Krishnamurti Subtitles

อะไรนำมาซึ่งความไร้ระเบียบในความสัมพันธ์

Madras (Chennai) - 7 January 1979

Public Talk 4



0:22 Should we sit เราควรจะนั่งเงียบๆ กันสักครู่
quietly for a while หรือว่าคุณต้องการให้ผมพูดเลย
   
0:24 or do you want me  
to talk?  
   
0:45 I have never attended ผมไม่เคยเข้าร่วมประชุมที่ไหน
meetings.  
   
0:53 I once went to a political มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมไปงานประชุม
meeting in this country ทางการเมืองในประเทศนี้...
   
1:00 and Dr. Besant said, ...แล้วดร. บีเซนต์บอกว่า
'Keep out of it.' "อยู่ห่างๆ การเมืองไว้นะ"
   
1:19 And I wonder often บ่อยครั้งที่ผมสงสัยว่า...
   
1:22 why we come  
together like this,  
   
1:27 listening ...เหตุใดเราถึงมารวมกัน
to a speaker, เพื่อฟังใครคนหนึ่งพูดเช่นนี้...
   
1:34 half-serious, ...ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
  เอาจริงเอาจังครึ่งๆ กลางๆ...
   
1:38 curious,  
   
1:40 and not really wanting to ...แต่ไม่ได้ต้องการจะเปลี่ยนแปลง
change one's life totally. ชีวิตของตนอย่างสิ้นเชิงจริงๆ
   
1:48 One has become เราค่อนข้างจะเป็นคนที่ทำอะไร
rather mediocre, ครึ่งๆ กลางๆ ไม่เคยทำถึงที่สุด...
   
1:55 without a flair, ...ไร้พรสวรรค์ ไร้อัจฉริยภาพ
   
1:58 without any  
quality of genius.  
   
2:05 I am saying อัจฉริยภาพที่ผมพูดถึงนี้
'genius' in the sense ไม่ได้หมายถึงความสามารถพิเศษ...
   
2:08 not of any  
particular talent,  
   
2:15 or a particular gift, ...หรือพรสวรรค์ด้านใดโดยเฉพาะ
  แต่เป็นอัจฉริยภาพของจิต...
   
2:19 but the genius  
of a mind  
   
2:24 that comprehends ...ที่เข้าใจชีวิตทั้งหมดอย่างรอบด้าน
the totality of life, ซึ่งก็คือชีวิตของเรา...
   
2:31 which is our life,  
   
2:34 a vast, complex, ...ที่เป็นอยู่อย่างสลับซับซ้อนยิ่ง
contradictory, ทั้งยังขัดแย้งในตัวเองและไร้สุข
   
2:38 unhappy existence.  
   
2:44 And one listens เมื่อเราฟังสิ่งที่ผู้พูด
to all this, พูดมาทั้งหมดแล้ว...
   
2:48 to what the  
speaker has to say,  
   
2:55 and one goes away ...เราก็จากไป
  ด้วยความเข้าใจเพียงบางส่วน...
   
2:59 with partial  
understanding,  
   
3:04 with no deep intention ...ทั้งยังไม่มีความตั้งใจอันแน่วแน่
   
3:08 and serious attention ...และไม่ได้ใส่ใจอย่างจริงจัง
  ที่จะให้เกิดการปฏิวัติหยั่งลึกลงในจิตใจ
   
3:12 to bring about  
   
3:15 a deep psychological  
revolution.  
   
3:23 And one wonders often เรามักสงสัยว่า ทำไมมนุษย์
  ถึงทนอยู่ได้กับการดำรงชีวิตเยี่ยงนี้
   
3:27 why human beings  
   
3:31 tolerate the kind  
of life one leads.  
   
3:37 You may blame คุณอาจจะตำหนิสภาพแวดล้อม
the circumstances, กล่าวโทษสังคม...
   
3:41 the society,  
   
3:46 the political ...หรือองค์กรทางการเมือง...
organisation,  
   
3:52 but blaming others ...แต่การกล่าวโทษผู้อื่น
hasn't solved our problem. ก็แก้ปัญหาให้เราไม่ได้
   
4:00 We drift, ชีวิตของเราดูเหมือนจะสูญเปล่า
  โดยปล่อยให้ล่องลอยไป...
   
4:06 and our life  
seems such a waste,  
   
4:12 either going to the office  
from morning till night  
   
4:17 for the next 50 years ...ถ้าไม่ไปทำงานตั้งแต่เช้าจรดค่ำ
or so อีก 50 ปี หรือประมาณนั้น...
   
4:20 and then retire to die,  
   
4:24 or vegetate, ...แล้วก็เกษียณเพื่อรอวันตาย
or grumble, หรือไม่ก็อยู่อย่างซังกะตาย...
   
4:27 or fade away quietly. ...พร่ำบ่น หรือร่วงโรยไปเงียบๆ
   
4:32 And when one looks แต่เมื่อเรามองดูชีวิตของเรา...
at one's own life  
   
4:37 with all its ...รวมทั้งความงาม
extraordinary beauty, ที่พิเศษทั้งหมดของมัน...
   
4:45 the vastness of what man ...มองดูความสำเร็จทางเทคโนโลยี
has achieved technologically, อันยิ่งใหญ่ของมนุษย์...
   
4:54 and one wonders why ...เราก็ได้แต่สงสัยว่า...
   
4:59 there has been so little ...เหตุใดชีวิตของเรา
beauty in our life. จึงมีความงามเพียงน้อยนิด
   
5:10 I mean by that word ความงาม ที่ผมหมายถึง ไม่ใช่เพียง
  แค่ความงามที่ปรากฏเห็นชัดเจน...
   
5:12 not merely the  
appearance of beauty,  
   
5:17 the decoration  
of the outer,  
   
5:20 but that quality ...หรือการประดับตกแต่ง
  ภายนอกเท่านั้น...
   
5:25 of great communication ...แต่หมายรวมถึงคุณภาพ
with nature. ของการสื่อสารกับธรรมชาติได้ดีเยี่ยม
   
5:34 If one loses ถ้าเราขาดการติดต่อ
contact with nature, สัมพันธ์กับธรรมชาติ...
   
5:42 one loses relationship ...เราย่อมสูญเสียความสัมพันธ์...
with other human beings.  
   
5:49 You may read poems ...กับเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ ด้วย
   
5:53 if you are so inclined, คุณอาจชอบอ่านบทกวี...
   
5:56 you may read ...หรือชอบอ่านบรรดาโคลงกลอน
all the beautiful sonnets อันไพเราะ...
   
6:01 and the lyrical swing ...และชอบลีลาการบรรยาย
of a lovely poem, ถึงอารมณ์ของบทกวีที่น่าฟัง...
   
6:13 but imagination ...แต่จินตนาการก็มิใช่ความงาม
is not beauty.  
   
6:20 The appreciation การชื่นชมเมฆและพิสมัยในแสงสี
of a cloud ที่ฉายฉาบเมฆนั้น...
   
6:24 and the love of  
light in that cloud,  
   
6:32 and a sheet of water ...หรือชื่นชอบสายน้ำที่ไหลริน
along a dry road, ขนานไปกับถนนอันแห้งผาก...
   
6:42 or a bird perched  
on a single branch  
   
6:49 - all that enchantment ...หรือชอบดูนก
  ที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้...
   
6:55 we rarely see, or ...เราแทบจะไม่เคยมอง
appreciate, or love, สิ่งที่เจริญใจทั้งหมดนั้นเลย
   
7:02 because we are occupied ...หรือไม่เคยชื่นชมหรือรักมัน
  เพราะเรามัวแต่อยู่กับปัญหาของตัวเอง...
   
7:06 with our own problems,  
   
7:12 with our own worries, ...หมกมุ่นกับความกังวลของเรา
  กับแนวคิดแปลกๆ ของเรา
   
7:16 with our peculiar  
ideas and fixations.  
   
7:21 We are never free. เราไม่เคยเป็นอิสระเลย
   
7:25 And beauty is this ทว่าความงาม
quality of freedom, คือภาวะแห่งอิสรภาพนี้เอง...
   
7:32 which is totally different ...ซึ่งต่างกันอย่างสิ้นเชิง
from independence. กับการไม่พึ่งพิง
   
7:40 When you listen เมื่อคุณได้ฟังทั้งหมดนี้แล้ว
to all this, ผมไม่รู้ว่าคุณเข้าใจอย่างไรบ้าง
   
7:42 I wonder what  
you make of it.  
   
7:50 Whether we see ไม่ว่าเราจะเห็นสุนัขตัวหนึ่ง
  แล้วรักมัน...
   
7:54 a dog and love  
that dog, or a rock,  
   
8:01 or a stray ...หรือเห็นภูผา
cloud passing by, หรือปุยเมฆที่ลอยผ่าน...
   
8:08 when we haven't ...เมื่อใดที่เราขาดการสื่อสาร
that sense ที่พิเศษกับโลก...
   
8:10 of extraordinary ...อันนำมาซึ่งความงามอันยิ่งใหญ่...
communication with the world,  
   
8:18 which brings about ...เราก็จะเป็นเพียง
great beauty, มนุษย์ตัวเล็กๆ กึ่งสุกกึ่งดิบ...
   
8:23 we will become small  
human beings, mediocre,  
   
8:28 wasting our ...ทำให้ชีวิตอันพิเศษของเรา
extraordinary life สูญเปล่า...
   
8:36 and losing all the beauty ...การดำรงชีวิตสูญเสียความงาม
and the depth of existence. และความล้ำลึกไปหมดสิ้น
   
8:52 But I am afraid ผมเกรงว่าเราต้องกลับมาสู่
  ความเป็นจริง
   
8:54 we must get back  
to realities.  
   
9:02 Though that is also real, ถึงแม้ว่าสิ่งนั้น
  จะเป็นจริงด้วยเช่นกัน...
   
9:05 extraordinarily real  
   
9:08 - the branch, ...หรือจริงอย่างยิ่ง
the shadow, เช่นกิ่งไม้ ร่มเงา...
   
9:12 the light on a leaf, ...แสงที่สาดส่องกระทบใบไม้
  หรือนกแก้วที่กระพือปีก...
   
9:17 the fluttering parrot -  
   
9:20 that's also actual, ...นั่นเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง
real. เป็นจริงเหมือนกัน
   
9:25 And when we understand เมื่อเราเข้าใจต้นปาล์มที่โอนเอน...
   
9:30 the swaying palm tree  
   
9:32 and the whole ...และเข้าใจความรู้สึกทั้งปวง
feeling of life, ของชีวิต...
   
9:37 then there is a great ...จากนั้นเราจึงจะมีความรู้สึกล้ำลึก
sense of depth to beauty. อันประเสริฐต่อความงามได้
   
9:43 But we are not interested แต่เรากลับไม่สนใจเรื่องเหล่านั้น
in all that. Are you?  
   
9:47 I am afraid คุณสนใจไหม
we aren't. ผมเกรงว่าพวกเราคงไม่สนใจ
   
9:50 We will listen, เราจะฟังแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไป
let it slip by.  
   
9:55 It may sound romantic, มันอาจจะฟังดูเพ้อฝัน
sentimental, หรือสะเทือนอารมณ์...
   
10:01 but beauty ...แต่ความงามไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน...
is not romantic,  
   
10:04 nor sentimental, ...หรือเรื่องของอารมณ์
nor emotional. ความรู้สึกอ่อนไหว
   
10:09 It is something แต่มันเป็นสิ่งที่แข็งแกร่งมาก...
very, very solid  
   
10:15 like a rock ...ดั่งภูผาท่ามกลาง
  สายน้ำอันเชี่ยวกราก
   
10:20 in the midst of a  
fast flowing stream.  
   
