Krishnamurti Subtitles

การกระทำที่ไม่ได้เกิดจากความคิด

Madras (Chennai) - 1 January 1979

Public Talk 2



1:31 ผมหวังว่าคุณคงไม่คิดว่า
ผมหยาบคายหรือไร้มารยาท...
  
1:38 ...ถ้าหากผมจะขอถามคุณ
อย่างสุภาพว่า...
  
1:45  
 
1:50 คุณมาที่นี่ทำไม
ด้วยเหตุผลอะไร
  
1:55 อะไรทำให้คุณมาฟังผู้พูดคนนี้
 
2:04  
 
2:10  
 
2:43 เป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็น
หรือนิสัยความเคยชินเก่าๆ...
  
2:50 ...หรือด้วยความอยากบางอย่าง
ที่เป็นมายา
  
2:58 หรือว่าคุณมาด้วยความตั้งใจจริง...
 
3:05 ...เพื่อฟังสิ่งที่ผู้พูดจะพูด...
 
3:14 ...และดูว่ามันมีคุณค่า
มีความหมายอย่างไรบ้าง...
  
3:21 ...สำหรับชีวิตประจำวันของเรา
 
3:26  
 
3:32 และหากคุณค้นพบด้วยตัวเอง
ว่าสิ่งที่ผู้พูดกำลังพูดอยู่...
  
3:40  
 
3:45 ...ไม่ว่าจะถูกหรือผิด ถ้ามันผิด
ก็เป็นธรรมดาที่คุณจะปัดมันทิ้งไป...
  
3:48  
 
3:57 ...แต่ถ้ามันถูกต้อง จริงแท้
เป็นเหตุเป็นผล...
  
4:06 ...คุณมักจะยอมรับด้วยปัญญานึกคิด...
 
4:11 ...ซึ่งเป็นเพียงคำพูด
แต่ก็จะไม่ทำอะไรทั้งนั้น
  
4:17  
 
4:21 แต่หากคุณไม่เพียงแค่
ยอมรับในสิ่งที่พูดถึงอยู่นี้...
  
4:29 ...ด้วยปัญญานึกคิดเท่านั้น...
 
4:33 ...แต่ยอมรับมันอย่างหมดจิตหมดใจ...
 
4:36 ...และด้วยทั้งหมดของชีวิตคุณ...
 
4:40 ...ตามธรรมชาติแล้ว
คุณก็จะต้องทำอะไรเกี่ยวกับมันบ้าง...
  
4:46 ...แล้วคุณก็จะเปลี่ยนแปลง
ชีวิตของคุณอย่างถอนรากถอนโคนเอง
  
4:55 เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เรา
กำลังพูดถึง...
  
4:59 ...ซึ่งก็คือการเปลี่ยนแปลง
สู่สภาวะใหม่อย่างสิ้นเชิงของมนุษย์...
  
5:08 ...ซึ่งก็คือคุณนั่นเอง
 
5:11 และสิ่งนั้นย่อมมีความสำคัญ...
 
5:17 ...เพราะวัฒนธรรมเก่าๆ ทั่วโลก
กำลังตายหรือผุกร่อน...
  
5:22 ...หรือเริ่มเสื่อมทรามลง
ส่วนวัฒนธรรมใหม่จะเกิดขึ้นได้...
  
5:26  
 
5:29  
 
5:34 ...ก็ต่อเมื่อมีศาสนิกที่จริงจัง
อย่างลึกซึ้งจริงๆ เท่านั้น...
  
5:37 ...คนเหล่านี้ไม่ใจแคบ
ไม่สังกัดสังคมใด...
  
5:42  
 
5:45 ...กลุ่มใด คุรุใด
และไม่ขึ้นกับศาสนาใดๆ...
  
5:52  
 
5:55 ...เพราะศาสนาต่างๆ อย่างที่เป็น
อยู่นั้น ไม่มีความหมายอะไรเลย
  
5:58 ดังนั้นผมขออนุญาตถามอย่างสุภาพว่า
เหตุใดคุณจึงมาที่นี่
  
6:05  
 
6:10 ผมคิดว่าคุณควรจะทราบว่า
ทำไมคุณจึงมาที่นี่
  
6:16 หรือว่าคุณแค่มาเติมมายา
อีกเรื่องหนึ่ง...
  
6:19 ...ให้แก่ชีวิตอันเป็นมายา
อยู่แล้วของคุณ
  
6:26 เข้าใจไหมครับ
 
6:30 หรือว่าคุณกำลังทำสิ่งที่ผู้พูด
กำลังพูดอยู่นี้ให้เป็นมายา...
  
6:36 ...หรือให้เป็นความเชื่อ หรือทฤษฎี...
 
6:41 ...และเมื่อเป็นทฤษฎี
ก็ย่อมมีคุณค่าน้อยมาก
  
6:48 ดังนั้นหากเราจะขอถามว่า
ทำไมคุณถึงได้ยอมลำบากเพื่อมาที่นี่...
  
6:54  
 
6:58 ...มาฟังผู้พูด
 
7:05 คุณค้นหาด้วยตัวคุณได้ไหม
ว่าคุณมาที่นี่ทำไม
  
7:08  
 
7:18 และถ้าหากคุณค้นพบ
นั่นคือ ถ้าคุณซื่อตรงต่อตนเอง...
  
7:24  
 
7:28 ...และไม่เลอะเลือน หรือวิกลจริต
แม้เพียงเล็กน้อย...
  
7:33  
 
7:37 ...และไม่ได้หวัง
ว่าจะเกิดปาฏิหารย์บางอย่าง...
  
7:43  
 
7:46 ...ที่จะทำให้เกิด
การปฏิวัติทางจิตใจในสังคม...
  
7:50 ...เพื่อคุณจะได้สบาย
มีบ้านน่าอยู่...
  
7:53  
 
7:55 ...และทุกสิ่งทุกอย่างก็มั่นคงปลอดภัย
ทั้งด้านการเงินและทางกายภาพ
  
8:01 ถ้าหากคุณมาด้วยจุดมุ่งหมายเช่นนั้น
คุณก็จะถูกตบตา
  
8:04 คุณก็จะถูกหลอกลวง
 
8:07 แต่ถ้าคุณมาด้วยความตั้งใจจริงจัง...
 
8:14  
 
8:18 ...และความตั้งใจอย่างจริงจังนั้น...
 
8:21  
 
8:26 ...ต้องมาควบคู่กับจิตใจที่ช่างสงสัย
ต้องการซักถาม...
  
8:35  
 
8:40 ...และต้องการคำตอบ
ซึ่งไม่ใช่จากผู้พูด...
  
8:46  
 
8:48 ...แต่เป็นการท้าทาย
ที่คุณถามตัวคุณเอง...
  
8:52  
 
8:56 ...และการท้าทายนั้น
ต้องการคำตอบจากตัวคุณเอง
  
9:04 ผมคิดว่ามันมีความสำคัญสำหรับเรา
ในภาวะที่โลกกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ...
  
9:09  
 
9:13 ...ปราศจากขื่อแป ทุกสิ่งทุกอย่าง
รอบๆ ตัวเรากำลังล่มสลาย...
  
9:19  
 
9:24 ...ทำให้เราจำต้องเป็นคนจริงจัง...
 
9:32  
 
9:34 ...เราต้องรู้ว่าเราต้องการอะไรกันแน่
หรือกำลังแสวงหาอะไรอยู่
  
9:40 พวกเราส่วนใหญ่แสวงหา
ความมั่นคงทางกายภาพ...
  
9:47 ...แสวงหาเงินตรา การงาน...
 
9:54 ...หรือความมั่นคง
ทางกายภาพบางอย่าง...
  
10:02 ...แต่ก็มีบางคนที่ไม่ได้ให้ความสำคัญ
กับความมั่นคงทางกายภาพมากนัก...
  
10:05 ...แต่พวกเขาต้องการ
ความมั่นคงทางจิตใจ...
  
10:11  
 
10:18 ...ความมั่นคงภายใน
และในการแสวงหาความมั่นคงนั้น...
  
10:31 ...พวกเขาพลัดตกหลุมพรางอันมากมาย
เช่น พวกชอบทำดี...
  
10:37 ...นักสังคมสงเคราะห์
พวกที่สนใจเฉพาะแต่ในลัทธิของตน...
  
10:42  
 
10:50 ...มีความเข้าใจผิดๆ
เกี่ยวกับสมาธิ และอื่นๆ
  
10:56 มีหลุมพรางอยู่มากมายมหาศาล
รอบๆ ตัวเรา
  
11:02 ดังนั้นเราต้องถามตัวเองว่า...
(ผมขออนุญาตเสนอแนะ)
  
11:09 ...เรากำลังพยายามแสวงหาอะไรอยู่...
 
