28:26 เพราะคุณมีความกลัวนั้น
มาก่อนหน้านี้แล้ว
  
28:31 ความทรงจำนั้นถูกเก็บเอาไว้
 
28:34 เมื่อความกลัวเกิดขึ้น
คุณจึงจำมันได้ ใช่ไหม
  
28:39  
 
28:41 ดังนั้น คุณจึงไม่ได้สังเกตอยู่
แต่คุณแค่รู้จำรู้จักมัน
  
28:46 ผมสงสัยว่าคุณเข้าใจตรงนี้ไหม
 
28:55 การรู้จำรู้จักไม่ได้ปลดปล่อยจิต
ให้เป็นอิสระจากความกลัว
  
29:05 มันเพียงแต่ทำให้
ความกลัวมีพลังแรงขึ้น
  
29:10 แต่ทว่า ถ้าคุณสามารถที่จะสังเกต
ในขณะที่ความกลัวเกิดขึ้น
  
29:19 จะมีปัจจัย 2 อย่าง เกิดขึ้นในนั้น
 
29:23  
 
29:29 ปัจจัยหนึ่งคือ คุณแตกต่างจาก
ความกลัวนั้น ใช่ไหม
  
29:32 ดังนั้น คุณจึงสามารถที่จะกระทำต่อ
ความกลัวนั้น คุณควบคุมมัน
  
29:35  
 
29:37 ไล่มันออกไป
ให้เหตุให้ผลกับมัน เป็นต้น
  
29:38  
 
29:42 นั่นคือ การที่คุณทำอะไรบางอย่าง
เกี่ยวกับความกลัว
  
29:46  
 
29:49  
 
29:51 โดยทั่วๆ ไปเราสังเกตแบบนั้น
 
29:55 ในการสังเกตเช่นนั้นมีการแบ่งแยก
 
29:58 แบ่งแยกฉันออกจากความกลัว
ดังนั้น จึงเกิดความขัดแย้งขึ้น
  
30:01  
 
30:04 ใช่ไหม
 
30:06 แต่ถ้าคุณสังเกต
โดยที่ความกลัวนั้นคือคุณ
  
30:12 คุณไม่ได้แตกต่างจากความกลัว
 
30:16 ผมสงสัยว่าคุณเข้าใจตรงนี้ไหม
 
30:18 ถ้าคุณจับหลักตรงนี้ได้สักครั้ง
 
30:23 ว่าผู้สังเกตคือสิ่งที่ถูกสังเกต
 
30:35 ผู้ที่บอกว่า "ฉันกำลังสังเกต" นั้น
 
30:39 เขากำลังแยกตัวเขาเองออกไป
จากสิ่งที่เขากำลังสังเกตอยู่
  
30:44 แต่ทว่าในความเป็นจริงนั้น
ผู้สังเกตนั่นเองคือความกลัว
  
30:46  
 
30:50 ดังนั้นก็ไม่มีการแบ่งแยก
 
30:52 ระหว่างผู้สังเกตและ
ความกลัวใช่ไหม
  
30:55  
 
30:57 นั่นคือความเป็นจริง
 
31:00 แล้วจากนี้อะไรเกิดขึ้น
 
31:04 ขอให้เราประคองความจริงนี้
เอาไว้ก่อนสักนาที
  
31:08 พวกคุณตามทั้งหมดนี้ทันไหม
 
31:19 อย่างที่เราได้พูดว่า
 
31:22 เรากำลังสังเกตความกลัว
โดยผ่านกระบวนการของความจำ
  
31:26  
 
31:29 ซึ่งก็คือการที่รู้จักจำได้
การให้ชื่อ ใช่ไหม
  
31:33  
 
31:37 จากนั้นจารีตก็สอนว่า
"ให้ควบคุมมัน"
  
31:42 จารีตที่สอนสั่งกันต่อ ๆ มาว่า
"ให้หนีจากมัน"
  
31:45 จารีตอีกนั่นแหละที่บอกว่า
 
31:47 "ทำอะไรบางอย่างกับมัน
เพื่อที่คุณจะได้ไม่หวาดกลัว"
  
