Krishnamurti Subtitles

อิสรภาพขึ้นอยู่กับกาลเวลาหรือ

Madras (Chennai) - 6 January 1979

Public Talk 3



1:17 I hope you ผมหวังว่าอากาศคงจะไม่ร้อนเกินไป
don't find it hot.  
   
1:21 I do. กรุณาอย่าถ่ายรูปนะครับ
   
1:28 Please don't  
take photographs.  
   
1:36 May we go on with what ขอให้เราพูดกันต่อ
we were talking about ในเรื่องที่ได้พูดไว้ที่นี่...
   
1:41 the last two times ...เมื่อสองครั้งที่แล้วนะครับ
that we met here?  
   
1:52 We were saying เราพูดไว้ใช่ไหม...
- weren't we? -  
   
1:57 that we must ...ว่าเราต้องคิดร่วมกัน
think together, ไม่ใช่ว่าคิดอะไร แต่คิดอย่างไร
   
2:03 not what to think,  
   
2:08 but how to think.  
   
2:12 And we are, และอย่างที่เคยพูดไว้แล้ว
as we said previously, ว่าเรากำลังเดินทางร่วมกัน...
   
2:17 that we are taking ...ทั้งยังมีส่วนร่วมในปัญหา...
a journey together,  
   
2:20 sharing the problems,  
   
2:24 the various incidents and ...และอุบัติการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
happenings in our daily life. ในชีวิตประจำวันด้วยกัน
   
2:32 And we are และเราก็ไม่สนใจในทฤษฎี
not concerned หรือความน่าจะเป็น...
   
2:38 with theories,  
   
2:41 probabilities, ...หรือข้อสมมติต่างๆ...
suppositions,  
   
2:46 but with what is ...แต่สนใจกับ
actually going on. สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่จริง
   
2:52 The word 'actual' means คำว่า 'จริง' หมายความว่า
that which is happening, สิ่งนั้นกำลังเกิดขึ้น ณ ขณะนี้...
   
2:56 happening now,  
   
2:58 not only externally, ...ไม่เฉพาะที่เกิดขึ้นภายนอก
outside of us, ตัวเราเท่านั้น
   
3:03 but also inwardly. แต่รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
  ภายในจิตใจเราด้วย
   
3:09 And we said, และได้กล่าวไว้ว่า เราจะตรวจสอบ
one can have ภายในจิตใจได้อย่างถูกต้อง...
   
3:16 correct examination  
inwardly,  
   
3:22 only when we ...ต่อเมื่อเราเข้าใจ
understand สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นภายนอกเท่านั้น...
   
3:24 what is happening  
outwardly,  
   
3:28 because one can deceive ...เพราะในการตรวจสอบตัวเรา
oneself enormously, ทัศนคติของเราและอคติของเรา...
   
3:37 examining ourselves, ...เราสามารถหลอกตัวเอง
  ได้อย่างมโหฬาร
   
3:40 our attitudes,  
our prejudices.  
   
3:43 But if we approach it แต่ถ้าเราตั้งต้นจากโลกภายนอก
from the outward world, เข้าสู่โลกภายใน...
   
3:50 then perhaps ...แล้วบางทีเราอาจจะสังเกตเห็น
we shall have ตัวเองได้แจ่มแจ้ง
   
3:54 clear observation  
of ourselves.  
   
3:57 We said also, that the เราพูดกันด้วยว่า
society in which we live สังคมที่เราอาศัยอยู่นี้...
   
4:02 is created by us,  
   
4:05 by every human being, ...มนุษย์เราสร้างขึ้นมาเอง
  ไม่ได้เกิดจากประกาศิตของผู้วิเศษ
   
4:09 not by some  
divine edict.  
   
4:14 The society in สังคมซึ่งเรามีชีวิตอยู่นี้
which we live เป็นการแสดงออกของความโลภของเรา...
   
4:16 is the expression of  
our greed, our ambition,  
   
4:20 our sense for power, ...ความทะเยอทะยานของเรา
violence, and so on. การมุ่งหวังอำนาจ ความรุนแรงและอื่นๆ
   
4:28 So, this บ่ายวันนี้ผมใคร่ขอให้ร่วมพูดคุยกัน
afternoon, if I may, เกี่ยวกับเรื่องกาลเวลา...
   
4:35 I would like - sharing  
together, of course -  
   
4:41 to talk about ...ร่วมตรวจสอบธรรมชาติ
time, ของวัฒนธรรมและจารีตประเพณี
   
4:47 to investigate the  
nature of culture  
   
4:54 and tradition.  
   
5:02 And also we pointed และหากคุณไม่รังเกียจที่ผมพูดซ้ำ
out the other day, เมื่อวันก่อนเราได้ชี้ให้เห็นว่า...
   
5:04 if you don't mind my  
repeating it again,  
   
5:12 that this is a serious ...นี่เป็นการชุมนุมพบปะที่จริงจัง...
meeting, gathering.  
   
5:17 I mean by that คำว่า 'จริงจัง' หมายถึง มีน้ำหนัก
word 'serious' หนัก - ไม่ใช่ผิวเผิน...
   
5:21 - weighty, heavy,  
not casual,  
   
5:30 not something that you come ...ไม่ใช่บางสิ่งซึ่งคุณทำ
  ในตอนเย็นวันที่อากาศสบายๆ...
   
5:33 of an evening, a  
pleasant evening,  
   
5:35 sit under trees and ...มานั่งใต้ต้นไม้ ฟังการสนทนา...
listen to a talk,  
   
5:38 but rather  
   
5:40 that we are sharing ...แต่เรามาตรวจสอบร่วมกัน
together our investigation.  
   
5:48 Our concern, as we ดังที่เคยชี้ให้เห็น
pointed out the other day, เมื่อวันก่อนแล้วว่า...
   
5:53 is that our society ...สิ่งที่เราสนใจก็คือสังคมของเรา
is so corrupt, ซึ่งเต็มไปด้วยการฉ้อฉล...
   
6:00 so dangerously violent, ...ความรุนแรงอยู่ในขั้นอันตราย
  เหลือเกินและอื่นๆ...
   
6:04 and all the rest of it.  
   
6:07 Unless every human being, ...นอกเสียจากมนุษย์เราแต่ละคน...
   
6:10 each one of us  
radically,  
   
6:13 psychologically brings ...จะทำให้เกิดการปฏิวัติ
about a revolution in himself, ในจิตใจตนเองจนถึงรากเหง้า...
   
6:18 then there is ...มิฉะนั้นแล้วการเปลี่ยนแปลงในโลก
no possibility จะเป็นไปไม่ได้เลย
   
6:20 of bringing about a  
change in the world.  
   
6:25 That's what we talked about. นั่นคือสิ่งที่เราได้พูดไปแล้ว
Perhaps you may remember it. บางทีคุณอาจจะจำได้
   
6:40 With what we are talking คุณอาจจะไม่เห็นด้วยหรือเห็นด้วย
about you may not agree, ในสิ่งที่เรากำลังพูดถึง...
   
6:48 or you may agree: ...การเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย
  ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
   
6:51 agreement or disagreement  
is irrelevant.  
   
6:58 We are not dealing เราไม่ได้สนใจกับความเห็น
with opinions, แนวความคิด หรือปรัชญาที่คาดเดา
   
7:02 ideas,  
   
7:05 or speculative  
philosophy.  
   
7:11 We are dealing เราสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ
  ในชีวิตแต่ละวันของเรา...
   
7:13 with what is actually  
going on in our daily life,  
   
7:19 because as we ...ก็อย่างที่ได้ชี้แจงไปแล้ว...
pointed out again,  
   
7:21 we must begin near ...เพราะเราต้องเริ่มต้นจากใกล้
to go very far. เพื่อไปให้ไกล
   
7:26 But most of us start แต่พวกเราส่วนใหญ่
with theories, มักเริ่มต้นด้วยทฤษฎีต่างๆ...
   
7:30 abstractions ...หรือด้วยนามธรรม
that are very far ซึ่งเป็นสิ่งที่ไกลตัวมาก
   
7:33 and therefore ฉะนั้นจึงไม่มีคุณค่า
valueless, irrelevant. และไม่เกี่ยวข้องกันเลย
   
7:40 So I hope, that we are ดังนั้นผมหวังว่าในประเด็นนี้
clear on this point, เราเข้าใจกันดีแล้ว...
   
7:46 that we are not ...ว่าเราไม่สนใจเกี่ยวกับปรัชญา...
concerned with philosophy,  
   
7:51 philosophy being, as ...ซึ่งในปัจจุบันเข้าใจกันว่า...
it is understood now:  
   
7:55 a series of suppositions, ...ปรัชญาคือเรื่องราวของสมมติฐาน
  ทฤษฎี แนวความคิดและข้อสรุปต่างๆ
   
7:58 theories, concepts,  
conclusions.  
   
8:02 The word actually means คำๆ นี้แท้จริงแล้วหมายถึง
  ความรักในชีวิต ความรักในสัจธรรม
   
8:06 the love of life,  
the love of truth.  
   
8:23 So, first, ดังนั้นก่อนอื่น...
   
8:30 why have human beings ...เหตุใดมนุษย์ทั่วทั้งโลก
throughout the world, จึงยึดติดอยู่ในจารีต...
   
8:36 being caught ...ไม่ว่าจะเป็นจารีต
up in tradition, ที่มีอายุขัยเพียงหนึ่งวัน...
   
8:41 whether it is the  
tradition of a day,  
   
8:46 or a week, ...หนึ่งสัปดาห์ หรือสามพันปีก็ตาม
   
8:48 or three thousand years.  
   
8:51 Why? เป็นเพราะอะไร
   
8:54 The very word 'tradition' คำว่า 'จารีตประเพณี' หมายถึง...
   
8:57 means, doesn't it,  
   
9:00 something handed down ...สิ่งที่สืบทอดจากคนรุ่นหนึ่ง
  ไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่งใช่ไหม
   
9:02 from generation  
to generation.  
   
9:07 And also the word ตามนิรุกติศาสตร์ คำๆ นี้ยังหมายถึง
etymologically means การทรยศหักหลังหรือการกบฏอีกด้วย
   
9:11 betrayal, treason.  
   
9:19 And this tradition, และจารีตซึ่งส่งต่อกัน
  จากคนรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่งได้แก่...
   
9:26 which is to hand over,  
   
9:29 from generation  
to generation,  
   
9:32 certain values, ...ค่านิยม ความเชื่อ อุดมการณ์
  พิธีกรรม แนวความคิดและข้อสรุปต่างๆ
   
9:38 certain beliefs,  
   
9:41 ideals, rituals,  
   
9:45 concepts, conclusions.  
   
9:49 This has been going นี่เป็นสิ่งที่ดำเนินอยู่ และสืบทอด
on, handed down ต่อๆ กันมาศตวรรษแล้วศตวรรษเล่า
   
9:52 for century  
upon century.  
   
9:58 And like ดุจรถบดถนน
a steam-roller ที่บดทับมนุษย์ด้วยค่านิยม...
   
10:03 flattening  
the human being  
   
10:07 with these values, ...ด้วยข้อสรุปต่างๆ และอื่นๆ
conclusions, and so on.  
   
10:14 And when those และเมื่อค่านิยม ข้อสรุป
values, conclusions, แนวความคิด หลักการต่าง และอื่นๆ...
   
10:22 concepts,  
principles, and so on,  
   
10:26 have been thrown aside, ...ถูกยกเลิกหรือละทิ้ง
as it is happening now, อย่างที่กำลังเป็นอยู่ขณะนี้...
   
10:31 we are back to ...เราจึงกลับมาตั้งต้นที่เดิมอีก
where we started.  
   
10:34 We are violent, greedy, นั่นคือเราเป็นมนุษย์ที่รุนแรง...
   
10:37 anxious, insecure,  
   
10:40 uncertain, confused ...ตะกละ ขี้กังวล หวั่นไหว
human beings. โลเลและสับสน
   
10:43 That's what is นั่นคือสิ่งที่กำลังเป็นอยู่จริงๆ
going on, actually.  
   
10:47 Right? ถูกต้องไหม
   
10:49 Since tradition held human เนื่องจากจารีตประเพณี
beings along a certain groove, ยึดมนุษย์ให้อยู่กับร่องกับรอย...
   
10:55 and when those traditions ...แต่เมื่อจารีตเหล่านั้น
are thrown overboard, ถูกทิ้งขว้างไปอย่างที่เป็นอยู่นี้...
   
10:58 as they are being ...เราจึงกลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีก
done now,  
   
11:07 we are where  
we started.  
   
11:10 Perhaps we have more บางที่เราอาจจะมีความสะดวกสบาย
  มากขึ้น มีห้องน้ำมากกว่าเดิม...
   
11:13 comfort,  
more bathrooms,  
   
11:16 and more way  
of driving cars,  
   
11:19 and transportation, and ...มียวดยาน มีการคมนาคม
communications, and so on. และการติดต่อสื่อสารกว้างขวางเพิ่มขึ้น
   
11:23 But as human beings แต่มนุษย์เรายังเป็นทุกข์
   
11:28 we suffer,  
   
11:31 we are envious,  
   
11:35 we are violent, เราอิจฉาริษยา เรารุนแรง
  เต็มไปด้วยความกลัวมหาศาล...
   
11:40 there is a great  
deal of fear,  
   
11:45 utterly insecure. ...ขาดความหนักแน่นมั่นคงอย่างยิ่ง
   
11:47 The world is becoming โลกกลายเป็นที่อันตราย
more and more dangerous. มากยิ่งขึ้นทุกที
   
11:51 This is all a fact. ทั้งหมดนี้เป็นความจริง
   
12:00 And this tradition และจารีตยังหมายถึงกระบวนการ
  แห่งวิวัฒนาการไม่ใช่หรือ...
   
12:05 implies,  
does it not,  
   
12:10 a process of evolution,  
   
12:20 from the wheel ...วิวัฒน์จากกงล้อ
to the jet plane, ไปสู่เครื่องบินไอพ่น...
   
12:24 there has been  
evolution,  
   
12:30 taken many, many, ...เป็นวิวัฒนาการ
many centuries ซึ่งอาศัยเวลานานหลายๆ ศตวรรษ
   
12:34 from the wheel to  
come to the jet.  
   
12:46 And in this tradition, และในจารีตประเพณีนี้
  มีสิ่งที่เรียกว่า วัฒนธรรม
   
12:52 there is  
so-called culture.  
   
13:00 Culture, the word implies, คำว่า 'วัฒนธรรม' หมายถึง
  การทำให้เจริญ ความงอกงาม...
   
13:03 to cultivate, to grow,  
   
13:07 to blossom, to flower ...การผลิบาน ความเบิกบานในจิตใจ
  และหัวใจของมนุษย์
   
13:12 - the human mind as  
well as the human heart.  
   