11:13 ...เราต้องการอะไรกันแน่...
 
11:15 ...อะไรคือสิ่งที่หัวใจ
และจิตใจของเราเรียกร้อง
  
11:31 ตามที่ผมพูดไปแล้วเมื่อวานนี้...
 
11:37 ...หากคุณติดตามฟัง ผมจะขอ
ย้อนกลับไปพูดถึงอีกสักเล็กน้อย...
  
11:42 ...แล้วเราจะได้เข้าสู่เรื่องราว
ต่อจากที่ได้ค้างไว้เมื่อวานนี้...
  
11:49 ...เราพูดว่าการกระทำ
เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต...
  
11:54 ...การกระทำในชีวิตประจำวันของเรา...
 
11:59  
 
12:04 ...ชีวิตที่เต็มไปด้วยปัญหา
และความวิตกกังวลอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
  
12:09  
 
12:21 และเราได้ชี้ให้เห็นว่าการกระทำ
ที่เกิดจากความรู้นั้นจำกัดเสมอ
  
12:28  
 
12:34  
 
12:41 ถูกต้องไหม
 
12:44 เพราะว่าความรู้เป็นอดีต
และเมื่อคุณกระทำโดยแบกอดีตไว้...
  
12:48  
 
12:55 ...การกระทำเหล่านั้นย่อมไม่สมบูรณ์
จำกัดและเป็นเพียงส่วนเสี้ยว
  
12:59  
 
13:05 การกระทำชนิดที่ต่างออกไป
มีอยู่หรือไม่...
  
13:10 ...ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงส่วนเสี้ยว...
 
13:13 ...ซึ่งเมื่อกระทำไปแล้ว
ก็ไม่เสียใจในภายหลัง...
  
13:17 ...และไม่รู้สึกว่ายังไม่เสร็จสมบูรณ์
 
13:25 เราได้พูดว่า
การกระทำเช่นว่านั้นมีอยู่...
  
13:30 ...นั่นคือมีการเห็นแจ้งในปัญหา
อย่างบริบูรณ์
  
13:38 ถ้าคุณไม่รังเกียจฟัง
เราขออธิบายซ้ำอีกว่า...
  
13:45 ...กิจวัตรประจำวัน
ทั้งหมดของเรานั้น...
  
13:48 ...มีพื้นฐานมาจากหลักการ...
 
13:54 ...หรือไม่ก็จากอุดมการณ์
หรือจากความทรงจำ
  
14:04 จงมองดูมันในตัวคุณ
ผมเพียงแต่อธิบายให้ฟังเท่านั้น...
  
14:10 ...แต่คำอธิบายไม่ใช่สิ่งที่อธิบายถึง
 
14:21 ถูกไหม
 
14:23 ใช่ไหมครับ
 
14:25 คำพูดไม่ใช่สิ่งๆ นั้น
 
14:30 ดังนั้นผมอาจจะอธิบาย...
 
14:32  
 
14:35 ...แต่ถ้อยคำที่อธิบาย
ไม่ใช่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงๆ
  
14:42 ดังนั้นเราอย่าปล่อยให้ถูกลวง
โดยคำอธิบาย
  
14:48 แต่คำอธิบายอาจจะช่วย
ให้คุณรู้จักสังเกต...
  
14:52 ...ดูสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงๆ
โดยรู้ว่าคำพูดไม่ใช่สิ่งๆ นั้น
  
14:57  
 
15:08 ถูกต้องไหม
 
15:14 ถ้าหากพวกเราส่วนใหญ่
กำลังแสวงหาความมั่นคงทางจิตใจ...
  
15:21 ...เห็นได้ชัดว่านั่นเป็นความบากบั่น
เป็นความดิ้นรนของมนุษย์...
  
15:28 ...ในความสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน
ไม่ว่าจะสนิทสนมกันหรือไม่ก็ตาม...
  
15:31  
 
15:36 ...ความอยากหรือแรงปรารถนา
หรือแรงขับนี้...
  
15:42 ...ก็เพื่อค้นหา
ความมั่นคงทางจิตใจที่ยั่งยืนถาวร...
  
15:46 ...ซึ่งจะไม่มีอะไรมารบกวนได้อีก
และมีความสมบูรณ์ในตัวเอง...
  
15:55 ...นั่นคือสิ่งที่พวกเราส่วนใหญ่
ต้องการ...
  
16:00  
 
16:03 ...ผมไม่ทราบว่าคุณเคยตรวจสอบ
ภายในจิตใจตัวเองบ้างหรือไม่...
  
16:09 ...ถ้าหากเคย
นั่นเป็นสิ่งที่เราต้องการ...
  
16:15 หรือว่าไม่จริง
 
16:21 แต่เราก็ไม่เคยจะตั้งคำถาม
ว่าความมั่นคงเช่นนั้นมีอยู่จริงหรือไม่
  
16:26  
 
16:33 ในการแสวงหา
ความมั่นคงปลอดภัยทางจิตใจ...
  
16:38 ...ความคิดได้สร้าง
เทพเจ้าทั้งหลายแหล่ขึ้นมา
  
16:47 แล้วเราก็ทุ่มเทแรงปรารถนา...
 
16:48 ...เพื่อค้นหาความมั่นคงปลอดภัย
จากเทพเจ้าเหล่านั้น
  
16:55 ใช่ไหม
 
16:57 เทพเจ้าและพิธีกรรมต่างๆ...
 
17:03 ...รวมทั้งการแสดงทั้งปวง
ที่เป็นไปในนามของศาสนา...
  
17:07 ...เราพยายามค้นหาที่พึ่ง
จากแหล่งนั้นด้วย
  
17:12 แต่ความมั่นคงปลอดภัยมีอยู่
ในบรรดาสิ่งต่างๆ ที่ความคิดสร้างขึ้นหรือ
  
17:16  
 
17:23 ใช่หรือ
 
17:27 ได้โปรดเถอะครับ
นี่เป็นสิ่งที่ท้าทายคุณอยู่
  
17:34 ซึ่งคุณจะต้องตอบสนองต่อการท้าทาย
 
17:38 คงเป็นไปไม่ได้ที่คุณทุกๆ คนจะตอบ...
 
17:43 ...แต่คุณสามารถตอบตัวเองได้
 
17:49 การท้าทายนี้อยู่ตรงหน้าคุณแล้ว
ซึ่งคุณต้องตอบ...
  
17:53  
 
17:56 ...และต้องไม่หลบเลี่ยงมัน
แต่ถ้าคุณหลบเลี่ยง...
  
18:01 ...ผลของการหลบหลีก
หรือหลีกเลี่ยง...
  
18:07 ...จะนำไปสู่มายา
หรือความทุกข์ยากต่อไปอีก
  
18:12 ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจน
 
18:17 แต่ถ้าคุณเผชิญหน้ากับการท้าทายนี้
และค้นหาด้วยตัวเอง...
  
18:23  
 
18:29 ...ว่าความมั่นคงทางจิตใจ
มีอยู่หรือไม่...
  
18:35 ...หรือว่าความมั่นคงทางจิตใจ
ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงมายา
  
18:48 คำว่า "มายา" ผมหมายถึง
การรับรู้ทางประสาทสัมผัส...
  
18:57  
 
19:04 ...เมื่อการรับรู้ถูกบดบัง
ด้วยความเชื่อ ความหวัง...
  
19:07  
 
19:12 ...หรือด้วยความอยาก
จากจิตใต้สำนึกแล้วจะนำมาซึ่งมายา
  
19:17  
 
19:25 คุณเข้าใจสิ่งที่พูดมาทั้งหมดนี้ไหม
ผมไม่ค่อยแน่ใจ
  
19:29  
 
19:35 เราพูดแล้วว่า จิตใจของเรา
เต็มไปด้วยมายาจำนวนมหาศาล
  
19:43 พวกเราบางคนมีความมั่นคง
ปลอดภัยทางกายภาพ...
  
19:49  
 
19:52 ...แต่มนุษยชาติจำนวนมากส่วนใหญ่
กลับมีความมั่นคงทางกายภาพน้อยมาก...
  
19:55 ...แต่นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
 
19:57  
 
20:00 ซึ่งเราจะไม่พูดถึง...
 
20:02 ...เหตุใดมนุษย์จึงได้ทำให้เกิด
การแบ่งแยกอันไม่ธรรมดาเลย...
  
20:08 ...ระหว่างความยากจน
และความร่ำรวย...
  
20:12 ...ซึ่งการปฏิวัติภายนอกทุกรูปแบบ
ยังแก้ปัญหานี้ไม่ได้
  
20:18 บางทีอาจจะมีหนทาง
ที่จะแก้ปัญหานี้ได้...
  
