Krishnamurti Subtitles

อะไรนำมาซึ่งความไร้ระเบียบในความสัมพันธ์

Madras (Chennai) - 7 January 1979

Public Talk 4



0:22 เราควรจะนั่งเงียบๆ กันสักครู่
หรือว่าคุณต้องการให้ผมพูดเลย
  
0:24  
 
0:45 ผมไม่เคยเข้าร่วมประชุมที่ไหน
 
0:53 มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมไปงานประชุม
ทางการเมืองในประเทศนี้...
  
1:00 ...แล้วดร. บีเซนต์บอกว่า
"อยู่ห่างๆ การเมืองไว้นะ"
  
1:19 บ่อยครั้งที่ผมสงสัยว่า...
 
1:22  
 
1:27 ...เหตุใดเราถึงมารวมกัน
เพื่อฟังใครคนหนึ่งพูดเช่นนี้...
  
1:34 ...ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เอาจริงเอาจังครึ่งๆ กลางๆ...
  
1:38  
 
1:40 ...แต่ไม่ได้ต้องการจะเปลี่ยนแปลง
ชีวิตของตนอย่างสิ้นเชิงจริงๆ
  
1:48 เราค่อนข้างจะเป็นคนที่ทำอะไร
ครึ่งๆ กลางๆ ไม่เคยทำถึงที่สุด...
  
1:55 ...ไร้พรสวรรค์ ไร้อัจฉริยภาพ
 
1:58  
 
2:05 อัจฉริยภาพที่ผมพูดถึงนี้
ไม่ได้หมายถึงความสามารถพิเศษ...
  
2:08  
 
2:15 ...หรือพรสวรรค์ด้านใดโดยเฉพาะ
แต่เป็นอัจฉริยภาพของจิต...
  
2:19  
 
2:24 ...ที่เข้าใจชีวิตทั้งหมดอย่างรอบด้าน
ซึ่งก็คือชีวิตของเรา...
  
2:31  
 
2:34 ...ที่เป็นอยู่อย่างสลับซับซ้อนยิ่ง
ทั้งยังขัดแย้งในตัวเองและไร้สุข
  
2:38  
 
2:44 เมื่อเราฟังสิ่งที่ผู้พูด
พูดมาทั้งหมดแล้ว...
  
2:48  
 
2:55 ...เราก็จากไป
ด้วยความเข้าใจเพียงบางส่วน...
  
2:59  
 
3:04 ...ทั้งยังไม่มีความตั้งใจอันแน่วแน่
 
3:08 ...และไม่ได้ใส่ใจอย่างจริงจัง
ที่จะให้เกิดการปฏิวัติหยั่งลึกลงในจิตใจ
  
3:12  
 
3:15  
 
3:23 เรามักสงสัยว่า ทำไมมนุษย์
ถึงทนอยู่ได้กับการดำรงชีวิตเยี่ยงนี้
  
3:27  
 
3:31  
 
3:37 คุณอาจจะตำหนิสภาพแวดล้อม
กล่าวโทษสังคม...
  
3:41  
 
3:46 ...หรือองค์กรทางการเมือง...
 
3:52 ...แต่การกล่าวโทษผู้อื่น
ก็แก้ปัญหาให้เราไม่ได้
  
4:00 ชีวิตของเราดูเหมือนจะสูญเปล่า
โดยปล่อยให้ล่องลอยไป...
  
4:06  
 
4:12  
 
4:17 ...ถ้าไม่ไปทำงานตั้งแต่เช้าจรดค่ำ
อีก 50 ปี หรือประมาณนั้น...
  
4:20  
 
4:24 ...แล้วก็เกษียณเพื่อรอวันตาย
หรือไม่ก็อยู่อย่างซังกะตาย...
  
4:27 ...พร่ำบ่น หรือร่วงโรยไปเงียบๆ
 
4:32 แต่เมื่อเรามองดูชีวิตของเรา...
 
4:37 ...รวมทั้งความงาม
ที่พิเศษทั้งหมดของมัน...
  
4:45 ...มองดูความสำเร็จทางเทคโนโลยี
อันยิ่งใหญ่ของมนุษย์...
  
4:54 ...เราก็ได้แต่สงสัยว่า...
 
4:59 ...เหตุใดชีวิตของเรา
จึงมีความงามเพียงน้อยนิด
  
5:10 ความงาม ที่ผมหมายถึง ไม่ใช่เพียง
แค่ความงามที่ปรากฏเห็นชัดเจน...
  
5:12  
 
5:17  
 
5:20 ...หรือการประดับตกแต่ง
ภายนอกเท่านั้น...
  
5:25 ...แต่หมายรวมถึงคุณภาพ
ของการสื่อสารกับธรรมชาติได้ดีเยี่ยม
  
5:34 ถ้าเราขาดการติดต่อ
สัมพันธ์กับธรรมชาติ...
  
5:42 ...เราย่อมสูญเสียความสัมพันธ์...
 
5:49 ...กับเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ ด้วย
 
5:53 คุณอาจชอบอ่านบทกวี...
 
5:56 ...หรือชอบอ่านบรรดาโคลงกลอน
อันไพเราะ...
  
6:01 ...และชอบลีลาการบรรยาย
ถึงอารมณ์ของบทกวีที่น่าฟัง...
  
6:13 ...แต่จินตนาการก็มิใช่ความงาม
 
6:20 การชื่นชมเมฆและพิสมัยในแสงสี
ที่ฉายฉาบเมฆนั้น...
  
6:24  
 
6:32 ...หรือชื่นชอบสายน้ำที่ไหลริน
ขนานไปกับถนนอันแห้งผาก...
  
6:42  
 
6:49 ...หรือชอบดูนก
ที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้...
  
6:55 ...เราแทบจะไม่เคยมอง
สิ่งที่เจริญใจทั้งหมดนั้นเลย
  
7:02 ...หรือไม่เคยชื่นชมหรือรักมัน
เพราะเรามัวแต่อยู่กับปัญหาของตัวเอง...
  
7:06  
 
7:12 ...หมกมุ่นกับความกังวลของเรา
กับแนวคิดแปลกๆ ของเรา
  
7:16  
 
7:21 เราไม่เคยเป็นอิสระเลย
 
7:25 ทว่าความงาม
คือภาวะแห่งอิสรภาพนี้เอง...
  
7:32 ...ซึ่งต่างกันอย่างสิ้นเชิง
กับการไม่พึ่งพิง
  
7:40 เมื่อคุณได้ฟังทั้งหมดนี้แล้ว
ผมไม่รู้ว่าคุณเข้าใจอย่างไรบ้าง
  
7:42  
 
7:50 ไม่ว่าเราจะเห็นสุนัขตัวหนึ่ง
แล้วรักมัน...
  
7:54  
 
8:01 ...หรือเห็นภูผา
หรือปุยเมฆที่ลอยผ่าน...
  
8:08 ...เมื่อใดที่เราขาดการสื่อสาร
ที่พิเศษกับโลก...
  
8:10 ...อันนำมาซึ่งความงามอันยิ่งใหญ่...
 
8:18 ...เราก็จะเป็นเพียง
มนุษย์ตัวเล็กๆ กึ่งสุกกึ่งดิบ...
  
8:23  
 
8:28 ...ทำให้ชีวิตอันพิเศษของเรา
สูญเปล่า...
  
8:36 ...การดำรงชีวิตสูญเสียความงาม
และความล้ำลึกไปหมดสิ้น
  
8:52 ผมเกรงว่าเราต้องกลับมาสู่
ความเป็นจริง
  
8:54  
 
9:02 ถึงแม้ว่าสิ่งนั้น
จะเป็นจริงด้วยเช่นกัน...
  
9:05  
 
9:08 ...หรือจริงอย่างยิ่ง
เช่นกิ่งไม้ ร่มเงา...
  
9:12 ...แสงที่สาดส่องกระทบใบไม้
หรือนกแก้วที่กระพือปีก...
  
9:17  
 
9:20 ...นั่นเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง
เป็นจริงเหมือนกัน
  
9:25 เมื่อเราเข้าใจต้นปาล์มที่โอนเอน...
 
9:30  
 
9:32 ...และเข้าใจความรู้สึกทั้งปวง
ของชีวิต...
  
9:37 ...จากนั้นเราจึงจะมีความรู้สึกล้ำลึก
อันประเสริฐต่อความงามได้
  
9:43 แต่เรากลับไม่สนใจเรื่องเหล่านั้น
 
9:47 คุณสนใจไหม
ผมเกรงว่าพวกเราคงไม่สนใจ
  
9:50 เราจะฟังแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไป
 
9:55 มันอาจจะฟังดูเพ้อฝัน
หรือสะเทือนอารมณ์...
  
10:01 ...แต่ความงามไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน...
 
10:04 ...หรือเรื่องของอารมณ์
ความรู้สึกอ่อนไหว
  
10:09 แต่มันเป็นสิ่งที่แข็งแกร่งมาก...
 
10:15 ...ดั่งภูผาท่ามกลาง
สายน้ำอันเชี่ยวกราก
  
10:20  
 
10:29 เราจะพักเรื่องนั้นไว้ก่อน...
 
10:33 ...แล้วกลับมาดู
เรื่องที่พูดไว้เมื่อวานนี้...
  
10:43 ...ผมคิดว่ามีบางเรื่อง
ต้องทบทวนเช่นกัน...
  
10:48  
 
10:53 ...และหวังว่าคุณคงไม่รังเกียจ
หากผมจะพูดซ้ำอีกครั้ง
  
10:57  
 
11:02 เราบอกไว้ว่า...
 
11:11 ...ที่ใดมีจารีต
ที่นั่นย่อมไม่มีวัฒนธรรม
  
11:15  
 
11:24 จารีตสืบทอดจากคนรุ่นหนึ่ง
สู่คนอีกรุ่นหนึ่ง...
  
11:28  
 
11:31  
 
11:38 ...เช่น แนวความคิด ความเชื่อ...
 
11:42 ...คุณค่า หลักการต่างๆ ทั้งหมดนั้น
ถูกจัดแบบแผนโดยปัญญานึกคิด...
  
11:47  
 
11:49  
 
11:54 ...และจารีตดังกล่าว
อาจยืนยงมาถึงสามพันปี...
  
12:02 ...หรือมีอายุเพียง 10 วันก็ได้
 
12:09 แต่ในผืนดินแห่งจารีตนั้น
วัฒนธรรมไม่อาจผลิบานได้
  
12:15  
 
12:19 วัฒนธรรม หมายถึง เติบโต พัฒนา
ไม่เฉพาะด้านปัญญานึกคิดเท่านั้น...
  
12:32  
 
12:36  
 
12:43 ...แต่หมายถึงชีวิต
โดยรวมทั้งหมดของเรา
  
12:50  
 
12:56 ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่โดยสมบูรณ์
ในทิศทางเดียวเท่านั้น...
  
13:01 ...เช่น ทางการเมือง
หรือมีอัจฉริยภาพในการใช้ถ้อยคำ...
  
13:08 ...หรือแกะสลักหิน หรือวาดภาพ...
 
13:14 ...แต่เพื่อพัฒนา บ่มเพาะจิต
และหัวใจของตนเองด้วย
  
13:21 แต่นั่นจะเป็นไปไม่ได้หากมีจารีต...
 