13:25 And as human beings living และในฐานะที่เป็นมนุษย์
in a certain tradition, ดำรงชีวิตอยู่กับจารีตประเพณีบางอย่าง...
   
13:29 have we flowered morally, ...เราผลิบานด้านศีลธรรมกันบ้างไหม
   
13:34 perhaps intellectually บางทีด้านปัญญานึกคิด
we have, more or less, เราอาจจะดีขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย...
   
13:40 that is, we spin ...นั่นคือเราถักทอคำพูดมากมาย...
a lot of words,  
   
13:43 theories, ...สร้างทฤษฎี หลักการ
principles, ideals, อุดมการณ์ต่างๆ มากมาย...
   
13:47 and try to live up ...และพยายามมีชีวิต
to them, ไปตามสิ่งเหล่านี้ให้ได้...
   
13:50 which are all an ...แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียง
intellectual process. กระบวนการทางปัญญาขบคิด
   
13:57 Culture, as we ดังที่ได้ชี้ให้เห็นว่า วัฒนธรรม
pointed out, implies หมายถึง อิสรภาพของมนุษย์...
   
14:05 the freedom of man,  
   
14:08 not to be steam-rolled  
   
14:10 by centuries ...ที่พ้นจากการบดทับของจารีต
of tradition, ซึ่งสั่งสมมาหลายศตวรรษ...
   
14:15 and in that there can be ...และในจารีตย่อมไม่มีวัฒนธรรม
no culture.  
   
14:21 That is obvious. นั่นเห็นได้ชัดเจน
   
14:23 When a mind is เมื่อจิตใจยังคล้อยตามจารีต
following tradition, พิธีกรรม และทำอะไรทำนองนั้นอยู่...
   
14:25 rituals, all  
the rest of it,  
   
14:28 in that there can be no ...ในสภาวะเช่นนั้น...
possibility of human mind,  
   
14:35 and human heart ...จิตใจและหัวใจของมนุษย์
  ย่อมไม่มีโอกาสจะเบ่งบาน...
   
14:37 growing, developing,  
   
14:44 you know all ...เติบโตและพัฒนาได้
the rest of it. คุณก็รู้ดี
   
14:46 Technologically, we have ในด้านเทคโนโลยี
advanced tremendously. เราก้าวหน้าไปอย่างมหาศาล
   
14:52 That is based on the ซึ่งสิ่งเหล่านี้อยู่บนพื้นฐาน
accumulation of knowledge. ของการสะสมความรู้
   
14:58 But morally, แต่ด้านศีลธรรม
so-called spiritually, หรือเรียกว่าทางจิตวิญญาณ...
   
15:04 we are almost ...เราแทบจะเหมือน
savages, คนป่าเถื่อนที่ดุร้าย...
   
15:07 with a lot of  
superstition,  
   
15:13 ideals, principles ...เต็มไปด้วยความงมงาย
  อุดมการณ์ และหลักการต่างๆ...
   
15:16 which have no ...ซึ่งไม่มีความหมายอะไรเลย
meaning whatsoever.  
   
15:21 Right? That is the ถูกต้องไหม
state our daily life is.  
   
15:22   นั่นคือสภาพชีวิตประจำวันของเรา
   
15:26 Technologically ส่วนด้านเทคโนโลยีแล้ว
we are excellent, เรายอดเยี่ยม
   
15:28 at least we try to be. หรืออย่างน้อย
  เราก็พยายามจะเป็นอย่างนั้น
   
15:32 And we have never แต่เราไม่เคยท้าทายตัวเราเอง...
challenged ourselves  
   
15:38 whether it is ...ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่เรา
possible to live จะดำรงชีวิตอย่างมีจริยธรรมสูงสุด
   
15:41 ethically  
at its highest.  
   
15:48 And when one sees what is happening และเมื่อเราเห็นว่า
in the world and in ourselves, อะไรกำลังเกิดขึ้นในโลกและในตัวเรา...
   
15:55 that is our ...นั่นเป็นความท้าทาย
greatest challenge, อันยิ่งใหญ่ของเรา...
   
16:01 that we, each individual,  
each human being,  
   
16:09 cultivate in freedom. ...ที่มนุษย์เราแต่ละคน
  จะเจริญงอกงามด้วยอิสรภาพ
   
16:31 Is freedom a matter อิสรภาพขึ้นอยู่กับกาลเวลาหรือ
of time?  
   
16:40 Time being division กาลเวลาคือการเคลื่อนไหว
in movement. ที่มีการแบ่งแยก
   
16:52 Time is movement. กาลเวลาคือการเคลื่อนไหว
  นี่ชัดเจน
   
16:54 Obviously.  
   
16:56 And in that movement และในการเคลื่อนไหวนั้น
there is division,  
   
17:00 as yesterday, กระแสนั้นมีการแบ่งแยก
today and tomorrow. ออกเป็นเมื่อวานนี้ วันนี้และพรุ่งนี้
   
17:07 The yesterday เมื่อวานนี้มาบรรจบกับปัจจุบัน...
meeting the present,  
   
17:11 modifying itself and ...ปรับแต่งตัวมันเอง
proceeding to the future. แล้วเคลื่อนเข้าสู่อนาคต
   
17:16 This is the นี่คือการเคลื่อนไหวของกาลเวลา
movement of time, ซึ่งมีการแบ่งแยกอยู่
   
17:21 in which there is  
division.  
   
17:27 To get from here to there, การเคลื่อนจากที่นี่
it takes time. ไปสู่ที่นั่นต้องใช้เวลา
   
17:35 From the wheel to the จากกงล้อไปเป็นเครื่องบินไอพ่น
jet has taken centuries. ก็ใช้เวลาหลายศตวรรษ
   
17:40 Time. กาลเวลา
   
17:43 So, there are two กาลเวลามีอยู่สองชนิด...
different kinds of time:  
   
17:52 the biological time ...คือเวลาทางชีวภาพ
  และเวลาทางจิตใจ
   
17:59 and psychological time.  
   
18:05 The time that a child การที่เด็กคนหนึ่งเติบโตเป็นวัยรุ่น
through adolescence  
   
18:11 grows up to be แล้วเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว
a man, and so on, ใช้เวลาหลายปี...
   
18:13 that takes time, years,  
   
18:18 like a seed, planted, ...เหมือนกับเมล็ดพืช
  ที่ต้องใช้กาลเวลา...
   
18:19 takes time to ...กว่าจะเจริญเติบโต
become a tree. กลายเป็นต้นไม้ใหญ่
   
18:24 And we are questioning แต่ขอถามว่า
  กาลเวลาทางจิตใจมีอยู่จริงๆ หรือ
   
18:27 whether there is  
psychological time at all.  
   
18:31 That is, psychological นั่นหมายถึงวิวัฒนาการในทางจิตใจ
evolution,  
   
18:41 that is, to หมายถึงการกลายเป็นนั่นกลายเป็นนี่
become, or to be.  
   
18:50 I hope we are communicating ผมหวังว่าเราต่างก็เข้าใจกันนะ
with each other.  
   
18:54 I think this is rather important ผมคิดว่ามันสำคัญทีเดียว
that we understand this question ที่เราจะต้องเข้าใจคำถามนี้...
   
19:00 that time ...ถ้าคุณลองคิดดูจะเห็นว่า
  กาลเวลาเป็นสิ่งที่พิเศษจริงๆ...
   
19:06 - it is really quite extraordinary  
if you come to think of it -  
   
19:13 we have depended ...เราพึ่งพิงกาลเวลา...
on time,  
   
19:16 we thought  
   
19:17 our whole human progress ...เราคิดว่าความก้าวหน้าของมนุษย์
is a development in time. ทั้งหมดนั้นเป็นพัฒนาการในกาลเวลา
   
19:28 We have achieved เราประสบความสำเร็จด้านเทคโนโลยี
technologically อย่างยอดเยี่ยมและยิ่งใหญ่มากมาย...
   
19:30 great varieties  
of excellence,  
   
19:36 and to achieve ...และกว่าจะประสบผลสำเร็จเช่นนั้นได้
that one has to have เราต้องใช้เวลามหาศาล
   
19:38 an enormous amount  
of time.  
   
19:41 All accumulation of การสะสมความรู้ทุกๆ อย่าง
knowledge is time. เป็นเรื่องของกาลเวลา
   
19:50 And we are asking แต่เราขอถามว่า
  กาลเวลาทางจิตใจมีอยู่หรือไม่...
   
19:52 whether there is  
psychological time at all,  
   
19:58 that is, psychological ...นั่นคือถามว่า
evolution. วิวัฒนาการทางจิตใจมีอยู่หรือ
   
20:06 That is, 'I will นั่นคือฉันจะเป็นอะไรบางอย่าง
be something, ฉันจะบรรลุถึงความดีงาม
   
20:12 I will achieve  
goodness.'  
   
20:16 That is, the very word คำว่า 'บรรลุถึง'
'achieve' implies time: แสดงนัยแห่งกาลเวลา..
   
20:26 'I am not this but ...ในความหมายว่า
I will be that,' ตอนนี้ฉันไม่ได้เป็นอย่างนี้...
   
20:30 both in the business ...แต่ฉันจะเป็นอย่างนั้นให้ได้...
world  
   
20:36 as well as in the so-called ...ซึ่งเป็นได้ทั้งในโลกธุรกิจ
world of the spirit, mind. และโลกแห่งจิตวิญญาณ
   
20:46 Is it that we have seen หรือจะเป็นเพราะเมื่อเราได้เห็น
  เมล็ดพืชเติบโตขึ้นเป็นต้นไม้...
   
20:51 a seed grow into a tree  
   
20:55 and have accepted that ...แล้วพากันยอมรับว่า
  กระบวนการเจริญเติบโตนั้นต้องใช้เวลา...
   
20:57 as a process of  
growth in time  
   
21:01 and therefore move  
with that concept,  
   
21:05 with that understanding ...เพราะฉะนั้นเราจึงนำเอา
  แนวความคิดและความเข้าใจอย่างนั้น...
   
21:07 into the psychological ...มาใช้กับเรื่องทางจิตใจด้วย
field? ใช่หรือไม่
   
21:11 You are following คุณเข้าใจเรื่องทั้งหมดนี้ไหม
all this?  
   
21:13 Psychologically we ในทางจิตใจเราคิดว่า
think we are growing, เรากำลังเติบโต หรือกำลังพัฒนา...
   
21:17 we are developing,  
   
21:19 we will become ...หรือเราจะได้เป็นอะไรบางอย่าง...
something,  
   
21:23 and we are questioning ...แต่ทว่าเรากำลังตั้งข้อสงสัย
that very concept, ในแนวความคิดเช่นนั้น ข้อสรุปอย่างนั้น
   
21:29 very idea, very feeling และสงสัยในความรู้สึกที่ว่า
that we will be. เราจะได้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้
   
21:35 Right? ถูกต้องไหม
   
21:39 All organisations องค์กรทั้งหลาย
are based on this, ตั้งอยู่บนแนวความคิดนี้...
   
21:45 both worldly as well ...ไม่ว่าจะเป็นองค์กรทางโลก
as so-called religious: หรือองค์กรที่เรียกกันว่าทางศาสนา...
   
21:53 give me time, I will ...ซึ่งบอกว่า ให้เวลาฉัน...
achieve enlightenment  
   
21:59 through practice, ...แล้วฉันจะบรรลุธรรม
through systems, ด้วยการปฎิบัติหรือโดยระบบ...
   
22:01 through mechanical ...หรือโดยกระบวนการที่เป็นกลไก...
processes  
   
22:04 - which you achieve ...ซึ่งทำให้คุณประสบความสำเร็จ
in the world, ในทางโลกมาแล้ว...
   
22:06 in the mechanical world -  
   
22:08 you apply the ...คุณจึงนำเอา
same attitude, ทัศนคติอย่างเดียวกัน...
   
22:11 the same approach, ...และวิธีการอย่างเดียวกัน
  มาใช้กับเรื่องจิตใจ
   
22:13 or come with the same  
approach to the psyche.  
   
22:18 Right? ใช่ไหม
   
22:29 There is no psychological ทว่าวิวัฒนาการทางจิตใจไม่มีหรอก
evolution at all.  
   
22:41 Right? ใช่ไหม
   
22:43 Please, don't accept กรุณาอย่ายอมรับหรือปฎิเสธ
what is being said, สิ่งที่พูดนี้ แต่ขอให้ฟังดูก่อน
   
22:49 or deny,  
but listen first.  
   
22:54 You may have คุณอาจจะมีความเห็นของคุณเอง
your own opinions, มีข้อสรุป มีความเชื่อ...
   
22:56 your own conclusions,  
your own beliefs,  
   
22:58 your own way of approaching ...มีแนวทางการแก้ไขปัญหา
  เรื่องกาลเวลาในหนทางของคุณเอง...
   
23:02 the problem of time,  
   
23:04 but since you have taken ...แต่เมื่อคุณยอมลำบาก
the trouble to come here, มาถึงที่นี่กันแล้ว...
   
23:08 obviously you have to listen to ...แน่นอน คุณก็ต้องฟัง
what the other fellow has to say. สิ่งที่คนอื่นจำต้องพูด
   
23:14 Listen, ขอให้ฟัง แต่ไม่ใช่ฟังผ่านๆ...
not casually listen,  
   
23:19 or listening interject ...หรือฟังโดยสอดแทรก
your own opinions, ความคิดเห็นของคุณ...
   
23:23 your own comparative ...หรือเปรียบเทียบ
values, and so on. กับค่านิยมของคุณเองและอื่นๆ
   
23:26 Just listen. ขอเพียงแค่ฟังเท่านั้น
   
23:29 And then after เมื่อฟังแล้วคุณจึงจะเริ่มต้นตรวจสอบ
having listened,  
   
23:32 you can begin  
to examine.  
   
23:35 But you cannot examine คุณไม่สามารถตรวจสอบก่อนที่จะได้ฟัง
before you have listened.  
   
23:41 That implies นั่นหมายถึงการให้ความใส่ใจ
giving attention, ไม่ใช่ใส่ใจแต่เพียงบางส่วน...
   
23:47 not partial attention,  
   
23:49 attending one minute  
or a few minutes,  
   
23:51 and then thinking ...เพียงหนึ่งหรือสองสามนาที
about something else. แล้วก็คิดไปเรื่องอื่น
   
23:56 Right? ถูกไหม
   
23:57 Which implies, ซึ่งหมายความว่า
attention needs freedom. ในการใส่ใจต้องมีอิสรภาพ
   
24:05 Because if you เพราะถ้าคุณจะตรวจสอบ
are investigating คุณต้องมีอิสระที่จะสังเกต
   
24:09 there must be  
freedom to observe.  
   