10:29 So, we will leave เราจะพักเรื่องนั้นไว้ก่อน...
that for the moment  
   
10:33 and come back to what ...แล้วกลับมาดู
we were saying yesterday, เรื่องที่พูดไว้เมื่อวานนี้...
   
10:43 and I think ...ผมคิดว่ามีบางเรื่อง
  ต้องทบทวนเช่นกัน...
   
10:48 some of it must  
be repeated,  
   
10:53 and I hope ...และหวังว่าคุณคงไม่รังเกียจ
you won't mind หากผมจะพูดซ้ำอีกครั้ง
   
10:57 if one repeats it.  
   
11:02 We were saying, เราบอกไว้ว่า...
weren't we,  
   
11:11 that where there ...ที่ใดมีจารีต
is tradition, ที่นั่นย่อมไม่มีวัฒนธรรม
   
11:15 there is no culture.  
   
11:24 Tradition จารีตสืบทอดจากคนรุ่นหนึ่ง
  สู่คนอีกรุ่นหนึ่ง...
   
11:28 handed down  
   
11:31 from generation  
to generation,  
   
11:38 certain concepts, ...เช่น แนวความคิด ความเชื่อ...
   
11:42 beliefs, values, ...คุณค่า หลักการต่างๆ ทั้งหมดนั้น
  ถูกจัดแบบแผนโดยปัญญานึกคิด...
   
11:47 principles,  
   
11:49 all laid down  
intellectually,  
   
11:54 and such abiding ...และจารีตดังกล่าว
tradition อาจยืนยงมาถึงสามพันปี...
   
12:02 of 3000 years ...หรือมีอายุเพียง 10 วันก็ได้
or 10 days old.  
   
12:09 In that soil, culture แต่ในผืนดินแห่งจารีตนั้น
  วัฒนธรรมไม่อาจผลิบานได้
   
12:15 cannot possibly  
blossom.  
   
12:19 Culture means วัฒนธรรม หมายถึง เติบโต พัฒนา
to grow, ไม่เฉพาะด้านปัญญานึกคิดเท่านั้น...
   
12:32 to develop,  
   
12:36 not merely the intellectual  
side of life,  
   
12:43 but the whole ...แต่หมายถึงชีวิต
  โดยรวมทั้งหมดของเรา
   
12:50 totality of one's  
own life.  
   
12:56 Not merely to function in ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่โดยสมบูรณ์
one direction completely, ในทิศทางเดียวเท่านั้น...
   
13:01 politically or ...เช่น ทางการเมือง
have certain genius หรือมีอัจฉริยภาพในการใช้ถ้อยคำ...
   
13:08 with regard to words, or ...หรือแกะสลักหิน หรือวาดภาพ...
with stone, or painting,  
   
13:14 but to develop, cultivate ...แต่เพื่อพัฒนา บ่มเพาะจิต
one's mind and one's heart. และหัวใจของตนเองด้วย
   
13:21 That's not possible แต่นั่นจะเป็นไปไม่ได้หากมีจารีต...
where tradition,  
   
13:25 that is, values ...ซึ่งก็คือมีการสืบทอด
handed down คุณค่าต่างๆ...
   
13:30 - in that soil ...ในผืนดินเช่นนั้น
nothing can grow. ไม่มีอะไรเติบโตได้
   
13:40 And that is what we นั่นคือสิ่งที่เราพูดไว้เมื่อวานนี้
were saying yesterday.  
   
13:43 And also we และเรายังได้พูดเกี่ยวกับกาลเวลา
were saying, time ซึ่งเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อน...
   
13:49 which is a very  
complex thing,  
   
13:55 must be investigated, ...เราต้องสืบค้นและพิจารณากัน
   
13:57 must be considered.  
   
14:02 We said time is เราบอกว่ากาลเวลา
movement in division. เป็นกระแสที่มีการแบ่งแยก
   
14:12 Right? ถูกต้องไหม
   
14:15 Yesterday, today แบ่งแยกเป็นเมื่อวานนี้
and tomorrow, วันนี้และพรุ่งนี้...
   
14:22 the knowledge which ...ความรู้ซึ่งผู้คนสั่งสมไว้...
man has acquired,  
   
14:26 both scientific, ...ทั้งทางวิทยาศาสตร์
  และที่เรียกว่าทางศาสนา...
   
14:30 so-called religious,  
   
14:33 and experience, ...ตลอดจนประสบการณ์ก็คืออดีต
is the past.  
   
14:41 And that past และเมื่ออดีตบรรจบกับปัจจุบัน
meets the present, ก็จะปรับเปลี่ยนตัวมันเองไปสู่อนาคต
   
14:45 modifies itself and goes on  
- the future.  
   
14:50 That is the whole นั่นคือกระแสของกาลเวลาทั้งหมด
movement of time.  
   
14:55 And we were saying และเมื่อวานนี้เรายังพูดอีกด้วยว่า...
yesterday too,  
   
14:59 that our minds  
are so conditioned  
   
15:05 to accept time as a ...จิตของเราถูกครอบงำหนักมาก
means of comprehension, จนยอมรับว่า...
   
15:13 as a means of ...กาลเวลาเป็นหนทาง
  ไปสู่ความเข้าใจ...
   
15:17 becoming, ...สู่ความมีความเป็น
developing, evolving. การพัฒนาและวิวัฒนาการ
   
15:25 Our whole life from childhood ชีวิตทั้งหมดของเรานับแต่วัยเด็ก...
is based on this idea  
   
15:29   ...มีพื้นฐานมาจากแนวความคิดนี้...
   
15:31 of becoming, ...คือต้องการจะมีจะเป็น
growing, evolving. ต้องการเติบโตและวิวัฒนาการ
   
15:38 In a certain sense, ในแง่หนึ่งกาลเวลาก็มีอยู่จริง...
   
15:42 both biologically  
and physically,  
   
15:46 time does exist. ...วิวัฒนาการทางชีวภาพ
  และกายภาพต้องอาศัยเวลา
   
15:53 The acorn การเจริญเติบโตจากเมล็ด
growing to an oak, จนเป็นต้นโอ๊คต้องใช้เวลา
   
15:57 that needs time.  
   
16:01 And we were saying และเรายังบอกด้วยว่า
  ในทางจิตใจกาลเวลามิได้มีอยู่จริง
   
16:05 that psychological time  
doesn't exist at all.  
   
16:14 The idea that ส่วนความคิดที่ว่า โดยอาศัยกาลเวลา
through time เพื่อเข้าใจเรื่องทางจิตใจ...?????
   
16:24 psychologically, ...การจะเข้าใจจิตแห่งศาสนาได้จริงๆ
which is ethically, ต้องใช้เวลา...
   
16:27 morally, spiritually, ...ซึ่งเป็นเรื่องจริยธรรม ศีลธรรม
  และจิตวิญญาณ...
   
16:29 if we can use the ...หากเราสามารถใช้คำว่า
word 'spiritually,' "จิตวิญญาณ" ได้...
   
16:32 without being romantic or ...โดยไม่รู้สึกว่าเพ้อฝัน
nonsensical, หรือไร้สาระ...
   
16:41 to really understand ...การจะเข้าใจ
the religious mind จิตแห่งศาสนาได้จริงๆ...
   
16:45 - time is destructive ...กาลเวลากลับเป็นปัจจัย
element. ที่นำพาไปสู่หายนะ
   
16:50 That is what นั่นเป็นสิ่งที่เราได้พูดกัน
we talked about เมื่อวานนี้
   
16:53 yesterday,  
more or less.  
   
17:02 If one may, ถ้าทำได้เราต้องสืบค้น
  ว่าอะไรคือระเบียบ
   
17:07 we must investigate  
   
17:12 what is order. ขอให้ฟังอย่างเดียว...
   
17:20 Order ...อย่าเพิ่งเห็นด้วย
- please just listen, หรือไม่เห็นด้วย...
   
17:24 don't agree or disagree, just ...ให้เรารับรู้เหมือนกับที่
like the wind, the breeze comes, เรารับรู้ว่ามีลมพัดโชยมา...
   
17:31 so in the same ...ดังนั้นในลักษณะเดียวกัน
way just listen ขอให้ฟังเฉยๆ...
   
17:36 - order is ...ระเบียบคือการเรียงลำดับ
sequence in space. ในเนื่อที่ว่าง
   
17:46 You understand that? คุณเข้าใจไหม
   
17:48 No. ไม่เข้าใจซิ
   
17:53 We said เราบอกว่าระเบียบจะมีไม่ได้
  หากไม่มีการเรียงลำดับ...
   
17:59 order cannot exist  
   
18:07 without sequence, ...และไม่มีเนื้อที่ว่าง
   
18:11 and there  
must be space.  
   
18:18 We are going เรากำลังจะตรวจสอบสิ่งนั้น
to examine that  
   
18:22 because... (วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับผม...
   
18:23 - what is the  
matter with me today?  
   
18:35 Probably it is ...อาจจะเป็นเพราะอากาศร้อน
the weather, hot ผมไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อนแบบนี้)
   
18:38 - I am not used to  
this hot weather.  
   
18:47 Our life is disorderly, ชีวิตของเราไร้ระเบียบ สับสน
  ขัดแย้งไม่ลงรอยกัน
   
18:54 confused,  
contradictory.  
   
18:59 We are talking เราคุยกันแบบตรงไปตรงมา
very simply.  
   
19:03 And where there is contradiction, ที่ใดมีความไม่ลงรอยกัน
there is no order. ที่นั่นก็ไร้ระเบียบ
   
19:11 Where there is ที่ใดมีความสับสน ความขัดแย้ง
  ที่นั่นก็ไม่มีระเบียบ
   
19:16 confusion, conflict,  
   
19:20 there is no order.  
   
19:25 And our life as และในชีวิตความเป็นอยู่ของเรา
we live it daily แต่ละวัน...
   
19:33 is a mass ...เป็นแหล่งรวมของความไม่ลงรอยกัน...
of contradiction,  
   
19:37 confusion, and conflict, ...ความสับสน ความขัดแย้ง
and dishonesty. และความไม่ซื่อตรงใช่ไหม
   
19:46 Right? นั่นคือความเป็นจริง
   
19:48 That's a fact.  
   
19:52 And one wonders เราสงสัยว่าท่ามกลางความสับสนเช่นนี้
  ระเบียบจะเกิดขึ้นได้หรือไม่
   
19:56 if order can be brought  
about in this confusion.  
   
20:02 Because without order เพราะหากขาดระเบียบ
  ก็ย่อมไร้ประสิทธิภาพ...
   
20:05 there is no efficiency,  
   
20:08 both intellectual, ...ทั้งทางปัญญานึกคิด...
   
20:10 or if you have  
capacity,  
   
20:14 you must have order. ...หรือถ้าคุณจะมีสมรรถภาพ
  คุณก็ต้องมีระเบียบด้วย
   
20:19 Order has nothing whatever ระเบียบไม่เกี่ยวกับความรู้สึกอ่อนไหว
to do with sentiment, หรือความคิดเพ้อฝัน
   
20:28 with romance.  
   
20:31 Order is very, ระเบียบเป็นการเรียงลำดับ
very sequential, อย่างเป็นเหตุเป็นผล...
   
20:36 logical, sane. ...และสมเหตุสมผลปรกติอย่างยิ่ง
   
20:45 So we are going to inquire ดังนั้นเรากำลังสืบค้นว่า
  ระเบียบคืออะไร...
   
20:48 into what is order,  
   
20:52 whether we can ...และเราจะมีระเบียบได้หรือไม่...
have order,  
   
20:57 not a blue print, ...แต่ไม่ใช่ระเบียบ
  ที่เป็นแบบพิมพ์เขียว...
   
21:00 not something laid  
down by tradition,  
   
21:04 or by a guru, ...ไม่ใช่สิ่งที่ถูกกำหนดโดยจารีต
or by a leader, ประเพณี โดยคุรุ หรือโดยผู้นำ...
   