13:25 ...ซึ่งก็คือมีการสืบทอด
คุณค่าต่างๆ...
  
13:30 ...ในผืนดินเช่นนั้น
ไม่มีอะไรเติบโตได้
  
13:40 นั่นคือสิ่งที่เราพูดไว้เมื่อวานนี้
 
13:43 และเรายังได้พูดเกี่ยวกับกาลเวลา
ซึ่งเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อน...
  
13:49  
 
13:55 ...เราต้องสืบค้นและพิจารณากัน
 
13:57  
 
14:02 เราบอกว่ากาลเวลา
เป็นกระแสที่มีการแบ่งแยก
  
14:12 ถูกต้องไหม
 
14:15 แบ่งแยกเป็นเมื่อวานนี้
วันนี้และพรุ่งนี้...
  
14:22 ...ความรู้ซึ่งผู้คนสั่งสมไว้...
 
14:26 ...ทั้งทางวิทยาศาสตร์
และที่เรียกว่าทางศาสนา...
  
14:30  
 
14:33 ...ตลอดจนประสบการณ์ก็คืออดีต
 
14:41 และเมื่ออดีตบรรจบกับปัจจุบัน
ก็จะปรับเปลี่ยนตัวมันเองไปสู่อนาคต
  
14:45  
 
14:50 นั่นคือกระแสของกาลเวลาทั้งหมด
 
14:55 และเมื่อวานนี้เรายังพูดอีกด้วยว่า...
 
14:59  
 
15:05 ...จิตของเราถูกครอบงำหนักมาก
จนยอมรับว่า...
  
15:13 ...กาลเวลาเป็นหนทาง
ไปสู่ความเข้าใจ...
  
15:17 ...สู่ความมีความเป็น
การพัฒนาและวิวัฒนาการ
  
15:25 ชีวิตทั้งหมดของเรานับแต่วัยเด็ก...
 
15:29 ...มีพื้นฐานมาจากแนวความคิดนี้...
 
15:31 ...คือต้องการจะมีจะเป็น
ต้องการเติบโตและวิวัฒนาการ
  
15:38 ในแง่หนึ่งกาลเวลาก็มีอยู่จริง...
 
15:42  
 
15:46 ...วิวัฒนาการทางชีวภาพ
และกายภาพต้องอาศัยเวลา
  
15:53 การเจริญเติบโตจากเมล็ด
จนเป็นต้นโอ๊คต้องใช้เวลา
  
15:57  
 
16:01 และเรายังบอกด้วยว่า
ในทางจิตใจกาลเวลามิได้มีอยู่จริง
  
16:05  
 
16:14 ส่วนความคิดที่ว่า โดยอาศัยกาลเวลา
เพื่อเข้าใจเรื่องทางจิตใจ...?????
  
16:24 ...การจะเข้าใจจิตแห่งศาสนาได้จริงๆ
ต้องใช้เวลา...
  
16:27 ...ซึ่งเป็นเรื่องจริยธรรม ศีลธรรม
และจิตวิญญาณ...
  
16:29 ...หากเราสามารถใช้คำว่า
"จิตวิญญาณ" ได้...
  
16:32 ...โดยไม่รู้สึกว่าเพ้อฝัน
หรือไร้สาระ...
  
16:41 ...การจะเข้าใจ
จิตแห่งศาสนาได้จริงๆ...
  
16:45 ...กาลเวลากลับเป็นปัจจัย
ที่นำพาไปสู่หายนะ
  
16:50 นั่นเป็นสิ่งที่เราได้พูดกัน
เมื่อวานนี้
  
16:53  
 
17:02 ถ้าทำได้เราต้องสืบค้น
ว่าอะไรคือระเบียบ
  
17:07  
 
17:12 ขอให้ฟังอย่างเดียว...
 
17:20 ...อย่าเพิ่งเห็นด้วย
หรือไม่เห็นด้วย...
  
17:24 ...ให้เรารับรู้เหมือนกับที่
เรารับรู้ว่ามีลมพัดโชยมา...
  
17:31 ...ดังนั้นในลักษณะเดียวกัน
ขอให้ฟังเฉยๆ...
  
17:36 ...ระเบียบคือการเรียงลำดับ
ในเนื่อที่ว่าง
  
17:46 คุณเข้าใจไหม
 
17:48 ไม่เข้าใจซิ
 
17:53 เราบอกว่าระเบียบจะมีไม่ได้
หากไม่มีการเรียงลำดับ...
  
17:59  
 
18:07 ...และไม่มีเนื้อที่ว่าง
 
18:11  
 
18:18 เรากำลังจะตรวจสอบสิ่งนั้น
 
18:22 (วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับผม...
 
18:23  
 
18:35 ...อาจจะเป็นเพราะอากาศร้อน
ผมไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อนแบบนี้)
  
18:38  
 
18:47 ชีวิตของเราไร้ระเบียบ สับสน
ขัดแย้งไม่ลงรอยกัน
  
18:54  
 
18:59 เราคุยกันแบบตรงไปตรงมา
 
19:03 ที่ใดมีความไม่ลงรอยกัน
ที่นั่นก็ไร้ระเบียบ
  
19:11 ที่ใดมีความสับสน ความขัดแย้ง
ที่นั่นก็ไม่มีระเบียบ
  
19:16  
 
19:20  
 
19:25 และในชีวิตความเป็นอยู่ของเรา
แต่ละวัน...
  
19:33 ...เป็นแหล่งรวมของความไม่ลงรอยกัน...
 
19:37 ...ความสับสน ความขัดแย้ง
และความไม่ซื่อตรงใช่ไหม
  
19:46 นั่นคือความเป็นจริง
 
19:48  
 
19:52 เราสงสัยว่าท่ามกลางความสับสนเช่นนี้
ระเบียบจะเกิดขึ้นได้หรือไม่
  
19:56  
 
20:02 เพราะหากขาดระเบียบ
ก็ย่อมไร้ประสิทธิภาพ...
  
20:05  
 
20:08 ...ทั้งทางปัญญานึกคิด...
 
20:10  
 
20:14 ...หรือถ้าคุณจะมีสมรรถภาพ
คุณก็ต้องมีระเบียบด้วย
  
20:19 ระเบียบไม่เกี่ยวกับความรู้สึกอ่อนไหว
หรือความคิดเพ้อฝัน
  
20:28  
 
20:31 ระเบียบเป็นการเรียงลำดับ
อย่างเป็นเหตุเป็นผล...
  
20:36 ...และสมเหตุสมผลปรกติอย่างยิ่ง
 
20:45 ดังนั้นเรากำลังสืบค้นว่า
ระเบียบคืออะไร...
  
20:48  
 
20:52 ...และเราจะมีระเบียบได้หรือไม่...
 
20:57 ...แต่ไม่ใช่ระเบียบ
ที่เป็นแบบพิมพ์เขียว...
  
21:00  
 
21:04 ...ไม่ใช่สิ่งที่ถูกกำหนดโดยจารีต
ประเพณี โดยคุรุ หรือโดยผู้นำ...
  
21:09 ...หรือด้วยความอยาก
และแรงขับเล็กๆ น้อยๆ ต่างๆ ของเรา...
  
21:16 ...แต่เรากำลังจะสืบค้นว่า
ระเบียบที่ยั่งยืนคืออะไร
  
21:20  
 
21:24  
 
21:31 คุณสนใจเรื่องนี้บ้างไหม
 
21:38 เราจะนำระเบียบ
มาสู่ชีวิตของเราได้อย่างไร...
  
21:44 ...เพื่อว่าจะได้
ไม่มีคู่ตรงกันข้าม...
  
21:50 ...หรือไม่มีทวิภาวะ ความไม่ลงรอยกัน
ความไม่ซื่อตรง...
  
21:53 ...ทั้งด้านการเมือง ศาสนา...
 
21:57 ...หรือในความสัมพันธ์
ระหว่างกันและกันของเรา
  
22:06 คุณสนใจเรื่องนี้ไหม
 
22:09 หรือคุณต้องการให้ผมพูดเรื่องสมาธิ
 
22:17 คุณจะได้หนีเข้าสู่มายาบางอย่างได้
แล้วคิดเอาว่าคุณกำลังทำสมาธิ
  
22:19  
 
22:24 คุณเห็นไหมว่า หากชีวิตประจำวัน
ของเราปราศจากระเบียบ...
  
22:27  
 
22:36 ...ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม
สมาธิก็เกิดขึ้นไม่ได้
  
22:39  
 
22:42 ใช่ไหม
 
22:45 ดังนั้นเรากำลังวางรากฐาน
ของสิ่งที่เป็นสมาธิ
  
22:51  
 
22:59 ถ้าเราตระหนักรู้จริงๆ ว่า
ชีวิตในแต่ละวันของเราเป็นอย่างไร...
  
23:05  
 
23:11 ...มันไร้ระเบียบเพียงใด...
 
23:14 ...หรือขัดแย้งในตัวเองอย่างไร...
 
23:19 ...ชีวิตถูกควบคุมด้วยความอยาก
อันหลากหลาย...
  
23:27 ...เช่น การแสวงหาอำนาจ
ตำแหน่งหน้าที่...
  
23:33 ...ดำรงชีวิตอย่างยโส
และหลงตนลืมตัว...
  
23:39 ...แต่ในขณะเดียวกันก็พูดถึงผู้คน...
 
23:43 ...ความดีงาม และอ่านหนังสือต่างๆ...
 
23:48 ...คุณก็รู้ว่าคุณไม่ได้จริงจังอะไร
กับสิ่งทั้งหมดนั้น
  
23:51  
 
23:54 ซึ่งทั้งหมดนั้นชี้ให้เห็นว่า
นั่นเป็นชีวิตที่ไม่ซื่อตรงเลย...
  
24:01 ...เป็นชีวิตซึ่งเต็มไปด้วย
ความขัดแย้งในตัวเองใช่ไหม...
  
24:07  
 
24:15 ...เหมือนกับทนายความชั้นยอด...
 
24:21 ...ที่สามารถโต้แย้ง
เอาชนะอีกฝ่ายหนึ่ง...
  
24:24 ...แล้วหลบไปสวดอ้อนวอน
ตามวัดที่อยู่ห่างไกล
  
24:27 คุณเข้าใจความขัดแย้ง
ไม่ลงรอยกันนี้ไหม
  
24:31 แต่พวกเขาไม่ตระหนักในเรื่องนี้กันเลย
 
24:38 ดังนั้นก่อนอื่น
(วันนี้เสียงไม่ค่อยดี ขออภัยด้วย)...
  
24:42  
 
24:50 ...ก่อนอื่นจะต้องตระหนักรู้ว่า
ชีวิตของเราไร้ระเบียบเพียงใด
  
24:52  
 
24:56 เพียงตระหนักรู้มัน...
 
24:59 ...ไม่ใช่จะทำอย่างไรให้มีระเบียบ
เกิดขึ้นในความไร้ระเบียบ...
  
25:05 ...กรุณาตั้งใจฟังให้ดี...
 
25:07 ...ไม่ใช่ปัญหาว่าจะทำอย่างไร
ให้เกิดระเบียบขึ้นในความไร้ระเบียบ...
  