24:16 Right? ใช่ไหม
   
24:19 We are actually ผมหวังว่า
doing this, I hope, เรากำลังทำอย่างนี้อยู่จริงๆ...
   
24:21 not accepting  
what is being said  
   
24:24 and turning it into ...คุณคงจะไม่ยอมรับในสิ่งที่กำลังพูด
a theory, or an idea, แล้วทำให้เป็นทฤษฎี...
   
24:29 but you are ...หรือเป็นแนวความคิด
actually listening อย่างใดอย่างหนึ่ง...
   
24:32 to find out for yourself ...แต่คุณตั้งใจฟังอยู่จริงๆ
  เพื่อค้นหาด้วยตัวคุณเอง...
   
24:37 whether evolution, ...ว่าวิวัฒนาการหรือการค่อยๆ
  เติบโตทีละเล็กทีละน้อยในทางจิตใจนั้น...
   
24:41 gradual growth,  
   
24:45 psychologically ...มีอยู่จริงๆ หรือไม่...
exists or not,  
   
24:53 and if it is not, ...และถ้าหากมันไม่มีอยู่จริง
  แล้วเราจะจัดการกับปัญหาอย่างไร
   
24:55 then how do we  
deal with a problem  
   
25:00 - you understand? - คุณเข้าใจไหม
   
25:02 with a reaction,  
   
25:05 with, say, for เราจะจัดการกับปฎิกิริยาตอบสนอง
example, with fear? อย่างเช่น ความกลัวอย่างไร
   
25:10 You are following คุณตามทันไหม
all this?  
   
25:12 We must be very เราจะต้องชัดเจนในเรื่องนี้
clear in this matter.  
   
25:24 Time is fear. กาลเวลาคือความกลัว
   
25:33 Time is pleasure. กาลเวลาคือความสุขเพลิดเพลิน
   
25:37 Time is sorrow. กาลเวลาคือความทุกข์โศก
   
25:44 And is love involved แล้วความรักเกี่ยวข้อง
in time? กับกาลเวลาด้วยหรือ
   
25:57 You are following ที่พูดมาทั้งหมดนี้คุณตามทันไหม
all this?  
   
26:09 We are denying ตั้งแต่ต้นจวบจนกระทั่งบัดนี้...
   
26:13 the total  
acceptance up to now  
   
26:19 of psychological ...เรายังไม่ยอมรับว่า
evolution altogether. มีวิวัฒนาการทางจิตใจ
   
26:27 So we are going ดังนั้นเราจึงจะตรวจสอบในเรื่องนี้กัน
to examine that.  
   
26:31 There is no need to examine ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้อง
  ตรวจสอบเรื่องของกงล้อและเครื่องบินไอพ่น
   
26:33 the wheel and the jet.  
   
26:35 That's fairly clear, เพราะเรื่องนั้นกระจ่างและเห็นได้ชัด
   
26:38 that's obvious.  
   
26:40 Whole science is based on วิทยาศาสตร์ทั้งปวง
the accumulation of knowledge. มีพื้นฐานมาจากการสั่งสมความรู้
   
26:45 And not being burdened ในเมื่อคุณไม่ได้แบกความรู้นั้นไว้...
with that knowledge,  
   
26:51 you examine more and ...คุณก็ตรวจสอบได้มากขึ้น
acquire more knowledge, และเก็บเกี่ยวความรู้เพิ่มมากขึ้น...
   
26:55 and you are all the time  
   
26:57 adding more, and more, ...และคุณก็เพิ่มพูนความรู้
and more knowledge ซึ่งก็คืออดีตอยู่ตลอดเวลา
   
27:04 - knowledge being the past.  
   
27:08 Now, we are asking: เอาล่ะเราขอถามว่า...
   
27:20 is time necessary, ...กาลเวลาซึ่งก็คือการเคลื่อนไหว
  ที่มีการแบ่งแยก เป็นสิ่งจำเป็นหรือ
   
27:22 time being movement  
in division?  
   
27:27 Right? ใช่ไหม
   
27:29 Please understand กรุณาทำความเข้าใจในเรื่องนี้
this carefully. อย่างรอบคอบระมัดระวัง
   
27:32 Time is movement กาลเวลาคือการเคลื่อนไหวที่มี
with divisions: การแบ่งแยก เป็นวานนี้ วันนี้ พรุงนี้...
   
27:36 yesterday, today,  
tomorrow,  
   
27:39 or time immemorial, ...หรือกาลเวลาตั้งแต่ก่อนปฐมกาล
  กาลเวลาซึ่งไร้จุดเริ่มต้น...
   
27:43 time which has  
no beginning,  
   
27:47 and time that may end. ...และกาลเวลาที่อาจจะสิ้นสุดลง
   
27:58 Eternity is out of time, ความเป็นนิรันดร์อยู่เหนือกาลเวลา...
   
28:05 that which has a ...สิ่งใดที่มีความต่อเนื่อง
continuity is not eternal, สิ่งนั้นไม่เป็นนิรันดร์...
   
28:09 it is still part of time. ...เพราะมันยังเป็น
  ส่วนหนึ่งของกาลเวลา
   
28:12 You are following คุณตามทั้งหมดนี้ทันไหม
all this?  
   
28:19 If one observes oneself, ถ้าเราเฝ้าสังเกตดูตัวเอง
  ในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง...
   
28:23 because we as  
a human being,  
   
28:26 as a human being ...เราก็เป็นตัวแทน
  ของมนุษยชาติทั้งมวล...
   
28:28 we are the representative  
of all mankind,  
   
28:35 because we suffer, ...เพราะว่าเราเป็นทุกข์
  เราผ่านความทุกข์ทรมานมาทุกรูปแบบ...
   
28:37 we go through all  
kinds of tortures  
   
28:40 like every other ...เช่นเดียวกับมนุษย์คนอื่นๆ
human being -  
   
28:44 we are poor, ...เรายากจน เราร่ำรวย
we are rich, เราโลภ เราเป็นทุกข์...
   
28:46 we are greedy,  
we are suffering,  
   
28:48 we are lonely,  
we have no love,  
   
28:51 all that is the ...เราเหงา เราไร้รัก
rest of mankind. ทั้งหมดนั้นเกิดกับปวงมนุษยชาติ
   
28:54 So, you as a human being ดังนั้นคุณซึ่งเป็นมนุษยคนหนึ่ง
  ก็คือมนุษยชาติทั้งมวล...
   
28:57 are the rest  
of mankind  
   
29:00 which is not an ...นี่ไม่ใช่แนวความคิด
intellectual concept. ที่เกิดจากปัญญาขบคิด
   
29:06 You can turn it into an คุณอาจจะทำให้เป็น
intellectual concept, แนวคิดเช่นนั้นได้...
   
29:09 but it has ...แต่ก็จะไร้ค่าเหมือนกับ
no value then, ทฤษฎีทั่วไปๆ นั่นเอง
   
29:11 like any other theory.  
   
29:13 But if one sees แต่หากเราเห็นสัจจะของมัน
the truth of it, เห็นความเป็นจริงของมัน...
   
29:18 the actual  
reality of it,  
   
29:23 with your heart, ...เห็นด้วยหัวจิตหัวใจของคุณแล้ว...
with your mind,  
   
29:24 then a human being ...มนุษย์คนนั้นก็จะเป็นคนพิเศษ
  จริงจังและรับผิดชอบ...
   
29:28 becomes an  
extraordinary, serious  
   
29:36 committed human being, ...แต่ไม่ใช่เป็นปัจเจกชน
  เพราะเราไม่ใช่ปัจเจกชน
   
29:40 not an individual,  
   
29:44 because we're  
not individuals.  
   
29:49 Individual means ปัจเจกชน หมายถึง แบ่งแยกไม่ได้
indivisible, ไม่แตกหัก ไม่แยกเป็นส่วนๆ
   
29:55 not broken up,  
not fragmented.  
   
30:00 And most human ทว่ามนุษย์ส่วนใหญ่แบ่งแยกเป็นส่วนๆ
beings are fragmented.  
   
30:06 Right? ใช่ไหม
   
30:07 So we are not ฉะนั้นเราจึงไม่ได้เป็น
individuals at all. ปัจเจกชนกันหรอก
   
30:14 We may think, because we have เราอาจจะนึกว่าเราเป็น
a name, we have a bank account, เพราะว่าเรามีชื่อ มีบัญชีเงินฝาก...
   
30:17 or a car, or a  
wife, or a house  
   
30:20 - we call ourselves ...มีรถ มีภรรยา มีบ้าน
individuals. และเราเรียกตัวเองว่าเป็นปัจเจกชน
   
30:23 I think that is wrong ผมคิดว่านั่นเป็นการใช้คำ
usage of the word. ที่ผิดความหมายไป
   
30:27 We are human beings เราก็เหมือนมนุษย์คนอื่นในโลก...
   
30:32 like every other human  
being living in the world,  
   
30:36 with enormous problems, ...ที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยปัญหา
  สารพัดมากมายมหาศาล
   
30:39 our relationships ความสัมพันธ์ของเรา
are very complex, ก็สลับซับซ้อนอย่างยิ่ง...
   
30:45 our sorrows are ...ความทุกข์โศกของเรามีไม่สุดสิ้น
limitless, and so on. และยังประการอื่นๆ อีก
   
30:55 So, when we realise ดังนั้นเมื่อเราตระหนักรู้ว่า
that we are the world เราคือโลกและโลกก็คือเรา...
   
31:01 and the world is us  
   
31:04 - realise it, not intellectually ...ตระหนักรู้นะ
play with words - นี่ไม่ใช่การเล่นคำที่ฉลาดยอกย้อน
   
31:15 one has a tremendous เราย่อมมีความรับผิดชอบ
responsibility. อันยิ่งใหญ่เหลือเกิน
   
31:20 And that's why perhaps we และบางทีนั่นเองเป็นสาเหตุ...
avoid that responsibility  
   
31:22   ...ที่ทำให้เราหลีกเลี่ยง
  ความรับผิดชอบนั้น...
   
31:24 by calling ourselves ...โดยการเรียกตัวเองว่า
individuals. เป็นปัจเจกบุคคล
   
31:36 And being a representative ในเมื่อเป็นตัวแทน
of all mankind ของมนุษยชาติทั้งปวง...
   
31:40 - each human being is - และมนุษย์แต่ละคนเป็นเช่นนั้น...
   
31:43 and when that human being และเมื่อมนุษย์คนนั้นเปลี่ยนแปลง
  จิตใจตนเองได้อย่างสิ้นเชิง...
   
31:45 psychologically  
transforms himself,  
   
31:49 it affects the whole ...ย่อมมีผลกระทบต่อจิตสำนึก
consciousness of mankind. ทั้งหมดของมวลมนุษยชาติ
   
31:53 Please listen to all กรุณาตั้งใจฟัง อย่าเพิ่งยอมรับ
this. Don't accept it; จงมองดูมัน
   
31:55 look at it. จงตรวจสอบมัน
Examine it.  
   
32:03 And the speaker is only และนี่แหละที่ผู้พูดสนใจ
concerned with that, ไม่ได้สนใจทฤษฎีหรืออย่างอื่น
   
32:06 not with theories,  
and so on.  
   
32:09 That is, is it possible นั่นคือเป็นไปได้หรือไม่
for human beings, สำหรับมนุษย์...
   
32:16 not through ...ที่ไม่ต้องอาศัยกระบวนการ
evolutionary process, แห่งวิวัฒนาการ ไม่ต้องใช้เวลา...
   
32:20 not through time, ...แต่สามารถเปลี่ยนแปลงตนเอง
  จากรากเหง้าได้อย่างสมบรูณ์...
   
32:22 but fundamentally,  
radically,  
   
32:26 basically change, ...ชนิดถอนรากถอนโคน
totally?  
   
32:31 Because that is เพราะนั่นคือสิ่งที่ท้าทายเราอยู่
our challenge, เพราะจารีตประเพณีก็สูญหายไปแล้ว...
   
32:34 because traditions  
have gone,  
   
32:36 religions have no ...ศาสนาก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป...
meaning any more;  
   
32:39 institutions have  
their limited place  
   
32:42 but cannot possibly ...สถาบันต่างๆ มีบทบาทจำกัด
transform man; และมิอาจเปลี่ยนแปลงมนุษย์...
   
32:47 no government can ...ไม่มีรัฐบาลใด
possibly change man จะเปลี่ยนแปลงมนุษย์ได้...
   
32:51 - they may improve the ...รัฐบาลอาจจะช่วยพัฒนา
outward circumstances, สภาพแวดล้อมภายนอกได้...
   
32:55 but deeply they cannot as ...แต่ในส่วนลึกแล้วเขาทำไม่ได้
it has been shown in Russia, อย่างที่เห็นกันในรัสเซียและที่อื่นๆ
   
32:59 and all the rest of it. We don't เราไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องนั้น
have to go through all that.  
   
33:03 So, understanding all that, ดังนั้นเมื่อเข้าใจทั้งหมดนั้นแล้ว
  เราถามว่า...
   
33:09 we are asking:  
   
33:13 is there a possibility ...เป็นไปได้หรือไม่ที่มนุษย์
of transformation of man จะเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง...
   
33:22 in which time ...โดยไม่ต้องอาศัยกาลเวลา
as movement ที่มาพร้อมกับการแบ่งแยกของมัน
   
33:26 with its division  
has no place?  
   
33:30 You have understood คุณเข้าใจคำถามของผมไหม
my question?  
   
33:33 You understand  
my question?  
   
33:36 Because our whole เพราะว่าจริยธรรม ศีลธรรม...
ethical,  
   
33:39 moral and so-called spiritual ...และโลกแห่งจิตวิญญาณ
world is based on time. ทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับกาลเวลา
   
33:49 In the business world, in the โชคไม่ดีนักที่ในโลกธุรกิจ
political world unfortunately และโลกการเมือง...
   
33:54 the hierarchical ...ยังมีระบบลำดับชั้นอยู่
system exists หรือมีการจัดชั้นในสังคม
   
33:59 - the pecking order.  
   
34:02 And in the so-called world ในส่วนที่เรียกกันว่าโลกแห่งจิตใจ...
of the mind and heart  
   
34:09 we have also ...ก็มีการจัดลำดับชั้นเช่นเดียวกัน
this pecking order.  
   
34:15 This is so obvious. อันนี้ชัดเจนเหลือเกิน
   
34:18 And, is it possible ฉะนั้นเป็นไปได้หรือไม่สำหรับมนุษย์
for a human being, ที่จะเปลี่ยนแปลงจิตใจจากรากฐาน...
   
34:24 psychologically,  
   
34:28 to change fundamentally, ...โดยไม่ต้องอาศัยเวลาเลย
   
34:33 without having time  
at all?  
   