31:51  
 
31:57 ดังนั้น จารีตนั่นแหละที่ได้สอนสั่ง
ให้เราบอกว่า
  
32:00  
 
32:03 เรา หรือ ความเป็น "ฉัน"
แตกต่างจากความกลัว
  
32:06 ใช่ไหม
 
32:08 เราจะเป็นอิสระจากจารีต
แล้วสังเกตความกลัวได้ไหม
  
32:13  
 
32:17 นั่นคือ สังเกตโดยปราศจากความคิด
ที่ได้จดจำปฏิกริยานั้นเอาไว้
  
32:23  
 
32:24 ปฏิกริยาซึ่งที่ผ่านมา
ได้ถูกเรียกว่าความกลัว
  
32:30 เรื่องนี้ต้องการความใส่ใจอันยิ่ง
คุณเข้าใจไหม
  
32:34 ต้องการทักษะในการสังเกต
 
32:39 นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของโยคะด้วย
 
32:42 คุณเข้าใจไหม
 
32:44 โยคะไม่ใช่แค่กายบริหาร
 
32:46 นั่นไม่ใช่โยคะเลย
 
32:50 แต่โยคะ คือทักษะในการสังเกต
 
32:56 นั่นคือ ในการสังเกตมีเพียง
การหยั่งเห็นอันบริสุทธิ์เท่านั้น
  
33:02 ไม่มีการตีความการหยั่งเห็นนั้น
โดยความคิด
  
33:06 คุณเข้าใจเรื่องทั้งหมดนี้ไหม
 
33:09 โปรดลงมือทำในขณะที่
เรากำลังพูดถึงเรื่องนี้
  
33:16 แล้วความกลัวคืออะไร คุณเข้าใจไหม
 
33:18 เมื่อผมสังเกต เมื่อมีใครสักคน
 
33:25 คุกคามความเชื่อที่ผมยึดถือ
 
33:29 ประสบการณ์ที่ผมผูกพันอยู่
 
33:34 ที่ผมรู้สึกว่า "ผมประสบความสำเร็จ"
แล้วใครบางคนก็มาคุกคามมัน
  
33:39 ฉะนั้น ความกลัวจึงเกิดขึ้น
 
33:41 ในการสังเกตความกลัวนั้น
เราได้อธิบายแล้วว่า
  
33:45 เราได้มาถึงจุดที่
 
33:47 คุณสังเกตโดย
ไม่มีการแบ่งแยก ใช่ไหม
  
33:51  
 
33:54 ทีนี้คำถามต่อไปคือ
ความกลัวคืออะไร
  
34:00 คุณตามคำถามทันไหม
ความกลัวคืออะไร
  
34:06 ความกลัวความมืด
กลัวสามีหรือภรรยา
  
34:12 หรือกลัวอะไรก็ตามที่เราสร้างขึ้น
หรือเป็นความกลัวจริง ๆ ก็ตาม
  
34:18 นอกจากคำว่า "กลัว" แล้ว
ความกลัวคืออะไร
  
34:23  
 
34:25 คำคำนั้นไม่ใช่สิ่งสิ่งนั้น
 
34:30 ได้โปรดเถิดครับ เราต้องรู้เรื่อง
ตรงนี้อย่างลึกซึ้งจริง ๆ
  
34:33 ว่าถ้อยคำนั้นไม่ใช่สิ่งสิ่งนั้น
 
34:37  
 
34:41 เราเคลื่อนไปต่อนะ
 
34:44 อะไรคือสิ่งที่เราเรียกว่าความกลัว
เมื่อไม่มีถ้อยคำ
  
34:49  
 
34:54 หรือว่าถ้อยคำสร้างความกลัวขึ้น
 
35:00 คุณสนใจเรื่องทั้งหมดนี้ไหม
 
35:05 เพราะว่าถ้าหากถ้อยคำ
ก่อให้เกิดความกลัว
  
35:09 ถ้อยคำหมายถึง การรู้จำรู้จัก
 
35:13 จำได้ถึงอะไรบางอย่าง
ที่เคยเกิดขึ้นแล้ว
  
35:22 ซึ่งหมายถึงถ้อยคำ
ได้ถูกนำมาใช้กับอะไรบางอย่าง
  
35:24 ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ที่เราเรียกว่าความกลัว
  
35:29 ดังนั้น ถ้อยคำจึงกลายเป็น
สิ่งสำคัญ ใช่ไหม
  
35:33  
 
35:35 เช่น คนอังกฤษ
คนฝรั่งเศส คนรัสเซีย
  
35:38 ถ้อยคำมีความสำคัญอย่างใหญ่หลวง
สำหรับพวกเราส่วนใหญ่
  
35:43 แต่ถ้อยคำไม่ใช่สิ่งสิ่งนั้น
ถูกไหม
  
35:47 ฉะนั้น ความกลัวคืออะไรกันแน่
 
35:54 นอกจากรูปแบบลักษณะต่าง ๆ
ของความกลัว รากเหง้าของมันคืออะไร
  
35:57  
 
36:03 ถ้าหากเราสามารถค้นหา
ถึงรากเหง้าของมันได้
  
36:10 เราก็จะเข้าใจความกลัว ทั้งใน
ระดับที่ไม่สำนึกรู้และสำนึกรู้ได้
  
36:15  
 
36:19 ในทันทีที่คุณหยั่งเห็น
ถึงรากเหง้าของมัน
  
36:21  
 
36:25 ไม่ว่าจะเป็นจิตระดับที่สำนึกรู้ได้
หรือที่ไม่อาจสำนึกรู้
  
36:29 ก็ไม่มีความสำคัญ
เพราะมีการหยั่งเห็น
  
36:32 อะไรคือรากเหง้าของความกลัว
 
36:39 กลัววันวาน
 
36:42 กลัวหนึ่งพันวันวานที่ผ่านไปแล้ว
กลัววันพรุ่งนี้
  
36:45  
 
36:50 กลัวความตายในวันพรุ่งนี้
ยังไม่ถึงเวลาของคุณนะ
  
36:55 หรือกลัวอะไรบางอย่าง
ที่เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต
  