25:11 ...แต่ให้เข้าใจธรรมชาติ
ของความไร้ระเบียบ
  
25:15 ถูกไหม
 
25:17 เมื่อผมเข้าใจธรรมชาติ
ของความไร้ระเบียบ...
  
25:20 ...จากความเข้าใจนั้น...
 
25:24 ...หรือจากความเป็นจริง
ที่เห็นได้ชัดนั่นเอง...
  
25:30 ...ความงามแห่งระเบียบ
ก็จะปรากฏขึ้น...
  
25:35 ...โดยมิได้ยัดเยียด
หรือใช้กฎระเบียบบังคับ...
  
25:37  
 
25:42 ...หรือกดข่ม หรือเอาอย่างกัน...
 
25:51 ...แต่จากการสืบสวน
ความไร้ระเบียบนั่นเอง...
  
25:56 ...ระเบียบก็จะปรากฏขึ้นมา
ตามธรรมชาติ
  
25:58 ถูกไหม
 
25:59 ตรงนี้คุณเข้าใจไหม
 
26:02 ทีนี้เราลองทำดู
 
26:07 ประการแรกขอให้เราตระหนักรู้...
 
26:11 ...ในฐานะมนุษย์
ผู้มีความสามารถพิเศษยิ่ง...
  
26:13  
 
26:19 ...ดูสิว่าด้านเทคโนโลยี
มนุษย์ได้สร้างสิ่งต่างๆ มากมายมหาศาล
  
26:22  
 
26:30 และในฐานะมนุษย์
ผู้มีความสามารถพิเศษมากเหลือเกิน...
  
26:34  
 
26:39 ...เราได้คิดค้นแนวความคิด
หลักการ ข้อคิดเห็น...
  
26:46 ...และการสร้างแนวคิด
ทางศาสนาเกือบจะทุกรูปแบบ...
  
26:48 ...ทั้งยังได้ประดิษฐ์พิธีกรรมต่างๆ
ทางศาสนาขึ้นมา...
  
26:51  
 
26:54 ...ซึ่งบางอย่างก็งดงามที่สุด
แต่กลับไม่มีความหมายอะไรเลย
  
27:02 สำหรับจิตใจของมนุษย์นั้น...
 
27:07 ...ผมไม่ทราบว่าคุณเคยสำรวจ
จิตใจของคุณเองบ้างไหม
  
27:15 หากคุณเคยสังเกตดูจะพบว่า...
 
27:20 ...คุณสมบัติแห่งจิตใจมนุษย์นั้น
ยิ่งใหญ่นัก
  
27:23 ขอบคุณพระเจ้า!
 
27:32 และเพื่อท้าทายจิตใจเช่นนั้น...
 
27:39 ...เพื่อเรียกร้องให้มันทำงาน
เต็มขีดความสามารถสูงสุดของมัน
  
27:42  
 
27:48 คุณจะสังเกตดูจิตใจของคุณ
ในขณะที่เรากำลังพูดกันอยู่นี้ไหม...
  
27:52  
 
27:54 ...จิตใจของคุณ...
 
27:57  
 
28:00 ...ไม่ได้เป็นแค่กิจกรรมของประสาท
สัมผัสในลักษณะต่างๆ เท่านั้น...
  
28:05 ...แต่จิตใจของคุณยังรวมถึงอารมณ์...
 
28:11 ...ความเอ็นดู ความรัก
ความใส่ใจ ความตั้งใจ...
  
28:13  
 
28:17 ...สมรรถนะทางปัญญานึกคิด
และความรู้สึกแห่งรักอันยิ่งใหญ่...
  
28:21  
 
28:26 ...ทั้งหมดนั้นคือจิตใจ
ความเป็นทั้งหมดของจิตใจ
  
28:30  
 
28:33 คุณเข้าใจที่ผมพูดไหม
 
28:37  
 
28:39 ...เพื่อท้าทายจิตใจให้ทำงาน
เต็มขีดความสามารถอันเลิศสุดของมัน
  
28:44  
 
28:51 เพราะถ้าคุณไม่ท้าทายมัน
คุณก็จะดำรงอยู่อย่างไร้ระเบียบต่อไป
  
28:57  
 
29:01 ทั้งหมดนี้คุณตามทันไหม
 
29:04 ดังนั้นเราจึงสืบค้นว่า
เป็นเพราะอะไร...
  
29:10  
 
29:14  
 
29:16 ...หรือทำไมมนุษย์จึงยอมรับ
การดำรงอยู่อย่างไร้ระเบียบ...
  
29:21 ...มาเป็นศตวรรษแล้วศตวรรษเล่า...
 
29:26 ...ทั้งในทางการเมือง ศาสนา
เศรษฐกิจ สังคม...
  
29:29 ...และในความสัมพันธ์ระหว่างกัน
 
29:33 คุณเข้าใจไหม
 
29:37 ทำไมเราจึงยอมรับการดำรงชีวิตแบบนี้
 
29:54 แล้วคุณคาดหวังคำตอบจากใครกัน
 
29:59 คุณเข้าใจไหม
 
30:01 การท้าทายหมายความว่า
คุณจะต้องตอบสนอง...
  
30:11 ...และตอบสนอง
ด้วยสมรรถนะสูงสุดของคุณ...
  
30:20 ...โดยไม่รอให้ผู้พูดตอบ
หรือบอกว่าจะต้องตอบสนองอย่างไร
  
30:23  
 
30:27 ตามทันไหมครับ
 
30:30 คุณเข้าใจที่ผมพูดบ้างไหม
 
30:34 ผมกำลังท้าทายจิตใจของคุณอยู่
 
30:38 ผู้พูดบอกให้คุณ
ใช้สมรรถภาพสูงสุดของคุณ...
  
30:44  
 
30:53 ...ใช้พลังทั้งหมดของคุณ
ค้นหาว่าเป็นไปได้หรือไม่...
  
31:00  
 
31:03 ...ที่จะดำรงอยู่ในโลก
ซึ่งกำลังเสื่อมสลาย ฉ้อฉล ไร้ศีลธรรม...
  
31:05  
 
31:13 ...โดยที่คุณยังสามารถดำรงชีวิต
อันปกติ ชีวิตที่เป็นทั้งหมด...
  
31:17 ...ไม่มีการแบ่งแยกใดๆ เลย
ได้หรือไม่ นั่นคือสิ่งที่ท้าทายคุณอยู่
  
31:21 คุณเข้าใจไหมครับ
 
31:24 คุณจะตอบสนองมันอย่างไร
 
31:34 คำว่า 'เป็นทั้งหมด' ประการแรก
หมายถึงมีสุขภาพดี
  
31:43 ทั้งร่างกายและจิตใจ...
 
31:50  
 
31:53 ...พร้อมด้วยสมรรถภาพทั้งปวง
ของจิตใจ และด้วยสุขภาพจิตที่ปกติ
  
31:58  
 
32:02 และคำว่า 'เป็นทั้งหมด' ยังหมายถึง
เป็นองค์รวม...
  
32:05  
 
32:12 ...หรือศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย
นั่นคือทั้งหมดแห่งชีวิต
  
32:18 ดังนั้นเราจึงถามคุณ
ในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง...
  
32:21  
 
32:27 ...คุณได้ตระหนักรู้หรือไม่ว่า
ความไร้ระเบียบอย่างสิ้นเชิง...
  
32:32 ...และกระบวนการเสื่อมสลาย
กำลังเกิดขึ้นในโลก...
  
32:35 ...ทั้งรอบๆ ตัวคุณ และในตัวคุณเอง
 
32:41 คุณตระหนักถึงมันไหม
 
32:49 ตระหนักรู้ด้วยการเฝ้าสังเกต
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงๆ...
  
32:52  
 
32:58 ...ไม่ใช่จินตนาการหรือนึกคิดเอา
ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น...
  
33:01  
 
33:06 ...แต่เป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริง
ทั้งด้านการเมือง ศาสนา สังคม...
  
33:10  
 
33:13 ...และความเสื่อมถอย
ทางศีลธรรมของมนุษย์
  
33:16  
 
33:24 และไม่มีสถาบันใด คุรุคนไหน...
 
33:29  
 
33:31 ...หรือหลักการสูงส่งอันใด
จะสามารถยับยั้งการเสื่อมถอยนี้ได้
  
33:34  
 
33:43 เราตระหนักรู้ถึงสภาพเช่นนี้ไหม
 
33:46 ถ้าเรารู้ แล้วเราควรจะทำอย่างไรต่อไป
 
33:51  
 
33:55 ถูกไหม
 
33:57 ใช่ไหมครับ เราควรจะทำอย่างไร
 
33:59  
 
34:02 คุณทำอะไรบ้าง - ไม่ใช่ในอนาคตนะ
แต่ในขณะนี้คุณทำอะไรบ้าง
  
34:08  
 
34:11  
 
34:21 คุณจะไปเข้าร่วมกับกลุ่ม
หรือนิกายบางกลุ่ม...
  
34:25 ...หรือคุณจะไปเป็น
ลูกศิษย์คุรุบางคน...
  
34:29 ...หรือคุณจะหันกลับไปสู่
จารีตเก่าแก่...
  
34:31 ...ทำพิธีกรรม หรืออะไรบางอย่าง
ที่เคยทำๆ กันมา...
  
34:34 ...เพื่อหลีกหนีจากความเป็นจริง...
 
34:38 ...ที่ว่าสมองกำลังชราและเสื่อมสลาย
 
34:42  
 
34:49 หรือว่าคุณกับผม...
 
34:58 ...จะร่วมกันสืบค้น หรือสำรวจว่า
เพราะเหตุใดมนุษย์จึงเป็นแบบนี้
  
35:02  
 
35:09 มันกำลังเกิดขึ้นทั่วโลก...
 
35:11 ...ไม่ใช่เฉพาะแต่ในดินแดน
แห่งจิตวิญญาณนี้เท่านั้น
  
35:17 ขออภัยที่ใช้คำว่า
'จิตวิญญาณ'...
  
35:19 ...เพราะคุณภาคภูมิใจ
ในวัฒนธรรมของคุณเหลือเกิน
  
35:30 เหมือนกับที่นักการเมืองคนหนึ่งพูดว่า
ชาติของเราเก่าแก่มาก...
  
35:36 ...วัฒนธรรมของเราก็มีมาแต่โบราณกาล
 
35:42 นั่นทำให้เขารู้สึกมีศักดิ์ศรี
แต่ในจิตใจของเขา...
  
35:49  
 
35:53 ...คุณก็รู้ว่ามันเป็นอย่างไร
ผมไม่จำเป็นต้องบอกคุณ
  
35:59 ดังนั้นเราควรจะทำอย่างไรกันดี
 
36:05 ผมขอเสนอแนะว่า
ก่อนอื่นเราควรจะมองดูชีวิตของเรา...
  
36:07  
 
36:13 ...ว่าจริงๆ มันเป็นอย่างไร...
 
36:16 ...กำลังเกิดอะไรขึ้นในชีวิตของเรา...
 