34:37 You understand, sir? คุณเข้าใจไหมครับ
   
34:41 This is a very important นี่เป็นคำถามสำคัญมาก
question to ask, ที่คุณควรจะถาม...
   
34:45 you may not ...คุณอาจจะยังหาคำตอบไม่ได้
find the answer, แต่เราก็ต้องถาม
   
34:48 but one must ask it.  
   
34:51 Right? ใช่ไหม
   
34:54 Because we have lived เพราะมนุษย์เรามีชีวิต
for a million years, อยู่บนโลกใบนี้มาเป็นล้านปี...
   
34:58 probably more or less the same, ...บางทีด้านจิตใจเรายังเหมือนเดิม
psychologically.  
   
35:04 There has been แต่มีการปฏิวัติและความก้าวหน้า
tremendous ทางเทคโนโลยีอย่างมากมายมหาศาล
   
35:07 technological  
revolution and progress.  
   
35:12 So, let us find out ดังนั้นขอให้เราค้นหาว่า...
   
35:14 if it is possible  
for a human being  
   
35:21 to be free totally ...เป็นไปได้หรือไม่
  ที่มนุษย์จะเป็นอิสระอย่างสิ้นเชิง...
   
35:24 of this idea of evolution, ...จากความคิดที่ว่าวิวัฒนาการ
psychological evolution ทางจิตใจเกี่ยวข้องกับกาลเวลา
   
35:27 which involves time.  
   
35:30 Right? ถูกไหม
   
35:33 Will you examine it, คุณจะตรวจสอบเรื่องนี้ไหม
can we examine it together? เราตรวจสอบร่วมกันได้ไหม
   
35:39 That is, ที่จารีตประเพณีของคุณบอกว่า
  'ต้องใช้เวลา'
   
35:42 your tradition  
says: take time.  
   
35:48 Right? ถูกไหม
   
35:50 Your whole คัมภีร์ตำราต่างๆ ศาสนาทั้งหลาย
scriptures, religions, และทุกสิ่งทุกอย่าง
   
35:53 everything is ทั้งหมดนั้นมีพื้นฐานมาจากกาลเวลา
based on time.  
   
35:57 Our brains work สมองของเราทำงานอยู่ในกาลเวลา
in time.  
   
36:05 We are conditioned เราเองก็ถูกครอบงำด้วยกาลเวลา...
by time,  
   
36:10 and we are  
asking a question  
   
36:12 which puts aside time, ...และเรากำลังตั้งคำถาม
  ที่ไม่ได้สนใจเรื่องกาลเวลา...
   
36:20 which denies ...และปฏิเสธวิวัฒนาการโดยสิ้นเชิง
totally evolution.  
   
36:26 Right? ใช่ไหม
   
36:27 So we are going ดังนั้นเราจะตรวจสอบดูว่า...
to investigate  
   
36:29 whether a human being ...เป็นไปได้หรือไม่ที่มนุษย์
can really bring about จะเปลี่ยนแปลงจนถึงรากเหง้าได้จริงๆ...
   
36:34 this radical change ...โดยกาลเวลา
  ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเลย
   
36:36 in which time is  
not involved at all.  
   
36:39 Right? ใช่ไหม
   
36:42 Are we meeting เรายังคุยกันรู้เรื่องหรือเปล่า
each other?  
   
36:45 Right?  
   
36:47 That is, are we sharing เรายังค้นหาร่วมกันใช่ไหม...
the thing together,  
   
36:50 are we deeply interested ...เรายังสนใจในปัญหานี้
in this question? กันจริงๆ ใช่ไหม
   
36:56 Or you are just หรือคุณเพียงแต่รอให้ผมตรวจสอบ
waiting for me สำรวจและสอบสวนมัน...
   
36:58 to examine it, explore ...แล้วคุณก็พูดว่า "ใช่แล้ว
it, investigate it, นั่นเป็นไปได้ หรือเป็นไปไม่ได้"...
   
37:03 and you say, 'Yes, that's ...หรือฉันมีความเห็นและข้อสรุป
possible, or not possible, ที่ต่างกับคุณ"
   
37:09 I have different opinions ...แล้วก็จากไป เช่นนั้นหรือ
and conclusions,' and go away.  
   
37:17 Which implies that you are really ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณไม่ได้มี
not sharing in the problem at all. ส่วนร่วมตรวจสอบปัญหาเลยแม้สักนิดเดียว
   
37:27 Because we have lived for เพราะว่าเรามีชีวิตมากกว่า
over a million years and more, หนึ่งล้านปีแล้วหรือนานกว่านั้น...
   
37:36 and we are practically ...แต่โดยพฤตินัย ภายในจิตใจ
the same as we were, เรายังคงเหมือนเดิม
   
37:40 psychologically, inwardly.  
   
37:43 Right? ใช่ไหม
   
37:49 And to reverse และถ้าหากเราจะพลิกผัน
the whole process กระบวนการทั้งหมด จะเป็นไปได้หรือไม่
   
37:56 - so is that possible?  
   
38:05 How do you examine, แล้วคุณจะตรวจสอบอย่างไร
  ในลักษณะไหน
   
38:08 in what manner,  
   
38:10 or what capacity หรือจิตใจต้องมีสมรรถนะเช่นไร...
of the mind  
   
38:13 that is capable of ...จึงจะสามารถตรวจสอบอะไรบางอย่าง
investigating something ซึ่งดูเสมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย...
   
38:17 which appears  
totally impossible,  
   
38:23 a mind which is so ...ในเมื่อจิตใจถูกครอบงำ
heavily conditioned by time, ด้วยกาลเวลาอย่างหนักหน่วง...
   
38:27 to which a new kind ...โดยกาลเวลา และมีข้อเสนอ
of proposition is put? ชนิดใหม่ยื่นเข้ามา
   
38:34 Is it capable, first of all, ก่อนอื่นจิตใจพร้อมที่จะรับฟังปัญหา
of receiving the problem, หรือรับฟังคำถามหรือไม่...
   
38:40 receiving the question,  
   
38:43 or it has been so ...หรือว่ามันถูกครอบงำอย่างหนัก
heavily conditioned แม้กระทั่งคำถามก็ไม่อาจได้ยิน
   
38:49 it is incapable  
of even hearing it?  
   
38:57 So, what is actually ดังนั้นสำหรับเราแต่ละคน
going on with each one? อันไหนล่ะที่เกิดขึ้นอยู่จริงๆ
   
39:02 Do you hear the question เมื่อคุณได้ยินคำถาม คุณทำให้มัน
  เป็นนามธรรมที่เลื่อนลอยไหม...
   
39:04 and make it into  
an abstraction,  
   
39:08 which means ...ซึ่งนั่นเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหา...
avoidance,  
   
39:11 or being so heavily ...หรือจากการที่คุณถูกครอบงำ
traditionally conditioned, อย่างหนักหน่วงโดยจารีตประเพณี...
   
39:17 you say, 'Sorry, I am ...คุณจึงพูดว่า
not going to even listen. "ขอโทษนะ ฉันไม่อยากฟัง"
   
39:19 It does not mean "มันไม่มีความหมายอะไรกับฉันเลย"
a thing to me.'  
   
39:23 Or you have the หรือว่าจิตใจของคุณมีคุณสมบัติ
quality of mind บางอย่างที่สามารถพูดว่า...
   
39:27 that says, 'Let  
us go into it  
   
39:31 - not theoretically ..."เรามาสืบค้นมันดูจริงๆ ซิ
but actually.' แต่ไม่ใช่อย่างเป็นทฤษฎี"
   
39:38 Which is, นั่นคือความกลัว...
whether fear,  
   
39:42 which is one ...ซึ่งเป็นปฏิกิริยาอย่างหนึ่ง
of the reactions ที่มีมานานตั้งแต่ดึกดำบรรพ์...
   
39:48 from timeless,  
immemorial time,  
   
39:53 whether that fear ...ความกลัวจะสิ้นสุดลงอย่างสิ้นเชิง
can totally end โดยไม่อาศัยกาลเวลาเลยได้ไหม
   
39:57 without involving  
time at all?  
   
40:01 Is that clear? แจ่มแจ้งไหม
  ถูกไหม
   
40:03 Right?  
   
40:15 Perhaps, fear is a บางทีเรื่องความกลัว
little more complex, อาจจะซับซ้อนเกินไป...
   
40:19 we will take it ...อีกสักครู่เราค่อยมาพูดถึงมัน...
up a little later.  
   
40:23 Whether a human ...การที่มนุษย์คนหนึ่งถูกทำร้าย
being from childhood, ทั้งร่างกายและจิตใจมาตั้งแต่เด็ก...
   
40:28 who has been hurt  
psychologically,  
   
40:32 both physically as ตั้งใจฟังให้ดีๆ นะ
well as psychologically  
   
40:38 - listen to it  
carefully -  
   
40:40 whether that hurt, ...ความเจ็บปวด บาดแผลภายในจิตใจ
the inward hurt, ที่แสดงออกมาภายนอก...
   
40:44 which expresses  
itself outwardly  
   
40:48 by withdrawing, ...โดยการปลีกตัว ด้วยการต่อต้าน...
by resisting,  
   
40:52 by wanting to be more ...มีความต้องการจะประทุษร้ายผู้อื่น
violent to another ให้รุนแรงยิ่งกว่า...
   
40:55 because you are hurt ...เพราะว่าตัวคุณเองถูกทำร้าย...
yourself,  
   
40:59 whether that hurt, ...จากการที่ความเจ็บปวดนั้น
which has been gathered, ถูกสะสมหมักหมมไว้...
   
41:04 which has been ...และถนอมรักษาไว้
kept cherished, จนเกือบจะเรียกได้ว่า 'รัก' มัน...
   
41:08 almost loved,  
   
41:10 whether that hurt  
   
41:12 can be totally abandoned ...ถามว่า เราสามารถปล่อยวาง
instantly ความเจ็บปวดโดยฉับพลันทันที...
   
41:16 - you understand my question? ...โดยไม่ต้องอาศัยเวลาได้หรือไม่
- without time. คุณเข้าใจคำถามของผมไหม
   
41:21 Right? ใช่ไหม
  คุณว่ามันสนุกไหม
   
41:25 You see the fun of it? มันไม่ใช่เรื่องสนุกหรอกนะ...
   
41:32 It is not fun, it is really very, ...หากคุณสืบค้นลงไปจะเห็นว่า
very serious if you go into it, มันเป็นเรื่องที่จริงจังมากทีเดียว...
   
41:36 but the very question ...แต่คำถามนี้ช่างท้าทายเหลือเกิน...
is so challenging  
   
41:41 and therefore demands your ...ฉะนั้นคุณจะต้องให้ความใส่ใจ
attention, demands your care, ความสนใจ...
   
41:44 demands your response ...และตอบสนองต่อมันอย่างเต็มเปี่ยม
totally to it.  
   
41:52 We are hurt เราถูกทำร้ายจิตใจมาตั้งแต่เด็ก...
from childhood,  
   
41:58 inwardly, psychologically, ...อย่างที่มันเจ็บลึกอยู่ข้างใน
inside the skin as it were.  
   
42:03 And the consequences of และผลที่ตามมาของความเจ็บปวดนั้น
that hurt are resistance, ก็คือการต่อต้าน...
   
42:15 building a wall ...การสร้างกำแพงล้อมรอบตัวเอง...
around oneself,  
   
42:18 a withdrawal not ...การปลีกตัวออกไปเพื่อไม่ให้ได้รับ
to be hurt more, ความเจ็บปวดมากขึ้น...
   
42:23 having always fear of ...มีความกลัวจะเจ็บปวด
getting hurt more and more. มากยิ่งขึ้นอยู่เสมอ
   
42:30 The consequences of ซึ่งมีผลตามมาเป็นความรุนแรง
that are violence, ขาดความสัมพันธ์ที่แท้จริงกับผู้อื่น...
   
42:33 having no actual  
relationship with another  
   
42:39 because you might ...เพราะคุณอาจจะเจ็บปวดได้อีก
get hurt, and so on. และอื่นๆ
   
42:41 The consequences one เราเห็นผลที่ตามมาได้กระจ่างชัด
sees very clearly.  
   
42:46 Now, can all ทีนี้ผลพวงทั้งหมดนั้น...
those consequences,  
   
42:50 which is the beginning ...ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความเจ็บปวด
of the hurt, end? จะยุติลงได้ไหม
   
42:55 To find that out ในการค้นหา
  คุณรอให้ผมตอบหรือ
   
43:01 - are you waiting  
for me to answer it? -  
   
43:07 to find that out ...ในการค้นหาและสืบค้นลึกลงไป
  ว่าความเจ็บปวดทางจิตใจคืออะไร
   
43:08 - we are going into  
it very deeply -  
   
43:17 what is hurt?  
   
43:26 You say, the 'me.' คุณบอกว่า 'ตัวฉัน'
   
43:29 The me is the image which you ตัวฉันคือมโนภาพที่คุณสร้างขึ้น
have created about yourself เกี่ยวกับตัวคุณเอง...
   
43:33 or the society ...หรือที่สังคมยัดเยียดให้แก่คุณ
has imposed on you.  
   
43:37 The society is your สังคม คือ ความสัมพันธ์
relationship with another ของคุณกับคนอื่นๆ...
   
43:39 which is your making, ...สังคมเป็นสิ่งที่คุณสร้างขึ้นมา
so don't... - you follow? คุณไม่เข้าใจหรือ
   
43:42 It is... (laughs) มันคือ...
   
43:45 So you are hurt because ดังนั้นที่คุณเจ็บปวด
you have an image. ก็เพราะคุณมีมโนภาพ
   
43:49 The image is the symbol, มโนภาพเป็นสัญลักษณ์
the idea, the name, ความคิดเห็น ชื่อ...
   
43:53 the form, the whole ...แบบแผน โครงสร้าง
structure of the psyche. ทั้งหมดของจิตใจ
   
43:58 Right? ถูกต้องไหม
   
44:00 That gets hurt, เมื่อมโนภาพบาดเจ็บ และเราได้รับ
  อิทธิพลหรือสั่งสอนมาว่า...
   
44:04 and our conditioning is to  
get over that hurt gradually,  
   
44:08 do it, go into ...ให้ค่อยๆ เอาชนะความเจ็บปวดนั้น
it, examine it, จงแก้ไข พิจารณา ตรวจสอบมัน...
   
44:11 analyse it, find the ...วิเคราะห์ หาสาเหตุและการกระทำ
cause and the action, ซึ่งทั้งหมดนั้นต้องใช้เวลา
   
44:17 which all takes time.  
   
44:20 Right? ถูกต้องไหม
   
44:27 Now, is it possible ทีนี้เป็นไปได้ไหมที่เราจะไม่มี
  มโนภาพเกี่ยวกับตนเองเลย
   
44:30 not to have an image  
about oneself at all?  
   