21:09 or by our own little ...หรือด้วยความอยาก
desires and compulsions, และแรงขับเล็กๆ น้อยๆ ต่างๆ ของเรา...
   
21:16 but we are going ...แต่เรากำลังจะสืบค้นว่า
to inquire ระเบียบที่ยั่งยืนคืออะไร
   
21:20 into what is  
   
21:24 lasting order.  
   
21:31 Are you interested คุณสนใจเรื่องนี้บ้างไหม
in this?  
   
21:38 How to bring about order เราจะนำระเบียบ
in our life, มาสู่ชีวิตของเราได้อย่างไร...
   
21:44 so that there ...เพื่อว่าจะได้
is no opposites, ไม่มีคู่ตรงกันข้าม...
   
21:50 duality, contradiction, ...หรือไม่มีทวิภาวะ ความไม่ลงรอยกัน
  ความไม่ซื่อตรง...
   
21:53 dishonesty, politically, ...ทั้งด้านการเมือง ศาสนา...
   
21:57 religiously or in our ...หรือในความสัมพันธ์
relationship with each other. ระหว่างกันและกันของเรา
   
22:06 You are interested คุณสนใจเรื่องนี้ไหม
in this?  
   
22:09 Or do you want me to หรือคุณต้องการให้ผมพูดเรื่องสมาธิ
talk about meditation?  
   
22:17 And you can go off คุณจะได้หนีเข้าสู่มายาบางอย่างได้
into some kind of แล้วคิดเอาว่าคุณกำลังทำสมาธิ
   
22:19 illusion and think  
we are meditating.  
   
22:24 Because, you see, คุณเห็นไหมว่า หากชีวิตประจำวัน
  ของเราปราศจากระเบียบ...
   
22:27 without bringing about  
order in our daily life  
   
22:36 do what you will, ...ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม
  สมาธิก็เกิดขึ้นไม่ได้
   
22:39 there can be  
no meditation.  
   
22:42 Right? ใช่ไหม
   
22:45 So, we are laying ดังนั้นเรากำลังวางรากฐาน
the foundation ของสิ่งที่เป็นสมาธิ
   
22:51 of what is meditation.  
   
22:59 If one realises ถ้าเราตระหนักรู้จริงๆ ว่า
  ชีวิตในแต่ละวันของเราเป็นอย่างไร...
   
23:05 actually what  
our daily life is,  
   
23:11 how disorderly it is, ...มันไร้ระเบียบเพียงใด...
   
23:14 how contradictory it is, ...หรือขัดแย้งในตัวเองอย่างไร...
   
23:19 controlled by various ...ชีวิตถูกควบคุมด้วยความอยาก
objects of desire, อันหลากหลาย...
   
23:27 seeking power, ...เช่น การแสวงหาอำนาจ
position, ตำแหน่งหน้าที่...
   
23:33 living in ...ดำรงชีวิตอย่างยโส
arrogance and vanity, และหลงตนลืมตัว...
   
23:39 and yet at the same time ...แต่ในขณะเดียวกันก็พูดถึงผู้คน...
talk about the people,  
   
23:43 the goodness and read ...ความดีงาม และอ่านหนังสือต่างๆ...
books, and you know,  
   
23:48 you play around ...คุณก็รู้ว่าคุณไม่ได้จริงจังอะไร
with all that. กับสิ่งทั้งหมดนั้น
   
23:51 All that indicates,  
doesn't it,  
   
23:54 a terribly ซึ่งทั้งหมดนั้นชี้ให้เห็นว่า
dishonest life, นั่นเป็นชีวิตที่ไม่ซื่อตรงเลย...
   
24:01 a life of total ...เป็นชีวิตซึ่งเต็มไปด้วย
contradiction, ความขัดแย้งในตัวเองใช่ไหม...
   
24:07 like an excellent lawyer  
   
24:15 who is capable of arguments ...เหมือนกับทนายความชั้นยอด...
and beating the other side,  
   
24:21 and going off ...ที่สามารถโต้แย้ง
to some temple เอาชนะอีกฝ่ายหนึ่ง...
   
24:24 miles away to worship. ...แล้วหลบไปสวดอ้อนวอน
  ตามวัดที่อยู่ห่างไกล
   
24:27 You understand คุณเข้าใจความขัดแย้ง
the contradiction? ไม่ลงรอยกันนี้ไหม
   
24:31 And they are totally แต่พวกเขาไม่ตระหนักในเรื่องนี้กันเลย
unaware of this.  
   
24:38 So, the first thing is ดังนั้นก่อนอื่น
  (วันนี้เสียงไม่ค่อยดี ขออภัยด้วย)...
   
24:42 - excuse my voice  
today -  
   
24:50 the first thing ...ก่อนอื่นจะต้องตระหนักรู้ว่า
is to realise ชีวิตของเราไร้ระเบียบเพียงใด
   
24:52 how disorderly  
our life is.  
   
24:56 To be aware of it, เพียงตระหนักรู้มัน...
   
24:59 not how to bring ...ไม่ใช่จะทำอย่างไรให้มีระเบียบ
order in disorder เกิดขึ้นในความไร้ระเบียบ...
   
25:05 - please listen ...กรุณาตั้งใจฟังให้ดี...
to this -  
   
25:07 not how to bring ...ไม่ใช่ปัญหาว่าจะทำอย่างไร
order in disorder, ให้เกิดระเบียบขึ้นในความไร้ระเบียบ...
   
25:11 but to understand ...แต่ให้เข้าใจธรรมชาติ
the nature of disorder. ของความไร้ระเบียบ
   
25:15 Right? ถูกไหม
   
25:17 When I understand the เมื่อผมเข้าใจธรรมชาติ
nature of disorder, ของความไร้ระเบียบ...
   
25:20 then out of that ...จากความเข้าใจนั้น...
comprehension  
   
25:24 out of that ...หรือจากความเป็นจริง
obvious fact, ที่เห็นได้ชัดนั่นเอง...
   
25:30 comes the beauty ...ความงามแห่งระเบียบ
of order, ก็จะปรากฏขึ้น...
   
25:35 not imposed, ...โดยมิได้ยัดเยียด
or disciplined, หรือใช้กฎระเบียบบังคับ...
   
25:37 or suppressed,  
or conforming,  
   
25:42 but in the very ...หรือกดข่ม หรือเอาอย่างกัน...
investigating of disorder,  
   
25:51 naturally out of ...แต่จากการสืบสวน
that investigation, ความไร้ระเบียบนั่นเอง...
   
25:56 order comes. ...ระเบียบก็จะปรากฏขึ้นมา
  ตามธรรมชาติ
   
25:58 Right? ถูกไหม
   
25:59 You understand this? ตรงนี้คุณเข้าใจไหม
   
26:02 Now, let us do it. ทีนี้เราลองทำดู
   
26:07 First, ประการแรกขอให้เราตระหนักรู้...
let us be aware,  
   
26:11 as human beings, ...ในฐานะมนุษย์
  ผู้มีความสามารถพิเศษยิ่ง...
   
26:13 who have got such  
extraordinary capacities,  
   
26:19 - look what they've ...ดูสิว่าด้านเทคโนโลยี
done technologically, มนุษย์ได้สร้างสิ่งต่างๆ มากมายมหาศาล
   
26:22 immense things  
they have done.  
   
26:30 And, as human beings, และในฐานะมนุษย์
  ผู้มีความสามารถพิเศษมากเหลือเกิน...
   
26:34 who are so  
extraordinarily capable,  
   
26:39 who have thought out almost ...เราได้คิดค้นแนวความคิด
every form of concept, หลักการ ข้อคิดเห็น...
   
26:46 principles, ideas, ...และการสร้างแนวคิด
  ทางศาสนาเกือบจะทุกรูปแบบ...
   
26:48 religious projections, ...ทั้งยังได้ประดิษฐ์พิธีกรรมต่างๆ
  ทางศาสนาขึ้นมา...
   
26:51 invented rituals that  
have religiously...  
   
26:54 most beautiful some of them, ...ซึ่งบางอย่างก็งดงามที่สุด
but have no meaning at all. แต่กลับไม่มีความหมายอะไรเลย
   
27:02 And the human mind สำหรับจิตใจของมนุษย์นั้น...
   
27:07 - I don't know if you have ...ผมไม่ทราบว่าคุณเคยสำรวจ
gone into your own minds. จิตใจของคุณเองบ้างไหม
   
27:15 If you have, you หากคุณเคยสังเกตดูจะพบว่า...
can observe it -  
   
27:20 what great ...คุณสมบัติแห่งจิตใจมนุษย์นั้น
quality it has. ยิ่งใหญ่นัก
   
27:23 Thank god! ขอบคุณพระเจ้า!
   
27:32 And to challenge และเพื่อท้าทายจิตใจเช่นนั้น...
such a mind,  
   
27:39 to demand that ...เพื่อเรียกร้องให้มันทำงาน
it shall operate เต็มขีดความสามารถสูงสุดของมัน
   
27:42 at its highest  
excellence.  
   
27:48 Will you do it คุณจะสังเกตดูจิตใจของคุณ
as we are talking, ในขณะที่เรากำลังพูดกันอยู่นี้ไหม...
   
27:52 so that your mind  
   
27:54 - your mind being ...จิตใจของคุณ...
   
27:57 not only  
the various forms  
   
28:00 of sensory activities, ...ไม่ได้เป็นแค่กิจกรรมของประสาท
  สัมผัสในลักษณะต่างๆ เท่านั้น...
   
28:05 your mind being ...แต่จิตใจของคุณยังรวมถึงอารมณ์...
the emotions,  
   
28:11 affection, love, ...ความเอ็นดู ความรัก
  ความใส่ใจ ความตั้งใจ...
   
28:13 care, attention,  
   
28:17 the intellectual ...สมรรถนะทางปัญญานึกคิด
capacity, และความรู้สึกแห่งรักอันยิ่งใหญ่...
   
28:21 and that sense  
of great love -  
   
28:26 all that is the mind, ...ทั้งหมดนั้นคือจิตใจ
  ความเป็นทั้งหมดของจิตใจ
   
28:30 the wholeness  
of the mind.  
   
28:33 To challenge that คุณเข้าใจที่ผมพูดไหม
   
28:37 - do you understand  
what I am saying? -  
   
28:39 that it shall operate ...เพื่อท้าทายจิตใจให้ทำงาน
at its highest, เต็มขีดความสามารถอันเลิศสุดของมัน
   
28:44 at its greatest  
excellence.  
   
28:51 Because if you เพราะถ้าคุณไม่ท้าทายมัน
don't challenge it, คุณก็จะดำรงอยู่อย่างไร้ระเบียบต่อไป
   
28:57 we live in disorder.  
   
29:01 You are following ทั้งหมดนี้คุณตามทันไหม
all this?  
   
29:04 So, we are inquiring ดังนั้นเราจึงสืบค้นว่า
into what constitutes, เป็นเพราะอะไร...
   
29:10 why human beings  
   
29:14 centuries upon  
centuries  
   
29:16 have accepted to ...หรือทำไมมนุษย์จึงยอมรับ
live in disorder, การดำรงอยู่อย่างไร้ระเบียบ...
   
29:21 politically, ...มาเป็นศตวรรษแล้วศตวรรษเล่า...
religiously,  
   
29:26 economically, socially, ...ทั้งในทางการเมือง ศาสนา
  เศรษฐกิจ สังคม...
   
29:29 and in our relationship ...และในความสัมพันธ์ระหว่างกัน
with each other.  
   
29:33 Your understand? คุณเข้าใจไหม
Why?  
   
29:37 Why have we accepted ทำไมเราจึงยอมรับการดำรงชีวิตแบบนี้
to live this way?  
   
29:54 From whom do you แล้วคุณคาดหวังคำตอบจากใครกัน
expect the answer?  
   