20:21  
 
20:25 ...แต่ตอนนี้
เรายังไม่เข้าสู่เรื่องนั้น
  
20:31 เรากำลังพูดถึง
การกระทำที่เกิดจากความรู้...
  
20:34  
 
20:45 ...ความรู้คือสิ่งที่เราสั่งสมมา
ทั้งทางชีวภาพและทางจิตใจ...
  
20:49  
 
20:54 ...หากการกระทำนั้นเกิดจากความรู้...
 
20:57 ...จากการมีประสบการณ์มาก่อน
หรือรู้มาก่อนแล้ว...
  
21:03 ...การกระทำนั้นย่อมจะนำไปสู่มายา
ต่อไปอีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  
21:11 เราได้พูดและชี้ให้เห็นแล้ว
เมื่อวานนี้ว่า...
  
21:15 ...มีการกระทำอีกอย่างหนึ่ง...
 
21:20 ...ถ้าหากคุณเคยคิดในเรื่องนี้
อย่างจริงจังมาแล้ว...
  
21:22  
 
21:26 ...จะพบว่ามีการกระทำ
ซึ่งไม่ได้เกิดจากความคิด
  
21:29  
 
21:44 ใช่ไหม ผมขออนุญาตพูดต่อนะ
 
21:47  
 
21:53 ผมไม่ทราบว่า
คุณเข้าใจมากน้อยเพียงใด
  
21:57 ผมต้องการสื่อสารเรื่องนี้จริงๆ
ไม่ใช่สื่อเพียงแค่คำพูด...
  
22:03 ...หรือจากปัญหานึกคิด
แต่สื่อออกมาจากหัวใจ...
  
22:07 ...จากชีวิตทั้งชีวิตของคนๆ หนึ่ง...
 
22:11 ...ที่ต้องการสื่อสาร
ให้คนอื่นรับรู้ว่า...
  
22:14 ...ยังมีวิถีชีวิตอีกอย่าง
ที่ต่างออกไป...
  
22:20 ...ซึ่งในวิถีชีวิตเยี่ยงนั้น
ไม่มีความขัดแย้ง...
  
22:24 ...ไม่มีความปวดร้าว
ไม่มีความทุกข์โศกไม่มีความกลัว...
  
22:32 ...แต่มีปรีชาญาณ ซึ่งมั่นคงปลอดภัย
อย่างเต็มเปี่ยมสมบูรณ์
  
22:37  
 
22:47 แต่การจะค้นหาวิถีชีวิตเช่นนั้น
เราต้องใส่ใจ...
  
22:52  
 
22:55 ...ต้องให้ความใส่ใจกับมันจริงๆ
 
23:12 พวกคุณนั่งสบายกันหรือเปล่า
 
23:15 ว่าอย่างไรครับ
 
23:26 เพราะถ้าหากคุณนั่งไม่สบาย
คุณย่อมไม่อาจใส่ใจฟัง
  
23:31 ถูกไหมครับ
 
23:34 เพราะเรากำลังจะพูดถึง
ลักษณะของความใส่ใจนี้...
  
23:39 ...ขอให้เคลื่อนไป
พร้อมๆ กับความใส่ใจ
  
23:46 พวกเราส่วนใหญ่รู้ว่า
การเพ่งจิตคืออะไร
  
23:56 เด็กนักเรียนทุกคนถูกสอนให้เอาใจ
จดจ่อที่หนังสือ หรืออะไรบางอย่าง...
  
24:00  
 
24:04 ...เพื่อให้เขาใช้ใจของเขา
กับสิ่งหนึ่งสิ่งใดโดยเฉพาะ...
  
24:12 ...แต่ต่อต้านสิ่งอื่นๆ
ที่เข้ามารบกวน...
  
24:18  
 
24:26 ...และสกัดกั้นการเคลื่อนไหวทุกอย่าง
ของความคิด แล้วเพ่งจิตอยู่ที่เดียว
  
24:28 คุณรู้เรื่องเหล่านี้ดีไม่ใช่หรือ
มันเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน
  
24:36 และยิ่งคุณสามารถเพ่งจิต
ได้อย่างเต็มที่...
  
24:43 ...โดยไม่มีความคิดเรื่องอื่นๆ
สอดแทรกเข้ามา...
  
24:47 ...เราก็จะคิดว่าเราประสบ
ความสำเร็จอะไรบางอย่างแล้ว
  
24:53  
 
25:00 ทว่าเรากล่าวว่า ความใส่ใจ
ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการเพ่งจิตทั้งสิ้น
  
25:03 ตกลงไหม
 
25:11 ขอให้ตรวจสอบดู พินิจพิเคราะห์
พิจารณ์สิ่งที่พูดไปแล้วให้ดี
  
25:16 อย่าเพิ่งยอมรับ
 
25:24 อย่าหลับหูหลับตาเชื่อไปทุกอย่าง
 
25:31 ค้นให้พบว่าสิ่งที่ผู้พูดพูดอยู่นี้
ถูกต้องหรือไม่...
  
25:38 ...ถูกต้อง หมายถึง แม่นยำ
เที่ยงตรง ไม่คลุมเครือ...
  
25:45  
 
25:49 ...ไม่เพ้อฝัน หรือเหลวไหลไร้สาระ
 
26:00 ส่วนการเพ่งจิตนั้น
เน้นหรือให้ความสำคัญ...
  
26:07 ...กับกิจกรรมเฉพาะ
อย่างหนึ่งอย่างใดของความคิด
  
26:13  
 
26:20 ใช่ไหม
 
26:23 ทว่าความใส่ใจนั้น
ไม่ใช่ผลิตผลของความคิด
  
26:41 แค่เล่นกับมันดู
 
26:43 อย่าเพิ่งยอมรับ
แค่มองดูมัน
  
26:46 เพราะว่าพวกเราส่วนใหญ่รู้ว่า
ความไม่ใส่ใจคืออะไร
  
26:51 อย่างเช่น ขณะที่คุณกำลังฟัง
ผู้พูดพูดอยู่
  
26:58 คุณฟังได้เพียงหนึ่งหรือสองนาที
หรือบางทีก็น้อยกว่านั้น...
  
27:03  
 
27:06 ...แล้วความคิดของคุณ
ก็จะล่องลอยไปคิดถึงเรื่องอื่นๆ...
  
27:09  
 
27:15 ... แล้วคุณพยายามดึงมันกลับมา
และฟังต่อ
  
27:20 คุณทำอย่างนั้นอยู่ไม่ใช่หรือ
 
27:29 (หัวเราะ) ดีจริง!
 
27:35 จิตใจของคุณพูดจ้ออยู่ตลอด
และมีบางครั้งคราวที่การพูดจ้อนั้นหยุดลง...
  
27:40 ...คุณก็กลับมาใส่ใจ กลับมาฟังต่อ
 
27:48 แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีกิจกรรม
เกิดขึ้นในจิตใจอย่างไม่หยุดหย่อน...
  
27:56 ...และในความไม่รู้จักหยุดนั้น
เกิดมีความต้องการบางอย่างขึ้นมา...
  
28:04 ...อาจเนื่องจากสภาพแวดล้อม
หรือจากตัวคุณเอง...
  
28:07 ...ที่จะต้องตั้งใจเพ่งจิตในกิจกรรม
อย่างหนึ่งอย่างใดโดยเฉพาะ...
  
28:17 ...และสกัดกั้นกิจกรรมอื่นๆ ทั้งหมด
ของความคิด
  
28:25 คุณตามทันไหม
 
28:30 ถ้าคุณเข้าใจการเคลื่อนไหวนี้...
 
28:34 ...เข้าใจว่าความคิด
ทำให้เกิดการเพ่งจิต...
  
28:44  
 
28:46  
 
28:53 ...และความคิดนั้นเอง
ที่เคลื่อนหนีไปในทิศทางอื่นๆ ใช่ไหม
  
29:01  
 
29:03 ...แล้วก็มีแรงกระตุ้น
หรือมีแรงบีบบังคับ...
  
29:07 ...ที่ต้องการจะควบคุมความคิดนั้น
ไว้ในทิศทางหนึ่งโดยเฉพาะ
  
29:11 ใช่ไหม
 
29:13 นี่คือสิ่งที่เรียกกันทั่วๆ ไปว่า
การเพ่งจิต
  
29:19 ส่วนกรณีความใส่ใจ
ถ้าคุณใส่ใจจริงๆ แล้ว...
  
29:26 ...ในความใส่ใจนั้น ย่อมไม่มี
ศูนย์กลางที่คุณส่งความใส่ใจออกไป
  
29:30 ถูกต้องไหม
 
29:37 พวกคุณดูเหมือนจะงุนงงกันไปหมดแล้ว
 
29:44 คุณครับ มันจำเป็น
ที่คุณจะต้องเข้าใจสิ่งนี้...
  