44:37 Then there is no hurt. แล้วก็ไม่ต้องเจ็บปวดอีกเลย
   
44:39 You understand? คุณเข้าใจไหม
   
44:45 Right? ถูกไหม
   
44:47 Is it possible? เป็นไปได้หรือไม่
   
44:51 As long as you ตราบใดที่คุณมีมโนภาพว่า
have an image คุณมีอำนาจมาก คุณเหนือกว่าผู้อื่น...
   
44:54 that you are a very  
powerful person, dominant,  
   
44:57 aggressive, beautiful, ...เป็นคนก้าวร้าว สะสวย
  มีปัญญาดี และอื่นๆ...
   
45:00 clear intellect, and  
all the rest of it,  
   
45:02 the image that one  
builds up for oneself  
   
45:05 from childhood right ...ซึ่งเป็นมโนภาพที่เราสร้างขึ้น
through old age and death - แก่ตนเองมาตั้งแต่เด็ก...
   
45:10 we are asking, ...จนกระทั่งแก่เฒ่าและตายไป
we are saying, เราขอบอกว่า...
   
45:15 as long as that image ...ตราบใดที่มโนภาพยังคงอยู่
exists, there must be hurt, ตราบนั้นก็ต้องมีความเจ็บปวด...
   
45:22 superficial or ...อาจเป็นเพียงผิวเผิน
very, very deep. หรือฝังลึก ลึกมาก
   
45:27 Right? ถูกไหม
   
45:29 Now, can that image, มโนภาพนั้นสามารถเห็น
  สัจจะของมันเองหรือไม่
   
45:32 seeing the truth of it คุณเข้าใจไหม
- you understand? -  
   
45:35 seeing that as long as you ...คือเห็นว่าตราบใดที่คุณมีมโนภาพ
have an image about yourself เกี่ยวกับตัวเอง...
   
45:40 you are bound คุณจะต้องเจ็บปวดอย่างแน่นอน
to be hurt, และผลที่ตามมาก็คือคุณจะเป็นคนรุนแรง...
   
45:43 and the consequences  
are you are violent,  
   
45:45 you become more and more dull  
because you are withdrawing,  
   
45:48 fear, and so on, so on. ...คุณจะทื่อทึบมากขึ้นเรื่อยๆ
  เพราะคุณปลีกตัว กลัว และอื่นๆ
   
45:50 Seeing all the consequences, เมื่อมองเห็นผลที่ตามมา เมื่อเห็นว่า
seeing that the image is hurt, มโนภาพนั้นคือความเจ็บปวด...
   
45:56 seeing the truth of it, not just ...เห็นความเป็นจริงของมัน...
the intellectual concept of it,  
   
46:01 the very perception is ...ไม่ใช่เข้าใจเพียงแนวความคิด
the very ending of the image. ที่มีเหตุมีผลของมัน...
   
46:08 Right? ...การรับรู้ความเป็นจริงนั้น
  เป็นจุดจบสิ้นของมโนภาพ
   
46:12 Perception. ใช่ไหม
   
46:15 So, we have to examine what ดังนั้นเราต้องตรวจสอบว่าการรับรู้
we mean by perception, seeing. หรือการเห็นนั้น เราหมายถึงอะไร
   
46:24 We see both optically, เรามองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวเรา...
visually,  
   
46:31 the things around us, ...ทั้งเห็นภาพด้วยตา
  และเรียกชื่อสิ่งเหล่านั้นด้วย...
   
46:34 and we name them  
   
46:37 because that's part of our training, ...เพราะนั่นเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกฝน
part of our conditioning: ของอิทธิพลครอบงำของเรา...
   
46:40 the moment you see this ...ในทันทีที่คุณเห็นสิ่งนี้
thing you call it a tree. คุณก็เรียกมันว่าต้นไม้
   
46:49 That is, the นั่นคือการทำงานของความรู้
action of knowledge ขณะที่มีการรับรู้เกิดขึ้น
   
46:53 operating in perception.  
   
46:56 You are following คุณตามทั้งหมดนี้ทันไหม
all this?  
   
47:01 Is there a perception มีการรับรู้ที่ปราศจากอดีต
  ซึ่งสั่งสมไว้หรือไม่
   
47:05 without the  
accumulation of the past?  
   
47:09 To observe without time. มีการเฝ้าสังเกตที่ปราศจาก
  กาลเวลาหรือไม่
   
47:12 Right?  
   
47:18 That is, นั่นคือเมื่อเราสั่งเกต
when we observe, เราไม่เพียงสังเกตด้วยตาเท่านั้น...
   
47:23 we observe not only  
visually, optically,  
   
47:29 but when we ..แต่เมื่อเราสังเกตดูตัวเราเอง
observe ourselves, คุณเคยสังเกตบ้างไหม...
   
47:32 if you have ever done ...ผมไม่ค่อยแน่ใจนะ...
it, which I doubt,  
   
47:35 most of you don't, ...แต่ผมค่อนข้างมั่นใจว่า
  พวกคุณส่วนใหญ่ไม่เคยสังเกต...
   
47:36 I am pretty sure  
   
47:38 - if you observe ...ถ้าหากคุณเฝ้าสังเกตตนเอง
yourself, จะเห็นว่า...
   
47:41 in that observation there is ...ในการสังเกตนั้นจะมีผู้สังเกต
the observer and the observed. และสิ่งที่ถูกสังเกต
   
47:45 Right? ถูกต้องไหม
   
47:49 The one who witnesses มีพยานรู้เห็นกับสิ่งที่ถูกเฝ้าดู
and the observed, ซึ่งก็คือผู้คิดกับความคิด
   
47:56 which is, the thinker  
and the thought.  
   
48:02 Right? ถูกไหม
   
48:06 The thinker ที่จริงผู้คิด ก็คือความคิด
is the thought.  
   
48:11 There is no division between จึงไม่มีการแบ่งแยก
the thinker and the thought. ระหว่างผู้คิดกับความคิด
   
48:18 This is you will คุณคงจะไม่ยอมรับเรื่องนี้
not accept this แต่กรุณาตรวจสอบดู
   
48:22 - examine it, please.  
   
48:28 The thinker is the result ผู้คิดคือผลของอุบัติการณ์
  ของความคิดจำนวนมากมายซึ่งก็คืออดีต
   
48:32 of many, many, many  
incidents of thought  
   
48:37 - right? - ถูกไหม
   
48:39 which is the past.  
   
48:45 The thinker is put ความคิดสร้างผู้คิดขึ้นมา
together by thought.  
   
48:52 So, thought ดังนั้นผู้คิดก็คือความคิด
is the thinker.  
   
48:56 Right? ถูกไหม
   
48:59 There is no division between จึงไม่มีการแบ่งแยก
the thinker and the thought. ระหว่างผู้คิดกับความคิด
   
49:05 That division is การแบ่งแยกนั้น
created by time ถูกสร้างขึ้นโดยกาลเวลา...
   
49:09 which is the ...ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหว
movement in division. ในความแบ่งแยก
   
49:14 You are getting คุณเข้าใจทั้งหมดนี้ไหมครับ
all this, sirs?  
   
49:18 No, no, madame. คุณผู้หญิงคนนั้นไม่เข้าใจ
   
49:22 Right, sir? ใช่ไหมครับ
   
49:24 At least I must see somebody อย่างน้อยที่สุดผมจะต้องเห็น
who says, 'Yes, I have got it.' ใครบางคนพูดว่าเข้าใจบ้างล่ะ
   
49:29 Q:I have got it. Questioner:ผมเข้าใจครับ
   
49:31 K:No, no, you can't get it Krishnamurti:ไม่ ไม่ใช่ คุณไม่อาจ
so quickly as that. (Laughter) จะเข้าใจได้อย่างรวดเร็วเช่นนั้น
   
49:39 You see, what we are คุณเห็นไหมว่า
trying to point out is, สิ่งที่เราพยายามชี้ให้เห็น ก็คือ...
   
49:43 our conditioning ...การที่เราถูกครอบงำ
through the millennia ให้ใช้ความพยายามมาเป็นเวลานับล้านปี...
   
49:48 has been to make ...ซึ่งเป็นความขัดแย้ง
an effort, conflict.  
   
49:54 Conflict, effort, ความขัดแย้งและความพยายาม
involves time. เกี่ยวข้องกับกาลเวลา
   
49:58 Right? Of course, ถูกต้องไหม
   
50:02 because it แน่นอน เพราะมันเป็นการแบ่งแยก
is a division in time. อยู่ในกาลเวลา
   
50:10 Right, sir? ใช่ไหมครับ
   
50:14 So there is always ดังนั้นจึงมีความขัดแย้งอยู่เสมอ
conflict, ตั้งแต่วัยเด็กจนกระทั่งเราตาย...
   
50:17 from childhood  
till we die,  
   
50:19 there is always struggle, ...มีการดิ้นรนต่อสู้อยู่เสมอ...
struggle, battle,  
   
50:25 because of this ...เพราะว่ามีการแบ่งแยก
division in time. อยู่ในกาลเวลานั่นเอง
   
50:30 Right? ถูกต้องไหม
   
50:32 I am glad there is somebody ผมดีใจที่อย่างน้อย
who is seeing with me. ก็มีบางคนที่เข้าใจเรื่องนี้
   
50:39 And is it possible ดังนั้นเป็นไปได้หรือไม่ที่จะกระทำ...
   
50:44 to act without ...โดยปราศจากความพยายาม
effort, without time? ปราศจากกาลเวลา
   
50:50 That is, to perceive, นั่นคือเมื่อเรารับรู้
  การรับรู้นั่นเองคือการกระทำ...
   
50:53 and that very  
perception is action,  
   
50:58 not idea and then ...ไม่ใช่ความคิดเห็นมาก่อน -
interval and action, แล้วมีช่องว่าง - แล้วจึงมีการกระทำ
   
51:04 which is the ซึ่งนั่นเป็นการแบ่งแยกของกาลเวลา
division of time.  
   
51:08 In that division various ในการแบ่งแยกนั้น
other incidents take place: มีเหตุการณ์อื่นๆ เกิดขึ้นหลายอย่าง
   
51:16 if I have to go ถ้าผมจะต้องออกจากที่นี่
from here to there, ไปยังที่นั่น...
   
51:19 then other things ...ในระหว่างนั้น
are happening. มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น
   
51:23 So, when there is division ดังนั้นเมื่อในกระแสของกาลเวลา
in the movement of time มีการแบ่งแยก...
   
51:28 other incidents ...เหตุการณ์อื่นๆ ก็เกิดขึ้น
take place, ซึ่งเราเรียกว่าปัญหา
   
51:33 which we call problems.  
   
51:36 I hope you are meeting ผมหวังว่าคุณคงจะเข้าใจทั้งหมดนี้
all this.  
   
51:39 Right, sir? ใช่ไหมครับ
   
51:41 We are asking:  
   
51:43 can the brain which เราถามว่า สมองที่ถูกครอบงำ
is so conditioned มานานนับล้านๆ ปีสามารถรับรู้ได้ไหม...
   
51:46 by millennia, by  
a million years,  
   
51:51 perceive, ...และการรับรู้นั่นเอง
  ที่เป็นการกระทำอันฉับพลัน
   
51:55 and that very perception  
is instant action?  
   
52:05 Because we have เนื่องจากเราไม่มีกาลเวลาแล้ว
no time.  
   
52:10 We are decaying,  
we are degenerating,  
   
52:16 we are corrupt เรากำลังผุกร่อน กำลังเสื่อมสลายลง
- right? - เราฉ้อฉล ใช่ไหม
   
52:18 and if you allow time,  
   
52:21 you become more และถ้าคุณปล่อยให้กาลเวลาเข้ามา...
and more degenerate,  
   
52:27 which is ...คุณก็จะยิ่งเสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆ
what's happening. นี่เป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
   
52:29 Which is, when you say, ซึ่งเมื่อคุณพูดว่า...
   
52:31 'I will not degenerate but ..."ฉันจะไม่เสื่อมสลาย
I will be generate,' (laughs) แต่ทว่าฉันสร้างขึ้นใหม่"...
   
52:36 you have lost it: ...คุณก็สูญเสียมันไปแล้ว
   
52:39 so, we are saying,  
   
52:45 what does it ฉะนั้นเราจึงถามว่า
mean to perceive? การรับรู้หมายถึงอะไร
   
52:51 You understand คุณเข้าใจคำถามของผมไหมครับ
my question, sir?  
   
52:53 Which is, can I มีความเป็นไปได้หรือไม่
- is there a possibility ที่ผมจะรับรู้ถึงมโนภาพ...
   
52:56 of this perception  
of the image  
   
53:01 which gets hurt, ...ซึ่งได้รับบาดเจ็บ และเห็นอันตราย
  ที่มีทั้งต่อร่างกายและจิตใจ...
   
53:03 and to see the danger,  
   
53:09 both biologically  
as well as psychologically,  
   
53:13 the danger of ...เห็นอันตรายของการมีมโนภาพ
having an image ผมสามารถเห็นมันอย่างฉับพลันได้ไหม...
   
53:17 - to see it instantly,  
   
53:19 and the very seeing is ...และการเห็นนั่นเอง คือการสิ้นสุด
the ending of the image, ของมโนภาพ ซึ่งไม่ได้ใช้เวลา
   
53:24 which doesn't  
allow time?  
   
53:26 You have got it, sir? คุณเข้าใจไหมครับ
Have you, please,  
   
53:28 intellectually even, กรุณาจับใจความให้ได้
grasped it? แม้ด้วยการขบคิด
   
53:35 So, if you have ดังนั้นหากคุณเข้าใจในคำพูด
grasped it verbally, ซึ่งเป็นกระบวนการขบคิดทางสมอง...
   
53:40 which is the  
intellectual process,  
   
53:44 and watching intellect, ...และเฝ้าสังเกตการขบคิดนั้น
what it does, the moment you have ว่ามันทำอะไรบ้าง...
   
53:47 grasped it intellectually, ...ณ ขณะที่คุณเข้าใจด้วยการขบคิด
it has already become an idea. มันก็กลายเป็นแนวความคิดไปเสียแล้ว
   
53:53 Right? ถูกต้องไหม
   
53:55 Of course. แน่นอน
   
54:00 Right, sir? ใช่ไหมครับ
   
54:01 It has already มันได้กลายเป็นแนวความคิด
become an idea. อย่างหนึ่งไปเสียแล้ว
   
54:04 Therefore, you have moved ฉะนั้นคุณได้เคลื่อนห่างออกไป
away from perception. จากการรับรู้
   
54:08 I wonder if you see this. ผมไม่แน่ใจ
  ว่าคุณจะเข้าใจสิ่งที่พูดนี้
   
54:11 Right? ใช่ไหม
   
54:13 So, perception implies ดังนั้นการรับรู้ หมายถึง
the comprehension ความเข้าใจในคำพูด ภาษา...
   