36:19 ...เพราะการดำเนินชีวิตของเรา
ก็คือสังคม
  
36:24 ถูกไหมครับ
 
36:25 คุณเข้าใจไหม
 
36:27 เห็นด้วยไหมครับ
 
36:29 การกระทำทั้งหลาย
ในชีวิตของเราก็คือสังคม...
  
36:35 ...และคุณมิอาจจะเปลี่ยนแปลง
สังคมได้...
  
36:40 ...นอกจากคุณจะเปลี่ยนแปลง
ตัวคุณเองก่อน
  
36:44 นั่นเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ชัดเจนมาก
 
36:49 พวกคอมมิวนิสต์ นักประชาธิปไตย...
 
36:50 ...นักสังคมนิยม
ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้
  
36:57 ไม่ว่าการอ่านคัมภีร์ภควัตคีตา
หรืออุปนิษัทของคุณก็ช่วยไม่ได้...
  
37:02 ...หรือคุณจะหันมาสนใจอย่างจริงจัง
ว่าพุทธศาสนาสอนอะไร...
  
37:07 ...หรือจะทำสมาธิแบบเซ็น
คุณก็รู้ว่าไม่มีอันไหนแก้ไขสังคมได้...
  
37:10  
 
37:16 ...ไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นทุกวันนี้
 
37:20 ดังนั้นเรามามองดูว่า...
 
37:28 ...เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเรา
ชีวิตแต่ละวันของเรา
  
37:30 ชีวิตประจำวันของเรา
อยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์
  
37:35 คุณไม่อาจดำรงอยู่ได้
หากปราศจากความสัมพันธ์
  
37:38  
 
37:44 ถูกไหม
 
37:47 ความสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน
ของเราเป็นอย่างไร...
  
37:54 ...ไม่ใช่คุณสองคนนั่งด้วยกันนะ
ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น...
  
37:59 ...แต่หมายถึงความสัมพันธ์
กับภรรยาหรือสามีของคุณ...
  
38:02 ...กับเจ้านาย กับคนงาน
หรือกับเพื่อนบ้านของคุณ...
  
38:05 ...ความสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน
เป็นอย่างไร
  
38:13 ในความสัมพันธ์นั้น
มีระเบียบอยู่หรือไม่
  
38:24 ไม่ใช่กิจกรรม
ที่มีตัวตนเป็นศูนย์กลาง...
  
38:27 ...ตัวตนหนึ่ง
เป็นปรปักษ์กับตัวตนอื่น...
  
38:30 ...คุณตามทันไหม
นั่นเป็นความไม่ลงรอยกัน
  
38:36  
 
38:40 ผมอาจจะแต่งงานแล้ว
มีลูก มีเพศสัมพันธ์ และอื่นๆ...
  
38:43  
 
38:47 ...แต่ถ้าผมยึดตัวตนเป็นศูนย์กลาง
สนใจแต่เรื่องของตัวเอง...
  
38:52 ...เช่น ความสำเร็จ
ความทะเยอทะยาน สถานภาพ...
  
38:55  
 
39:00 ...และกังวลเกี่ยวกับ
อะไรต่อมิอะไรของผม...
  
39:05 ...ส่วนเธอก็เหมือนกัน
สนใจเฉพาะเรื่องของเธอเท่านั้น...
  
39:09 ...ปัญหาของเธอ ความงามของเธอ...
 
39:11 ...หน้าตาของเธอ
และอื่นๆ คุณก็รู้...
  
39:15 ...แล้วอย่างนี้ความสัมพันธ์
ระหว่างคนสองคนจะมีได้อย่างไรกัน
  
39:20 คุณเข้าใจทั้งหมดนี้ไหม
 
39:25 ถ้าคุณมีความเชื่ออย่างหนึ่ง
ส่วนอีกคนมีความเชื่ออย่างอื่น...
  
39:28  
 
39:32 ...หรือมีข้อสรุปอย่างอื่น
หรือมีความเชื่อฝังหัวอย่างอื่น...
  
39:36 ...ความสัมพันธ์
ระหว่างคนทั้งสองย่อมไม่มี
  
39:37 คุณไม่เคยสังเกตเห็น
สิ่งทั้งหมดนี้บ้างเลยหรือ
  
39:43 ดังนั้นเป็นไปได้หรือไม่...
 
39:47 ...ที่จะนำความเป็นระเบียบ
มาสู่ความสัมพันธ์ของเรา...
  
39:52 ...กับภรรยาหรือสามีของเรา
 
39:56 ไม่ใช่กับจักรวาล ไม่ใช่กับอวกาศ
และไม่ใช่กับพระเจ้า
  
39:59  
 
40:04  
 
40:06 พระเจ้าเป็นสิ่งประดิษฐ์ของความคิด
 
40:13 คุณสามารถมีความสัมพันธ์พิเศษ...
 
40:16 ...กับสิ่งต่างๆ ที่คุณประดิษฐ์ขึ้นมา
หรือกับมายาภาพต่างๆ
  
40:19  
 
40:23 แต่การมีความสัมพันธ์
กับภรรยาหรือสามี...
  
40:26  
 
40:32 ...และกับลูกๆ ของคุณ
เพื่อจะได้ไม่ขัดแย้งกัน
  
40:38 นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของระเบียบ
 
40:42 ถูกไหม
 
40:44 ใช่ไหมครับ
 
40:48 ทีนี้คุณจะนำระเบียบ
มาสู่ตรงนั้นได้อย่างไร...
  
40:50  
 
40:54 ...กรุณาตั้งใจฟัง
อย่างน้อยก็ฟังความงดงามของมัน...
  
40:57 ...ระเบียบคือการเรียงลำดับ
ในเนื้อที่ว่าง...
  
41:00 ...เรากำลังจะตรวจสอบเรื่องนี้กัน...
 
41:02 ...'เนื้อที่ว่าง' เราหมายถึงอะไร
'การเรียงลำดับ' หมายถึงอะไร...
  
41:05  
 
41:09 ...และ 'ระเบียบ' เราหมายถึงอะไร
 
41:25 ถ้าเราไม่มีความสัมพันธ์ต่อกันแล้ว
ความกลัวย่อมเกิดขึ้น
  
41:31  
 
41:34 ใครคนใดคนหนึ่ง
จะต้องข่มอีกฝ่ายหนึ่ง...
  
41:44 ...หรือไม่ก็ต่างคนต่างอยู่
แต่จะพบกันก็บนเตียงนอนเท่านั้น
  
41:54 ดังนั้นเราจึงดำรงชีวิต
ที่โหดร้ายต่อกัน
  
42:00 คุณไม่เคยสังเกต
เห็นสิ่งเหล่านี้บ้างหรือ
  
42:05 คุณไม่รู้เรื่องทั้งหมดนี้เลยหรือ
 
42:11 และมีวิธีใดบ้างที่เราจะทำให้เกิด
ระเบียบอันยืนยงตลอดไป...
  
42:18 ...ไม่ใช่วันนี้มีระเบียบ
พรุ่งนี้ไร้ระเบียบ
  
42:29 อะไรเป็นสาเหตุให้เกิด
ความไม่ลงรอยกันในความสัมพันธ์
  
42:45 ความไม่ลงรอยกัน
ระหว่างสิ่งที่ผมพูดออกไป...
  
42:48 ...กับสิ่งที่ผมต้องการจะพูดจริงๆ...
 
42:59 ...บางทีผมควรจะดื่มน้ำสักหน่อย
ก่อนจะมาที่นี่
  
43:05 Avanti (ต่อไปนะ)
 
43:06 ต่อไปนะ
 
43:10 อะไรทำให้เกิดการแบ่งแยกระหว่างคุณ...
 
43:14 ...กับภรรยาหรือสามี
และกับลูกๆ ของคุณ
  
43:18 การแบ่งแยก คือ ความไร้ระเบียบ
 
43:21 ถูกไหม
 
43:23 ใช่ไหมครับ
 
43:26 การแบ่งแยกระหว่างชาวมุสลิม
กับชาวฮินดู ชาวยิวกับชาวอาหรับ...
  
43:32 ...คอมมิวนิสต์ เผด็จการกับเสรีนิยม
 
43:38 คู่ตรงกันข้ามเหล่านี้
เป็นเเก่นแท้ของความไร้ระเบียบ
  
43:44 ถูกไหม
 
43:48 ดังนั้นอะไรทำให้เกิดความไร้ระเบียบ
ในความสัมพันธ์ของมนุษย์เรา...
  
43:52 ...ทั้งกับคนที่สนิทกันมากที่สุด
และกับคนอื่นๆ
  
43:55 คุณเคยคิดถึงเรื่องนี้บ้างไหม
 
44:01 เอาเลยครับ
 
44:09 หรือว่าคุณกลัว
ที่จะมองดูความไร้ระเบียบนี้
  
44:19 เพราะเมื่อคุณตระหนักว่า
ภรรยากับตัวคุณ...
  
44:21  
 
44:24 ...หรือเมื่อสามีกับภรรยา
ตระหนักรู้ถึงความไร้ระเบียบนี้...
  
44:26  
 
44:30 ...ไม่ว่าทั้งสองคนจะยอมรับมัน
และอยู่กับมัน...
  
44:34 ...หรือเลือกจะวิเคราะห์ สืบค้น
สอบสวนมัน...
  
44:41 ...ซึ่งนั่นอาจจะนำมาซึ่ง
การเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง...
  
44:45 ...จึงเกิดความกลัวต่อการเปลี่ยนแปลง
 
44:48 คุณเข้าใจที่เราพูดกันไหม
 
44:53 หือ
 
44:57 ถูกไหมครับ
 
44:59 นั่นเพื่อนผม
อย่างน้อยผมก็พูดกับเขาได้
  
45:07 อะไรที่นำมาซึ่งความไร้ระเบียบ
 
45:19 ทีนี้ผมกำลังจะพูดถึงอะไรบางอย่าง
กรุณาตั้งใจฟังให้ดี...
  
45:23 ...เรากำลังสืบสวนกันอยู่
ผมไม่ได้บอกว่ามันถูกหรือผิด
  
45:28 มันคือความอยากใช่ไหม
 
45:40 ความอยาก ผมหมายถึง
การตอบสนองทางประสาทสัมผัส...
  
45:48  
 
45:57 ...พร้อมด้วยมโนภาพของมัน
ที่ความคิดสร้างขึ้น...
  
46:01 และการกระทำ แรงกระตุ้น
ของความอยากนั้น
  
46:07  
 
46:11 คุณเข้าใจไหม
 
46:17  
 
46:28 ความอยากที่ผู้พูดหมายถึง...
 
46:32  
 
46:35 ...กรุณาสืบค้นตามไปด้วย
อย่าเพิ่งยอมรับในสิ่งที่พูด...
  
46:37  
 
46:43 ...ความอยากหมายถึง
การรับรู้ การเห็น...
  
46:47 ...การเห็นทางประสาทสัมผัส
การกระทบ...
  
46:50  
 
46:52 ...ความรู้สึกทางประสาทสัมผัส...
 
46:56 ...และจากความรู้สึกของประสาทสัมผัส
เกิดเป็นมโนภาพ...
  