29:54  
 
30:00 ...เพราะว่าความใส่ใจและความไม่ใส่ใจ
เป็นสองสิ่งที่เราต้องเผชิญ
  
30:04 ถูกไหม
คุณตามทันไหม
  
30:10 ที่ผมพูดไป
ฟังกันรู้เรื่องบ้างไหมครับ
  
30:14 Tant pis
 
30:28  
 
30:35 คุณเคยใส่ใจกับอะไรสักอย่าง
ด้วยจิตและหัวใจทั้งหมดของคุณ...
  
30:38 ...ด้วยประสาททุกส่วน
และชีวิตทั้งชีวิตของคุณบ้างไหม...
  
30:43 ...โดยไม่มีที่เหลือสำหรับสิ่งอื่นอีก...
 
30:50 ...และไม่รู้สึกว่ามีการเบี่ยงเบน
หรือมีสิ่งรบกวน
  
31:00 ดังนั้น มี 3 สิ่ง
ที่เกี่ยวข้องกันอยู่...
  
31:03 ...นั่นคือ การเพ่งจิต
สิ่งที่รบกวนให้เสียสมาธิ และความใส่ใจ
  
31:10 ถูกไหม
 
31:12 ในเวลาที่เรากำลังเพ่งจิต
พวกเราส่วนมากกลัวสิ่งรบกวนให้ใจวอกแวก
  
31:16  
 
31:20 ใช่ไหม
 
31:23 ผมหวังให้เราพูดคุยกันเงียบๆ อย่างนี้
 
31:33 ขณะนี้มีอะไรรบกวนให้วอกแวกบ้างไหม
 
31:42 บางทีความคิดนั่นเองที่เป็นสิ่งรบกวน
 
31:51 ผมกำลังจะพูดให้ฟังเดี๋ยวนี้
 
31:58 เมื่อคุณพูดว่า
มีสิ่งที่รบกวนสมาธิ คุณฟุ้งซ่าน...
  
32:03  
 
32:06 ...นั่นแสดงว่าความคิดได้ตกลงใจ
ที่จะเพ่งจิตไปยังสิ่งหนึ่งสิ่งใดแล้ว
  
32:16  
 
32:19 และเมื่อมีความเคลื่อนไหวใดๆ
หันเหไปจากสิ่งนั้น...
  
32:25 ...เราจึงเรียกการเคลื่อนไหวนั้นว่า
สิ่งรบกวนสมาธิ
  
32:28  
 
32:30 แต่นั่นใช่สิ่งรบกวนสมาธิหรือ
 
32:35 เราพูดว่าไม่มีสิ่งที่รบกวนสมาธิ
 
32:43 ใช่ไหม
 
32:48 กรุณาตั้งใจฟัง
เพราะความคิดได้พูดว่า...
  
32:52 ...ฉันต้องเพ่งจิตอยู่กับสิ่งนั้น...
 
32:56 ...แต่ก็ความคิดนั่นเอง
ที่เคลื่อนหนีไปในทิศทางอื่น...
  
33:00 ...แล้วเรียกการเคลื่อนหนีนั้นว่า
สิ่งรบกวนให้วอกแวก
  
33:03  
 
33:07 แต่มันเป็นสิ่งรบกวนหรือ...
 
33:09 ...เพราะความคิดได้มุ่งชี้ชัด
ไปในทิศทางหนึ่งแล้ว...
  
33:17 และความคิดนั้นเอง
ที่เคลื่อนหนีไปจากตรงนั้น
  
33:22 โดยทั่วไปเราเรียกอาการนั้นว่า
การเสียสมาธิ หรือถูกรบกวนให้วอกแวก
  
33:26 ใช่ไหม
 
33:28 ทำไมคุณจึงเรียกมันว่า
การถูกรบกวนให้เสียสมาธิล่ะ
  
33:34 ในเมื่อมันยังคงเป็นการเคลื่อนไหว
ของความคิดอยู่นั่นเอง
  
33:39 ใช่ไหม
 
33:41  
 
33:47 ดังนั้นการเคลื่อนไหวใดๆ ของความคิด
ย่อมเป็นการถูกรบกวนไปด้วย
  
33:53 ผมไม่แน่ใจว่า
คุณจะเข้าใจเรื่องนี้ไหม
  
33:55 คุณไม่เข้าใจสิ
 
33:59 ดังนั้นสิ่งที่เราพยายามชี้ให้เห็น
ก็คือลักษณะของจิตใจมีสองอย่าง...
  
34:04 ...คือความไม่ใส่ใจ...
 
34:11 ...ซึ่งในสภาวะนั้น
ปราศจากความใส่ใจ...
  
34:15 ...และความใส่ใจ
 
34:20 ใช่ไหม
 
34:24 การตระหนักรู้ถึงความไม่ใส่ใจ
ก็คือการใส่ใจ...
  
34:32  
 
34:36 ...ซึ่งในสภาวะนั้น
ไม่มีสิ่งใดเป็นสิ่งที่รบกวน
  
34:39 คุณเข้าใจไหม
 
34:41 ผมไม่รู้ว่าคุณจะเข้าใจประเด็นนี้ไหม
 
34:45 เพราะเราดิ้นรนต่อสู้
อยู่ระหว่างสองสภาวะนี้อยู่เสมอ...
  
34:49 ...ระหว่างความไม่ใส่ใจ
และความใส่ใจ...
  
34:51 ...ซึ่งการดิ้นรนต่อสู้นี้ได้เผาผลาญ
พลังงานของเราไปหมด
  
34:58 ตัวอย่างเช่นในสมาธิ
(ซึ่งจะยังไม่พูดถึงในขณะนี้)
  
34:59  
 
35:02 ...นี่เป็นการต่อสู้
ที่ดำเนินอยู่โดยตลอด...
  
35:09 ...ขณะที่มีการใส่ใจ
อยู่อย่างเต็มที่...
  
35:17 ...แต่ในวินาทีต่อมา
กลับกลายเป็นการไม่ใส่ใจเลย ใช่หรือไม่
  
35:20 ทีนี้เราบอกว่าความไม่ใส่ใจ
ไม่ใช่สิ่งรบกวนให้วอกแวก...
  
35:26  
 
35:30 ...แต่ให้ตระหนักรู้
ถึงการขาดความใส่ใจนั้น...
  
35:36 ...การตระหนักว่า
คุณไม่ได้กำลังใส่ใจอยู่ ก็ถือว่าดีแล้ว
  
35:41 คุณเข้าใจไหม
 
35:44 ผมไม่รู้ว่าคุณจะเข้าใจเรื่องนี้ไหม
 
35:48 เพื่อว่าจิตใจของคุณ
จะไม่ตกอยู่ในความขัดแย้งอีกเลย...
  
35:57 ...เพราะความขัดแย้ง
เป็นการสูญเสียพลังงาน
  
36:05 ดังนั้นเราย้อนกลับมา
 
36:08 เราอธิบายไปแล้วว่า
ความใส่ใจคืออะไร...
  
36:12 ...ไม่ใช่อธิบาย แต่บอกถึง
ความเป็นจริงของความใส่ใจ
  
36:16 ว่าเมื่อใดที่มีความใส่ใจ...
 
36:20 ...เมื่อนั้นจะไม่มีศูนย์กลาง
ที่คุณส่งความใส่ใจออกไป...
  
36:25 ...แต่ในการเพ่งจิตจะมีศูนย์กลางอยู่
จึงมีสิ่งที่คุณเรียกว่าสิ่งรบกวน
  
36:28  
 
36:35 ด้วยเหตุที่มีทั้งความใส่ใจ
และความไม่ใส่ใจ
  
36:38  
 
36:43 เมื่อเราตระหนักรู้ว่าเราไม่ใส่ใจ...
 
36:50 ...การตระหนักรู้นั่นเอง
คือความใส่ใจ...
  
36:55 ...ซึ่งในสภาวะนั้นไม่มีสิ่งใดเลย
ที่เป็นสิ่งรบกวน
  
37:00 ผมไม่แน่ใจว่าคุณเข้าใจไหม
 
37:02 เข้าใจไหมครับ
 
37:05 แม้เพียงคำพูดนี้คุณเข้าใจไหม
 
37:09 ด้วยการขบคิดตามเหตุผลล่ะ
เข้าใจไหม
  
37:12 ซึ่งแทบจะไม่มีความหมายอะไร
แต่อย่างน้อยก็เป็นเสียงกระซิบไว้
  
37:22 ในขณะนี้คุณจะตั้งใจฟังสิ่งที่พูดอยู่
โดยไม่เพ่งจิตเลย...
  
37:30 ...โดยไม่ใช้ความพยายามเลยได้หรือไม่
 
37:39 นั่นคือจะไม่มีสิ่งใดเป็นสิ่งรบกวน
 
37:44 คุณอาจจะตั้งใจฟังได้สักหนึ่งนาที
แล้วก็เหม่อลอยไป...
  