29:59 Do you understand? คุณเข้าใจไหม
   
30:01 A challenge implies การท้าทายหมายความว่า
that you respond, คุณจะต้องตอบสนอง...
   
30:11 that you respond with ...และตอบสนอง
your highest capacity ด้วยสมรรถนะสูงสุดของคุณ...
   
30:20 and not wait ...โดยไม่รอให้ผู้พูดตอบ
for the speaker หรือบอกว่าจะต้องตอบสนองอย่างไร
   
30:23 to respond and  
show how to respond.  
   
30:27 You follow? ตามทันไหมครับ
   
30:30 You understand คุณเข้าใจที่ผมพูดบ้างไหม
what I am saying?  
   
30:34 I have challenged ผมกำลังท้าทายจิตใจของคุณอยู่
your mind.  
   
30:38 The speaker has said ผู้พูดบอกให้คุณ
  ใช้สมรรถภาพสูงสุดของคุณ...
   
30:44 exercise your  
highest capacity,  
   
30:53 exercise all your ...ใช้พลังทั้งหมดของคุณ
energy to find out ค้นหาว่าเป็นไปได้หรือไม่...
   
31:00 whether it is possible  
to live in a world  
   
31:03 that is degenerating, ...ที่จะดำรงอยู่ในโลก
  ซึ่งกำลังเสื่อมสลาย ฉ้อฉล ไร้ศีลธรรม...
   
31:05 corrupt, immoral,  
   
31:13 whether you can ...โดยที่คุณยังสามารถดำรงชีวิต
live a sane, อันปกติ ชีวิตที่เป็นทั้งหมด...
   
31:17 a life that is ...ไม่มีการแบ่งแยกใดๆ เลย
completely whole ได้หรือไม่ นั่นคือสิ่งที่ท้าทายคุณอยู่
   
31:21 - that is your challenge. คุณเข้าใจไหมครับ
You understand?  
   
31:24 What is your response คุณจะตอบสนองมันอย่างไร
to it?  
   
31:34 Whole, the word 'whole' คำว่า 'เป็นทั้งหมด' ประการแรก
means first healthy. หมายถึงมีสุขภาพดี
   
31:43 Both physically, ทั้งร่างกายและจิตใจ...
   
31:50 psychologically,  
   
31:53 with all the ...พร้อมด้วยสมรรถภาพทั้งปวง
capacities of your mind, ของจิตใจ และด้วยสุขภาพจิตที่ปกติ
   
31:58 and therefore  
with sanity.  
   
32:02 And the word 'whole' และคำว่า 'เป็นทั้งหมด' ยังหมายถึง
  เป็นองค์รวม...
   
32:05 also means holy,  
sacred;  
   
32:12 that is, the whole ...หรือศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย
of life. นั่นคือทั้งหมดแห่งชีวิต
   
32:18 So we are asking ดังนั้นเราจึงถามคุณ
  ในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง...
   
32:21 whether you as  
a human being  
   
32:27 are aware the total ...คุณได้ตระหนักรู้หรือไม่ว่า
disorder and degeneration ความไร้ระเบียบอย่างสิ้นเชิง...
   
32:32 out in the world ...และกระบวนการเสื่อมสลาย
around you กำลังเกิดขึ้นในโลก...
   
32:35 and in yourself, the ...ทั้งรอบๆ ตัวคุณ และในตัวคุณเอง
degenerating process going on?  
   
32:41 Are you aware of it? คุณตระหนักถึงมันไหม
   
32:49 Aware in the sense - ตระหนักรู้ด้วยการเฝ้าสังเกต
  สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงๆ...
   
32:52 observe what is  
actually taking place,  
   
32:58 not imagine what ...ไม่ใช่จินตนาการหรือนึกคิดเอา
is taking place, ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น...
   
33:01 nor idea of what  
is taking place,  
   
33:06 but the actual ...แต่เป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริง
happening: ทั้งด้านการเมือง ศาสนา สังคม...
   
33:10 the political,  
the religious,  
   
33:13 the social, the moral ...และความเสื่อมถอย
  ทางศีลธรรมของมนุษย์
   
33:16 degeneration of man.  
   
33:24 And no institution, และไม่มีสถาบันใด คุรุคนไหน...
   
33:29 no guru,  
   
33:31 no higher principles ...หรือหลักการสูงส่งอันใด
  จะสามารถยับยั้งการเสื่อมถอยนี้ได้
   
33:34 are going to stop  
this degradation.  
   
33:43 Are we aware of it? เราตระหนักรู้ถึงสภาพเช่นนี้ไหม
   
33:46 If we are, ถ้าเรารู้ แล้วเราควรจะทำอย่างไรต่อไป
   
33:51 then what shall  
we do?  
   
33:55 Right? ถูกไหม
   
33:57 Right, sir? ใช่ไหมครับ เราควรจะทำอย่างไร
   
33:59 What shall we do?  
   
34:02 What is your action คุณทำอะไรบ้าง - ไม่ใช่ในอนาคตนะ
  แต่ในขณะนี้คุณทำอะไรบ้าง
   
34:08 - not in some  
future date -  
   
34:11 what is your  
immediate action?  
   
34:21 Will you join คุณจะไปเข้าร่วมกับกลุ่ม
some sect, หรือนิกายบางกลุ่ม...
   
34:25 will you follow ...หรือคุณจะไปเป็น
some guru ลูกศิษย์คุรุบางคน...
   
34:29 or will you go back ...หรือคุณจะหันกลับไปสู่
to your old tradition จารีตเก่าแก่...
   
34:31 repeating something ...ทำพิธีกรรม หรืออะไรบางอย่าง
or other, rituals, ที่เคยทำๆ กันมา...
   
34:34 to escape from the ...เพื่อหลีกหนีจากความเป็นจริง...
actual fact of the brain  
   
34:38 that is going to... ...ที่ว่าสมองกำลังชราและเสื่อมสลาย
   
34:42 that is getting  
old, degenerating.  
   
34:49 Or will you, together หรือว่าคุณกับผม...
- you and I -  
   
34:58 investigate, explore ...จะร่วมกันสืบค้น หรือสำรวจว่า
  เพราะเหตุใดมนุษย์จึงเป็นแบบนี้
   
35:02 why human beings  
have become like this?  
   
35:09 It is happening มันกำลังเกิดขึ้นทั่วโลก...
the world over,  
   
35:11 it isn't just the specialty ...ไม่ใช่เฉพาะแต่ในดินแดน
of this spiritual land. แห่งจิตวิญญาณนี้เท่านั้น
   
35:17 Sorry to use the ขออภัยที่ใช้คำว่า
word 'spiritual,' 'จิตวิญญาณ'...
   
35:19 because you are so proud ...เพราะคุณภาคภูมิใจ
of your own culture. ในวัฒนธรรมของคุณเหลือเกิน
   
35:30 It is like a เหมือนกับที่นักการเมืองคนหนึ่งพูดว่า
politician saying, ชาติของเราเก่าแก่มาก...
   
35:36 'We are very old, our ...วัฒนธรรมของเราก็มีมาแต่โบราณกาล
culture is ancient.'  
   
35:42 Then that gives him a นั่นทำให้เขารู้สึกมีศักดิ์ศรี
certain sense of dignity, แต่ในจิตใจของเขา...
   
35:49 but in his heart  
he is...  
   
35:53 you know what it is, ...คุณก็รู้ว่ามันเป็นอย่างไร
I don't have to tell you. ผมไม่จำเป็นต้องบอกคุณ
   
35:59 So, what shall we do? ดังนั้นเราควรจะทำอย่างไรกันดี
   
36:05 I would suggest ผมขอเสนอแนะว่า
  ก่อนอื่นเราควรจะมองดูชีวิตของเรา...
   
36:07 that we first  
look at our life,  
   
36:13 actually what it is, ...ว่าจริงๆ มันเป็นอย่างไร...
   
36:16 what is happening ...กำลังเกิดอะไรขึ้นในชีวิตของเรา...
in our life,  
   
36:19 because our life in ...เพราะการดำเนินชีวิตของเรา
action is society. ก็คือสังคม
   
36:24 Right, sir? ถูกไหมครับ
You get it?  
   
36:25   คุณเข้าใจไหม
   
36:27 Agree? เห็นด้วยไหมครับ
   
36:29 Our life in action การกระทำทั้งหลาย
is our society, ในชีวิตของเราก็คือสังคม...
   
36:35 and you cannot ...และคุณมิอาจจะเปลี่ยนแปลง
transform that society สังคมได้...
   
36:40 unless you ...นอกจากคุณจะเปลี่ยนแปลง
transform yourself. ตัวคุณเองก่อน
   
36:44 That's so obvious. นั่นเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ชัดเจนมาก
   
36:49 The communists, พวกคอมมิวนิสต์ นักประชาธิปไตย...
the liberals,  
   
36:50 the socialists ...นักสังคมนิยม
will not alter it. ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้
   
36:57 Or your reading the Gita, ไม่ว่าการอ่านคัมภีร์ภควัตคีตา
the Upanishads will not alter it, หรืออุปนิษัทของคุณก็ช่วยไม่ได้...
   
37:02 or becoming terribly interested ...หรือคุณจะหันมาสนใจอย่างจริงจัง
in what Buddhism has to say, ว่าพุทธศาสนาสอนอะไร...
   
37:07 or follow ...หรือจะทำสมาธิแบบเซ็น
Zen meditation คุณก็รู้ว่าไม่มีอันไหนแก้ไขสังคมได้...
   
37:10 - you know, none of  
those will solve it.  
   
37:16 Don't know what ...ไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นทุกวันนี้
has happened today.  
   
37:20 So, let us look at what ดังนั้นเรามามองดูว่า...
is happening in our life,  
   
37:28 in our daily life. ...เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเรา
  ชีวิตแต่ละวันของเรา
   
37:30 Our daily life is ชีวิตประจำวันของเรา
based on relationship. อยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์
   
37:35 Without relationship, คุณไม่อาจดำรงอยู่ได้
  หากปราศจากความสัมพันธ์
   
37:38 you cannot possibly  
exist.  
   
37:44 Right? ถูกไหม
   
37:47 What is our relationship ความสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน
with each other, ของเราเป็นอย่างไร...
   
37:54 not you two sitting together ...ไม่ใช่คุณสองคนนั่งด้วยกันนะ
- I don't mean that - ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น...
   
37:59 but with your wife, ...แต่หมายถึงความสัมพันธ์
with your husband, กับภรรยาหรือสามีของคุณ...
   
38:02 with your boss, with your factory ...กับเจ้านาย กับคนงาน
worker, with your labourer หรือกับเพื่อนบ้านของคุณ...
   
38:05 - what is your relationship ...ความสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน
with each other? เป็นอย่างไร
   
38:13 In that relationship ในความสัมพันธ์นั้น
is there order? มีระเบียบอยู่หรือไม่
   
38:24 Not self-centred activity ไม่ใช่กิจกรรม
  ที่มีตัวตนเป็นศูนย์กลาง...
   
38:27 opposed to another ...ตัวตนหนึ่ง
self-centred activity. เป็นปรปักษ์กับตัวตนอื่น...
   
38:30 You follow? ...คุณตามทันไหม
  นั่นเป็นความไม่ลงรอยกัน
   
38:36 That is contradiction.  
   
38:40 I may be married, ผมอาจจะแต่งงานแล้ว
have children, มีลูก มีเพศสัมพันธ์ และอื่นๆ...
   
38:43 sex and  
all the rest of it,  
   
38:47 and if I am ...แต่ถ้าผมยึดตัวตนเป็นศูนย์กลาง
self-centred, สนใจแต่เรื่องของตัวเอง...
   
38:52 concerned about ...เช่น ความสำเร็จ
my own success, ความทะเยอทะยาน สถานภาพ...
   