37:03 ความกลัวจริง ๆ ไม่มีอยู่ในขณะนี้
 
37:10 โปรดทำความเข้าใจตรงนี้
ให้ถี่ถ้วนรอบคอบ
  
37:14 ถ้าความตายจู่โจมเราอย่างกะทันหัน
มันก็จบสิ้น
  
37:19 ก็สิ้นสุดกันเท่านั้น
 
37:20 คุณเกิดหัวใจวายขึ้นมา
มันก็จบกัน
  
37:23 แต่ความคิดที่คิดขึ้นว่า
อาจจะเกิดหัวใจวายขึ้นในอนาคต
  
37:27  
 
37:31 ทำให้กลัว โปรดติดตามฟังดี ๆ
 
37:36 รากเหง้าของความกลัวคือ กาลเวลา
ใช่ไหม
  
37:44 คุณเข้าใจไหม - กาลเวลา
 
37:46 กาลเวลาเป็นการเคลื่อนไหวของอดีต
 
37:51 ดัดแปลงตัวมันเองในปัจจุบัน
แล้วดำเนินต่อไปสู่อนาคต
  
37:54  
 
37:57 กระแสการเคลื่อนไหวทั้งหมดนั้น
 
38:01 คือสาเหตุของความกลัว
คือรากเหง้าของมันใช่ไหม
  
38:05  
 
38:09 เรากำลังถามว่า
 
38:11 ความคิดซึ่งคือกาลเวลา
คือรากที่มาของความกลัวใช่ไหม
  
38:17  
 
38:26 ความคิดเป็นการเคลื่อนไหว ใช้ไหม
 
38:30 การเคลื่อนไหวใดๆ คือกาลเวลา
 
38:37 ผมจึงถามว่า รากเหง้าของความกลัว
คือกาลเวลาใช่ไหม
  
38:41  
 
38:46 คือความคิดใช่ไหม
 
38:51 ถ้าหากเราสามารถเข้าใจ
การเคลื่อนไหวทั้งหมดของกาลเวลา
  
38:55  
 
39:00 เข้าใจทั้งเวลาทางจิตใจ
เช่นเดียวกับเวลาทางกายภาพ
  
39:01  
 
39:05 เวลาทางกายภาพที่คุณต้องใช้
เดินทางจากที่นี่กลับไปบ้าน
  
39:09  
 
39:12 เวลาทางกายภาพคือ
เวลาที่ใช้ครอบคลุมระยะทางนั้น
  
39:16 และเวลาทางจิตใจซึ่งก็คือ
วันพรุ่งนี้ คืออนาคต
  
39:18  
 
39:24 ใช่ไหม
 
39:26 ฉะนั้น วันพรุ่งนี้
คือรากเหง้าของความกลัว
  
39:33 ถูกไหม
 
39:35 ซึ่งนั่นหมายถึง
เราสามารถที่จะมีชีวิต
  
39:38 เราหมายถึงชีวิตที่เป็นอยู่จริงๆ
ในแต่ละวัน ไม่ใช่ทฤษฏี
  
39:42 เราจะมีชีวิตอยู่
อย่างไม่มีวันพรุ่งนี้ได้ไหม
  
39:50 คุณตามทันไหม
จงลองทำดู
  
39:57 นั่นคือ ถ้าหากคุณมีความเจ็บปวด
เมื่อวันวาน เจ็บปวดทางร่างกาย
  
40:04  
 
40:08 จบความเจ็บปวดของวันวานเสีย
 
40:11 ไม่แบกเอาความเจ็บปวดมาถึงวันนี้
และไปยังอนาคต
  
40:13  
 
40:17 คุณเข้าใจคำถามไหมครับ
 
40:20 การแบกเอามานั่นแหละคือกาลเวลา
ที่นำความกลัวเข้ามา
  
40:23  
 
40:29 ผมสงสัยว่าคุณจะทำทั้งหมดนี้ได้ไหม
 
40:39 มันจึงจะเป็นไปได้โดยสิ้นเชิง
 
40:43 เป็นไปได้แน่นอนที่สุดที่ความกลัว
ความกลัวทางจิตใจนั้นจะจบสิ้นลง
  
40:46  
 
40:51 ถ้าคุณนำสิ่งที่พูดมาใช้
 
40:56 พ่อครัวสามารถปรุงอาหาร
ได้อย่างเลอเลิศน่าพิศวง
  
41:01 แต่ถ้าคุณไม่รู้สึกหิวกระหาย
 
41:05 ถ้าคุณไม่กินอาหารนั้น
มันก็ยังคงอยู่ใน
  
41:07  
 
41:11 แผ่นเมนูเท่านั้น
จึงไม่มีคุณค่าเลย
  
41:14 แต่ทว่าคุณกิน คุณใช้มัน
 
41:18 ค้นหาเข้าไปด้วยตัวคุณเอง
คุณจะเห็นว่าความกลัว
  
41:22  
 
41:24 จบสิ้นลงในจิตใจอย่างเด็ดขาด
 
41:35 จิตใจจะเป็นอิสระจากภาระ
อันน่ากลัว ที่มนุษย์ได้แบกเอาไว้
  
41:38  
 
41:43 เข้าใจไหมครับ
 
41:46 คำถามต่อไปก็คือเรื่อง
 
41:50 ความสุขเพลิดเพลิน
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา
  
41:58 ใช่ไหม
 
42:00 คุณกลัวที่จะรับมือกับมันไหม
 
42:07 เพราะว่าสำหรับพวกเราส่วนใหญ่แล้ว
ความสุขเพลิดเพลิน
  
42:13 มีความสำคัญเป็นพิเศษจนเหลือล้น
 
42:18 ความสุขจากการครอบครองเป็นเจ้าของ
ความสุขจากความสำเร็จ
  
42:21 ความสุขจากการมีชื่อเสียง