37:51 ...แต่ก็ตระหนักรู้ว่า
คุณกำลังเหม่อลอย
  
37:55 การตระหนักรู้ว่ากำลังเหม่อลอย
คือความใส่ใจ
  
38:00  
 
38:03 เข้าใจไหมครับ
 
38:10 เมื่อวานนี้เราพูดแล้วว่า
ชีวิตทั้งหมดคือการกระทำ...
  
38:16  
 
38:20  
 
38:25 ไม่ว่าคุณจะเป็นฤๅษีชีไพร
ที่กำลังนั่งอยู่ในถ้ำตามเทือกเขาหิมาลัย...
  
38:30 ...หรืออยู่ในวัดวาอาราม
หรือใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาสามัญ
  
38:34 ชีวิตหรือการดำรงอยู่ทั้งหมด
คือการกระทำ...
  
38:40 ...เช่นเดียวกับที่ชีวิตทั้งหมด
คือความสัมพันธ์
  
38:44 ดังนั้นความสัมพันธ์ก็คือการกระทำ
 
38:52 และการกระทำต่างๆ ของเรา
อย่างที่เป็นอยู่นี้...
  
38:58 ...ทั้งในทางการเมือง
ทางศาสนา หรือในทุกๆ ทาง...
  
39:02 ...การกระทำเหล่านั้น
ก่อให้เกิดความทุกข์ระทม...
  
39:04  
 
39:08 ...ความสับสน
และความทุกข์โศกยิ่งขึ้นอีก...
  
39:11 ...นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น
ในทางการเมือง...
  
39:15 ...ถ้าคุณเฝ้าสังเกต จะเห็นว่ากำลัง
เกิดขึ้นในทางศาสนาเช่นเดียวกัน...
  
39:19 ...โดยมีการจัดวางลำดับขั้น
ขึ้นมาว่า...
  
39:23 ...ในที่สุดคุณก็จะเข้าถึง
ความสว่างแห่งปัญญา...
  
39:29 ...จงทำอย่างนี้ๆ แล้วคุณก็จะบรรลุ
 
39:34 ซึ่งเป็นการเอาเหยื่อล่อ
 
39:40 ทว่าเรากำลังไต่สวนกิจกรรมทั้งหมด
ของสิ่งที่เรียกว่า การกระทำ
  
39:45  
 
39:49 คุณเข้าใจไหม
 
39:51 เรากำลังไต่สวนอยู่ เราบอกว่า
การกระทำที่มีพื้นฐานมาจากหลักการ...
  
39:55  
 
40:00 ...มาจากอุดมการณ์ ความทรงจำ
และความรู้...
  
40:07 ...การกระทำเช่นนั้น
ย่อมเป็นส่วนเสี้ยว ไม่สมบูรณ์...
  
40:12 ...เพราะฉะนั้นมันจึงนำไปสู่
ความทุกข์ระทม...
  
40:16 ...ความเศร้าโศกและความสับสน
ยิ่งขึ้นไปอีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...
  
40:20 ...ถ้าคุณเฝ้าสังเกตดู...
 
40:23 ...นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
ในชีวิตประจำวันของเรา
  
40:27 แต่ทว่ามีการกระทำอื่น
อีกอย่างหนึ่ง...
  
40:32 ...ถ้าคุณใส่ใจ โปรดตั้งใจ...
 
40:36 ...แต่ถ้าคุณไม่ใส่ใจ
ถ้าความคิดของคุณล่องลอยออกไป...
  
40:40 ...ก็ขอให้ตระหนักรู้มัน...
 
40:43 ...การตระหนักรู้ถึงความไม่ใส่ใจ
ของคุณนั่นแหละ...
  
40:47 ...คือการใส่ใจ
ต่อสิ่งที่กำลังพูดถึงอยู่
  
40:51 คุณเข้าใจแล้วใช่ไหม
 
41:03 ดังนั้นเราบอกว่ามีการกระทำ
ที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนฐานของความรู้
  
41:08  
 
41:16 เพื่อให้เข้าใจลึกซึ้ง
กว่าเมื่อวานนี้...
  
41:22 ...เราต้องเข้าสู่ประเด็นปัญหาว่า
การคิดคืออะไร...
  
41:30 ...และความคิดคืออะไร...
 
41:34  
 
41:38 ...ทำไมมนุษย์ทั้งโลกจึงให้ความสำคัญ
กับความคิดมากมายเป็นพิเศษ
  
41:46 คุณก็ให้ความสำคัญ
กับความคิดไม่ใช่หรือ
  
41:51 ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณกระทำ
ล้วนมาจากความคิด...
  
41:58 ...ไม่ว่าจะเป็นการงาน
ความรู้ทางเทคโนโลยี...
  
42:04 ...เทพเจ้าต่างๆ หรือโบสถ์
ทุกสิ่งทุกอย่างถูกสร้างขึ้นโดยความคิด
  
42:10 ถูกต้องไหมครับ
คุณตั้งคำถามกับเรื่องนั้นบ้างไหม
  
42:13  
 
42:22 ความคิดเป็นผลิตผลของความทรงจำ
เป็นการตอบสนองของความทรงจำ
  
42:28  
 
42:31 ใช่ไหม
 
42:33 ถ้าคุณเป็นโรคความจำเสื่อม
คุณก็คิดไม่ได้...
  
42:43 ...แต่พวกคุณไม่มีใครเป็นเช่นนั้น
ผมหวังว่าพวกคุณคงไม่มีใครเป็น...
  
42:47 ...และในเมื่อ
คุณไม่ได้เป็นอย่างนั้น...
  
42:51 ...การคิดของคุณจึงเป็นผลิตผล
ของประสบการณ์นานนับหลายศตวรรษ...
  
42:57  
 
43:03 ...รวมทั้งความรู้ที่ถูกเก็บสั่งสมไว้
ในสมอง นั่นเห็นได้ชัดเจน
  
43:10 หากคุณเคยมองดูตัวเอง
ดูการกระทำของคุณที่ซ้ำๆ ซากๆ...
  
43:13  
 
43:17 ...มีอิสระอยู่บ้าง
เป็นบางครั้งบางคราว...
  
43:21 ...แต่มักจะติดอยู่ในกิจวัตร
หรือวิถีชีวิตแบบใดแบบหนึ่งเสมอ...
  
43:29 ...และถ้าคุณเฝ้าดูการคิดของคุณ
คุณก็จะเห็นว่า...
  
43:36 ...ความคิดของคุณ
เป็นกระบวนการทางวัตถุ...
  
43:44 ...ซึ่งเป็นผลิตผลของความรู้
 
43:48 ถูกต้องไหม
มันเป็นกระบวนการทางวัตถุ
  
43:51 มันไม่ใช่เรื่องจิตวิญญาณสูงส่ง
เหนือธรรมดาแต่อย่างใด
  
43:57 ใช่ไหมครับ
 
44:01  
 
44:13 ความคิดเลื่อนไหลอยู่ตลอดเวลา
 
44:21 มันไม่เคยหยุดนิ่ง
และมีผู้คนพากันบอกว่า...
  
44:26  
 
44:29 คุณต้องทำให้มันนิ่ง
เพื่อจะค้นหาสภาวะทางจิตวิญญาณ...
  
44:34  
 
44:39 ...หรือจิตสำนึกที่สูงส่งกว่า...
 
44:45 ...ซึ่งอันนี้ผมตั้งข้อสงสัยไว้
 
44:51  
 
44:55 จิตสำนึกที่สูงส่งกว่าไม่มีหรอก
มีแต่จิตสำนึกธรรมดาๆ เท่านั้น
  
44:59 มนุษย์ได้สร้างจิตสำนึกที่สูงส่ง
พิเศษสุดขึ้นมา...
  
45:03 ...ซึ่งเป็นประดิษฐกรรมของความคิด
 
45:11 และผู้ที่พูดถึงสภาวะจิตอันสูงส่งนั้น
มักจะได้รับการเคารพบูชา...
  
45:18 ...ได้รับการยกย่อง
เป็นคุรุผู้วิเศษ...
  
45:21 ...เพราะว่าคุณเองก็ต้องการ
สภาวะจิตที่สูงส่งนั้นด้วย
  
45:25 แต่คุณไม่เคยตรวจสอบ...
 
45:29 ...ว่าความคิดนั่นเองที่สร้างพื้นที่
ทั้งหมดของจิตสำนึกขึ้นมา
  
45:38 ฉะนั้นไม่ว่ามันจะคิดอะไรขึ้นมา...
 