46:58  
 
47:01 ...ซึ่งความคิดสร้างขึ้น
แล้วความอยากก็เกิดขึ้น
  
47:03 อันนี้คุณเข้าใจไหม
 
47:07 ที่พูดนี่ชัดเจนไหมครับ
 
47:12 เมื่อคุณเห็นของสวยๆ งามๆ อย่างหนึ่ง
 
47:16 มีการเห็น การสัมผัส
การดมกลิ่น การลิ้มรส...
  
47:18  
 
47:21  
 
47:23 ...และเกิดความรู้สึกต่างๆ
ทางประสาทสัมผัส...
  
47:26  
 
47:30 ...ความรู้สึกซึ่งเข้าไปยึดเกาะ
กับมโนภาพที่ความคิดสร้างขึ้น...
  
47:35  
 
47:37 ...ก็จะเกิดเป็นความอยากขึ้นมา
 
47:40 ถูกไหม
 
47:43 ชัดเจนไหม
 
47:50 ดังนั้นเราจึงถามว่า...
 
47:54 ...การขาดความสัมพันธ์ระหว่างกัน...
 
47:59 ...เป็นเหตุปัจจัย
ของความไม่ลงรอยกันนี้ไหม...
  
48:03 ...ผมใช้คำว่า 'ความสัมพันธ์'
ในความหมายที่ถูกตรงของมัน...
  
48:07  
 
48:11 ....คือการเชื่อมสัมพันธ์
ระหว่างกันอย่างรอบด้าน...
  
48:16 ...ไม่ใช่เพียงแค่การสัมพันธ์กัน
ทางประสาทสัมผัส หรือทางเพศสัมพันธ์...
  
48:20 ...แต่เป็นการเชื่อมสัมพันธ์
กับผู้อื่นอย่างรอบด้าน...
  
48:22 ...ด้วยสมรรถทั้งหมดแห่งจิตคุณ
 
48:28 ความอยากไปปิดกั้นความสัมพันธ์
เช่นนั้นหรือไม่
  
48:38 ดังนั้นเรากำลังสอบสวนว่า
ความอยากใช่ความรักหรือไม่
  
48:40  
 
48:53 เพราะความกลัวมาควบคู่กับความอยาก...
 
49:01 ...และปัจจัยหนึ่งในหลายๆ ปัจจัย
ของความไร้ระเบียบก็คือความกลัว
  
49:10 ถูกไหม
 
49:15 พวกคุณต้องเอาตะเกียงเหล่านี้ไหม
คุณต้องเข้าใจทั้งหมดนี้ไม่ใช่หรือ
  
49:24 เฮ้อ (Phew)
 
49:35 ดังนั้นเราบอกว่า
ปัจจัยของความไร้ระเบียบ...
  
49:37  
 
49:44 ...ก็คือความอยากและความกลัว...
 
49:48 ...รวมทั้งการแสวงหาความพึงพอใจ
อย่างไม่สิ้นสุด
  
49:58 เราได้อธิบายไปแล้วว่า
ความอยากคืออะไร
  
50:04 ความอยากก่อให้เกิดเจตนา
 
50:12 เจตนาคือการกระทำ เป็นการกระทำ
อันมุ่งมาดของความอยาก
  
50:16  
 
50:20 ถูกต้องไหมครับ
 
50:24 ลองสืบสวนดู
 
50:27 ในการดำเนินชีวิตของเรา
ชีวิตของเรามีพื้นฐานมาจากความอยาก...
  
50:32  
 
50:36 ...มีเจตนาและการเติมเต็ม
ให้สมปรารถนา ความคับข้องใจจึงตามมาด้วย
  
50:42  
 
50:47 แล้วจากนั้นความกลัวก็เกิดขึ้น
ความกลัวมีหลายรูปแบบ
  
50:50  
 
50:53 เช่น กลัวจะไม่ประสบความสำเร็จ
กลัวตกงาน กลัวเหงาว้าเหว่...
  
50:56  
 
50:58  
 
51:00 ...กลัวไม่มีใครรัก หรือไม่ได้รักใคร
กลัวสูญเสียความผูกพัน...
  
51:04  
 
51:07  
 
51:11 ...กลัวความมืด กลัวเจ็บตัว และอื่นๆ
 
51:15  
 
51:22 คุณคุ้นเคยกับทั้งหมดนี้ดีใช่ไหม
 
51:27 ดังนั้นเราจึงบอกว่า
ปัจจัยหลักของความไร้ระเบียบ...
  
51:31  
 
51:34  
 
51:40 ...ก็คือการปฏิบัติการของความอยาก...
 
51:49 ...ที่มีภาพของความสำเร็จ
และความกลัวประกอบอยู่ด้วยเสมอไป
  
51:54 ความกลัวซึ่งมนุษย์ยังแก้ไม่ตก
เช่น กลัวความตาย...
  
52:04  
 
52:09 ...กลัวความเหงา
กลัวจะไม่เก่งพอ และอื่นๆ
  
52:15  
 
52:19 และอีกสาเหตุหนึ่งในหลายๆ สาเหตุ
ของความไร้ระเบียบก็คือ...
  
52:24 ...การแสวงหาความพึงพอใจ
อย่างไม่รู้จบสิ้น
  
52:31 ดังนั้นเรากำลังจะตรวจสอบ
ปัจจัยทั้งสามนั้นอย่างรอบคอบ...
  
52:36 ...เพราะสิ่งสำคัญสำหรับเราก็คือ
การทำให้เกิดระเบียบขึ้นมา...
  
52:42 ...และการจะทำเช่นนั้นได้...
 
52:44 ...เราจะต้องเข้าใจความสับสน
ที่มีอยู่ในชีวิตของเรา...
  
52:49 ...และความสับสนนี้ก็คือ
กิจกรรมของความอยากนี่เอง...
  
52:52  
 
52:56 ...โดยเปลี่ยนสิ่งที่มันต้องการ
ไปเรื่อยๆ
  
53:00 เมื่อคุณยังหนุ่มยังสาว
คุณอาจจะไม่ต้องการมีสถานภาพใหญ่โต...
  
53:05  
 
53:09 ...ไม่ได้ต้องการตำแหน่งหน้าที่สูงๆ
หรือความร่ำรวยมากมายนัก...
  
53:14 ...แต่เมื่อคุณอายุมากขึ้น
ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
  
53:19 เมื่อความตายใกล้เข้ามา
คุณต้องการบรรลุธรรม...
  
53:20 ...ต้องการเข้าถึงพระเจ้าและอื่นๆ
 
53:25 ดังนั้นสิ่งที่คุณอยากได้
เปลี่ยนไปตลอดเวลา
  
53:32 และความกลัวซึ่งเป็นปัจจัยหลัก
ปัจจัยหนึ่ง...
  
53:35  
 
53:38 ...ของความไร้ระเบียบ
ในความสัมพันธ์ของเรา...
  
53:42 ...ทั้งที่สนิทสนม
และที่ไม่คุ้นเคยกัน...
  
53:45 ...และการโหยหาความพึงพอใจ
ส่วนตัวของแต่ละคน
  
53:49  
 
53:58 ดังนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยหลัก...
 
54:01 ...ที่หยั่งรากลึกซึ่งทำให้เกิด
ความไร้ระเบียบในชีวิตของเรา
  
54:13 เราได้อธิบายถึงกระบวนการ
ที่ความอยากเกิดขึ้น...
  
54:20 ...เมื่อเห็น เมื่อสัมผัส
ลิ้มรส ดมกลิ่น...
  
54:22  
 
54:24 ...คือมีการตอบสนอง
ทางประสาทสัมผัสต่างๆ...
  
54:28 ...จากการตอบสนองทางประสาทสัมผัส...
 
54:32 ...ความรู้สึกทางประสาทสัมผัส
ก็เกิดขึ้นด้วยกับการกระทบ...
  
54:34 ...จากนั้นความคิดก็พูดว่า
"ถ้าฉันได้สิ่งนั้นมา คงจะวิเศษมากเลย"
  
54:38  
 
54:43 ซึ่งก็คือความคิด
ที่สร้างมโนภาพขึ้นมาว่า...
  
54:48 ...คุณกำลังขับรถยนต์อย่างสนุกสนาน
 
54:53 นั่นคือการเคลื่อนไหวของความอยาก
 
54:57 แล้วเรากำลังจะถามว่า
ความกลัวคืออะไร
  
55:03 กรุณาสืบค้นไปพร้อมกับผม
ค้นหาด้วยตัวคุณเอง...
  
55:06  
 
55:09 ...เพราะเรามีชีวิตอยู่ด้วยความกลัว
มาทุกยุคทุกสมัย
  
55:15 สมองของเราดี
 
55:18 เรามีสมรรถนะ
ที่จะแก้ปัญหาความกลัวได้...
  
55:22 ...เราไม่จำเป็นต้องมีชีวิตอยู่
ด้วยความกลัว
  
55:24 การมีชีวิตอยู่กับความกลัว
ก็เหมือนอยู่ในความมืด
  
55:29 การมีชีวิตอยู่กับความกลัว
เป็นการปฏิเสธความงามแห่งชีวิต...
  
55:33  
 
55:37 ...ความงดงามของโลก
และความงามของท้องฟ้า
  
55:45 ดังนั้นเราต้องเข้าใจความกลัว...
 
55:48 ...ไม่ใช่ด้วยปัญญานึกคิด
หากแต่ขุดลึกจนถึงรากเหง้าของมัน
  
55:50  
 
56:03 ความกลัวคือกาลเวลา
 
56:17 ขอให้มองดูมันด้วยความรอบคอบ
 
56:22 มีความกลัวที่เกี่ยวกับร่างกาย...
 
56:25  
 
56:33 ...เช่น ความเจ็บปวดของร่างกาย
มีความทรงจำถึงความเจ็บปวดนั้น...
  
56:38 ...และหวังว่าความเจ็บปวดนั้น
จะไม่เกิดขึ้นอีก
  
56:43 นั่นคือช่วงแห่งกาลเวลา
 
56:46 ถูกต้องไหม คุณเข้าใจตรงนี้ไหม
 
56:50 ถ้าคุณยังไม่ได้ใส่ใจกับมัน
กรุณาใส่ใจด้วยเพราะว่ามันสำคัญมาก...
  
56:52 ...ที่เราจะต้องเข้าใจเรื่องนี้...
 
56:57 ...เพราะจิตใจ
เรียกร้องให้มนุษย์เป็นอิสระ...
  
57:04 ...เพราะเมื่อคุณเป็นอิสระแล้ว
ชีวิตจะแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง
  
57:07  
 
57:12 และบุคคลที่แบกความกลัวเอาไว้
ไม่มีทางเป็นอิสระได้เลย
  
57:23 เมื่อจิตใจถูกครอบงำด้วยความกลัว
ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะมีความกระจ่าง...
  
57:28  
 
57:30 ...การหยั่งรู้ หรือการรับรู้สิ่งต่างๆ
ได้อย่างบริสุทธิ์และไม่บิดเบือน
  
57:34  
 
57:36  
 
57:45 ดังนั้นเราจึงบอกว่า กาลเวลา คือ
การเคลื่อนไหวของความกลัว
  
57:47  
 
57:49  
 
58:00 เช่น เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
ผมได้รับบาดเจ็บ...
  
58:04 ...ความทรงจำถึงความเจ็บปวด
ทางกายนั้นยังมีอยู่...
  