จากการเป็นผู้มีทักษะชำนาญการ
  
42:23 และความสุขอื่น ๆ อีก
 
42:29 จากกามารมณ์
จากความรู้สึกทางประสาทสัมผัส
  
42:31 จากการเป็นผู้มีปัญญาทางความคิด
 
42:38 บุคคลผู้มีความรู้มากมายมหาศาล
 
42:42 เขาพึงพอใจ ยินดีในความรู้นั้น
 
42:47 ทว่าอย่างที่เรา
ได้แสดงให้เห็นว่า
  
42:48 ความรู้เคียงคู่ไปกับ
ความโง่เขลาเสมอ
  
42:52 เพราะความรู้ไม่เคยสมบูรณ์
 
42:53 แต่เขาลืมส่วนนั้นไป
และจำได้แต่ความรู้
  
42:57 ที่เขากอบโกยมาได้เท่านั้น
 
43:00 และในนั้นมีความสุขเพลิดเพลิน
อย่างยิ่ง
  
43:03  
 
43:04 ทั้งความสุขทางประสาทสัมผัส
ทางเพศ ทางอารมณ์ การเพ้อฝัน
  
43:10  
 
43:15 การฉลาดคิด การมีประสบการณ์
ซึ่งเป็นความรู้สึกทางประสาทสัมผัส
  
43:18  
 
43:25 องค์ประกอบทั้งหมดเหล่านั้นรวมกัน
 
43:33 นำมาซึ่งความสุขเพลิดเพลิน
อย่างพิเศษสุด ใช่ไหม
  
43:41 ทำไมเราจะมีความสุขเพลิดเพลินไม่ได้
 
43:46 คุณเข้าใจไหม
 
43:47 ศาสนาทั่วทั้งโลกได้สอนสั่งว่า
"อย่าหาความสุข
  
43:56 นอกจากความสุขที่ได้รับใช้
พระเจ้าเท่านั้น"
  
44:01 คุณเข้าใจไหมครับ
 
44:03 ประสาทสัมผัสทั้งหมดของคุณ
ความรู้สึกทางกามารมณ์
  
44:06 ทั้งหมดนั้นต้องทำให้หมดไป ทิ้งไป
 
44:12 นี่คือสิ่งที่ศาสนาจัดตั้งทั่วโลก
พูดเอาไว้
  
44:18 แต่เราไม่ได้พูดอย่างนั้น
 
44:21 เรากำลังพูดว่า ตรวจสอบดูว่า
 
44:25 เหตุใดมนุษย์จึงเรียกร้องต้องการ
ไล่ตามหาความสุขเพลิดเพลิน
  
44:32  
 
44:38 เพราะอะไรครับคุณ
ค้นหาดู
  
44:47 มีความสุขเพลิดเพลิน ความสุข
เพลิดเพลินทางกาย ทางกามารมณ์
  
44:52 เมื่อเห็นอาทิตย์ยามตกดินที่งดงาม
 
44:56 เห็นความงามของภูเขา
 
44:59 ผืนน้ำเรียบสงบในทะเลสาบที่สวยงาม
 
45:06 ในการเฝ้าดูสิ่งเหล่านั้น
 
45:10 แต่เมื่อได้เฝ้าดู ได้เห็นมัน
 
45:16 และรู้สึกเบิกบานยินดี
จิตก็จดจำความสุขเบิกบานนั้นไว้
  
45:18  
 
45:26 แล้วใฝ่หาความสุขเบิกบานเช่นนั้น
อีกใช่ไหม
  
45:31 นั่นคือการสืบต่อ
ของความสุขเพลิดเพลิน
  
45:36 ได้เห็นพระอาทิตย์ตกดิน
 
45:40 รู้สึกปลื้มปีติกับมัน
 
45:42 แต่ไม่จบมันลงตรงนั้น
กลับจดจำมันเอาไว้
  
45:48 ซึ่งทำให้เกิดการเรียกร้องต้องการ
ให้ความสุขเพลิดเพลินนั้นคงอยู่อีก
  
45:54 ดังนั้น ความคิดใช่ไหม
 
45:59 คุณตามทันไหม
 
46:01 ความคิดเข้ามาสอดแทรก
ในชั่วขณะของการรับรู้
  
46:09 ความคิดจดจำมันไว้
แล้วต้องการจะได้มันอีก
  
46:11  
 
46:14 คุณได้เห็นเรื่องทั้งหมดนี้มาแล้ว
เรื่องกามารมณ์คุณก็รู้ดี
  
46:19 คุณจำเหตุการณ์ได้ จำภาพ
จำความตื่นเต้นเร้าใจ
  
46:23 กลไกทั้งหมดของความคิดทำงาน
 
46:28 และไล่ล่าไขว่คว้าหาความสุขนั้น
ใช่ไหม
  
46:35 เพราะอะไรความคิดจึงทำเช่นนั้น
 
46:39 คุณเข้าใจคำถามของผมหรือเปล่า
 
46:43 ทำไมความคิดจึงเข้าไปควบคุม
เหตุการณ์ที่จบไปแล้ว
  
46:47  
 
46:52  
 
46:56 จดจำมันไว้แล้วใฝ่หามันอีก
 
47:00 การใฝ่หามันอีกคือความสุขเพลิดเพลิน
 
47:04 คุณตามทันไหม
 
47:07 เพราะอะไร
 
47:09 ทำไมความคิดจึงทำเช่นนี้
 
47:14 มันเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา
การอบรมเลี้ยงดูของเรา
  
47:18 เป็นส่วนหนึ่งของจารีต
เป็นส่วนหนึ่งของความเคยชิน
  
47:23 ผู้ชายทุกคนทำเช่นนั้น
 
47:27 รวมทั้งผู้หญิงด้วยดีกว่า
มิฉะนั้น!
  