38:55 my ambition,  
my status,  
   
39:00 worrying about my... ...และกังวลเกี่ยวกับ
- all the rest of it - อะไรต่อมิอะไรของผม...
   
39:05 and she is also ...ส่วนเธอก็เหมือนกัน
concerned about herself, สนใจเฉพาะเรื่องของเธอเท่านั้น...
   
39:09 her problems, ...ปัญหาของเธอ ความงามของเธอ...
her beauty,  
   
39:11 her looks and, you know, ...หน้าตาของเธอ
all the rest of it, และอื่นๆ คุณก็รู้...
   
39:15 how can there by any kind of ...แล้วอย่างนี้ความสัมพันธ์
relationship between the two people? ระหว่างคนสองคนจะมีได้อย่างไรกัน
   
39:20 You understand คุณเข้าใจทั้งหมดนี้ไหม
all this?  
   
39:25 If you have one belief, ถ้าคุณมีความเชื่ออย่างหนึ่ง
  ส่วนอีกคนมีความเชื่ออย่างอื่น...
   
39:28 and the other has  
another kind of belief,  
   
39:32 or another kind of conclusion, ...หรือมีข้อสรุปอย่างอื่น
another kind of dogma, หรือมีความเชื่อฝังหัวอย่างอื่น...
   
39:36 there is no relationship. ...ความสัมพันธ์
  ระหว่างคนทั้งสองย่อมไม่มี
   
39:37 Haven't you noticed คุณไม่เคยสังเกตเห็น
all this? สิ่งทั้งหมดนี้บ้างเลยหรือ
   
39:43 So, is it possible ดังนั้นเป็นไปได้หรือไม่...
   
39:47 to bring order in ...ที่จะนำความเป็นระเบียบ
our relationship มาสู่ความสัมพันธ์ของเรา...
   
39:52 with your wife ...กับภรรยาหรือสามีของเรา
and husband?  
   
39:56 Not with the universe, ไม่ใช่กับจักรวาล ไม่ใช่กับอวกาศ
  และไม่ใช่กับพระเจ้า
   
39:59 not with cosmos,  
   
40:04 not with God.  
   
40:06 God is an invention พระเจ้าเป็นสิ่งประดิษฐ์ของความคิด
of the intellect.  
   
40:13 You can have extraordinary คุณสามารถมีความสัมพันธ์พิเศษ...
relationship  
   
40:16 with those things ...กับสิ่งต่างๆ ที่คุณประดิษฐ์ขึ้นมา
that you have invented, หรือกับมายาภาพต่างๆ
   
40:19 with the illusions.  
   
40:23 But to have relationship แต่การมีความสัมพันธ์
  กับภรรยาหรือสามี...
   
40:26 with your wife, and  
husband, and children,  
   
40:32 so that there is no ...และกับลูกๆ ของคุณ
conflict between us. เพื่อจะได้ไม่ขัดแย้งกัน
   
40:38 That's where นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของระเบียบ
the order begins.  
   
40:42 Right? ถูกไหม
   
40:44 Right, sir? ใช่ไหมครับ
   
40:48 Now, how will you ทีนี้คุณจะนำระเบียบ
bring order there, มาสู่ตรงนั้นได้อย่างไร...
   
40:50 because order, we said,  
- please listen to it,  
   
40:54 listen to the beauty ...กรุณาตั้งใจฟัง
of it at least - อย่างน้อยก็ฟังความงดงามของมัน...
   
40:57 order is sequence ...ระเบียบคือการเรียงลำดับ
in space, ในเนื้อที่ว่าง...
   
41:00 we are going ...เรากำลังจะตรวจสอบเรื่องนี้กัน...
to examine this,  
   
41:02 what we mean ...'เนื้อที่ว่าง' เราหมายถึงอะไร
by space, 'การเรียงลำดับ' หมายถึงอะไร...
   
41:05 what we mean  
by sequence,  
   
41:09 what we mean ...และ 'ระเบียบ' เราหมายถึงอะไร
by order.  
   
41:25 If we have not relationship ถ้าเราไม่มีความสัมพันธ์ต่อกันแล้ว
with each other, ความกลัวย่อมเกิดขึ้น
   
41:31 there is fear.  
   
41:34 Either one dominates ใครคนใดคนหนึ่ง
the other, จะต้องข่มอีกฝ่ายหนึ่ง...
   
41:44 either they separate but ...หรือไม่ก็ต่างคนต่างอยู่
only come together in bed. แต่จะพบกันก็บนเตียงนอนเท่านั้น
   
41:54 So, we live a brutal ดังนั้นเราจึงดำรงชีวิต
life with each other. ที่โหดร้ายต่อกัน
   
42:00 Haven't you noticed all this? คุณไม่เคยสังเกต
Don't you know all this? เห็นสิ่งเหล่านี้บ้างหรือ
   
42:05 And in what way คุณไม่รู้เรื่องทั้งหมดนี้เลยหรือ
shall we bring order,  
   
42:11 so that it is enduring, และมีวิธีใดบ้างที่เราจะทำให้เกิด
  ระเบียบอันยืนยงตลอดไป...
   
42:18 not one day order, ...ไม่ใช่วันนี้มีระเบียบ
the next day disorder? พรุ่งนี้ไร้ระเบียบ
   
42:29 What brings about this อะไรเป็นสาเหตุให้เกิด
contradiction in relationship? ความไม่ลงรอยกันในความสัมพันธ์
   
42:45 Contradiction between my ความไม่ลงรอยกัน
voice and what I want to say. ระหว่างสิ่งที่ผมพูดออกไป...
   
42:48   ...กับสิ่งที่ผมต้องการจะพูดจริงๆ...
   
42:59 Probably I should have drunk ...บางทีผมควรจะดื่มน้ำสักหน่อย
a little water before I came here. ก่อนจะมาที่นี่
   
43:05 Avanti. Avanti (ต่อไปนะ)
   
43:06 Let's go. ต่อไปนะ
   
43:10 What brings this อะไรทำให้เกิดการแบ่งแยกระหว่างคุณ...
division between you,  
   
43:14 your wife, your husband ...กับภรรยาหรือสามี
and your children? และกับลูกๆ ของคุณ
   
43:18 Division is disorder. การแบ่งแยก คือ ความไร้ระเบียบ
Right?  
   
43:21   ถูกไหม
   
43:23 Right, sirs? ใช่ไหมครับ
   
43:26 The Muslim and the Hindu, การแบ่งแยกระหว่างชาวมุสลิม
the Jew and the Arab, กับชาวฮินดู ชาวยิวกับชาวอาหรับ...
   
43:32 the communist, the totalitarianism ...คอมมิวนิสต์ เผด็จการกับเสรีนิยม
and freedom.  
   
43:38 These opposites is the คู่ตรงกันข้ามเหล่านี้
essence of disorder. เป็นเเก่นแท้ของความไร้ระเบียบ
   
43:44 Right? ถูกไหม
   
43:48 So, what brings ดังนั้นอะไรทำให้เกิดความไร้ระเบียบ
about disorder ในความสัมพันธ์ของมนุษย์เรา...
   
43:52 in our human ...ทั้งกับคนที่สนิทกันมากที่สุด
relationship และกับคนอื่นๆ
   
43:55 with the most intimate คุณเคยคิดถึงเรื่องนี้บ้างไหม
and not so intimate?  
   
44:01 Have you ever thought เอาเลยครับ
about it? Come on, sirs!  
   
44:09 Or are you frightened หรือว่าคุณกลัว
to look at this disorder? ที่จะมองดูความไร้ระเบียบนี้
   
44:19 Because, when เพราะเมื่อคุณตระหนักว่า
you become aware ภรรยากับตัวคุณ...
   
44:21 that your wife  
and yourself,  
   
44:24 and the husband, ...หรือเมื่อสามีกับภรรยา
or the wife ตระหนักรู้ถึงความไร้ระเบียบนี้...
   
44:26 becomes aware  
of this disorder,  
   
44:30 either they accept ...ไม่ว่าทั้งสองคนจะยอมรับมัน
it and live with it, และอยู่กับมัน...
   
44:34 or to analyse, to go ...หรือเลือกจะวิเคราะห์ สืบค้น
into it, to investigate it, สอบสวนมัน...
   
44:41 and that may bring ...ซึ่งนั่นอาจจะนำมาซึ่ง
about a tremendous change, การเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง...
   
44:45 and there is a ...จึงเกิดความกลัวต่อการเปลี่ยนแปลง
fear of change.  
   
44:48 You are following คุณเข้าใจที่เราพูดกันไหม
what we are saying?  
   
44:53 Ah? หือ
   
44:57 Right, sir? ถูกไหมครับ
   
44:59 There is my friend, นั่นเพื่อนผม
at least I can talk to him. อย่างน้อยผมก็พูดกับเขาได้
   
45:07 What brings about อะไรที่นำมาซึ่งความไร้ระเบียบ
this disorder?  
   
45:19 Now, I am saying something ทีนี้ผมกำลังจะพูดถึงอะไรบางอย่าง
- please listen carefully - กรุณาตั้งใจฟังให้ดี...
   
45:23 we are investigating, I am not ...เรากำลังสืบสวนกันอยู่
saying it is right or wrong. ผมไม่ได้บอกว่ามันถูกหรือผิด
   
45:28 Is it desire? มันคือความอยากใช่ไหม
   
45:40 I mean by desire, ความอยาก ผมหมายถึง
  การตอบสนองทางประสาทสัมผัส...
   
45:48 the sensory responses  
   
45:57 with its image ...พร้อมด้วยมโนภาพของมัน
  ที่ความคิดสร้างขึ้น...
   
46:01 which thought และการกระทำ แรงกระตุ้น
has created, ของความอยากนั้น
   
46:07 and the action, the  
urge of that desire.  
   
46:11 You understand my... คุณเข้าใจไหม
   
46:17 Zeus!  
   
46:28 I mean by desire, ความอยากที่ผู้พูดหมายถึง...
   
46:32 the speaker means  
by desire  
   
46:35 - please investigate ...กรุณาสืบค้นตามไปด้วย
it as we go along, อย่าเพิ่งยอมรับในสิ่งที่พูด...
   
46:37 don't accept  
what he is saying -  
   
46:43 the perceiving, ...ความอยากหมายถึง
the seeing, การรับรู้ การเห็น...
   
46:47 sensory seeing, ...การเห็นทางประสาทสัมผัส
  การกระทบ...
   
46:50 contact,  
   
46:52 sensation, ...ความรู้สึกทางประสาทสัมผัส...
   
46:56 and with the sensation ...และจากความรู้สึกของประสาทสัมผัส
goes เกิดเป็นมโนภาพ...
   
46:58 the image which  
thought has created,  
   
47:01 and desire ...ซึ่งความคิดสร้างขึ้น
  แล้วความอยากก็เกิดขึ้น
   
47:03 - you have อันนี้คุณเข้าใจไหม
understood this?  
   
47:07 Is this fairly clear? ที่พูดนี่ชัดเจนไหมครับ
   
47:12 You see a nice thing. เมื่อคุณเห็นของสวยๆ งามๆ อย่างหนึ่ง
   
47:16 The seeing, มีการเห็น การสัมผัส
  การดมกลิ่น การลิ้มรส...
   
47:18 the touching,  
   
47:21 the smelling,  
   
47:23 the tasting ...และเกิดความรู้สึกต่างๆ
  ทางประสาทสัมผัส...
   
47:26 and the sensation,  
   
47:30 the sensation, ...ความรู้สึกซึ่งเข้าไปยึดเกาะ
  กับมโนภาพที่ความคิดสร้างขึ้น...
   
47:35 which is identified  
with the image  
   
47:37 which thought ...ก็จะเกิดเป็นความอยากขึ้นมา
has created,  
   
47:40 and desire is the outcome of it. ถูกไหม
Right?  
   