58:08 ...และมีความกลัวว่า
มันอาจจะกลับมาอีก
  
58:11  
 
58:13  
 
58:16 ใช่ไหม
 
58:19 ถูกไหม
 
58:22 นั่นเป็นความกลัวอย่างหนึ่ง
 
58:23 เป็นความกลัวที่เกี่ยวกับร่างกาย
กลัวได้รับบาดเจ็บ...
  
58:26 ...กลัวต้องทนทรมานกับความเจ็บปวด
หรือกลัวการป่วยไข้...
  
58:29 ...และหวังว่ามันจะไม่กลับมาเป็นอีก
 
58:35 ทีนี้กรุณาฟังให้ดีๆ
เมื่อคุณได้รับบาดเจ็บทางกาย...
  
58:39 ...และเมื่อมันหายเป็นปกติแล้ว
คุณจะลืมมันไปทั้งหมดได้ไหม...
  
58:49 ...โดยไม่บันทึก
ในความทรงจำไว้เลยได้ไหม
  
58:51  
 
58:56 คุณเข้าใจไหม
คุณเข้าใจสิ่งที่ผมพูดไปแล้วไหม
  
58:58  
 
59:04 ผมแน่ใจว่าพวกเราส่วนใหญ่
ต้องเคยได้รับบาดเจ็บ...
  
59:06 ...ทางร่างกายกันมาบ้างแล้ว
ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง...
  
59:10 ...ซึ่งมีมากมายหลายแบบ
 
59:17 เมื่อมันเกิดขึ้น ขอให้สังเกตดูมัน...
 
59:20  
 
59:24 ...อย่าปล่อยให้สมอง
บันทึกความเจ็บปวดนั้นไว้
  
59:28  
 
59:37 คุณจะทำอย่างที่เราพูดกันไหม
 
59:40 เอาละ ลองมาดูกันสักหน่อย
 
59:43 ความสามารถของสมองอยู่ที่...
 
59:50 ...การบันทึก
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น
  
59:58 เช่นเดียวกับเครื่องคอมพิวเตอร์
บันทึกข้อมูล
  
1:00:03 คุณต้องเคยสังเกตเห็นมาบ้างแล้ว
 
1:00:07 สิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกาย
ถูกบันทึกเอาไว้แล้ว
  
1:00:13 แล้วสิ่งที่ถูกบันทึก
ก็คือความทรงจำ...
  
1:00:21  
 
1:00:23 ...และความทรงจำถึงความเจ็บปวดนั้น...
 
1:00:27 ...ก็จะนำไปสู่ความกลัว
ว่ามันอาจจะเกิดขึ้นอีก
  
1:00:31 เรากำลังถามถึงสิ่งที่ธรรมดาๆ มาก
แต่ก็ละเอียดอ่อนแยบคายมาก
  
1:00:37 ขอให้สืบค้นเข้าไป
แล้วคุณจะเห็นด้วยตัวคุณเอง
  
1:00:40 เมื่อเกิดความเจ็บปวดทางร่างกาย...
 
1:00:43 ...แต่อย่าปล่อยให้มัน
กลายเป็นความทรงจำ
  
1:00:51 คุณเข้าใจไหมครับ
 
1:00:57 ที่ผมพูดไปคุณตามทันไหมครับ
 
1:01:04 เอาล่ะ เดี๋ยวนะ
 
1:01:08 เช่น คุณทำให้ผมเสียใจ
เรียกชื่อล้อเลียนผมต่างๆ นานา...
  
1:01:11 ...หรือคุณเยินยอผม
อย่างที่ใครบางคนพูดเมื่อวานนี้...
  
1:01:19 ...อย่าบันทึกคำยกย่องสรรเสริญ
หรือคำสบประมาทเอาไว้...
  
1:01:27 ...เพื่อที่สมองของคุณจะได้สดใหม่
 
1:01:34 เมื่อคุณบันทึกมันไว้
มันก็เป็นการเคลื่อนไหวของกาลเวลา
  
1:01:36  
 
1:01:40 ถูกไหม
 
1:01:42 ดังนั้นเราจึงบอกว่า
ความกลัวเป็นการเคลื่อนไหวในกาลเวลา
  
1:01:44  
 
1:01:56 เราเข้าใจได้เกี่ยวกับ
ความเจ็บปวดทางร่างกาย
  
1:01:59 ผมรู้ ผมสามารถสังเกตดูมัน
ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง...
  
1:02:03 ...ในขณะที่มันกำลังเกิดขึ้น...
 
1:02:05 ...ขอให้ใส่ใจมันมากๆ...
 
1:02:09 ...หรือไม่ก็ปล่อยให้มันเกิดขึ้น
โดยไม่เข้าไปยุ่งกับมันเลย
  
1:02:20 ผมกำลังบอกอะไรคุณบางอย่าง
ซึ่งเกิดขึ้นกับผู้พูดจริงๆ
  
1:02:22  
 
1:02:26 ผมไม่ได้สร้างเรื่องขึ้นมานะ
 
1:02:30 ความกลัวก็คือสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น...
 
1:02:36  
 
1:02:41 ...หรือสิ่งที่ได้เกิดขึ้นมาแล้ว...
 
1:02:45 ...และยังมีความทรงจำ
เกี่ยวกับมันอยู่...
  
1:02:49 ...แล้วก็สร้างเรื่อง
จากความทรงจำนั้นขึ้นล่วงหน้า...
  
1:02:53 ...แล้วพูดว่า "ผมกลัว"
 
1:02:58 คุณเข้าใจไหม
 
1:03:00 นั่นคือการเคลื่อนไหวจากอดีต
ผ่านปัจจุบัน สู่อนาคต
  
1:03:07  
 
1:03:14 พวกเราส่วนใหญ่กลัวอะไรกันหรือ
 
1:03:19 มองตัวคุณเองซิครับ สืบค้นดู
 
1:03:22 คุณกลัวอะไร
 
1:03:24 ขณะนั่งอยู่ตรงนั้น
ในเวลานี้คุณไม่ได้กลัว
  
1:03:28 อันนี้ชัดเจน
 
1:03:32 แต่เมื่อคุณจากที่นี่ไปแล้ว
ความกลัวต่างๆ ทั้งในระดับจิตสำนึก...
  
1:03:39 ...หรือที่ซ่อนตัวอยู่ลึกๆ จะกลับมา
 
1:03:41  
 
1:03:46 คุณกลัวอะไรกันบ้าง
 
1:03:49 กลัวความตาย กลัวความเหงา...
 
1:03:52  
 
1:03:56 ...กลัวจะไม่ได้บรรลุธรรม
กลัวจะไม่ประสบความสำเร็จและมีเงินมากๆ...
  
1:04:03  
 
1:04:07 ...กลัวจะต้องเป็นรองคนอื่น...
 
1:04:12  
 
1:04:16 ...ไม่ว่าจะเป็นสามีหรือภรรยาก็ตาม
เรากลัวอะไรกัน
  
1:04:20  
 
1:04:39 คุณวิเคราะห์ได้หรือ
 
1:04:46 กรุณาตั้งใจฟัง
 
1:04:48 ในการวิเคราะห์มี...
(ขอบคุณครับ)
  
1:04:55  
 
1:04:58 ขอผมดื่มน้ำนะครับ
Audience:ครับ
  
1:05:01 Krishnamurti:มันอาจจะช่วย
แต่ผมไม่แน่ใจ
  
1:05:23 ...ในการวิเคราะห์
แสดงนัยอะไรหลายๆ อย่าง
  
1:05:28 มีผู้วิเคราะห์
และสิ่งที่จะถูกวิเคราะห์
  
1:05:31  
 
1:05:37 ถูกไหมครับ
 
1:05:39 ในการวิเคราะห์
แฝงนัยแห่งกาลเวลาอยู่ด้วย
  
1:05:46 คุณเข้าใจไหม
 
1:05:50 เช่น ผมต้องวิเคราะห์อยู่ตลอดเวลา
นั่นได้รวมกาลเวลาไว้ด้วยแล้ว
  
1:05:54 การวิเคราะห์ทุกๆ เรื่อง
จะต้องจบบริบูรณ์
  
1:06:02 มิฉะนั้นผมก็จะจำ
เมื่อความทรงจำนั้นยังดำเนินอยู่...
  
1:06:08 ...และคุณวิเคราะห์จากความทรงจำนั้น
 
1:06:10 เพราะฉะนั้นมันจึงไม่เคยจบบริบูรณ์
สักที คุณเข้าใจไหม
  
1:06:14 ไม่เป็นไร ขอให้คุณสืบค้นดู
 
1:06:19 ก่อนอื่นในการวิเคราะห์
จะมีผู้วิเคราะห์และสิ่งที่ถูกวิเคราะห์
  
1:06:20  
 
1:06:26 ผู้วิเคราะห์ก็คือสิ่งที่ถูกวิเคราะห์
 
1:06:30 ใช่ไหม
 
1:06:34 นั่นคือความคิดได้แบ่งแยกตัวมันเอง...
 
1:06:39 ...ออกเป็นผู้วิเคราะห์
และสิ่งที่ถูกวิเคราะห์
  
1:06:42 ดังนั้นมันได้สร้างการแบ่งแยกขึ้นมา
 
1:06:46 ในกระบวนการคิดนั้น
ความคิดจำกัด...
  
1:06:51 ...เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นส่วนเสี้ยว
และมีความสามารถที่จะแบ่งแยก
  
1:06:52  
 
1:07:00 อะไรก็ตามที่จำกัด
ย่อมสามารถแบ่งแยกได้เสมอ
  
1:07:04  
 
1:07:08 ส่วนอะไรก็ตามที่สมบูรณ์
ไม่อาจแบ่งแยกได้
  
1:07:14 ผมสงสัยว่าคุณจะจับใจความ
ทั้งหมดนี้ได้ไหม
  
1:07:20 กรุณาอย่าเห็นผมเป็นคุรุก็พอแล้ว
 
1:07:25 นั่นเป็นประการสุดท้าย
 
1:07:32 ดังนั้นเราบอกว่าการวิเคราะห์
จะไม่ช่วยแก้ไขปัญหา
  
1:07:41  
 
1:07:49 คุณอาจจะหาสาเหตุพบ
และการค้นพบสาเหตุและผลแห่งสาเหตุนั้น...
  
1:07:53  
 
1:07:56  
 
1:08:00 ...แล้วผลอันนั้นก็กลายเป็น
อีกสาเหตุหนึ่งของเหตุการณ์ถัดไปอีก
  
1:08:04 ดังนั้นมันจึงเป็นลูกโซ่ไปเรื่อยๆ...
 
1:08:07 ...จากเหตุกลายเป็นผล
แล้วผลกลายเป็นเหตุของอันถัดไป
  
1:08:09  
 
1:08:14 ถูกต้องไหม
 
1:08:16 ในวัฏจักรนั้นย่อมไม่มีคำตอบ
 
1:08:25 คุณจะต้องคิดด้วยตัวคุณเอง
หากคุณเป็นคนที่ชอบวิเคราะห์...
  
1:08:28  
 
1:08:32 ...เพราะเราคุ้นเคย
กับการวิเคราะห์มากเหลือเกิน...
  