54:19 of the word,  
   
54:23 the word has a ...ประโยชน์ในคำพูดมีระดับสัมพัทธ์
relative value, (มีการเทียบเคียง)...
   
54:30 which is the understanding  
of the intellect,  
   
54:35 and being aware of that ...ซึ่งเป็นความเข้าใจ
  โดยปัญญานึกคิด...
   
54:37 and not letting it ...และเมื่อตระหนักรู้อย่างนั้น...
wander off into an idea  
   
54:41 - you follow? ...ก็ไม่ปล่อยให้มันออกนอกลู่นอกทาง
  ไปเป็นแนวความคิด - ตามทันไหม
   
54:43 And perception implies the และการรับรู้ ยังหมายถึง
operation of the intellect, การปฎิบัติการของปัญญานึกคิด...
   
54:51 the whole reactions ...โดยมีปฏิกิริยาตอบสนองทั้งหมด
  อยู่ในระดับสูงสุด...
   
54:58 at their highest level,  
   
55:01 and seeing what is exactly ...และยังเห็นว่าสัจจะอันแท้จริง
the truth of an image ของมโนภาพคืออะไร
   
55:06 - right? - เพราะฉะนั้นมโนภาพก็จบลงไปด้วย
and therefore the ending of it.  
   
55:11 Are you doing it or you คุณทำอยู่ไหม
are playing with words? หรือว่าจะแค่เล่นคำพูด
   
55:20 Please, this is... กรุณาเถิดนี่เป็น…
  คุณเข้าใจไหม
   
55:22 You understand?  
   
55:25 We are saying something เรากำลังพูดถึงอะไรบางอย่าง...
that goes totally contrary  
   
55:30 to everything that ...ที่ตรงกันข้ามกับทุกสิ่งทุกอย่าง
you have accepted. ที่คุณยอมรับกันอย่างสิ้นเชิง
   
55:43 So, what you hear, ดังนั้น อะไรที่คุณได้ยิน อย่าปล่อย
  ให้มันกลายเป็นจารีต แนวคิด...
   
55:47 don't let that  
become a tradition,  
   
55:52 then you are lost. ...มิฉะนั้นคุณจะหลงทาง
   
55:57 But whereas if แต่ถ้าคุณฟังจริงๆ เพราะว่า
you actually listen สิ่งที่เราพูดกันอยู่เป็นสัจจะ...
   
56:04 - because what we are  
saying is the truth -  
   
56:07 that as long as ...ที่ว่าตราบเท่าที่คุณยังมีมโนภาพ
you have an image ซึ่งสร้างขึ้นโดยสังคมของคุณ...
   
56:11 created by your society,  
   
56:13 by your colleges, ...โดยวิทยาลัย มหาวิทยาลัย...
universities,  
   
56:16 by your relationship with ...หรือโดยความสัมพันธ์ของคุณ
another, and so on, so on, กับผู้อื่น และอื่นๆ...
   
56:18 as long as you have ...ตราบใดที่คุณยังมีมโนภาพ
an image about yourself เกี่ยวกับตัวคุณ...
   
56:22 that image is ...มโนภาพนั้นก็จะต้องบาดเจ็บ...
going to get hurt,  
   
56:25 and that hurt expresses ...และความเจ็บปวดนั้น
itself in various forms จะสำแดงออกมาในหลายๆ ลักษณะ...
   
56:30 - trying to ...เช่น การพยายาม
dominate people, ทำตัวเหนือผู้อื่น...
   
56:32 trying to withdraw from, ...การพยายามปลีกตัว และอื่นๆ
and so on, so on, so on.  
   
56:36 Seeing, listening การเห็นหรือการได้ฟังสัจจะอย่างนั้น
to the truth of that,  
   
56:43 listening with เมื่อฟังด้วยศักยภาพทั้งหมดของคุณ...
all your capacity,  
   
56:46 your intellect, ...โดยเต็มสติปัญญา
every nerve listening, ฟังด้วยประสาททุกๆ ส่วน...
   
56:52 then that very listening  
   
56:54 is the perception ...การฟังเช่นนั้น คือ การรับรู้
and the ending of it, และการจบลงของมัน ซึ่งปราศจากกาลเวลา
   
56:58 which has no time.  
   
57:02 You understand this? คุณเข้าใจที่พูดไหมครับ
   
57:06 That is, ความรุนแรงเป็นปฏิกิริยาตอบสนอง
  อย่างหนึ่งที่สืบทอดต่อๆ กันมา...
   
57:10 violence is one of  
the inherited responses  
   
57:15 from the earliest ...จากยุคแรกสุดแห่งกาลเวลา
of times.  
   
57:19 Right? ถูกไหม
   
57:21 Man has been violent มนุษย์ก้าวร้าวรุนแรง
from timeless time. มาตั้งแต่ยังไร้กาลเวลา
   
57:30 And we have done everything และเราได้ทำทุกวิถีทาง
to be free of that violence. เพื่อเป็นอิสระจากความรุนแรงนั้น
   
57:36 We have invented เราคิดค้นหลักอหิงสา
non-violence, อันเป็นแนวความคิดที่ไม่เคยทำได้
   
57:40 an ideal which never ผู้คนตื่นเต้นกระตือรือร้น
is, it goes overboard. กันมากเกินไป
   
57:44 We have tried เราได้พยายามมาทุกๆ วิถีทาง...
every way  
   
57:47 to be gentle, to be ...เช่น เป็นคนอ่อนโยน ใจดี
kind, to be generous, เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แต่ในหัวใจของเรา...
   
57:51 and yet in our hearts,  
   
57:53 in our relationship with each ...ในความสัมพันธ์ของเรากับผู้อื่น
other we are very violent people. เรายังเป็นคนรุนแรงเหลือเกิน
   
57:59 And religions, ศาสนาต่างๆ ทั่วโลกกล่าวว่า...
religions throughout,  
   
58:02 they said, 'Try, ..."จงพยายาม จงทำงาน
work, forget yourself, จงลืมตัวเองเสีย...
   
58:08 don't be violent, ...อย่าเป็นคนรุนแรง อย่าฆ่า"...
don't kill,'  
   
58:12 but from immemorial time we ...ทว่าตั้งแต่ครั้งดึกดำบรรพ์
are still doing the same thing. จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ เราก็ยังทำเหมือนเดิม
   
58:18 So we say, it ดังนั้นเราจึงกล่าวว่ามันต้องใช้เวลา
will take time ที่จะทำให้ความรุนแรงหมดไปได้
   
58:22 to dissipate  
this violence.  
   
58:26 Such a deception, มันเป็นการหลอกลวงอย่างมโหฬาร
you follow, sir? คุณเข้าใจไหม
   
58:28 We have taken over  
a million years  
   
58:31 and we have not เราใช้เวลามากกว่าล้านปี
got rid of it, เราก็ยังกำจัดมันไม่ได้...
   
58:33 and we think in another million ...และเราคิดว่าอีกสักหนึ่งล้านปี
years we will be rid of it. ข้างหน้า เราจะกำจัดมันได้...
   
58:37 In the meantime ...แต่ในระหว่างนี้ ขอให้ฉัน
let me be violent. เป็นคนรุนแรงไปพลางๆ ก่อน
   
58:41 That is the game นั่นคือเกมที่เราเล่นกัน
we play.  
   
58:45 So, we are saying: ดังนั้นเราถามว่าเป็นไปได้หรือไม่
  ที่จะยุติความรุนแรงลงในทันทีทันใด
   
58:47 is it possible to end  
that violence instantly?  
   
58:55 That means the นั่นหมายถึง เกิดความเข้าใจว่า...
understanding  
   
58:58 that psychologically,  
inwardly,  
   
59:00 there is no time ...ในเรื่องของจิตใจภายในแล้ว
at all, กาลเวลาไม่มีอยู่เลย...
   
59:07 that you don't become. ...นั่นคือคุณจะ "ไม่มีไม่เป็น" อีก
   
59:11 You follow, sir? คุณตามทันไหมครับ
   
59:13 You don't become, คุณจะ 'ไม่มีไม่เป็น' อะไร
  คุณจะไม่บรรลุธรรม หรือตรัสรู้อีกต่อไป
   
59:15 you don't achieve  
enlightenment.  
   
59:21 Which means the whole ซึ่งนั่นหมายถึง
movement of time. กระแสแห่งกาลเวลาทั้งหมด
   
59:29 So, we are saying: ดังนั้นเราจึงกล่าวว่า
  จงเฝ้าสังเกตดูความรุนแรง..
   
59:33 observe violence,  
   
59:38 which is to be angry, ...ได้แก่ความรู้สึกโกรธ
to hate, to be jealous เกลียด อิจฉาริษยา...
   
59:41 - various forms ...และความรุนแรงลักษณะอื่นๆ...
of violence -  
   
59:45 and don't escape into  
a non-violent movement,  
   
59:53 which is the opposite. ...และจงอย่าหนีไปหาความไม่รุนแรง
  ซึ่งเป็นสิ่งตรงกันข้าม
   
59:56 So, when you observe the เมื่อคุณเฝ้าสังเกตดูความเป็นจริง
fact, there is no opposite. ก็จะไม่เกิดสิ่งตรงกันข้าม
   
1:00:02 Are you following คุณเข้าใจทั้งหมดนี้ไหม
all this?  
   
1:00:05 I observe violence เมื่อฉันเฝ้าดูความรุนแรงในตัวฉัน
in me.  
   
1:00:13 I am violent. ฉันเป็นคนรุนแรง
   
1:00:16 Why should there ทำไมจึงต้องไปคิดถึง
be non-violence? ความไม่รุนแรงด้วยเล่า
   
1:00:20 That's my conditioning. นั่นเป็นอิทธิพล
Right? ที่ครอบงำจิตใจของฉันใช่ไหม
   
1:00:23 That's my hope. นั่นเป็นความหวังของฉัน
   
1:00:25 That's my นั่นเป็นแนวคิด
intellectual concept จากปัญญานึกคิดของฉัน...
   
1:00:28 - one day I will be ...ว่าสักวันหนึ่ง
non-violent, ฉันจะไม่เป็นคนรุนแรง...
   
1:00:32 what is it, what I was หรือเป็น...อะไรก็ตาม
talking about? - violence. ผมกำลังพูดถึงอะไร
   
1:00:37 So, the fact  
of violence,  
   
1:00:42 the fact has ความเป็นจริงของความรุนแรง
no opposite. ความเป็นจริงย่อมไม่มีสิ่งตรงข้าม
   
1:00:46 Right? ถูกต้องไหม
   
1:00:48 Do you see that? คุณเห็นอย่างนั้นไหม
   
1:00:50 If you see that, you are ถ้าคุณเห็นอย่างนั้น
finished. You understand? มันก็จบ
   
1:00:53   คุณเข้าใจไหม
   
1:00:57 Because all our education, เนื่องจากการศึกษาของเรา
all our religion, ศาสนาของเรา...
   
1:01:03 everything ...และทุกอย่างที่เป็นจารีต
traditional has said: สอนไว้ว่า...
   
1:01:08 work at it, gradually get rid of it ..."จงจัดการกับมัน
- you follow? ค่อยๆ กำจัดมันออกไป" - เข้าใจไหม
   
1:01:11 Which is movement in time, นั่นเป็นการเคลื่อนไหวในกาลเวลา
which is division. ซึ่งเป็นการแบ่งแยก
   
1:01:19 Time is division. กาลเวลาคือการแบ่งแยก
   
1:01:23 So, when there's เมื่อมีการสังเกตดูความรุนแรง
observation of violence, ก็มีแต่ความรุนแรงอยู่เท่านั้น...
   
1:01:29 only violence,  
   
1:01:37 the observer who's  
watching the violence  
   
1:01:42 - you follow? - ผู้สังเกตซึ่งกำลังดูความรุนแรง
  อยู่นั่นเอง คือ ความรุนแรง
   
1:01:44 that very observer คุณตามทันไหม
is violence.  
   
1:01:47 Right? ใช่ไหม
   
1:01:50 Right?  
   
1:01:51 So, the observer is ดังนั้นผู้เฝ้าสังเกต
the observed. ก็คือสิ่งที่ถูกสังเกต
   
1:01:59 Are you getting tired? คุณเหนื่อยแล้วหรือยัง
   
1:02:03 You understand, sir? คุณเข้าใจไหมครับ
   
1:02:05 The moment you ในทันทีที่คุณมีการแบ่งแยก
have a division มันก็เป็นการเคลื่อนไหวในกาลเวลา...
   
1:02:08 it's the movement in time  
- right? -  
   
1:02:10 and therefore ...เพราะฉะนั้นจะต้องมี
there must be effort, ความพยายามเกิดขึ้น...
   
1:02:14 which is, the ...นั่นคือผู้สังเกตกำลังคิด...
observer is thinking,  
   
1:02:17 the observer thinks he is different ...ผู้สังเกตคิดว่า
from the thing he observes, ตนเองแตกต่างจากสิ่งที่เขาสังเกต...
   
1:02:22 and so the very  
division brings conflict,  
   
1:02:27 conflict, suppression, ...การแบ่งแยกนั่นเอง ที่ทำให้เกิด
and all the rest of it. ความขัดแย้ง การเก็บกดและอื่นๆ
   
1:02:30 But when the แต่เมื่อผู้สังเกตตระหนัก
observer realises, ว่าสิ่งที่เขาสังเกตดูอยู่นั้น...
   
1:02:33 that which he is observing  
is part of himself  
   
1:02:37 - right? - ...เป็นส่วนหนึ่งของเขาเอง
so there is no division, ก็ไม่มีการแบ่งแยก...
   
1:02:42 there is no duality ...ทวิภาวะไม่เกิดขึ้น
at all.  
   
1:02:48 Right? ถูกไหม
   
1:02:51 So, can you see this ดังนั้นคุณสามารถมองดูความเป็นจริงนี้
fact that you are violent, ที่ว่าคุณเป็นความรุนแรงได้ไหม...
   
1:02:57 and the fact ...เพราะความเป็นจริงย่อมไม่มีการแยก
has no division.  
   
1:03:12 So, what has taken ดังนั้นมีอะไรเกิดขึ้นในจิตใจ
place in the mind?  
   
1:03:17 What has taken เกิดอะไรขึ้นกับจิตใจของคุณหรือ...
place in your mind  
   
1:03:21 when you are only ...เมื่อคุณเพียงแต่
observing the fact เฝ้าสังเกตข้อเท็จจริงนั้น...
   
1:03:25 and not inventing ...โดยไม่สร้างสิ่งตรงข้ามขึ้นมา
the opposite?  
   