45:41 ...สิ่งนั้นจึงยังคงเป็นส่วนหนึ่ง
ของจิตสำนึกนั้น
  
45:46 คุณเข้าใจประเด็นนี้ไหม
 
45:49 เรายังสืบค้นไปด้วยกันอยู่ไหม
หรือว่าคุณเหนื่อยแล้ว
  
45:55 ถ้าคุณเหนื่อยก็พักก่อน
 
45:59 ส่วนผมยังพูดต่อได้เรื่อยๆ
เพราะในขณะที่พูดผมก็ตรวจสอบไปด้วย
  
46:05  
 
46:12 ถ้าหากคุณเหนื่อย
กรุณาพักเสียก่อน...
  
46:16  
 
46:19 ...เพราะว่าเรากำลังขอให้คุณ
ใช้สมองคิดใหม่...
  
46:26 ...มองดูสิ่งต่างๆ สดใหม่...
 
46:29 ...ไม่ใช่มองแบบเดิมๆ
ตามวิถีแห่งจารีต...
  
46:35 ...แต่มองดูชีวิตของคุณ
เหมือนเป็นสิ่งสดใหม่...
  
46:43 ...และนั่นเป็นการท้าทาย
ที่ทำให้สมองเหนื่อยล้า
  
46:49 มันจึงต้องการพักมันบอกว่า
ขอเวลาฉันสักครู่ ขอให้ฉันได้อยู่เงียบๆ...
  
46:53 ...เพื่อที่ฉันจะกลับมา
ทำความเข้าใจใหม่ได้อีก
  
47:04 เรากำลังพูดกันว่า
ความคิดสร้างสังคมของเราขึ้นมา...
  
47:07  
 
47:15 ...รวมทั้งความทุกข์ยากทั้งปวง
ที่มีอยู่ในสังคมนั้นด้วย...
  
47:23  
 
47:25 ...เช่นการแบ่งชนชั้น คนรวย คนจน
ผู้มีอำนาจ ผู้มียศถาบรรดาศักดิ์...
  
47:30 ...ผู้ยิ่งใหญ่ คนยากจนเข็ญใจ
และอื่นๆ...
  
47:34  
 
47:39 รวมทั้งบรรดาเทพเจ้าทั้งหมด
บนโลกนี้ก็ถูกสร้างขึ้นโดยความคิด...
  
47:46  
 
47:49 ...วัดวาอารามที่ถือว่า
เป็นที่สถิตของเทพเจ้า...
  
47:52 ...เหล่านั้นก็เป็นผลงาน
ที่สร้างโดยความคิด
  
47:56 บรรดาพิธีกรรม ข้อบัญญัติ
ความเชื่อต่างๆ...
  
48:03 ...และการบูชา
ที่คุณปฏิบัติอยู่ทุกวี่วัน...
  
48:08 ...ด้วยหวังว่าจะได้รับความสงบ
บางอย่าง...
  
48:14 ...อีกทั้งสิ่งที่เรียกว่า สมาธิ...
 
48:20 ...ไม่ว่าจะเป็นสมาธิแบบเหนือโลก
หรือสมาธิที่เหลวไหลไร้สาระใดๆ ก็ตาม..
  
48:25 ...ทั้งหมดนั้นมีฐานมาจากความคิด
และความคิดนั้นจำกัดเสมอ
  
48:31  
 
48:37 ใช่ไหม
ความคิดที่ไร้ขีดจำกัดหามีไม่
  
48:39  
 
48:44 ความคิดอาจคิดว่ามันไร้ขอบเขตจำกัด...
 
48:50 ...หรือว่ามันสามารถค้นพบ
สิ่งที่ไม่อาจหยั่งวัดได้...
  
48:55 ...แต่นั่นเป็นส่วนหนึ่งของมายา
ของตัวมันเอง...
  
48:59 ...เพราะความคิดเป็นผลมาจาก
ความรู้ ความจำ...
  
49:05 ...ดังนั้นมันจึงผูกติดอยู่กับกาลเวลา
ฉะนั้นมันจึงจำกัด
  
49:10 ถูกต้องไหม
 
49:12 คุณกำลังใส่ใจอยู่กับเรื่องนี้ไหม
 
49:17 คุณฟังอยู่หรือเปล่า
 
49:25 เมื่อผมถามคำถาม
ความคิดของคุณก็เริ่มทำงาน...
  
49:29  
 
49:35 ...มันเริ่มถามและเสาะหาคำตอบ...
 
49:38 ...และเพื่อที่จะหาคำตอบ
มันจึงกลับไปหาจากความจำ...
  
49:42  
 
49:46 ฉันเคยอ่านที่ไหนนะ
ใครเคยบอกฉันไว้หรือเปล่านะ
  
49:48 คุณตามทันไหม
กิจกรรมที่ว่านี้ดำเนินอยู่
  
49:57 แต่ถ้าคุณถูกถาม
ด้วยคำถามที่คุณไม่รู้...
  
50:03 ...และคุณไม่สามารถ
หาคำตอบได้จากหนังสือ...
  
50:08 ...จากคุรุของคุณ
หรือจากอะไรทั้งสิ้น...
  
50:11 ...จากนั้นโดยธรรมชาติจิตของคุณ...
 
50:14 ...สมองของคุณก็จะพูดขึ้นมาเองว่า
"ฉันไม่รู้จริงๆ"
  
50:17 ถูกต้องไหม
 
50:19 คุณอยู่ในสถานะเช่นนั้นหรือไม่
คุณตามทันไหม
  
50:22  
 
50:24 คุณสามารถพูดกับตัวคุณเอง
ได้หรือไม่ว่า "ฉันไม่รู้"
  
50:35 เพราะจิตใจที่พูดว่า
"ฉันไม่รู้"...
  
50:38 ...ไม่แสวงหาเพื่อที่จะรู้อีกแล้ว...
 
50:43 ...เพราะในทันทีที่จิตใจแสวงหาคำตอบ
ความคิดก็จะทำงาน...
  
50:50 ...แล้วมันก็จะคิด
สร้างสิ่งที่มันต้องการ...
  
50:52 ...และพูดว่า "ฉันพบแล้ว"
 
50:56 คุณเข้าใจทั้งหมดนี้ไหม
คุณเหนื่อยแล้วหรือยัง
  
50:59  
 
51:08 ดังนั้นการสืบค้นก็คือ
การมีจิตใจที่ไม่รู้มาก่อน
  
51:19 และเรากำลังสืบค้นเกี่ยวกับการกระทำ
ซึ่งเราไม่เคยตระหนักรู้เลย
  
51:23  
 
51:30 เรารู้ว่าการกระทำของเรา
มีพื้นฐานมาจากความจำ...
  
51:36 ...นั่นเข้าใจได้ง่ายและชัดเจน
 
51:42 และเรารู้จักกิจกรรม
ทางเทคโนโลยีของความรู้...
  
51:48 ...ซึ่งเก็บสั่งสมจากงาน
จากการรวบรวมของผู้คน...
  
51:52 ...และนักวิทยาศาสตร์หลายๆ พันคน
 
51:57 จากความรู้ที่สั่งสมไว้นั้น...
 
51:59 ...พวกเขาได้สรรสร้างสิ่งพิเศษสุด
ขึ้นมามากมาย...
  
52:03 ...เช่น การผ่าตัดอันยอดเยี่ยม
มหัศจรรย์...
  
52:07 ...สิ่งที่ละเอียดละเมียดละไมเหนือ
ธรรมดาที่พวกเขากำลังทำกันอยู่
  
52:10 แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็กำลัง
เตรียมการด้านเทคโนโลยี...
  
52:17 ...เพื่อทำลายล้างกันในสงคราม...
 
52:21 ...สร้างอุปกรณ์สำหรับใช้ในสงคราม...
 
52:29 ...และความคิดยังได้สร้าง
มายาต่างๆ อีกด้วย - ใช่ไหม
  
52:31 อย่างเช่น "ฉันเชื่อในพระเจ้า"
"ฉันเป็นพวกชาตินิยม"...
  
52:35  
 
52:39 ..."ฉันสังกัดพรรคนี้
ซึ่งกำลังจะช่วยเหลือมนุษยชาติ"...
  
52:46 ..."คุรุของฉันยอดเยี่ยมที่สุด"
และประการอื่นๆ อีกมากมาย
  
52:52 ทั้งหมดนั้นคือการเคลื่อนไหว
ของความคิด
  
52:55 ดังนั้นไม่ว่าความคิดจะทำอะไรก็ตาม...
 
53:00 ...การกระทำของมัน
จึงจำกัดโดยมิอาจเลี่ยงได้
  
53:08 ทีนี้คุณเห็นแจ้งชัด
ในเรื่องนี้แล้วหรือยัง
  
53:12 คุณเข้าใจไหม
 
53:15 ถ้าคุณใส่ใจฟังเรื่องที่กำลัง
พูดถึงนี้อย่างถี่ถ้วนแล้ว...
  