1:08:36 ...ซึ่งปิดกั้นการรับรู้โดยตรง
 
1:08:41 ดังนั้นเราจึงถามว่า...
 
1:08:44 ...อะไรคือสาเหตุของความกลัว
ที่ไม่ธรรมดานี้...
  
1:08:48 ...ความกลัวที่มีอยู่ในมนุษย์
ทั้งในระดับจิตสำนึก...
  
1:08:53 ...และที่ซ่อนตัวอยู่ลึกๆ
 
1:09:12 ถ้าคุณสังเกตหรือมองดูความกลัว
ความกลัวไม่ใช่สิ่งที่เป็นจริง
  
1:09:19  
 
1:09:25 คุณเข้าใจไหมครับ
 
1:09:26 คุณเพียงแต่บันทึกมันไว้
หลังจากที่มันจบไปแล้ว...
  
1:09:29 ...หรือไม่คุณก็คาดว่ามันจะเกิดขึ้น
ในอนาคตเท่านั้น
  
1:09:37 ถูกไหม
 
1:09:38 ผมไม่ทราบว่าคุณเข้าใจตรงนี้ไหม
 
1:09:40 ไม่เป็นไร ผมจะพูดอีกแบบหนึ่ง
 
1:09:44 ผมทำงานอย่างหนักให้คุณทำไมกัน
 
1:09:50 เมื่อวันก่อน ตอนที่ผมพูดจบ
แล้วเดินออกไป...
  
1:09:56 ...มีผู้ชายคนหนึ่งพูดกับผมว่า
ที่คุณถามพวกเราว่าเรามากันทำไม...
  
1:10:01 ...มีเหตุผลอะไร เป็นเพราะ
อยากรู้อยากเห็นหรืออะไรกัน
  
1:10:04 แล้วเขาก็ถามว่า
แล้วคุณล่ะพูดทำไม
  
1:10:16 คุณต้องการทราบไหมว่าผมพูดทำไม
 
1:10:24 เพราะว่า...เออ...ช่างมันเถอะ
 
1:10:27  
 
1:10:31 มันไม่สำคัญหรอก
 
1:10:43 ความพึงพอใจก็เช่นกัน...
 
1:10:47  
 
1:10:52 ...ในขณะที่ความพึงพอใจเกิดขึ้น
มันยังไม่มีการบันทึก
  
1:10:55 ในเสี้ยววินาทีต่อมา
การบันทึกจึงเกิดขึ้น
  
1:10:59 คุณไม่เคยสังเกตเห็นเลยหรือ
 
1:11:04 คุณเคยไหม
 
1:11:08 ความพึงพอใจทางเพศหรืออะไรก็ตาม
ในขณะที่มันกำลังเกิดขึ้นจริงๆ...
  
1:11:11 ...คุณไม่รู้ด้วยซ้ำ
ว่านั่นเรียกว่าความพึงพอใจ
  
1:11:18 หากคุณโกรธอยู่ - (ผมหวังว่าคุณไม่
ได้โกรธ) - แต่ถ้าคุณกำลังโกรธมาก...
  
1:11:21  
 
1:11:24 ...ณ ขณะนั้น มันเป็นแค่เพียง
ความรู้สึก...
  
1:11:31  
 
1:11:33 ...แต่พอคุณเริ่มเรียกชื่อมัน...
 
1:11:36 ...ในวินาทีต่อมา
มันก็กลายเป็นความโกรธ
  
1:11:40 แล้วคุณก็พูดว่า
"ฉันต้องควบคุมให้ได้"
  
1:11:42 หรือบอกว่า"ฉันต้องไม่โกรธ"
และอะไรต่อมิอะไรก็ตามมา
  
1:11:47 ดังนั้นเพียงกรุณาตั้งใจฟัง
ในขณะที่ความพึงพอใจเกิดขึ้นกับคุณ...
  
1:11:53  
 
1:12:01 ...จะยังไม่มีการบันทึกข้อมูล
สมองยังไม่ทำงาน
  
1:12:07  
 
1:12:12 แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมาเท่านั้น
ความคิดก็เข้ามาและพูดว่า...
  
1:12:15 ..."มันช่างวิเศษอะไรอย่างนี้"...
 
1:12:19 ..."อาหารมื้อนั้นอร่อยเหลือเกิน"
"ยามอาทิตย์อัสดงนั้นงดงามมาก"...
  
1:12:24  
 
1:12:28 ..."ฉันต้องการ
กินอาหารอย่างนั้นอีก"...
  
1:12:31 ...หรือ "ฉันต้องการรู้สึกอิ่มเอมใจ
ยามเห็นตะวันลับฟ้าเช่นนั้นอีก"
  
1:12:36 คุณตามทันไหม
 
1:12:38 ดังนั้นคุณตระหนักรู้
ในขณะที่เกิดความกลัวไหม...
  
1:12:45 ...ณ วินาทีที่สิ่งนั้นเกิดขึ้น...
 
1:12:54 ...แต่ขณะที่มันเกิดขึ้น
อย่าปล่อยให้ความคิดเข้ามา...
  
1:12:58  
 
1:13:03 ...ความคิดจดจำความกลัว
จากประสบการณ์ในอดีตของมัน...
  
1:13:06 ...แล้วพูดว่า "นั่นเป็นความกลัว"...
 
1:13:08 ...แต่ให้ตระหนักว่าความคิด
ไม่ได้มีบทบาทหน้าที่อะไร...
  
1:13:12 ...ณ ขณะที่ความกลัวเกิดขึ้น
 
1:13:15 คุณเข้าใจทั้งหมดนี้ไหม
 
1:13:18 นั่นจำต้องมีความตื่นตัวอย่างยิ่ง
 
1:13:25 ดังนั้นถ้าจิตใจตื่นตัวจริงๆ...
 
1:13:30 ...ในทันทีที่เกิดความรู้สึก
ซึ่งเรียกว่าความกลัวนี้...
  
1:13:32 ...ขอให้ตระหนักรู้มัน
และการตระหนักรู้มันนั่นเอง...
  
1:13:41 ...หรือการรู้ความจริง
ของมันนั่นเอง...
  
1:13:45 ...ที่สกัดกั้นไม่ให้ความคิด
เข้ามาแทรกแซง
  
1:13:53 คุณเข้าใจตรงนี้แล้วไหม
ใครเข้าใจบ้าง
  
1:13:56 คุณกำลังทำอย่างนั้นหรือเปล่า
 
1:14:07 ดังนั้นความกลัวกับความพึงพอใจ
จึงคู่กันไป
  
1:14:14 คุณได้ตระหนักรู้อย่างนั้นด้วยไหม
 
1:14:17 คุณไม่อาจจะเก็บอันหนึ่งไว้
แล้วผลักไสอีกอันหนึ่งไปได้
  
1:14:23 ดังนั้นเพื่อขุดค้นลงไป
ในทั้งสองเรื่อง...
  
1:14:30 ...ให้เห็นความเคลื่อนไหวทั้งปวง
ของความกลัวและความพึงพอใจ...
  
1:14:38 ...รวมทั้งเห็นความอยาก
ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง...
  
1:14:42 ...ทั้งกับความกลัวและความพึงพอใจ...
 
1:14:45 ...เห็นธรรมชาติ
และโครงสร้างทั้งหมดของมัน...
  
1:14:50  
 
1:14:51 ไม่ใช่ด้วยการขบคิด
หรือเพียงคำพูด...
  
1:14:59 ...แต่เห็นจริงๆ เหมือนกับที่
คุณเห็นไมโครโฟนตัวนี้...
  
1:15:02 ...แล้วคุณก็จะมาถึงปัญหาที่ว่า...
 
1:15:06 ...ความกลัวหรือความพึงพอใจ
ไม่ได้แตกต่างไปจากผู้สังเกต
  
1:15:10 ผู้สังเกตก็คือความกลัว
 
1:15:16 กรุณาตั้งใจฟัง
 
1:15:20 หากไม่มีความคิดก็ไม่มีผู้คิด
ความคิดแบ่งแยกผู้คิดออกจากตัวมันเอง...
  
1:15:24  
 
1:15:28 ...เหมือนกับที่แบ่งแยกตัวมันเอง
ออกจากสิ่งที่มันสร้างขึ้น
  
1:15:31  
 
1:15:36 ถูกไหม
 
1:15:38 ดังนั้นผู้คิดจึงพยายามเสมอ
ที่จะควบคุม ปั้นแต่งความคิด
  
1:15:46 ดังนั้นความกลัวจึงไม่ได้แยกออก
จากผู้สังเกต หรือจากตัวคุณ
  
1:15:50  
 
1:15:54 แต่คุณเป็นส่วนหนึ่งของมัน
 
1:15:56 และเมื่อคุณพูดว่า
"ฉันต้องควบคุมมันให้ได้...
  
1:15:58 ...ฉันต้องกล้าหาญ
ฉันต้องหนีจากมัน...
  
1:16:00 ...ฉันต้องหลบมันให้พ้น
ฉันต้องวิเคราะห์มัน"...
  
1:16:02 ...นั่นคุณกำลังเล่นเกมกับตัวเองอยู่
 
1:16:08 แต่ทว่าหากคุณตระหนัก
ถึงความเป็นจริงอันนั้น...
  
1:16:11 ...ว่าความกลัวก็คือตัวคุณ
 
1:16:17 คุณเป็นผลลัพธ์ของกาลเวลา
คุณเป็นผลของความคิด...
  
1:16:23  
 
1:16:29 ...ที่ปะติดปะต่อกันเข้าโดยหลายๆ
ผมคงจะไม่พูดถึงล่ะ
  
1:16:32 มันเป็นเรื่องง่ายมากๆ
 
1:16:34 ดังนั้นความกลัวก็คือคุณ...
 
1:16:38  
 
1:16:41 ...และเมื่อคุณตระหนักได้อย่างนั้น
คุณย่อมรู้แก่ใจว่าคุณทำอะไรไม่ได้..
  
1:16:45 ...และนั่นคุณจึงได้แต่เฝ้ามองมัน
โดยไม่ทำอะไรกับมันเลย...
  
1:16:49 ...เมื่อคุณเพียงแต่เฝ้ามองสิ่งนั้น
โดยไม่ทำอะไรกับมันเลย...
  
1:16:51 ...สิ่งนั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
ชนิดถอนรากถอนโคน
  
1:16:55  
 
1:16:59 คุณกำลังทำอยู่หรือเปล่า
แล้วคุณจะทำไหมครับ
  
1:17:03 คุณจะเฝ้ามองโดยปราศผู้สังเกตได้ไหม
เพราะว่าผู้สังเกตเป็นอดีต...
  
1:17:09  
 
1:17:12 ...และผู้สังเกตจะปิดกั้น
การรับรู้โดยตรง...
  
1:17:15  
 
1:17:19 ...ทำให้การรับรู้ไม่แจ่มชัด
หรือบิดเบือนไป
  
1:17:23 ดังนั้นเมื่อตระหนักรู้อย่างนั้น
ผู้สังเกตจึงพูดว่า
  
1:17:26 ..."ในการสังเกตการณ์
ไม่มีที่ว่างสำหรับฉันอีกแล้ว"...
  