1:03:29 You understand? คุณเข้าใจไหม
   
1:03:32 That you are jealous, สังเกตเห็นว่าคุณอิจฉา ริษยา...
   
1:03:35 that you are envious, ...นั่นคือความเป็นจริง
that is a fact, และผู้สังเกตก็คือสิ่งที่ถูกสังเกต...
   
1:03:41 and that observer is the ...ซึ่งก็คือความริษยา
observed, which is envy.  
   
1:03:49 So there is no ดังนั้นจึงไม่มีความขัดแย้ง
conflict or suppression หรือการกดข่มต่อปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ
   
1:03:52 with regard to a  
particular reaction.  
   
1:03:58 The reaction is a fact. ปฏิกิริยาตอบสนองคือความเป็นจริง
   
1:04:01 Now, can the mind ทีนี้จิตใจสามารถสังเกตปฏิกิริยา
totally observe ที่เรียกว่าความอิจฉานี้...
   
1:04:07 this reaction which ...ซึ่งเป็นความจริง
is a fact called jealousy? ได้อย่างเต็มที่หรือไม่
   
1:04:14 You get it, sir? คุณเข้าใจไหม
   
1:04:16 Observe without any สังเกตดูโดยปราศจาก
movement of time. กระแสแห่งกาลเวลา
   
1:04:23 The moment you have ในทันทีที่คุณมีกาลเวลา
the movement of time, คุณได้ทำให้เกิดการแบ่งแยกขึ้นแล้ว
   
1:04:26 you have brought  
about division.  
   
1:04:37 Is this actually นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่จริงๆ
taking place? ใช่หรือไม่
   
1:04:44 Because, เพราะเรากล่าวว่า คุณสามารถขจัด
we are saying: ความขัดแย้งทุกๆ รูปแบบ...
   
1:04:47 you eliminate totally  
   
1:04:50 every form of conflict ...ซึ่งครอบงำเราอยู่นับล้านปี
  ได้อย่างสิ้นเชิง
   
1:04:55 in which we have been  
conditioned for millennia.  
   
1:05:00 To live without a เพื่อการดำรงชีวิต
single conflict ที่ปราศจากความขัดแย้งใดๆ...
   
1:05:07 which means to live ...ซึ่งหมายความว่า มีชีวิตอยู่อย่าง
without a single problem. ไร้ปัญหาแม้แต่ปัญหาเดียว
   
1:05:15 I wonder if you ผมไม่แน่ใจว่าคุณจะเข้าใจเรื่องนี้ไหม
understand this.  
   
1:05:22 You may have คุณอาจจะมีปัญหาทางด้านเทคโนโลยี
technological problems: เช่น จะไปดวงจันทร์ได้อย่างไร...
   
1:05:26 how to go to the moon  
- it took them a long time,  
   
1:05:30 300,000 people, I believe, ผมเชื่อว่าเขาใช้คนสามแสนคน
working at that one thing, ทำงานเรื่องนี้เรื่องเดียว...
   
1:05:34 that took many years. ...และทำหลายปีมาก
   
1:05:46 But if we understand แต่ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของกาลเวลา...
the nature of time,  
   
1:05:54 the whole ...เข้าใจโครงสร้างทั้งหมด
structure of time, ของกาลเวลา...
   
1:05:57 psychologically as ...ทั้งเวลาทางจิตใจ
well as physical time, และเวลาทางกายภาพ...
   
1:06:02 then we relegate physical ...เราก็จะลดความสำคัญของกาลเวลา
time to its proper place. ทางกายภาพให้อยู่ในที่อันสมควร...
   
1:06:09 I have to catch a bus, train, ...เช่น ฉันต้องไปขึ้นรถประจำทาง
aeroplane, whatever it is, รถไฟ เครื่องบิน...
   
1:06:13 go to the office, ...ไปทำงาน หรืออะไรก็ตาม
and so on - knowledge. เป็นต้น
   
1:06:18 But psychologically แต่ทางจิตใจแล้ว กาลเวลาไม่มี
there is no time.  
   
1:06:24 Which means ซึ่งหมายถึง การดำรงชีวิต
to live a life โดยไม่มีปัญหาใดๆ แม้แต่อย่างเดียว
   
1:06:27 without a single  
problem.  
   
1:06:31 Have you ever gone คุณเคยสืบค้นในปัญหานี้บ้างไหม
into this question?  
   
1:06:37 Right? เคยไหม
   
1:06:40 Meditation isn't สมาธิไม่ใช่ปัญหา แต่พวกคุณ
a problem, ทุกคนทำให้มันเป็นปัญหาขึ้นมา...
   
1:06:45 which you are all ...ตั้งแต่ว่าจะนั่งอย่างไร
making into a problem: จะหายใจอย่างไร...
   
1:06:49 how to sit, how to breathe, how ...สิ่งทั้งหลายที่คุณก็รู้
to hold - you know, the system, มีระบบ มีวิธีการ...
   
1:06:53 the methods, ...บรรดาคุรุทั้งหลายต่างก็เสนอแนะ
the various gurus กลวิธีต่างๆ ให้ และอะไรทำนองนั้น
   
1:06:55 offering various  
tricks, and all that.  
   
1:07:06 What is a problem? ปัญหาคืออะไร
   
1:07:08 I am showing you how to... ผมกำลังเผยให้คุณเห็น
- please apply it. กรุณาลองนำไปประยุกต์ดู
   
1:07:11 Test it in your life and ลองเอาไปทดสอบในชีวิตของคุณ
you will see it will work. แล้วคุณจะเห็นว่ามันใช้การได้
   
1:07:15 What is a problem? อะไรคือปัญหา
   
1:07:19 A problem is something ปัญหาคืออะไรบางอย่าง
that you haven't resolved. ที่คุณยังแก้ไม่ได้
   
1:07:22 There are  
mathematical problems,  
   
1:07:24 scientific เช่น ปัญหาคณิตศาสตร์
problems, biological. ปัญหาวิทยาศาสตร์ ปัญหาชีววิทยา
   
1:07:28 We are not เราไม่ได้พูดถึงปัญหาเหล่านั้น
talking of those.  
   
1:07:29 We are talking about  
psychological problems  
   
1:07:36 between human beings, เรากำลังจะพูดถึงปัญหาด้านจิตใจ
  ปัญหาระหว่างมนุษย์ด้วยกัน...
   
1:07:40 the problems that exist ...ปัญหาที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์
  ระหว่างเรากับผู้อื่น...
   
1:07:43 in our relationship  
with another:  
   
1:07:46 husband, wife ...เช่น สามีกับภรรยาและอื่นๆ
- you know, all the rest of it. คุณก็รู้
   
1:07:50 A problem means, ปัญหา หมายถึง ยังไม่มีการจัดการ
implies ในเรื่องนั้นให้เรียบร้อย
   
1:07:54 the non-resolution of it.  
   
1:07:59 Now, can you ทีนี้คุณสามารถแก้ปัญหา
resolve that problem ในทันทีที่มันเกิดขึ้น และทำให้มันจบลง...
   
1:08:02 as it arises and end it,  
   
1:08:05 not carry it over ...โดยไม่แบกมันไว้
  แม้แต่วันเดียวได้ไหม
   
1:08:07 even for a day?  
   
1:08:10 Because, see เพราะคุณก็เห็นว่า
what happens: เกิดอะไรขึ้นจริงๆ...
   
1:08:14 a problem continued ...หากปัญหายังคงอยู่
  จะทำให้สมองทื่อทึบ
   
1:08:18 makes the brain  
dull, actually.  
   
1:08:23 You can test it คุณสามารถทดสอบเรื่องนี้
out for yourself. ได้ด้วยตัวเอง
   
1:08:30 The brain's activity สมองจะทำงานได้ช้าลง
is made slower เพราะมันต้องแบกรับปัญหา...
   
1:08:34 because it is burdened,  
   
1:08:37 it makes itself ...มันทำให้ตัวมันเองไร้สมรรถนะ
incapacitated.  
   
1:08:38 It has no capacity  
of elasticity  
   
1:08:42 when you carry สมองจะสูญเสียความยืดหยุ่นไป
a problem เมื่อคุณแบกรับปัญหาไว้หลายๆ ปี...
   
1:08:45 for many, many, ...หรือแม้แต่เพียงสัปดาห์เดียว
many years,  
   
1:08:50 or even for a week.  
   
1:08:54 So, the question is: ดังนั้นคำถามก็คือ คุณทำให้ปัญหา
  ยุติลงในทันทีที่มันเกิดขึ้นได้หรือไม่
   
1:08:58 can you end the  
problem as it arises?  
   
1:09:01 You understand? คุณเข้าใจไหม
   
1:09:08 Are you interested คุณสนใจเรื่องทั้งหมดนี้ไหม
in all this?  
   
1:09:15 Sir, do it. คุณครับ ลองทำดู
   
1:09:19 Don't accept the words, อย่ายอมรับคำพูดแต่ลองทำดูจริงๆ
but actually test it.  
   
1:09:25 Then it is worth it. แล้วมันถึงจะคุ้มค่า
   
1:09:27 But if you say, 'Yes, nice idea, แต่ถ้าคุณพูดว่า
nice thing, but I can't do it.' "ใช่ มันเป็นความคิดที่ดี...
   
1:09:30   ...เป็นสิ่งที่ดี แต่ฉันทำไม่ได้"
   
1:09:33 Or say, 'Tell หรือพูดว่า "บอกฉันหน่อย
me how to do it,' ว่าจะต้องทำอย่างไร"
   
1:09:37 there is no how, แต่ทว่าไม่มีคำว่า "ทำอย่างไร"...
   
1:09:41 because the how implies เพราะ "ทำอย่างไร" มีนัยว่า
a method, a system, มีวิธีการ มีระบบ...
   
1:09:44 somebody will tell ...หรือมีใครบางคนจะบอกคุณว่า
you what to do. จะต้องทำอะไรบ้าง
   
1:09:47 If somebody tells หากมีใครบอกให้คุณทำอะไร...
you what to do,  
   
1:09:49 you are back in the ...คุณก็กลับเข้าสู่เกมเก่าๆ
old game of tradition. ของจารีตประเพณี
   
1:09:53 Right? ใช่ไหม
   
1:09:57 So, a mind that is clear ดังนั้นจิตใจที่แจ่มชัดแล้ว
has no tradition. จะไม่ติดอยู่ในจารีต
   
1:10:07 So, one has a problem; ดังนั้นเมื่อเรามีปัญหา
  หมายความว่า...
   
1:10:10 problem implies  
   
1:10:13 that which hasn't ...เรายังไม่ได้ขบคิดเกี่ยวกับสิ่งนั้น
been thought out, ให้ทะลุปรุโปร่ง...
   
1:10:15 investigated, resolved. ...ยังไม่ได้ไต่สวนหรือแก้ไข
   
1:10:24 Our problems exist ปัญหาของเราเกิดขึ้นในความสัมพันธ์
   
1:10:28 in the field  
of relationship.  
   
1:10:32 Right? ใช่ไหม
   
1:10:42 And between man and เช่น ความสัมพันธ์
woman, sexual, non-sexual, ระหว่างชายกับหญิง...
   
1:10:47 friendly, non-friendly ...ทั้งที่เกี่ยวและไม่เกี่ยวกับกามารมณ์
- you follow? - ทั้งที่เป็นมิตรหรือเป็นศัตรู...
   
1:10:49 the whole communication คุณเข้าใจไหม
between man and man,  
   
1:10:54 and woman and man, การสื่อสัมพันธ์ทั้งหมด
the whole field of it, ระหว่างชายกับชาย หรือหญิงกับชาย...
   
1:10:58 not just one ..ในความสัมพันธ์ทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะ
particular problem, เป็นปัญหาทางกามารมณ์หรืออื่นๆ...
   
1:11:00 either sexual, ...ไม่ใช่เฉพาะเพียงปัญหาใดปัญหาเดียว
or this, or that.  
   
1:11:03 We are dealing  
with the whole  
   
1:11:06 human problem แต่เราจัดการกับปัญหาความสัมพันธ์
in relationship, ทั้งหมดของมนุษย์...
   
1:11:11 not a particular ...ไม่ใช่เฉพาะปัญหาใดปัญหาหนึ่ง
problem.  
   
1:11:15 Because, if we were examining เพราะว่าถ้าเราตรวจสอบ
only a particular problem, เพียงเฉพาะปัญหาใดปัญหาหนึ่ง...
   
1:11:20 then we are dealing with ...เท่ากับเราจัดการเฉพาะกับ
a part and not with the whole. ส่วนย่อยไม่ใช่กับทั้งหมด
   
1:11:24 Is that clear? ชัดเจนไหม
Oh, come on, sirs! ขอให้เข้าใจเถิดครับ
   
1:11:28 So we are dealing with the whole ดังนั้นเราต้องการจัดการกับปัญหา
problem of human relationship, ความสัมพันธ์ทั้งหมดของมนุษย์...
   
1:11:34 with the boss, ...เช่น ความสัมพันธ์กับนายจ้าง
in the factory, ความสัมพันธ์เมื่ออยู่ในโรงงาน...
   
1:11:38 when you come home, ...เมื่อคุณกลับบ้าน...
   
1:11:41 your wife, your husband, ...ความสัมพันธ์ของคุณ
  กับภรรยาหรือสามี...
   
1:11:43 sex, non-sex, ...ทั้งในเรื่องกามารมณ์ และที่ไม่ใช่
domination, เช่น ความต้องการอยู่เหนือกว่า...
   
1:11:47 wanting to ...ความต้องการครอบครองเป็นเจ้าของ
possess, attachment ความผูกพัน ทั้งหมดนั้นเป็นปัญหา
   
1:11:51 - all that ถูกไหม
implies a problem.  
   
1:11:54 Right? First of all, ก่อนอื่นเพราะเหตุใดเราจึงมีปัญหา
why do we have problems?  
   
1:12:00 Why do we live ทำไมเราจึงมีชีวิตอยู่กับปัญหา
with problems?  
   
1:12:05 You understand? คุณเข้าใจไหม
   
1:12:07 Is it we are lazy, หรือว่าเป็นเพราะเราขี้เกียจ
   
1:12:12 is it that we have หรือเป็นเพราะว่าเรายอมรับว่า
accepted as the norm of life การมีปัญหานั้นเป็นบรรทัดฐานของชีวิต...
   
1:12:16 to have problems,  
   
1:12:20 or is it, for millennia ...หรือเป็นเพราะว่า
we have had problems เรามีปัญหามานับล้านๆ ปี...
   
1:12:24 and why not now, ...แล้วทำไมตอนนี้จะมีไม่ได้
  หรือทำไมจะมีต่อไปอีกไม่ได้
   
1:12:27 carry on?  
   