53:23 ...คุณจะเห็นความเคลื่อนไหว
ทั้งหมดของความคิด...
  
53:31 ...เห็นความคิดที่ซ่อนเร้น
ความคิดที่เผยตัว...
  
53:33 ...ความคิดที่ปกปิดไว้ เป็นความลับ
สุดยอด ซึ่งไม่ต้องการเปิดเผย...
  
53:37 ...คุณจะเห็นโครงสร้าง
และธรรมชาติทั้งหมดของความคิด
  
53:42  
 
53:46 เมื่อใดที่คุณเห็นแจ้ง
ในเรื่องของความคิดแล้ว...
  
53:50 ...ความคิดก็จะเข้าที่เข้าทาง
ของมันเอง
  
53:54 คุณเข้าใจสิ่งที่ผมกำลังพูดไหม
คุณจับสาระที่ผมพูดได้ไหม
  
53:56  
 
54:11 ความหมายของคำว่า "ศิลปะ" หมายถึง...
 
54:18 ...การจัดทุกสิ่งทุกอย่าง
ได้ถูกที่ถูกทางของมัน...
  
54:24 ...เช่น ศิลปะของการดำรงชีวิต...
 
54:27 ...เราไม่ได้พูดถึงภาพเขียน
หรือรูปปั้นซึ่งมีศิลปะของมันเอง...
  
54:31 ...แต่เรากำลังพูดถึง
ศิลปะของการดำรงชีวิต...
  
54:38 ...ซึ่งในเรื่องนี้ ศิลปะ หมายถึง
การจัดสิ่งต่างๆ ทั้งปวง...
  
54:45 ...ไว้ในที่อันเหมาะสมของมัน
เพื่อให้เกิดระเบียบ
  
54:51 ดังนั้นศิลปะของการดำเนินชีวิตก็คือ..
 
54:58 ...ให้ความคิดค้นพบ
ที่อันเหมาะสมของมันเอง
  
55:06 คุณเข้าใจแล้วหรือยัง
คุณทำได้ไหม
  
55:08  
 
55:11 นั่นคือใช้ความรู้ให้ถูกตรง
กับบทบาทหน้าที่ของมัน...
  
55:20 ...แต่ความรู้ก็ไม่มีบทบาทอะไร
ในทางจิตใจ
  
55:36 เข้าใจไหมครับ คุณผู้หญิง
ไม่เข้าใจหรือ
  
55:40 อย่างน้อยก็มีคนบอกว่าเธอไม่เข้าใจ
 
55:43 ค่อยรู้สึกดีหน่อย
 
55:57 ผมคิดว่าพวกเราส่วนใหญ่
ไม่เคยดูการเคลื่อนไหวของความคิดเลย
  
56:02 ใช่ไหม
 
56:04 พวกเราส่วนใหญ่ไม่เคยถามเลยว่า
การคิดคืออะไร...
  
56:09 ...ทำไมมนุษย์จึงให้ความสำคัญ
เป็นพิเศษกับการคิด
  
56:18 กระบวนการคิดเกิดจากประสบการณ์...
 
56:24 ...ความรู้และความจำ
ที่ถูกเก็บไว้ในสมอง...
  
56:28 ...กระบวนการคิดนั้น
จึงมีขีดจำกัดเสมอ
  
56:33 ใช่ไหม
ชัดเจนไหม
  
56:36 ความคิดจำกัด
ความคิดเป็นส่วนเสี้ยว
  
56:41 คำว่า 'ส่วนเสี้ยว' ผมหมายถึง...
 
56:47 ...อะไรบางอย่างที่แตกแยก
ออกจากกัน เช่น แจกัน...
  
56:53 ...เมื่อคุณทำมันแตกมันก็แตกแยก
เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
  
56:57 ดังนั้นความคิดจึงแตกแยกและจำกัด
 
57:02 ถูกไหม
 
57:07 เพราะว่าความคิดเกิดจากความรู้...
 
57:12 ...และความรู้เป็นอดีต
ความรู้ไม่ใช่สิ่งที่เป็นทั้งหมด
  
57:16 ใช่ไหม คุณเข้าใจไหม
 
57:20 มันไม่อาจเป็นทั้งหมดได้เลย
 
57:25 ดังนั้นไม่ว่าความคิดจะทำอะไร
มันย่อมจะต้องถูกจำกัด...
  
57:34 ...และการกระทำใดๆ ก็ตาม
ที่เกิดจากความจำกัดนั้น...
  
57:36 ...จะต้องทำให้เกิดความเสียใจ
ความสับสน...
  
57:38 ...ความรู้สึกผิด ความวิตกกังวล...
 
57:43 ...และไม่เคยยุติความขัดแย้งได้เลย...
 
57:51 ...เพราะการกระทำของความคิดนั้น
จำกัดคับแคบ
  
57:55 ใช่ไหม
 
57:57 ที่พูดมาชัดเจนไหม
 
57:58 ไม่ชัดเฉพาะแต่เข้าใจคำพูดเท่านั้น
ภายในจิตใจก็ต้องรู้ชัดเจนด้วย...
  
58:05 ...ให้คุณรู้มัน
เหมือนกับที่คุณรู้ภาษา...
  
58:07 ...รู้ดวงตา รู้ใบหน้าของคุณเอง
 
58:16 ดังนั้นความคิดจึงไม่มีทาง
นำเราไปสู่สิ่งซึ่งไม่อาจหยั่งถึง...
  
58:27 ...หรือสิ่งซึ่งวัดไม่ได้
 
58:31 เพราะความคิดเป็นสิ่งที่วัดได้
ใช่ไหม
  
58:33  
 
58:35 ฉะนั้นอะไรที่วัดได้ย่อมจำกัด
 
58:40 แม้ว่ามันจะวัดได้ยาว 100 หลา
แต่มันก็ยังจำกัดอยู่
  
58:44 ดังนั้นเมื่อความคิดแสวงหาแสงสว่าง
หรือพยายามทำสมาธิ...
  
58:46 ...การทำสมาธินั้น
หรือการดิ้นรนนั้น...
  
58:54 ...หรืออะไรทั้งหมด
ที่คุณเคยผ่านมานั้นจำกัดเสมอ...
  
58:58 ...ฉะนั้นมันจึงแตกแยก
หรือเป็นส่วนเสี้ยว
  
59:05 ใช่ไหมครับ
 
59:10 ทีนี้เราบอกว่าการกระทำ
ที่ไม่ได้เกิดจากความคิดนั้นมีอยู่
  
59:14  
 
59:19 คุณสนใจไหม
ตอนนี้คุณจะใส่ใจฟังไหม
  
59:24  
 
59:30 ซึ่งหมายถึงคุณฟัง
โดยไม่มีศูนย์กลางของการฟัง
  
59:38 แต่ถ้าหากคุณฟังจากศูนย์กลาง...
 
59:41 ...คุณได้นำความรู้สึกว่า
มีสิ่งรบกวนเข้ามาแล้ว
  
59:49 คุณเข้าใจตรงนี้ไหม
ฉะนั้น คุณใส่ใจได้ไหม
  
59:54  
 
1:00:01 เราบอกว่า มีการกระทำ
ที่ไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา
  
1:00:07  
 
1:00:13 ในขณะนี้ ผมไม่ควรนำ
เรื่อง "กาลเวลา" เข้ามา...
  
1:00:16 ...เพราะมันจะนำไปสู่เรื่องอื่น
เราเอาไว้พูดทีหลัง
  
1:00:20 มีการกระทำที่ไม่ใช่ผลิตผลของความจำ
 
1:00:31 ผมกำลังชี้ให้เห็นบางสิ่งบางอย่าง
 
1:00:35 ผมจะวกกลับมาพูดทีหลัง
 
1:00:37 ในความสัมพันธ์
ระหว่างคุณกับผู้อื่น...
  
1:00:42 ...ไม่ว่าจะใกล้ชิดสนิทสนมกัน
หรือไม่ก็ตาม...
  
1:00:46 ...เมื่อความทรงจำเข้ามามีบทบาท
ในความสัมพันธ์นั้น จะเกิดอะไรขึ้น
  
1:00:54  
 
1:00:58 การแบ่งแยกย่อมเกิดขึ้น
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ใช่ไหม
  
1:01:04 คุณเคยสังเกตหรือไม่
 
1:01:10 เมื่อคุณปฏิสัมพันธ์กับสามี กับภรรยา
กับผู้หญิงของคุณหรืออะไรก็ตาม...
  
1:01:17 ...และในความสัมพันธ์นั้นมีกระบวนการ
ทั้งหมดของความคิดเคลื่อนไหว...
  