47:32 มนุษย์ทุกคนทำเช่นนี้เพราะอะไร
 
47:38 ค้นเข้าไปครับคุณ อย่ามองมาที่ผม
 
47:43 ทำไมคุณจึงไล่ตามหา
ความสุขเพลิดเพลิน
  
47:50 การทำเช่นนั้นก่อให้เกิด
การปลีกแยกตัว ใช่ไหม
  
48:01 คุณตามทันไหม
 
48:04 การทำเช่นนั้น ทำให้เกิด
สิ่งที่เรียกว่าปัจเจกบุคคลใช่ไหม
  
48:10 เกิดเป็นความสุขของฉัน
และมันเป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน
  
48:15 ความสุขทั้งหมดเป็นเรื่องส่วนตัว
 
48:19 นอกจากเมื่อคุณไปดูฟุตบอล
และอะไรต่าง ๆ ทำนองนั้น
  
48:24 ความสุขเพลิดเพลิน
เป็นของส่วนบุคคล
  
48:26 นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งใช่ไหม
 
48:29 ว่าทำไมมนุษย์จึงแสวงหา
ความสุขเพลิดเพลินนี้อย่างลับๆ
  
48:32  
 
48:37 เพราะมันทำให้พวกเขารู้สึกว่า
ตัวเขาเองมีความสำคัญ
  
48:41 ทั้งหมดนี้คุณเข้าใจไหม
 
48:44 ฉะนั้นความสุขเพลิดเพลิน
อาจเป็นเหตุ
  
48:47 ที่มาของการแยกตัวอันใหญ่หลวงนี้
 
48:52 แยกออกเป็นกลุ่ม เป็นครอบครัว
เป็นเผ่าพันธุ์ เป็นประเทศชาติ
  
48:55  
 
48:59 ผมสงสัยว่าคุณเห็นทั้งหมดนี้
หรือเปล่า
  
49:05 เมื่อคุณเห็นความจริงในเรื่องนี้
 
49:09 เห็นความจริงที่ไม่ใช่ถ้อยคำ
 
49:18 ไม่ใช่แนวคิดที่ความคิดคิดขึ้น
 
49:24 แล้วความคิดจะเข้ามาครอบครอง
แล้วทำให้มันเป็นความทรงจำได้หรือ
  
49:26 คุณเข้าใจไหม
 
49:28 หรือเพียงเห็นพระอาทิตย์ตก
แล้วจบเลย
  
49:32 ทดลองดู คุณจะเห็นด้วยตัวคุณเอง
 
49:35  
 
49:39 ถ้าคุณลองทำดู
เช่นในกรณีของความกลัวจะเห็นว่า
  
49:43 ความคิดเป็นต้นกำเนิด
เป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง
  