1:12:29 Which means, the mind นั่นหมายความว่า...
   
1:12:31 the brain has accepted ...จิตใจและสมองได้ยอมรับว่า
problems as part of life. ปัญหาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
   
1:12:36 Right? ถูกต้องไหม
   
1:12:43 So, refuse to accept ดังนั้นจงปฏิเสธที่จะยอมรับปัญหา
problems.  
   
1:12:48 You understand? คุณเข้าใจไหม
   
1:12:49 Challenge the brain and the จงท้าทายทั้งสมองและจิตใจ
mind to have no problems. ที่จะอยู่โดยไร้ปัญหา
   
1:12:57 No, don't agree, sir, อย่าเพิ่งเห็นด้วยครับ
you have to do it! แต่คุณต้องทำให้ได้
   
1:13:03 Which means ซึ่งหมายความว่า ปัญหาย่อมจะ
  เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...
   
1:13:05 if a problem arises,  
   
1:13:09 as it inevitably will  
   
1:13:13 unless you have real ...นอกเสียจากคุณจะมีรักแท้
love in your heart อยู่ในหัวใจ ถูกต้องไหม...
   
1:13:17 - right? -  
   
1:13:20 not sexual love, ...ไม่ใช่ความรัก
not love of power, ที่เกิดจากกามารมณ์...
   
1:13:24 position and all ...ไม่ใช่ความรักในอำนาจ ตำแหน่ง
that nonsense but... และเรื่องเหลวใหลพรรค์นั้น...
   
1:13:28 - I won't go into that, that ...แต่ผมจะไม่พูดถึงเรื่องนั้น
goes off somewhere else. ซึ่งจะออกนอกเรื่อง...
   
1:13:36 How to deal  
with a problem  
   
1:13:38 - right? - ...แต่เราจะจัดการกับปัญหาอย่างไร...
   
1:13:40 without allowing a ...โดยไม่ปล่อยให้มีช่องว่าง
single second of interval. แม้แต่วินาทีเดียว
   
1:13:45 Right? เข้าใจไหมครับ
   
1:13:47 We will go into it. เราจะค้นลงไปอีก
   
1:13:53 A problem arises as long ปัญหาจะยังคงเกิดขึ้น
as there is a centre. ตราบเท่าที่ยังมีจุดศูนย์กลาง
   
1:14:00 Right? ใช่ไหม
   
1:14:03 As long as there is ตราบใดที่มีศูนย์กลางอยู่...
a centre  
   
1:14:05 there must be  
circumference,  
   
1:14:08 diameter ...ก็จะต้องมีเส้นรอบวง
- you follow? มีเส้นแบ่งศูนย์กลาง คุณตามทันนะ
   
1:14:10 The whole circle. จะมีวงกลมทั้งวง
   
1:14:14 The whole circle วงกลมก็คือปัญหาของเรา
is our problem.  
   
1:14:19 Right? ใช่ไหม
   
1:14:21 To have no centre ถ้าไม่มีศูนย์กลางก็ไม่มีปัญหา
   
1:14:28 is to have no problem.  
   
1:14:35 Please, sir, see what โปรดดูว่ามีอะไรเกี่ยวข้องอยู่บ้าง...
is involved in it,  
   
1:14:40 not just shake your head and ...อย่าเพียงแค่สั่นศีรษะแล้วพูดว่า
say, 'Yes, I agree with you.' "ใช่ ฉันเห็นด้วยกับคุณ"
   
1:14:43 It has no meaning, นั่นไม่มีความหมายอะไรเลย
   
1:14:45 but see what is แต่ขอให้ดูว่าที่พูดมานั้น
implied in it. มันมีความหมายอะไรบ้าง
   
1:14:50 First of all, the depth of it, ก่อนอื่นคือความลึกล้ำของมัน
the beauty of it, ความงามของมัน...
   
1:14:52 the rationality of it,  
   
1:14:56 the sanity of it, ...ความสมเหตุสมผลของมัน
  ความเป็นปกติของมัน...
   
1:14:58 that as long as there is ...นั่นคือ ตราบใดที่มี "ตัวฉัน"
a 'me' with the centre, เป็นจุดศูนย์กลาง ฉันก็ต้องมีปัญหา
   
1:15:05 I must have problems.  
   
1:15:11 Right? ใช่ไหม
   
1:15:16 It may be very มันอาจจะเป็นปัญหา
dangerous problems, ที่อันตรายมาก...
   
1:15:19 destructive problems, ...หรือปัญหาที่มีผลทำลายล้าง
or superficial problems. หรือปัญหาผิวเผินก็ได้
   
1:15:26 And as long as there is a และตราบใดที่ยังมีปัญหา
problem, there is no love. ก็ไร้ความรัก
   
1:15:33 But of course, that does not แต่แน่ล่ะ สภาวะรักนั้นไม่ได้มีอยู่จริง
exist, so we can skip that. ดังนั้นเราจึงข้ามเรื่องนี้ไปก่อน
   
1:15:37 We will come back แล้วค่อยกลับมาพูดถึงทีหลัง
to it later.  
   
1:15:42 So, is it possible to ดังนั้นเป็นไปได้หรือไม่
live in the world, ที่จะดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้...
   
1:15:48 in the modern world, having ...ในโลกสมัยใหม่นี้
a wife, husband, children, โดยที่มีภรรยา มีสามี มีลูก...
   
1:15:52 going to a job and ...ไปทำงานและอื่น ๆ
all the rest of it, โดยไม่มีศูนย์กลาง
   
1:15:56 without having a centre?  
   
1:15:59 You understand, sir? คุณเข้าใจไหมครับ
   
1:16:06 See the fact, ให้เห็นความเป็นจริง
the fact  
   
1:16:10 that as long as ความจริงที่ว่า
you have a centre ตราบใดที่คุณมีศูนย์กลาง...
   
1:16:13 there must be ...ก็ย่อมต้องมีปัญหา
problems, และถ้าคุณพูดว่า...
   
1:16:16 and if you say, 'Well, that's ..."นั่นเป็นชีวิตของฉัน
my life, to have problems,' ที่จะต้องมีปัญหา"
   
1:16:18 perfectly right, ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร
carry on. ก็ตามใจคุณ
   
1:16:22 But if you say, 'Problems แต่ถ้าคุณบอกว่าปัญหา
are most destructive เป็นสิ่งที่ทำลายล้างที่สุด...
   
1:16:28 not only to the brain ...ไม่เพียงทำลายสมองเท่านั้น...
   
1:16:30 but the wholeness ...แต่ยังทำลายความเป็นทั้งหมด
of the mind...' ของจิตใจด้วย...
   
1:16:37 the mind that's fit, ...ทำลายจิตใจที่เข้มแข็ง
alive, active, มีชีวิตชีวาและว่องไว...
   
1:16:46 because every problem is ...เพราะทุกปัญหาเป็นเสมือนผ้าห่ม
like a blanket that smothers. คลุมไว้จนหายใจไม่ออก
   
1:16:54 So, if you see the fact ดังนั้นถ้าคุณเห็นความจริงที่ว่า
  ศูนย์กลางเป็นเหตุแห่งปัญหา ถูกไหม
   
1:16:55 that the centre is to  
have problems - right?  
   
1:17:01 No. ไม่เหรอครับ
   
1:17:03 Not only hear it but ไม่เพียงแต่ได้ยินเท่านั้น
see the truth of it. แต่มองเห็นสัจจะของมัน
   
1:17:16 Then what takes place? แล้วเกิดอะไรขึ้น
   
1:17:20 You understand? คุณเข้าใจไหม
   
1:17:22 A mind, a being จิตใจหรือชีวิตที่ไม่มีศูนย์กลาง
that has no centre และต้องมีชีวิตอยู่กับภรรยาหรือสามี...
   
1:17:28 and has to live with  
a wife and a husband,  
   
1:17:32 and the whole culture ...และกับวัฒนธรรมทั้งหมด
  ไม่ใช่วัฒนธรรมนะ...
   
1:17:36 - a whole not culture,  
I won't call it culture -  
   
1:17:39 the whole world, ...ผมจะไม่เรียกว่าวัฒนธรรม
  แต่เป็นโลกทั้งหมด...
   
1:17:48 which means you are ...ซึ่งหมายความว่า
acting every minute. ทุกๆ นาทีคุณกำลังกระทำอยู่
   
1:17:58 Life is action. ชีวิตคือการกระทำใช่ไหม
Right?  
   
1:18:01 But when you act แต่เมื่อการกระทำของคุณ
from a centre, มาจากจุดศูนย์กลาง...
   
1:18:04 you are introducing ...แสดงว่าคุณกำลังนำปัญหา
the whole problem. ทั้งหมดเข้ามา
   
1:18:09 I wonder if you see it. ผมไม่ทราบว่าคุณเข้าใจไหม
   
1:18:11 See the cadre of it, เห็นส่วนย่อย เห็นโครงสร้าง
the framework of it, และความเป็นทั้งหมดของมัน
   
1:18:18 the wholeness of it.  
   
1:18:20 That is, the mind that has นั่นคือจิตใจที่ทำงานโดยมีศูนย์กลาง
functioned with a centre ได้ก่อปัญหาขึ้นมานับไม่ถ้วน...
   
1:18:25 has created ...ไม่ว่าปัญหาการเมือง
innumerable problems ปัญหาเศรษฐกิจ...
   
1:18:30 - politically, economically, ...ปัญหาสังคม
socially - และปัญหาความสัมพันธ์...
   
1:18:34 and in intimate or not ...ทั้งกับคนใกล้ชิด
intimate relationship. หรือกับคนไม่คุ้นเคย
   
1:18:40 And having a problem is the การมีปัญหา
most destructive way of living. เป็นวิถีชีวิตที่เลวร้ายที่สุด
   
1:18:49 That destroys the youth of the brain เป็นการทำลายความเยาว์วัยของสมอง
- you understand? เข้าใจไหม
   
1:18:53 the youth of the mind. ...และทำลายความเป็นหนุ่ม
  เป็นสาวของจิตใจ
   
1:19:01 If you listen to it and see ถ้าคุณฟังและเห็นสัจจะของมัน
the truth of it, it is over. มันก็จบสิ้นกัน
   
1:19:07 There is no how. ไม่มีคำว่าต้องทำอย่างไร
   
1:19:12 There is only the มีอยู่เฉพาะแต่การฟังเท่านั้น
act of listening. ซึ่งก็คือการกระทำ
   
1:19:37 Tradition means คำว่า จารีตประเพณี หมายถึง...
- the word -  
   
1:19:43 to hand down from ...การสืบทอดจากคนรุ่นหนึ่ง
generation to generation ไปยังคนอีกรุ่นหนึ่ง...
   
1:19:48 values, rituals, ...ได้แก่ การสืบทอดค่านิยม
  พิธีกรรม ข้อบัญญัติ...
   
1:19:51 dogmas, beliefs,  
   
1:19:53 gods, pujas, rituals ...ความเชื่อ พระเจ้า
- the whole การบูชา ทั้งหมดนั้น...
   
1:19:59 thing that man  
is caught in,  
   
1:20:03 and in that tradition ...และเมื่อมนุษย์ติดขังอยู่ในจารีต
nothing can flourish. ก็มิมีสิ่งใดจะงอกงามขึ้นมาได้อีก
   
1:20:12 It is like a steamroller มันเป็นเสมือนรถบดถนน
going over human beings, ที่กำลังบดทับย่ำยีมนุษย์อยู่...
   
1:20:17 and if you accept that, ...และถ้าคุณยอมรับมัน ก็ได้
  ก็ขอให้อยู่กับมัน และมีความสุขกับมัน
   
1:20:21 all right, live with  
it, and be happy with it.  
   
1:20:26 But you are not แต่คุณจะไม่มีคำตอบ
going to answer ให้กับสิ่งซึ่งท้าทายโลกอยู่
   
1:20:28 the challenge of the การท้าทายมีอยู่ทั่วโลก...
world, the global challenge,  
   
1:20:32 which is that man ...ที่ว่ามนุษย์จะต้อง
must free himself ปลดปล่อยตนเอง...
   
1:20:35 from everything ...ให้เป็นอิสระจากทุกสิ่งทุกอย่าง
to flower. เพื่อที่จะเบ่งบาน
   
1:20:39 And the flowering และการเบ่งบานจะเกิดขึ้นได้...
can only take place  
   
1:20:42 in the soil of ...ก็แต่บนผืนดินแห่งสัมพันธภาพ
human relationship. ของมนุษย์เท่านั้น
   
1:20:47 Right, sir? ถูกต้องไหมครับ
   
1:20:48 Not somewhere else in the ไม่ได้เบ่งบานอยู่หนอื่นใด
Himalayas or in some monastery,  
   
1:20:51   ไม่ว่าจะบนเทือกเขาหิมาลัย
  หรือตามวัดวาอารามแห่งไหน...
   
1:20:53 even there, he is in relationship ...แม้แต่ที่นั่น
with his fellow being. เขาก็ต้องมีความสัมพันธ์...
   
1:20:56   ...กับเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ
  ในวัดด้วยเช่นกัน
   
1:20:59 And culture, และวัฒนธรรมซึ่งหมายถึง
which is to grow, การเจริญเติบโต...
   
1:21:03 to develop, to ...การพัฒนา การมีจริยธรรม
have the highest อันดีเลิศสูงสุด...
   
1:21:06 excellence ethically,  
   
1:21:10 is not possible when ...ดังนั้นการมีวัฒนธรรม
you are merely... จะเป็นไปไม่ได้...
   
1:21:14 your mind has become ...ในเมื่อคุณหรือจิตใจของคุณ
merely a machine, เป็นเพียงแค่เครื่องจักรเท่านั้น...
   
1:21:19 which tradition does. ...ซึ่งจารีตจะทำให้เป็นเช่นนั้น
   
1:21:24 And tradition has said, และจารีตประเพณี
accept time. ยังสอนให้ยอมรับเรื่องกาลเวลา
   
1:21:34 And somebody comes แล้วมีใครบางคนอย่างผมมาบอกว่า
along like me, and says, "จงอย่ายอมรับว่ามีกาลเวลา...
   
1:21:36 'Don't,  
   
1:21:41 you won't find light, ...เพราะคุณจะไม่ได้พบเห็น
  แสงสว่างหรือการตรัสรู้...
   
1:21:44 enlightenment at ...แต่ ณ จุดจบแห่งกาลเวลา...
the end of time,  
   
1:21:52 you will find it ...คุณจะพบกับแสงสว่าง
where you are now.' ในปัจจุบันขณะ ณ ที่ๆ คุณอยู่"
   
1:22:00 Right, sirs. ถูกไหมครับ
   
1:22:22 I believe, we  
will meet tomorrow  
   
1:22:25 if you want to. fără a avea un centru ?