47:43 Clear? ชัดเจนไหม
   
47:50 So, I am asking, ดังนั้นเราจึงถามว่า...
we are asking:  
   
47:54 is one of the factors ...การขาดความสัมพันธ์ระหว่างกัน...
of this contradiction,  
   
47:59 this lack of ...เป็นเหตุปัจจัย
relationship ของความไม่ลงรอยกันนี้ไหม...
   
48:03 - I am using the word 'relationship' ...ผมใช้คำว่า 'ความสัมพันธ์'
in its right sense - ในความหมายที่ถูกตรงของมัน...
   
48:07 to be wholly in  
contact with each other,  
   
48:11 not merely sensory ....คือการเชื่อมสัมพันธ์
contact, ระหว่างกันอย่างรอบด้าน...
   
48:16 not merely sexual ...ไม่ใช่เพียงแค่การสัมพันธ์กัน
contact, ทางประสาทสัมผัส หรือทางเพศสัมพันธ์...
   
48:20 but to contact ...แต่เป็นการเชื่อมสัมพันธ์
holistically, กับผู้อื่นอย่างรอบด้าน...
   
48:22 wholly with another. ...ด้วยสมรรถทั้งหมดแห่งจิตคุณ
   
48:28 Is that prevented ความอยากไปปิดกั้นความสัมพันธ์
by desire? เช่นนั้นหรือไม่
   
48:38 So, we are ดังนั้นเรากำลังสอบสวนว่า
investigating, ความอยากใช่ความรักหรือไม่
   
48:40 is desire love?  
   
48:53 Because with เพราะความกลัวมาควบคู่กับความอยาก...
desire goes fear,  
   
49:01 and one of the factors ...และปัจจัยหนึ่งในหลายๆ ปัจจัย
of disorder is fear. ของความไร้ระเบียบก็คือความกลัว
   
49:10 Right? ถูกไหม
   
49:15 Must you have พวกคุณต้องเอาตะเกียงเหล่านี้ไหม
all these lamps? คุณต้องเข้าใจทั้งหมดนี้ไม่ใช่หรือ
   
49:24 Phew! เฮ้อ (Phew)
   
49:35 So we are saying, ดังนั้นเราบอกว่า
  ปัจจัยของความไร้ระเบียบ...
   
49:37 the factor of  
disorder is desire,  
   
49:44 and fear, ...ก็คือความอยากและความกลัว...
   
49:48 and the incessant ...รวมทั้งการแสวงหาความพึงพอใจ
pursuit of pleasure. อย่างไม่สิ้นสุด
   
49:58 We have explained เราได้อธิบายไปแล้วว่า
what desire is. ความอยากคืออะไร
   
50:04 With desire goes will. ความอยากก่อให้เกิดเจตนา
   
50:12 Will is the action, เจตนาคือการกระทำ เป็นการกระทำ
  อันมุ่งมาดของความอยาก
   
50:16 concentrated  
action of desire.  
   
50:20 Right, sirs? ถูกต้องไหมครับ
   
50:24 Just investigate it. ลองสืบสวนดู
   
50:27 And we function, ในการดำเนินชีวิตของเรา
  ชีวิตของเรามีพื้นฐานมาจากความอยาก...
   
50:32 our life is  
based on desire,  
   
50:36 will and fulfilment, ...มีเจตนาและการเติมเต็ม
  ให้สมปรารถนา ความคับข้องใจจึงตามมาด้วย
   
50:42 and with it  
goes frustration.  
   
50:47 And out of this แล้วจากนั้นความกลัวก็เกิดขึ้น
comes fear, ความกลัวมีหลายรูปแบบ
   
50:50 various forms of fear.  
   
50:53 Fear of not เช่น กลัวจะไม่ประสบความสำเร็จ
being successful, กลัวตกงาน กลัวเหงาว้าเหว่...
   
50:56 fear of losing a job,  
   
50:58 fear of being lonely,  
   
51:00 fear of not having love ...กลัวไม่มีใครรัก หรือไม่ได้รักใคร
  กลัวสูญเสียความผูกพัน...
   
51:04 or given love to you,  
   
51:07 fear of losing  
attachment,  
   
51:11 fear of darkness, ...กลัวความมืด กลัวเจ็บตัว และอื่นๆ
   
51:15 fear of physical pain,  
and so on, so on, so on.  
   
51:22 You are familiar with คุณคุ้นเคยกับทั้งหมดนี้ดีใช่ไหม
all this, aren't you?  
   
51:27 So, we are saying ดังนั้นเราจึงบอกว่า
  ปัจจัยหลักของความไร้ระเบียบ...
   
51:31 the major factor  
of disorder  
   
51:34 is the operation  
of desire,  
   
51:40 always with the ...ก็คือการปฏิบัติการของความอยาก...
picture of achievement  
   
51:49 and fear. ...ที่มีภาพของความสำเร็จ
  และความกลัวประกอบอยู่ด้วยเสมอไป
   
51:54 The fear that has not been ความกลัวซึ่งมนุษย์ยังแก้ไม่ตก
resolved by human beings: เช่น กลัวความตาย...
   
52:04 fear of death,  
fear of loneliness,  
   
52:09 fear of not ...กลัวความเหงา
having the capacity กลัวจะไม่เก่งพอ และอื่นๆ
   
52:15 to act greatly,  
and so on, so on.  
   
52:19 And also one of the และอีกสาเหตุหนึ่งในหลายๆ สาเหตุ
causes of disorder ของความไร้ระเบียบก็คือ...
   
52:24 is this incessant ...การแสวงหาความพึงพอใจ
pursuit of pleasure. อย่างไม่รู้จบสิ้น
   
52:31 So, we are going to examine those ดังนั้นเรากำลังจะตรวจสอบ
three things very carefully ปัจจัยทั้งสามนั้นอย่างรอบคอบ...
   
52:36 because our concern is ...เพราะสิ่งสำคัญสำหรับเราก็คือ
to bring about order, การทำให้เกิดระเบียบขึ้นมา...
   
52:42 and to bring ...และการจะทำเช่นนั้นได้...
about order  
   
52:44 one must understand this ...เราจะต้องเข้าใจความสับสน
confusion in which we live, ที่มีอยู่ในชีวิตของเรา...
   
52:49 and the confusion is ...และความสับสนนี้ก็คือ
  กิจกรรมของความอยากนี่เอง...
   
52:52 this activity of desire  
   
52:56 with its changing ...โดยเปลี่ยนสิ่งที่มันต้องการ
objects. ไปเรื่อยๆ
   
53:00 You may not, when เมื่อคุณยังหนุ่มยังสาว
you are young, คุณอาจจะไม่ต้องการมีสถานภาพใหญ่โต...
   
53:05 you may not want to  
have a great status,  
   
53:09 great position, ...ไม่ได้ต้องการตำแหน่งหน้าที่สูงๆ
great wealth, หรือความร่ำรวยมากมายนัก...
   
53:14 but as you grow older ...แต่เมื่อคุณอายุมากขึ้น
the thing changes. ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
   
53:19 As you approach death, เมื่อความตายใกล้เข้ามา
  คุณต้องการบรรลุธรรม...
   
53:20 you want enlightenment, ...ต้องการเข้าถึงพระเจ้าและอื่นๆ
god, and all the rest of it.  
   
53:25 So, the objects of desire ดังนั้นสิ่งที่คุณอยากได้
change constantly. เปลี่ยนไปตลอดเวลา
   
53:32 And fear และความกลัวซึ่งเป็นปัจจัยหลัก
  ปัจจัยหนึ่ง...
   
53:35 which is one of  
the major factors  
   
53:38 of disorder in ...ของความไร้ระเบียบ
our relationship, ในความสัมพันธ์ของเรา...
   
53:42 intimate and ...ทั้งที่สนิทสนม
not intimate, และที่ไม่คุ้นเคยกัน...
   
53:45 and the longing, ...และการโหยหาความพึงพอใจ
  ส่วนตัวของแต่ละคน
   
53:49 the private, personal  
pursuit of pleasure.  
   
53:58 So, these are ดังนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยหลัก...
the major,  
   
54:01 deep factors of ...ที่หยั่งรากลึกซึ่งทำให้เกิด
disorder in our life. ความไร้ระเบียบในชีวิตของเรา
   
54:13 We have explained the เราได้อธิบายถึงกระบวนการ
process of desire: ที่ความอยากเกิดขึ้น...
   
54:20 seeing, touching, ...เมื่อเห็น เมื่อสัมผัส
  ลิ้มรส ดมกลิ่น...
   
54:22 tasting, smelling,  
   
54:24 the sensory responses, ...คือมีการตอบสนอง
  ทางประสาทสัมผัสต่างๆ...
   
54:28 from that sensory ...จากการตอบสนองทางประสาทสัมผัส...
response a sensation,  
   
54:32 with contact, ...ความรู้สึกทางประสาทสัมผัส
  ก็เกิดขึ้นด้วยกับการกระทบ...
   
54:34 then thought saying, ...จากนั้นความคิดก็พูดว่า
  "ถ้าฉันได้สิ่งนั้นมา คงจะวิเศษมากเลย"
   
54:38 'How marvellous it would  
be if I could have that.'  
   
54:43 Which is the thought ซึ่งก็คือความคิด
creating the image of a car, ที่สร้างมโนภาพขึ้นมาว่า...
   
54:48 you driving in ...คุณกำลังขับรถยนต์อย่างสนุกสนาน
it and having fun.  
   
54:53 So, that is the นั่นคือการเคลื่อนไหวของความอยาก
movement of desire.  
   
54:57 We are saying แล้วเรากำลังจะถามว่า
what is fear? ความกลัวคืออะไร
   
55:03 Please go with me, กรุณาสืบค้นไปพร้อมกับผม
  ค้นหาด้วยตัวคุณเอง...
   
55:06 find out for yourself,  
   
55:09 because we have lived generation ...เพราะเรามีชีวิตอยู่ด้วยความกลัว
after generation with fear. มาทุกยุคทุกสมัย
   
55:15 We have got สมองของเราดี
good brains.  
   
55:18 We have got capacity เรามีสมรรถนะ
to resolve fear, ที่จะแก้ปัญหาความกลัวได้...
   
55:22 not to live with it. ...เราไม่จำเป็นต้องมีชีวิตอยู่
  ด้วยความกลัว
   
55:24 To live with it is การมีชีวิตอยู่กับความกลัว
to live in darkness. ก็เหมือนอยู่ในความมืด
   
55:29 To live with it การมีชีวิตอยู่กับความกลัว
is to deny เป็นการปฏิเสธความงามแห่งชีวิต...
   
55:33 the beauty of  
total existence,  
   
55:37 the beauty of the earth, ...ความงดงามของโลก
the beauty of the sky. และความงามของท้องฟ้า
   
55:45 So, we have ดังนั้นเราต้องเข้าใจความกลัว...
to understand it,  
   
55:48 not intellectually, ...ไม่ใช่ด้วยปัญญานึกคิด
  หากแต่ขุดลึกจนถึงรากเหง้าของมัน
   
55:50 but delve deeply into  
the very roots of fear.  
   
56:03 Fear is time. ความกลัวคือกาลเวลา
   
56:17 Because look at it ขอให้มองดูมันด้วยความรอบคอบ
carefully.  
   
56:22 There is physical fear, มีความกลัวที่เกี่ยวกับร่างกาย...
   
56:25 the bodily pain,  
   
56:33 the remembering ...เช่น ความเจ็บปวดของร่างกาย
of that pain มีความทรงจำถึงความเจ็บปวดนั้น...
   
56:38 and hoping that pain ...และหวังว่าความเจ็บปวดนั้น
will not happen again, จะไม่เกิดขึ้นอีก
   
56:43 that is duration นั่นคือช่วงแห่งกาลเวลา
of time.  
   
56:46 Right? ถูกต้องไหม คุณเข้าใจตรงนี้ไหม
You are following this?  
   