49:49 ทั้งในเรื่องความกลัว
และการแสวงหาความสุขเพลิดเพลิน
  
50:01 จากนั้นก็มีคำถาม
 
50:02 เรากำลังเกี่ยวข้องอยู่กับ
ชีวิตทั้งหมดของเรา
  
50:06 จึงมีคำถามว่า
 
50:09 ทำไมมนุษย์ทั่วทั้งโลกจึงเป็นทุกข์
 
50:18 เราไม่ได้พูดถึงทุกข์ทางกายภาพ
 
50:25 เพราะเรื่องนั้นสามารถจัดการได้
ถ้าหากจิตใจไม่ยึด
  
50:32 ไม่ผูกพันอยู่อย่างต่อเนื่อง
 
50:40 ไม่ห่วงใยแต่ตัวเองอยู่ตลอด
คุณเข้าใจนะ
  
50:45 เช่น เมื่อคุณมีความเจ็บปวด
มีโรคภัย
  
50:50 เจ็บปวดอ่อนแอด้วยโรคใดโรคหนึ่ง
 
50:56 ความคิดก็จะรู้สึกเป็นกังวลยิ่ง
ถูกไหม
  
51:01  
 
51:03 ความคิดจึงเข้าไปยึด
เป็นหนึ่งเดียวกับสภาพนั้น
  
51:07 จิตใจเองจึงกลับพิกลพิการ
ใช่ไหม
  
51:12  
 
51:14 ดังนั้น จิตหรือความคิด
จะเฝ้าดูอาการเจ็บป่วยได้ไหม
  
51:19 เฝ้าดูโรคภัยไข้เจ็บ ความเจ็บปวด
โดย"ไม่ดิ้นรน" คุณเข้าใจไหม
  
51:24 ลองดู ทำดู แล้วคุณจะค้นพบ
 
51:28 ในขณะที่คุณนอนอยู่บนเตียงทำฟัน
 
51:33 ผู้พูดเคยทำมาแล้วถึง 4 ชั่วโมง
 
51:37 ในขณะที่คุณนอนอยู่บนเก้าอี้
ของทันตแพทย์
  
51:39 ขณะที่ทันตแพทย์กำลังกรอฟันคุณ
ลองสังเกตดู
  
51:49 คุณจะเห็น จะค้นพบ
 
51:54 หรือลองมองออกไปนอกหน้าต่าง
แล้วมองดูความงามของหมู่ไม้
  
52:02 เพี่อที่ชีวิตจะสามารถสังเกต
ตัวมันเองได้
  
52:11 โดยวางเฉย เป็นอิสระ
เข้าใจไหมครับ
  
52:15 โอ้ ! หรือคุณทำไม่ได้เลย
 
52:19 เราจึงถามว่า ทำไมมนุษย์ทั่วทั้งโลก
จึงเป็นทุกข์
  
52:22  
 
52:25 จึงยอมรับความทุกข์
และมีชีวิตอยู่กับมัน
  
52:35 มีสงครามมาแล้วถึงสองครั้ง
ช่างเลวร้าย
  
52:38 ลองคิดถึงน้ำตามนุษย์
ที่หลั่งไหลออกมา
  
52:51 แต่ทั้งลูกทั้งหลานของพวกเขา
ก็ยังสนับสนุนสงคราม
  
52:54  
 
52:58 ปรากฏชัดว่า ความทุกข์โศก
ไม่ได้สั่งสอนอะไรมนุษย์เลย ใช่ไหม
  
53:05  
 
53:07 พวกเขาบูชาความทุกข์โศก
พวกคริสต์เตียนทำอย่างนั้น
  
53:13 พวกฮินดูก็มีคำอธิบายความทุกข์โศก
ที่ต่างออกไป
  
53:18 ว่าเป็นเพราะสิ่งที่คุณได้ทำไว้
ในอดีต อดีตชาติเป็นต้น
  
53:22 ผมจะไม่เข้าไปในเรื่องพวกนั้น
 
53:26 เราถามว่า
ความทุกข์โศกคืออะไร
  
53:30 ทำไมมนุษย์จึงอยู่กับความทุกข์โศก
 
53:35 คุณเข้าใจนะ
 
53:38 ค้นหาครับคุณ
ทุ่มเทจิตใจคุณให้กับการนี้
  
53:43 เหมือนอย่างที่คุณมอบใจคุณ
ให้กามารมณ์ ให้การงานหรือนั่นนี่
  
53:47 มอบจิตมอบใจคุณให้แก่การค้นหา
 
53:51 ว่ามนุษย์จะเป็นอิสระ
จากความทุกข์โศกได้บ้างไหม
  
54:02 ความทุกข์โศกเป็นส่วนหนึ่ง
ของทัศนคติต่อชีวิต
  
54:13 ที่มุ่งคิดถึงแต่ตนเอง
ประโยชน์ส่วนตน ใช่ไหม
  
54:17 อย่างเช่น ลูกของผมตายไป
หรือภรรยาของผมหนีจากไป
  
54:19 หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
 
54:24 ซึ่งผมผูกพันอยู่กับเขา
อย่างแน่นแฟ้น
  
54:27 เขาถูกพรากไปด้วยเหตุผลนานา
แล้วผมก็เป็นทุกข์
  
54:32  
 
54:35 มีความเศร้าแสนอาดูร
ต้องร้องไห้ มีปฏิกริยาต่อต้าน
  
54:40 มีความขมขื่น
มีการเสียดสี เย้ยหยัน
  
54:47 เพราะอะไร
คุณเข้าใจไหม
  
54:52 มันเป็นเพราะผมเข้าไปติด
จมอยู่ในปัญหาของผมใช่ไหม
  
54:58  
 
55:03 ผมหมกมุ่นอยู่แต่เรื่องของตัวเอง
ลูกชายของผมคือผม ใช่ไหม
  
55:07  
 
55:11  
 
55:14 หรือลูกสาวของผมก็คือผม
 
55:17 ผมผูกพัน
 
55:21 ผมยึดเอาไว้
 
55:24 และเมื่อผู้นั้นจากไป
 
55:28 ผมจึงรู้สึกว่างเปล่าอย่างยิ่ง
 
55:32 รู้สึกอ้างว้างเดียวดายอย่างยิ่ง
รู้สึกขาดความสัมพันธ์อย่างยิ่ง
  
55:35  
 
55:39  
 
55:41 นั่นคือเหตุผลที่เราเป็นทุกข์
ใช่ไหม
  
55:48 นั่นคือ เมื่อลูกชายถูกพรากจากไป
ด้วยความตายหรืออะไรก็ตาม
  
55:52  
 
55:57 มันเปิดเผยให้ผมเห็นว่าตัวผมคืออะไร
คือความเหงาอ้างว้างของผม
  
56:01  
 
56:03 คือการแยกตัวของผม
การขาดความสัมพันธ์ที่แท้จริงของผม
  
56:10 ผมคิดว่าผมสัมพันธ์ แต่เพราะเป็น
"ลูกชายของผม"เท่านั้น คุณตามทันนะ
  
56:12  
 
56:18 ดังนั้น การพรากเอาลูกของผมไป
เผยให้เห็นสภาพของผม
  
56:21  
 
56:29 เมื่อค้นเข้าไปในเรื่องนี้
อย่างเอาใจใส่
  
56:32 ผมก็ตระหนักทันทีถึงความเหงาของผม
ความรู้สึกสูญเสียของผม
  
56:35  
 
56:37  
 
56:40 การขาดหายไป การสูญเสียอะไรบางอย่าง
ซึ่งผมผูกพันอยู่อย่างหนักหน่วง
  
56:43  
 
56:50 ความตายของลูกชายได้เปิดเผย
ให้ผมเห็นสภาพนั้น ใช่ไหม
  
56:56 แต่การเปิดเผยนั้น
 
57:06 การตระหนักถึงความเป็นตัวตน
ความเป็นตัว "ฉัน"
  