1:17:30 ...เพราะฉะนั้น
จึงเป็นการสังเกตการณ์ล้วนๆ
  
1:17:35 เมื่อคุณสังเกตดูความกลัว
โดยปราศจากผู้สังเกตซึ่งเป็นอดีต...
  
1:17:42 ...จากนั้นความกลัว
ซึ่งคุณเฝ้าดูอยู่นั่นเอง...
  
1:17:45 ...จะเปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคน
 
1:17:50 มันจะไม่เป็นความกลัวอีกต่อไป
 
1:17:59 คุณจะจำมันไหมนี่ อย่างน้อยที่สุด
 
1:18:09 ก็คิดตามไปด้วย
จะได้เห็นว่ามันมีนัยอย่างไร
  
1:18:14 ความกลัวและการหลีกเลี่ยงมัน
หรือการกดข่มมันไว้...
  
1:18:20  
 
1:18:22 ...หรือเปลี่ยนรูปมัน หรือพูดว่า
"ฉันต้องเอาชนะมัน"...
  
1:18:24  
 
1:18:30 ...ทั้งหมดนั้น
ไม่อาจจะขจัดความกลัวได้...
  
1:18:34 ...เพราะคุณเคยทำมาแล้วทั้งสิ้น...
 
1:18:39 ...แต่มันก็ยังคงอยู่กับคุณ
มานานนับพันปี
  
1:18:42 และเรากำลังพูดถึง
มีบางสิ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
  
1:18:46 เราบอกว่า ความกลัว ก็คือคุณ
 
1:18:51 คุณคือผลลัพธ์ของกาลเวลา...
 
1:19:00 ...และถามว่าการเฝ้าดูความกลัว
โดยปราศจากกาลเวลา...
  
1:19:04 ...และความทรงจำจะเป็นไปได้ไหม
 
1:19:06  
 
1:19:08 เพียงแต่ดูเฉยๆ
 
1:19:15 นั่นคือคุณจะมองดูภรรยา
หรือสามีของคุณ...
  
1:19:19 ...ราวกับว่าคุณเพิ่งจะเห็นเธอหรือเขา
เป็นครั้งแรกในชีวิตของคุณ...
  
1:19:21  
 
1:19:27 ...โดยปราศจากความทรงจำทั้งปวง
ไม่ว่าจะเป็นความพึงพอใจในเพศรส...
  
1:19:31 ...การประชดประชัน การคุกคาม
หรือการข่มอยู่เหนือ...
  
1:19:34 ...ปราศจากทุกอย่างที่กล่าวมา
เพียงแต่ดูเฉยๆ คุณจะทำได้ไหม
  
1:19:39 เพราะว่าความรู้จะปิดบังไม่ให้คุณดู
 
1:19:51 และการเป็นอิสระจากความรู้เท่านั้น...
 
1:19:53 ...ที่จะลบล้างความกลัวได้อย่างหมดจด
ไม่ใช่แค่เพียงบางส่วน
  
1:19:57 และไม่ใช่ลบเฉพาะ
ความกลัวอันนั้นหรืออันนี้...
  
1:20:02 ...แต่ลบล้างจนถึงรากเหง้า
แห่งความกลัว
  
1:20:10 คุณจะมองดูความพึงพอใจ
ในทำนองเดียวกันได้ไหม
  
1:20:15  
 
1:20:22 ถูกไหม
 
1:20:24 คุณมีความพึงพอใจ
ในเรื่องต่างๆ มากมายใช่ไหม
  
1:20:27 เช่น ความพึงพอใจในเรื่องเพศ
ความพึงพอใจในเงินทอง...
  
1:20:30  
 
1:20:33 ...ความพึงพอใจในยศตำแหน่ง
ความพึงพอใจที่เป็นนักการเมืองคนสำคัญ...
  
1:20:35  
 
1:20:38 ...คุณรู้เรื่องแบบนี้ดี
ความพึงพอใจในอำนาจ...
  
1:20:40  
 
1:20:45 ...ความพึงพอใจที่มีร่างกาย
และจิตใจดี แข็งแรง...
  
1:20:50  
 
1:20:56 ...ความพึงพอใจมาจากการเปรียบเทียบ
พร้อมทั้งความกลัวของมัน...
  
1:21:02  
 
1:21:05 ...ความพึงพอใจในการลอกเลียนแบบ
ใครบางคน แล้วทำได้ดีกว่าคนคนนั้น
  
1:21:08  
 
1:21:10 ถูกต้องไหม
 
1:21:12 ยังมีความพึงพอใจ
ที่ไม่ธรรมดาเหล่านี้อีก...
  
1:21:16 ...เช่น ความพึงพอใจ
ในการแสวงหาการบรรลุธรรม...
  
1:21:21 ...ซึ่งเป็นความพึงพอใจสูงสุด
ของการแสวงหาพระเจ้า...
  
1:21:25 ...ซึ่งจริงๆ แล้ว
เป็นเรื่องโอ้อวดกันมากกว่า
  
1:21:31 ดังนั้นคุณจะสอบสวนเข้าไปในตัวคุณ...
 
1:21:35 ...ถึงธรรมชาติทั้งหมดของความกลัว
และความพึงพอใจได้ไหม
  
1:21:43 เราพูดไปแล้วว่า ความพึงพอใจ
เป็นการเคลื่อนไหวของความอยาก...
  
1:21:52 ...ที่แบ่งแยกอยู่ในกาลเวลา
 
1:21:55  
 
1:22:00 ขอให้สังเกตดูมัน
อย่างละเอียด แม่นยำ...
  
1:22:06 ...ด้วยความเที่ยงตรง
ขอให้สังเกตดูแต่อย่าไปวิเคราะห์
  
1:22:08  
 
1:22:12 ดังนั้นเราบอกว่า
สาเหตุของความไร้ระเบียบ ก็คือความอยาก...
  
1:22:14  
 
1:22:21 ...ความกลัว และการแสวงหา
ความพึงพอใจอันไม่สิ้นสุด
  
1:22:26 แต่ไม่ได้หมายความว่าให้กดข่ม
ความอิ่มเอมใจเมื่อเห็นสิ่งสวยงาม...
  
1:22:32  
 
1:22:38 ...หรือกดข่มความสุขใจและความเบิกบาน
ในการมองดูท้องฟ้าอันสวยสด...
  
1:22:42  
 
1:22:44 ...หรือดูดาวประกายพรึกที่สุกสกาว
เปล่งปลั่งอยู่เดียวดายยามเช้าตรู่...
  
1:22:50  
 
1:22:55 ...หรือการเห็นดาวฤกษ์
เซาธ์เทิร์นครอสทางทิศใต้...
  
1:23:00 ...การมองดูท้องฟ้านั้น
เป็นความสุขใจยิ่ง
  
1:23:04 แต่ในทันทีที่ความคิดพูดว่า
"ฉันต้องกลับไปที่ระเบียงอีกครั้ง...
  
1:23:07 ...ไปดูดาวศุกร์
หรือดาวประกายพฤกษ์"...
  
1:23:10 ...จากนั้นการแสวงหา
ความพึงพอใจทั้งปวงก็เริ่มต้นขึ้น
  
1:23:15 ขอให้เพียงแต่ดูเฉยๆ
 
1:23:19 ดังนั้นเราจึงบอกว่า สิ่งเหล่านั้น
เป็นสาเหตุหลักของความไร้ระเบียบ
  
1:23:25 เมื่อคุณเข้าสิ่งนั้นแล้ว
ไม่ใช่ด้วยปัญญาขบคิด...
  
1:23:27  
 
1:23:30 ...แต่เข้าใจมันหมด
อย่างถ่องแท้จริงๆ...
  
1:23:36 ...แล้วความเบิกบาน
ก็จะอยู่ในหัวใจคุณ
  
1:23:40 ความเบิกบานไม่ใช่ความพึงพอใจ...
 
1:23:46 ...แต่ทันทีที่คุณจดจำ
ความเบิกบานนั้นได้ และพูดว่า...
  
1:23:48 ..."มันเป็นช่วงเวลา
ที่ฉันอิ่มเอมใจที่สุด...
  
1:23:52 ...ฉันอยากมีความรู้สึก
เช่นนั้นอีก"...
  
1:23:54 ...จากนั้นมันก็จะกลายเป็นความพึงพอใจ
และคุณได้สูญเสียมันไปแล้ว
  
1:24:00 นี่เป็นการเรียงลำดับในชีวิตของเรา
 
1:24:06 เพื่อสร้างความเป็นระเบียบ
ขึ้นภายในครอบครัวเรา
  
1:24:14 เนื้อที่ว่างคืออะไร
 
1:24:24 นี่มันหกโมงยี่สิบห้านาทีแล้ว
 
1:24:28 ผมคิดว่าพวกคุณคงเหนื่อยมากแล้ว
 
1:24:32 ผมคงจะพูดเรื่องเนื้อที่ว่างไม่ได้
 
1:24:34 เพราะมันต้องสืบสวนกัน
อีกมากทีเดียว...
  
1:24:37  
 
1:24:41 ...เนื้อที่ว่างในจิตใจ หมายถึง
จิตใจที่ไม่ได้หมกมุ่นอยู่กับปัญหาใดๆ
  
1:24:45  
 
1:24:51  
 
1:24:56 ...แต่จิตใจของเราหมกมุ่นมากจริงๆ
อัดแน่นไปด้วยความเชื่อ...
  
1:24:58  
 
1:25:01 ...เต็มไปด้วยการแสวงหา และอะไร
ต่อมิอะไร ความสับสน มายาภาพ
  
1:25:04  
 
1:25:06 ดังนั้นจึงไม่มีเนื้อที่ว่าง
เหลืออยู่เลย
  
1:25:12 ดังนั้นที่ใดก็ตาม
ที่ไม่มีเนื้อที่ว่าง...
  
1:25:15 ...ที่นั่นย่อมมิอาจเรียงลำดับ
และจัดระเบียบได้
  
1:25:27 โปรดเถอะ ขอให้ตระหนักในเรื่องนี้!
 
1:25:32 หากไม่มีระเบียบในชีวิตประจำวันของเรา
 
1:25:35 ...ในทุกๆ ขณะของแต่ละวัน...
 
1:25:41 ...การทำสมาธิของคุณ
ก็เป็นเพียงช่องทางหลบหนี...
  
1:25:43 ...จากชีวิตจริงอันน่าเกลียดของคุณ...
 
1:25:48 ...และการหลบเข้าหาการทำสมาธิ
ย่อมนำไปสู่มายาที่หลอกลวง
  
1:25:51  
 
1:25:56 ดังนั้นเราต้องวางรากฐาน
เพื่อค้นหาสิ่งที่อยู่นอกเหนือความคิด...
  
1:26:01  
 
1:26:07 ...ซึ่งไม่อาจหยั่งวัดได้
และไร้ถ้อยคำ
  
1:26:10  
 
1:26:16 แต่สิ่งนั้นไม่อาจปรากฏขึ้นได้...
 
1:26:20 ...หากปราศจากระเบียบอันยิ่งใหญ่...
 
1:26:25 ...ซึ่งภายในระเบียบนั้น
มีอิสรภาพอันสมบูรณ์