1:01:20  
 
1:01:24 ...ที่สร้างสมขึ้นจากการติดต่อ
สัมพันธ์ระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง...
  
1:01:31  
 
1:01:34 ...ไม่ว่าจะเป็นความคิด
ในลักษณะของภาพ...
  
1:01:40 ...หรือมโนภาพ ซึ่งก็คือความทรงจำ
 
1:01:42 ถูกไหม
 
1:01:44 และความทรงจำหรือภาพ...
 
1:01:46 ...หรือมโนภาพเหล่านั้น
ได้แบ่งแยกคุณจากสามีของคุณ...
  
1:01:47 ...และจากเด็กๆ
หญิงหรือชาย
  
1:01:52 ดังนั้นจึงมีการแบ่งแยกอยู่เสมอ
 
1:01:56 ถูกต้องไหม
 
1:01:57 เราจะไม่ลงลึกมากไปกว่านี้...
 
1:01:59  
 
1:02:02 ...จากตรงนั้น เราถามว่า
ความรักคือความทรงจำหรือ
  
1:02:12 ใช่ไหม
 
1:02:14 เมื่อคนๆ หนึ่งพูดกับภรรยา
หรือสามีของเขา...
  
1:02:17 ...หรือกับเด็กผู้หญิง
หรือกับใครก็ตาม...
  
1:02:19 ...ว่า "ฉันรักเธอ"
นั่นเป็นความทรงจำหรือไม่
  
1:02:29 หรือเมื่อคุณพูดว่า ฉันรักพระเจ้า
ของคุณ มโนภาพของคุณ...
  
1:02:33 ...หรือการอุทิศตนด้วยศรัทธา
อย่างแรงกล้า นั่นใช่ความรักหรือ
  
1:02:46 เราจะลงลึกมากกว่านี้
ในคำถามนี้ในเวลาอื่น
  
1:02:51  
 
1:02:54 สิ่งที่เรากำลังชี้ให้เห็นก็คือ
ที่ใดที่มีกิจกรรมของความคิด...
  
1:02:59 ...ที่นั่นย่อมจะเกิดการแบ่งแยก...
 
1:03:02 ...เพราะตัวความคิดนั่นเอง
ที่จำกัดคับแคบ...
  
1:03:07 ...เช่น การแบ่งแยกทางชนชาติ
การเมือง ทางศาสนา...
  
1:03:10 ...หรือโครงสร้างทั้งหมด
ของกิจกรรมของมนุษย์...
  
1:03:16 ...ที่กำลังทำลายโลกอยู่ในขณะนี้
 
1:03:20 เมื่อคุณขึ้นไปบนดวงจันทร์
และปักธงไว้ที่นั่น...
  
1:03:29 ...นั่นเป็นการกระทำที่จำกัด
 
1:03:33 การที่คุณบูชาเทพเจ้าอันคับแคบ
ของคุณซึ่งมีอยู่ทั่วไป...
  
1:03:38 ...นั่นก็สร้างมาจากความคิด
นั่นก็เป็นการกระทำที่จำกัดคับแคบ
  
1:03:40  
 
1:03:45 ฉะนั้นเมื่อคุณมีปัญญา
เห็นแจ้งเข้าไปในเรื่องนั้น...
  
1:03:49  
 
1:03:51 ...การเห็นแจ้งหมายถึง
การที่จิตใจเข้าใจภาพรวมทั้งหมด...
  
1:03:56 ...เข้าใจโครงสร้างและธรรมชาติ
ทั้งหมดของความคิด...
  
1:03:58 ...จากนั้นความคิดก็จะเข้าที่เข้าทาง
อันจำกัดของมัน
  
1:04:02 คุณจับใจความได้ไหม
 
1:04:04 คุณพอจะเข้าใจเรื่องนี้บ้างไหม
 
1:04:07 ว่าอย่างไรครับ
 
1:04:12 เมื่อความคิดเข้าใจถึงบทบาท
อันจำกัดของตัวมันเองแล้ว...
  
1:04:15  
 
1:04:21 ...จากนั้นการกระทำก็จะไม่ใช่
ผลิตผลของความคิด
  
1:04:31 แต่การกระทำจะเกิดจากการเห็นแจ้ง...
 
1:04:34 ...ในธรรมชาติของความคิด
อย่างสมบูรณ์ทั้งหมด
  
1:04:43 มีใครเข้าใจบ้างไหม
คุณเข้าใจเรื่องทั้งหมดนี้ไหม
  
1:04:49 บางทีผมควรจะอ่าน
คัมภีร์ภควัตคีตาให้คุณฟัง...
  
1:04:52 ...แล้วพวกคุณจะได้มีความสุขกัน...
 
1:04:55 ...หรืออ่านคำอธิบายของคำอธิบาย
ของคำอธิบายให้ฟัง
  
1:05:04 แต่ทว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องได้รับ
ความร่วมมือจากคุณ...
  
1:05:15 ...ในการค้นหาอย่างกระตือรือร้น
 
1:05:23 คุณต้องคิด และคุณต้องทำงาน
ทำงานเพื่อค้นหาว่าคุณคิดอย่างไร...
  
1:05:26 ...ชีวิตทั้งหมดของคุณ
ขึ้นอยู่กับความคิดอย่างไร
  
1:05:34 เช่น เมื่อคุณต้องไปให้ทันรถเมล์
 
1:05:36 ซึ่งการขึ้นรถเมล์จะต้องมีความคิด
และมีบทบาทที่ถูกต้องของมัน...
  
1:05:42 ...แต่เมื่อความคิด
เข้ามาเกี่ยวข้อง...
  
1:05:45 ...กับโครงสร้างทั้งหมด
ทางจิตใจของมนุษย์...
  
1:05:52 ...จากนั้นความคิดก็จะจำกัดจิตใจ
ของมนุษย์ให้คับแคบลง
  
1:05:57 คุณเข้าใจเรื่องนี้ไหม
 
1:06:07 คุณสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีครับ
ยังมีเวลาเหลืออีกห้านาที
  
1:06:15  
 
1:06:27 ผมไม่ทราบว่าคุณเรียนรู้
ได้มากน้อยเพียงใด...
  
1:06:34 การเรียนรู้ไม่ใช่การสะสมความรู้
และความทรงจำ...
  
1:06:38 ...แต่เป็นการเรียนรู้เพื่อค้นหา...
 
1:06:44 ...ปัญญาการเห็นแจ้ง
ซึ่งจะเป็นที่มาแห่งการกระทำ
  
1:06:50  
 
1:07:02 คุณคงเห็นแล้วว่า
สิ่งที่เราพูดถึงจริงๆ ก็คือ...
  
1:07:10 มนุษย์มีความสามารถพิเศษ
เหนือธรรมดา - (รวมถึงผู้หญิงด้วยครับ!)
  
1:07:16 เราไม่ใช่กลุ่มสิทธิสตรีนะ
 
1:07:24 มนุษย์มีความสามารถพิเศษ
แต่ความสามารถเหล่านั้นถูกจำกัดโดยความคิด
  
1:07:28  
 
1:07:38 ถ้าหากความคิดมีที่ทาง
ที่ถูกที่ควรของมัน...
  
1:07:42 ...มันก็จะปล่อยพลังงาน
มหาศาลออกมา...
  
1:07:47 ...ซึ่งไม่ใช่เพื่อทำผิดมากขึ้น
แต่เพื่อการดำรงชีวิต...
  
1:07:54  
 
1:07:57 ...ที่ยอดเยี่ยม
ประเสริฐสุดอย่างยิ่ง...
  
1:08:04 ...ซึ่งไม่มีแม้แต่เงา
แห่งความขัดแย้ง...
  
1:08:12 ...เป็นชีวิตที่พิเศษสุด
เปี่ยมด้วยความรักและความเมตตา
  
1:08:22 นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้อง
เข้าใจธรรมชาติของความคิด
  
1:08:28 ความคิดมิใช่ความรัก
 
1:08:32 และเมื่อเรายกย่องบูชาปัญญานึกคิด
อย่างที่พวกคุณทำกัน...
  
1:08:37  
 
1:08:41 ...เพราะเวลาที่คุณศึกษา
หรืออ่าน หรือฟังคำบรรยาย...
  
1:08:45  
 
1:08:48 ...เกี่ยวกับคัมภีร์ภควัตคีตา
คัมภีร์อุปนิษัท...
  
1:08:54 ...รวมทั้งคำอรรถาธิบายต่างๆ นั้น...
 
1:09:01 ...คุณกำลังส่งเสริมสมรรถนะในการขบคิด
ฉะนั้นจึงเป็นการปฏิเสธความรัก
  
1:09:37 เราอย่านั่งเงียบๆ นานนัก
เพราะอาจจะหลงกลความคิดได้
  
1:09:42