56:50 Please, if you don't ถ้าคุณยังไม่ได้ใส่ใจกับมัน
give your mind to it, กรุณาใส่ใจด้วยเพราะว่ามันสำคัญมาก...
   
56:52 because it is very important ...ที่เราจะต้องเข้าใจเรื่องนี้...
for us to understand this,  
   
56:57 because the mind demands ...เพราะจิตใจ
that human beings be free, เรียกร้องให้มนุษย์เป็นอิสระ...
   
57:04 because when ...เพราะเมื่อคุณเป็นอิสระแล้ว
you are free, ชีวิตจะแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง
   
57:07 life becomes  
totally different.  
   
57:12 And a person that is burdened และบุคคลที่แบกความกลัวเอาไว้
with fear can never be free. ไม่มีทางเป็นอิสระได้เลย
   
57:23 And when the mind is เมื่อจิตใจถูกครอบงำด้วยความกลัว
enveloped with fear, ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะมีความกระจ่าง...
   
57:28 there is no possibility  
   
57:30 of clarity, ...การหยั่งรู้ หรือการรับรู้สิ่งต่างๆ
  ได้อย่างบริสุทธิ์และไม่บิดเบือน
   
57:34 of insight,  
   
57:36 of pure, unadulterated  
perception of things.  
   
57:45 So, we are asking, ดังนั้นเราจึงบอกว่า กาลเวลา คือ
  การเคลื่อนไหวของความกลัว
   
57:47 we are saying  
   
57:49 that time is the  
movement of fear.  
   
58:00 I have had pain เช่น เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
last week, ผมได้รับบาดเจ็บ...
   
58:04 the remembrance ...ความทรงจำถึงความเจ็บปวด
of that pain, ทางกายนั้นยังมีอยู่...
   
58:08 physical pain, ...และมีความกลัวว่า
  มันอาจจะกลับมาอีก
   
58:11 and there is the fear  
   
58:13 that it might  
come back again.  
   
58:16 Right? ใช่ไหม
   
58:19 Right? ถูกไหม
That is one fear.  
   
58:22 The physical fear นั่นเป็นความกลัวอย่างหนึ่ง
   
58:23 of getting hurt, เป็นความกลัวที่เกี่ยวกับร่างกาย
bearing pain, กลัวได้รับบาดเจ็บ...
   
58:26 or having been ill ...กลัวต้องทนทรมานกับความเจ็บปวด
  หรือกลัวการป่วยไข้...
   
58:29 and hoping it will ...และหวังว่ามันจะไม่กลับมาเป็นอีก
never come back again.  
   
58:35 Now, can you ทีนี้กรุณาฟังให้ดีๆ
- please listen to this - เมื่อคุณได้รับบาดเจ็บทางกาย...
   
58:39 can you, when you have ...และเมื่อมันหายเป็นปกติแล้ว
pain, physical pain, คุณจะลืมมันไปทั้งหมดได้ไหม...
   
58:49 when it is over, ...โดยไม่บันทึก
  ในความทรงจำไว้เลยได้ไหม
   
58:51 totally forget it,  
totally non-register it?  
   
58:56 You understand คุณเข้าใจไหม
my question? คุณเข้าใจสิ่งที่ผมพูดไปแล้วไหม
   
58:58 You have understood  
what I have said?  
   
59:04 I am sure ผมแน่ใจว่าพวกเราส่วนใหญ่
most of us had ต้องเคยได้รับบาดเจ็บ...
   
59:06 some kind of physical ...ทางร่างกายกันมาบ้างแล้ว
pain of different kinds, ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง...
   
59:10 variety, multiple ...ซึ่งมีมากมายหลายแบบ
kinds of physical pain.  
   
59:17 When it happens, เมื่อมันเกิดขึ้น ขอให้สังเกตดูมัน...
   
59:20 to observe it  
   
59:24 and not let that pain ...อย่าปล่อยให้สมอง
  บันทึกความเจ็บปวดนั้นไว้
   
59:28 be registered  
in the brain.  
   
59:37 Will you do it as คุณจะทำอย่างที่เราพูดกันไหม
we are talking?  
   
59:40 Now, let us look เอาละ ลองมาดูกันสักหน่อย
at it for a minute.  
   
59:43 The brain's capacity ความสามารถของสมองอยู่ที่...
consists in  
   
59:50 registering everything ...การบันทึก
that is happening to it. ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น
   
59:58 Like a computer, เช่นเดียวกับเครื่องคอมพิวเตอร์
it is registering. บันทึกข้อมูล
   
1:00:03 You must have คุณต้องเคยสังเกตเห็นมาบ้างแล้ว
noticed, obviously.  
   
1:00:07 The happening to the สิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกาย
physical is registered. ถูกบันทึกเอาไว้แล้ว
   
1:00:13 And then that registered แล้วสิ่งที่ถูกบันทึก
happening is a remembrance, ก็คือความทรงจำ...
   
1:00:21 and that remembrance,  
   
1:00:23 that memory ...และความทรงจำถึงความเจ็บปวดนั้น...
of that pain  
   
1:00:27 brings about fear that ...ก็จะนำไปสู่ความกลัว
it might happen again. ว่ามันอาจจะเกิดขึ้นอีก
   
1:00:31 We are asking a very simple เรากำลังถามถึงสิ่งที่ธรรมดาๆ มาก
thing but very subtle. แต่ก็ละเอียดอ่อนแยบคายมาก
   
1:00:37 Go into it. ขอให้สืบค้นเข้าไป
You will see it for yourself. แล้วคุณจะเห็นด้วยตัวคุณเอง
   
1:00:40 Having physical pain, เมื่อเกิดความเจ็บปวดทางร่างกาย...
   
1:00:43 and not let it ...แต่อย่าปล่อยให้มัน
become a memory. กลายเป็นความทรงจำ
   
1:00:51 You understand, sir? คุณเข้าใจไหมครับ
   
1:00:57 Do you follow ที่ผมพูดไปคุณตามทันไหมครับ
what I am saying?  
   
1:01:04 Now, just wait. เอาล่ะ เดี๋ยวนะ
   
1:01:08 You hurt me by เช่น คุณทำให้ผมเสียใจ
calling me a name, เรียกชื่อล้อเลียนผมต่างๆ นานา...
   
1:01:11 or praise me, as ...หรือคุณเยินยอผม
yesterday somebody did. อย่างที่ใครบางคนพูดเมื่อวานนี้...
   
1:01:19 Not to register the ...อย่าบันทึกคำยกย่องสรรเสริญ
praise or the insult, หรือคำสบประมาทเอาไว้...
   
1:01:27 so that your ...เพื่อที่สมองของคุณจะได้สดใหม่
brain is fresh.  
   
1:01:34 When you register, เมื่อคุณบันทึกมันไว้
  มันก็เป็นการเคลื่อนไหวของกาลเวลา
   
1:01:36 it is the movement  
of time.  
   
1:01:40 Right? ถูกไหม
   
1:01:42 So, we are saying ดังนั้นเราจึงบอกว่า
  ความกลัวเป็นการเคลื่อนไหวในกาลเวลา
   
1:01:44 fear is the  
movement in time.  
   
1:01:56 We can understand เราเข้าใจได้เกี่ยวกับ
physical pain. ความเจ็บปวดทางร่างกาย
   
1:01:59 I know, I can observe ผมรู้ ผมสามารถสังเกตดูมัน
it very carefully ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง...
   
1:02:03   ...ในขณะที่มันกำลังเกิดขึ้น...
   
1:02:05 when it is happening, ...ขอให้ใส่ใจมันมากๆ...
be very, very attentive,  
   
1:02:09 or let it happen and not be ...หรือไม่ก็ปล่อยให้มันเกิดขึ้น
associated with it at all. โดยไม่เข้าไปยุ่งกับมันเลย
   
1:02:20 I am telling you something ผมกำลังบอกอะไรคุณบางอย่าง
  ซึ่งเกิดขึ้นกับผู้พูดจริงๆ
   
1:02:22 which actually  
happened to the speaker.  
   
1:02:26 I am not inventing ผมไม่ได้สร้างเรื่องขึ้นมานะ
this.  
   
1:02:30 Then, fear is ความกลัวก็คือสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น...
   
1:02:36 what might happen,  
   
1:02:41 or what has happened ...หรือสิ่งที่ได้เกิดขึ้นมาแล้ว...
   
1:02:45 and the remembrance ...และยังมีความทรงจำ
of it เกี่ยวกับมันอยู่...
   
1:02:49 and projecting that ...แล้วก็สร้างเรื่อง
remembrance into the future จากความทรงจำนั้นขึ้นล่วงหน้า...
   
1:02:53 and saying ...แล้วพูดว่า "ผมกลัว"
'I am afraid.'  
   
1:02:58 Do you understand? คุณเข้าใจไหม
   
1:03:00 That is, the นั่นคือการเคลื่อนไหวจากอดีต
movement from the past ผ่านปัจจุบัน สู่อนาคต
   
1:03:07 through the present  
to the future.  
   
1:03:14 Most of us are afraid, พวกเราส่วนใหญ่กลัวอะไรกันหรือ
of what?  
   
1:03:19 Look at yourself, มองตัวคุณเองซิครับ สืบค้นดู
sirs, investigate.  
   
1:03:22 What are you คุณกลัวอะไร
afraid of?  
   
1:03:24 You may not be afraid ขณะนั่งอยู่ตรงนั้น
of sitting there now. ในเวลานี้คุณไม่ได้กลัว
   
1:03:28 Obviously. อันนี้ชัดเจน
   
1:03:32 But when you แต่เมื่อคุณจากที่นี่ไปแล้ว
leave here, ความกลัวต่างๆ ทั้งในระดับจิตสำนึก...
   
1:03:39 the fears come back, ...หรือที่ซ่อนตัวอยู่ลึกๆ จะกลับมา
   
1:03:41 conscious or  
deeply hidden.  
   
1:03:46 What are your fears? คุณกลัวอะไรกันบ้าง
   
1:03:49 Fear of death, กลัวความตาย กลัวความเหงา...
   
1:03:52 fear of loneliness,  
   
1:03:56 fear of not achieving ...กลัวจะไม่ได้บรรลุธรรม
enlightenment, กลัวจะไม่ประสบความสำเร็จและมีเงินมากๆ...
   
1:04:03 fear of not being  
very successful  
   
1:04:07 and having ...กลัวจะต้องเป็นรองคนอื่น...
a lot of money,  
   
1:04:12 fear of being  
dominated by another  
   
1:04:16 whether it is the ...ไม่ว่าจะเป็นสามีหรือภรรยาก็ตาม
husband or the wife เรากลัวอะไรกัน
   
1:04:20 - what is one  
afraid of?  
   
1:04:39 And can you analyse it? คุณวิเคราะห์ได้หรือ
   
1:04:46 Please listen. กรุณาตั้งใจฟัง
   
1:04:48 In analysis there is... ในการวิเคราะห์มี...
  (ขอบคุณครับ)
   
1:04:55 Thank you, sir.  
   
1:04:58 May I drink? ขอผมดื่มน้ำนะครับ
Q:Yes. Audience:ครับ
   
1:05:01 K:It might help. Krishnamurti:มันอาจจะช่วย
But I doubt it. แต่ผมไม่แน่ใจ
   
1:05:23 In analysis several ...ในการวิเคราะห์
things are implied. แสดงนัยอะไรหลายๆ อย่าง
   
1:05:28 There is the analyser มีผู้วิเคราะห์
  และสิ่งที่จะถูกวิเคราะห์
   
1:05:31 and the thing which is  
going to be analysed.  
   