57:12 เปิดเผยมาก่อนเกิดเหตุ
 
57:15 ผมสงสัยว่าคุณเข้าใจตรงนี้ไหม
เข้าใจไหม
  
57:19 คุณเห็นตรงนี้ไหม
 
57:21 เราได้พูดตั้งแต่ตอนต้น
ของการพูดครั้งนี้
  
57:25 ถึงการตระหนักรู้ตนเอง
 
57:28 การตระหนักรู้ตนเองก็คือ
การรู้ตัวของตนเอง รู้ถึงความผูกพัน
  
57:33 ความเหงาของตนเอง
ความรู้สึกปลีกแยกของตนและอื่นๆ
  
57:38 รู้ถึงทั้งหมดของตนเอง
 
57:43 เหตุการณ์ที่เกี่ยวกับลูกชาย
เปิดเผยสภาพจิตของตัวเรา ใช่ไหม
  
57:49 นั่นคือการเปิดเผยหลังเกิดเหตุการณ์
 
57:54 แต่ถ้ามีความรู้ตัวตั้งแต่ตอนต้น
 
58:01 การที่ลูกชายถูกพรากตายจากไป
จะเป็นเช่นไร
  
58:09  
 
58:12 ความทุกข์โศกที่เกิดขึ้นจาก
ความผูกพัน ก็ไม่มีอยู่ ใช้ไหม
  
58:15  
 
58:20 คุณเข้าใจไหม ตอนนี้จิตของผม
ก็จะยอมรับการตายจากไปนั้นได้
  
58:23  
 
58:29 มันจะไม่ติดอยู่ใน
ความสงสารตนเองอีกแล้ว
  
58:36 ไม่ติดอยู่ในการดิ้นรน
เพื่อจะเป็นอิสระจากความโดดเดี่ยว
  
58:40 แล้วไปหาความสบายใจอบอุ่นใจอยู่ใน
ความเชื่อหรือในนั่นนี่ ใช่ไหม
  
58:45 ดังนั้น เราเห็นได้ว่า
ความทุกข์โศกจะยังคงอยู่
  
58:52 ตราบใดที่ความเป็นตัวตนยังมีอยู่
 
58:57 ผมสงสัยว่าคุณเห็นไหม
 
59:01 การละทิ้งความเป็นตัวตนโดยสิ้นเชิง
คือการจบสิ้นความทุกข์โศก
  
59:04  
 
59:14 คุณตามทันไหม
คุณจะละทิ้งตัวคุณเองไหม
  
59:16  
 
59:20 ไม่ทิ้ง ใช่ไหมครับคุณ
 
59:24 ฉะนั้นเราจึงบูชาความทุกข์โศก
หรือไม่ก็วิ่งหนีจากมัน
  
59:32 เราควรที่จะสอบสวนร่วมกัน
 
59:37 ถึงคำถามทั้งหมดที่เกี่ยวกับความตาย
 
59:44 ไม่ใช่เฉพาะพวกคนแก่อย่างเรา
 
59:48 แต่ทุกคนในโลกควรจะเข้าใจด้วย
 
59:51 ทั้งคนหนุ่มสาว คนวัยกลางคน
คนแก่ ความตายเป็นสิ่งหนึ่ง
  
59:54  
 
59:57 ที่สุดแสนพิเศษ
ที่เกิดขึ้นในชีวิต ใช่ไหม
  
1:00:08 คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับความตาย
 
1:00:15 การตอบสนองตามสัญชาตญานของคุณ
 
1:00:19 ที่มีต่อคำนี้
และต่อความจริงเป็นอย่างไร
  
1:00:33 ความตายคืออะไร
 
1:00:41 ความตายคือการจบสิ้น
 
1:00:44 ใช่ไหม
 
1:00:46 โปรดติดตามเรื่องนี้อย่างใส่ใจ
 
1:00:48 คือการจบลง
 
1:00:52 จบลงโดยสมัครใจ
คุณโต้เถียงกับความตายไม่ได้
  
1:00:55  
 
1:00:59 คุณต่อรองไม่ได้ว่า
"โปรดให้เวลาผมอีกสักสัปดาห์"
  
1:01:02 คุณสนทนาถกกับมันไม่ได้
มันอยู่ตรงนั้น เสร็จสิ้นแล้ว
  
1:01:10 ดังนั้น คุณสามารถจบความผูกพัน
ของคุณลงโดยสมัครใจได้ไหม
  
1:01:16  
 
1:01:18 ซึ่งนั่นคือความตาย
เข้าใจไหมครับ
  
1:01:21  
 
1:01:23 การจบสิ้นลงเป็นอะไรบางอย่าง
ที่เหมือนกับความตาย
  
1:01:33 จบความเคยชินบางอย่างไป
 
1:01:37 ไม่ดิ้นรน ไม่ต่อสู้
ไม่ทะเลาะวิวาท จบมันไป
  
1:01:44 ถ้าคุณสูบ เสพยา ถ้าคุณดื่ม
 
1:01:48 การจบลงจะเกิดขึ้น เมื่อคุณตาย
 
1:01:58 แล้วคุณจะจบลงโดยสมัครใจได้ไหม
 
1:02:04 คุณเข้าใจไหม จบประสบการณ์ของคุณ
 
1:02:11 จบความคิดเห็น ทัศนคติ
ความเชื่อในพระเจ้าของคุณ จบลงเสีย
  
1:02:14  
 
1:02:27 เรากลัวการจบสิ้น ใช่ไหม
 
1:02:32  
 
1:02:33 การจบสิ้นอะไรก็ตามโดยสมัครใจ
 
1:02:38 ถ้าคุณพูดว่า "ถ้าจบแล้วจะมีอะไร"
 
1:02:44 ถ้าอย่างนั้น
คุณก็กำลังมองหารางวัลตอบแทน
  
1:02:49 คุณก็มองว่า การจบเป็นถูกลงโทษ
 
1:02:56 การจบสิ้นจึงถูกมองว่า
เป็นความเจ็บปวด
  
1:03:03  
 
1:03:05 ถ้าอย่างนั้นก็เป็นธรรมดา
ที่คุณจะเรียกร้องเอารางวัล
  
1:03:10 ถ้าผมยอม แล้วผมจะได้อะไร
 
1:03:16 คุณไม่ถามอย่างนั้นกับความตาย
 
1:03:25 ดังนั้น คุณจบลงได้ไหม
แล้วดูว่าในการจบลงนั้นเอง
  
1:03:30 มีการเริ่มต้นอะไรบางอย่าง
ที่ใหม่หมด ใช่ไหม
  
1:03:34 เข้าใจไหมครับ
 
1:03:36 นั่นคือเมื่อเราจบสิ้นความผูกพัน
การยึดติด
  
1:03:44 ผูกพันกับเฟอร์นิเจอร์ ผู้คน
แนวคิด ความเชื่อ และพระเจ้า
  
1:03:47  
 
1:03:50 ทั้งหมดทุกอย่างนั้น จบมันไป
 
1:03:53 และคุณจบมันไปโดยสมัครใจ เพราะ
มันเป็นสติปัญญาที่เห็นว่าต้องจบ
  
1:03:58 ใช่ไหม
 
1:04:00 ในการจบสิ้นลงนั้น
มีสิ่งใหม่เกิดขึ้น
  
1:04:04  
 
1:04:09 คุณเข้าใจไหม นี่ไม่ใช่คำสัญญานะ
 
1:04:13 ลองดูเถิดครับคุณ
 
1:04:20 นั่นคือ ในขณะที่มีชีวิตอยู่
 
1:04:24 ลองเชื้อเชิญความตายเข้ามา
ซึ่งหมายถึงการจบสิ้น
  
1:04:29 เข้าใจนะครับ
 
1:04:31 จบสิ้นวิถีชีวิตที่ยุ่งยาก
ซับซ้อนอย่างเหลือเชื่อ
  
1:04:36  
 
1:04:47 เพราะว่าจิตใจ
 
1:04:53 ที่ได้จบทุกสิ่งทุกอย่างลงแล้ว
คุณเข้าใจไหม
  
1:04:58  
 
1:05:00 ทำมันดู
แล้วคุณจะค้นพบด้วยตัวคุณเอง
  
1:05:04 จิตใจนั้นมันจะใหม่อยู่เสมอ
 
1:05:11 ใหม่ในความหมายที่สดใหม่
 
1:05:17 คุณรู้ไหมเมื่อคุณไต่ขึ้นภูเขา
 
1:05:20 คุณต้องทิ้งสิ่งประดับประดา
ทั้งหมดของคุณไว้เบื้องหลัง
  
1:05:25 ทิ้งปัญหาทั้งหมดของคุณ
 
1:05:29 เพราะว่าคุณไม่อาจ
ที่จะแบกพาเอาเครื่องประดับ
  
1:05:31 ที่คุณสะสมเอาไว้ขึ้นไปยังยอดเขา
 
1:05:35 ดังนั้น คุณจะทิ้งไป
 
1:05:41 แล้วคุณจะค้นพบด้วยตัวคุณเอง
 
1:05:44 ว่ายังมีคุณสมบัติแห่งจิต
 
1:05:49 ที่เป็นอิสระอย่างสิ้นเชิง
 
1:05:54 ที่สามารถจะรับรู้สภาวะนิรันดร์
 
1:05:59 คำว่า "นิรันดร์" ไม่ใช่แนวคิด
คุณเข้าใจไหมครับ
  
1:06:05 นิรันดร์ หมายถึง นอกเหนือกาลเวลา
 
1:06:11 ความตาย คือ กาลเวลา
 
1:06:14 ผมสงสัยว่าคุณมองเห็นตรงนี้ไหม
 
1:06:16 ดังนั้น จิตที่เข้าใจ
ความลึกลับประหลาดล้ำนี้
  
1:06:20 มันเป็นความลึกลับ
 
1:06:23 เพราะเรากอดติดอยู่กับปัญหาของเรา
 
1:06:28 เครื่องประดับประดาของเรา
แนวคิดของเรา
  
1:06:32 เราเกาะกอดอยู่กับสิ่งเหล่านั้น
 
1:06:35 ซึ่งประกอบกันขึ้นด้วยกาลเวลา
 
1:06:40 และด้วยการจบสิ้นสิ่งพวกนั้น
 
1:06:42 มีอะไรบางอย่างที่เป็น
มิติใหม่ทั้งหมดอุบัติขึ้น
  
1:06:47 ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณ
 
1:06:53 ใช่ไหม
 
1:06:59 ใช่ไหมครับคุณ