1:05:37 Right? ถูกไหมครับ
   
1:05:39 In analysis is implied ในการวิเคราะห์
time. แฝงนัยแห่งกาลเวลาอยู่ด้วย
   
1:05:46 You follow? I คุณเข้าใจไหม
have to analyse  
   
1:05:50 all the time, เช่น ผมต้องวิเคราะห์อยู่ตลอดเวลา
that includes time. นั่นได้รวมกาลเวลาไว้ด้วยแล้ว
   
1:05:54 And every analysis การวิเคราะห์ทุกๆ เรื่อง
must be complete. จะต้องจบบริบูรณ์
   
1:06:02 Otherwise, I remember, มิฉะนั้นผมก็จะจำ
the remembrance continues เมื่อความทรงจำนั้นยังดำเนินอยู่...
   
1:06:08 and with that remembrance ...และคุณวิเคราะห์จากความทรงจำนั้น
you analyse.  
   
1:06:10 Therefore it is never complete. เพราะฉะนั้นมันจึงไม่เคยจบบริบูรณ์
You understand? สักที คุณเข้าใจไหม
   
1:06:14 Doesn't matter, ไม่เป็นไร ขอให้คุณสืบค้นดู
you go into it.  
   
1:06:19 First of all ก่อนอื่นในการวิเคราะห์
in analysis, จะมีผู้วิเคราะห์และสิ่งที่ถูกวิเคราะห์
   
1:06:20 there is the analyser  
and the analysed.  
   
1:06:26 The analyser ผู้วิเคราะห์ก็คือสิ่งที่ถูกวิเคราะห์
is the analysed.  
   
1:06:30 Right? ใช่ไหม
   
1:06:34 That is, thought has divided นั่นคือความคิดได้แบ่งแยกตัวมันเอง...
itself as the analyser  
   
1:06:39 and the thing ...ออกเป็นผู้วิเคราะห์
to be analysed. และสิ่งที่ถูกวิเคราะห์
   
1:06:42 So, it has created ดังนั้นมันได้สร้างการแบ่งแยกขึ้นมา
a division.  
   
1:06:46 Thought in its very ในกระบวนการคิดนั้น
process is limited ความคิดจำกัด...
   
1:06:51 and therefore ...เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นส่วนเสี้ยว
fragmentary, และมีความสามารถที่จะแบ่งแยก
   
1:06:52 and therefore has the  
capacity to divide.  
   
1:07:00 That which is limited อะไรก็ตามที่จำกัด
  ย่อมสามารถแบ่งแยกได้เสมอ
   
1:07:04 is always capable  
of division.  
   
1:07:08 That which is whole is never, ส่วนอะไรก็ตามที่สมบูรณ์
can never be divided. ไม่อาจแบ่งแยกได้
   
1:07:14 I wonder if you ผมสงสัยว่าคุณจะจับใจความ
capture all this! ทั้งหมดนี้ได้ไหม
   
1:07:20 Please don't look at me กรุณาอย่าเห็นผมเป็นคุรุก็พอแล้ว
like a guru, that's all.  
   
1:07:25 That is the last thing. นั่นเป็นประการสุดท้าย
   
1:07:32 So, we are saying ดังนั้นเราบอกว่าการวิเคราะห์
  จะไม่ช่วยแก้ไขปัญหา
   
1:07:41 analysis will not  
solve the problem.  
   
1:07:49 You can discover คุณอาจจะหาสาเหตุพบ
the cause, และการค้นพบสาเหตุและผลแห่งสาเหตุนั้น...
   
1:07:53 and the discovery  
of the cause  
   
1:07:56 and the effect  
of the cause,  
   
1:08:00 and the effect becomes the ...แล้วผลอันนั้นก็กลายเป็น
cause for the next happening. อีกสาเหตุหนึ่งของเหตุการณ์ถัดไปอีก
   
1:08:04 So, it's a constant ดังนั้นมันจึงเป็นลูกโซ่ไปเรื่อยๆ...
chain:  
   
1:08:07 the cause becoming ...จากเหตุกลายเป็นผล
the effect, แล้วผลกลายเป็นเหตุของอันถัดไป
   
1:08:09 the effect  
becoming the cause.  
   
1:08:14 Right? ถูกต้องไหม
   
1:08:16 In that circle, ในวัฏจักรนั้นย่อมไม่มีคำตอบ
there is no answer.  
   
1:08:25 You will have to think คุณจะต้องคิดด้วยตัวคุณเอง
it out for yourself หากคุณเป็นคนที่ชอบวิเคราะห์...
   
1:08:28 if you are so inclined,  
   
1:08:32 because we are so ...เพราะเราคุ้นเคย
used to analysis กับการวิเคราะห์มากเหลือเกิน...
   
1:08:36 which prevents ...ซึ่งปิดกั้นการรับรู้โดยตรง
direct perception.  
   
1:08:41 So, we are asking ดังนั้นเราจึงถามว่า...
   
1:08:44 what is the cause of ...อะไรคือสาเหตุของความกลัว
this extraordinary fear ที่ไม่ธรรมดานี้...
   
1:08:48 that human beings have, ...ความกลัวที่มีอยู่ในมนุษย์
  ทั้งในระดับจิตสำนึก...
   
1:08:53 both conscious as well ...และที่ซ่อนตัวอยู่ลึกๆ
as deep, hidden fears?  
   
1:09:12 If you observe ถ้าคุณสังเกตหรือมองดูความกลัว
or look into fear, ความกลัวไม่ใช่สิ่งที่เป็นจริง
   
1:09:19 fear is never actual.  
   
1:09:25 Do you understand? คุณเข้าใจไหมครับ
   
1:09:26 You are only... คุณเพียงแต่บันทึกมันไว้
you are recording it หลังจากที่มันจบไปแล้ว...
   
1:09:29 either when it is over or ...หรือไม่คุณก็คาดว่ามันจะเกิดขึ้น
might happen in the future. ในอนาคตเท่านั้น
   
1:09:37 Right? I don't know if ถูกไหม
you understand this.  
   
1:09:38   ผมไม่ทราบว่าคุณเข้าใจตรงนี้ไหม
   
1:09:40 All right, let me ไม่เป็นไร ผมจะพูดอีกแบบหนึ่ง
put it differently.  
   
1:09:44 Why am I working ผมทำงานอย่างหนักให้คุณทำไมกัน
so hard for you?  
   
1:09:50 The other day a man asked me as เมื่อวันก่อน ตอนที่ผมพูดจบ
I was walking out after the talk, แล้วเดินออกไป...
   
1:09:56 he said to me, 'You ...มีผู้ชายคนหนึ่งพูดกับผมว่า
ask us why we come, ที่คุณถามพวกเราว่าเรามากันทำไม...
   
1:10:01 what reason, curiosity, ...มีเหตุผลอะไร เป็นเพราะ
this or that.' อยากรู้อยากเห็นหรืออะไรกัน
   
1:10:04 And he said, แล้วเขาก็ถามว่า
'Why do you speak?' แล้วคุณล่ะพูดทำไม
   
1:10:16 Do you want to know คุณต้องการทราบไหมว่าผมพูดทำไม
why I speak?  
   
1:10:24 Because, sir, เพราะว่า...เออ...ช่างมันเถอะ
   
1:10:27 - oh, forget it,  
does not matter.  
   
1:10:31 That's not important. มันไม่สำคัญหรอก
   
1:10:43 Like pleasure, ความพึงพอใจก็เช่นกัน...
   
1:10:47 at the instant  
of pleasure  
   
1:10:52 there is no recording. ...ในขณะที่ความพึงพอใจเกิดขึ้น
  มันยังไม่มีการบันทึก
   
1:10:55 It is only a second later ในเสี้ยววินาทีต่อมา
that recording takes place. การบันทึกจึงเกิดขึ้น
   
1:10:59 Haven't you noticed it? คุณไม่เคยสังเกตเห็นเลยหรือ
Have you?  
   
1:11:04 Sexual, any คุณเคยไหม
form of pleasure  
   
1:11:08 as it is actually ความพึงพอใจทางเพศหรืออะไรก็ตาม
happening ในขณะที่มันกำลังเกิดขึ้นจริงๆ...
   
1:11:11 you are totally unaware ...คุณไม่รู้ด้วยซ้ำ
that it is called pleasure. ว่านั่นเรียกว่าความพึงพอใจ
   
1:11:18 If you have been angry หากคุณโกรธอยู่ - (ผมหวังว่าคุณไม่
- I hope you haven't - ได้โกรธ) - แต่ถ้าคุณกำลังโกรธมาก...
   
1:11:21 if you have been  
very angry  
   
1:11:24 at the moment ...ณ ขณะนั้น มันเป็นแค่เพียง
of that feeling, ความรู้สึก...
   
1:11:31 it is just a feeling,  
   
1:11:33 but when you ...แต่พอคุณเริ่มเรียกชื่อมัน...
begin to name it,  
   
1:11:36 which is a second ...ในวินาทีต่อมา
later, it becomes anger. มันก็กลายเป็นความโกรธ
   
1:11:40 Then you say, แล้วคุณก็พูดว่า
'I must control, "ฉันต้องควบคุมให้ได้"
   
1:11:42 I must not be angry,' หรือบอกว่า"ฉันต้องไม่โกรธ"
and all the rest of it follows. และอะไรต่อมิอะไรก็ตามมา
   
1:11:47 So, please ดังนั้นเพียงกรุณาตั้งใจฟัง
just listen - ในขณะที่ความพึงพอใจเกิดขึ้นกับคุณ...
   
1:11:53 at the moment of a pleasurable  
thing happening to you,  
   
1:12:01 there is no recording, ...จะยังไม่มีการบันทึกข้อมูล
  สมองยังไม่ทำงาน
   
1:12:07 the brain is  
not functioning.  
   
1:12:12 Only a second later แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมาเท่านั้น
thought comes along ความคิดก็เข้ามาและพูดว่า...
   
1:12:15 and says, 'How ..."มันช่างวิเศษอะไรอย่างนี้"...
marvellous that was,  
   
1:12:19 that meal was so good, ..."อาหารมื้อนั้นอร่อยเหลือเกิน"
  "ยามอาทิตย์อัสดงนั้นงดงามมาก"...
   
1:12:24 that sunset was  
so lovely,  
   
1:12:28 I must have more of ..."ฉันต้องการ
that kind of food, กินอาหารอย่างนั้นอีก"...
   
1:12:31 or I must see more sunsets ...หรือ "ฉันต้องการรู้สึกอิ่มเอมใจ
with such delight.' ยามเห็นตะวันลับฟ้าเช่นนั้นอีก"
   
1:12:36 You follow? คุณตามทันไหม
   
1:12:38 So, are you aware at ดังนั้นคุณตระหนักรู้
the moment of fear, ในขณะที่เกิดความกลัวไหม...
   
1:12:45 at the second of ...ณ วินาทีที่สิ่งนั้นเกิดขึ้น...
the thing arising,  
   
1:12:54 and as it arises, ...แต่ขณะที่มันเกิดขึ้น
  อย่าปล่อยให้ความคิดเข้ามา...
   
1:12:58 not to let thought  
come into it,  
   
1:13:03 recognise it from ...ความคิดจดจำความกลัว
its past experience, จากประสบการณ์ในอดีตของมัน...
   
1:13:06 say, 'That's anger,' ...แล้วพูดว่า "นั่นเป็นความกลัว"...
   
1:13:08 but realise ...แต่ให้ตระหนักว่าความคิด
thought has no place ไม่ได้มีบทบาทหน้าที่อะไร...
   
1:13:12 at the moment of action? ...ณ ขณะที่ความกลัวเกิดขึ้น
   
1:13:15 You understand คุณเข้าใจทั้งหมดนี้ไหม
all this?  
   
1:13:18 That requires นั่นจำต้องมีความตื่นตัวอย่างยิ่ง
great alertness.  
   
1:13:25 So, If the mind ดังนั้นถ้าจิตใจตื่นตัวจริงๆ...
is so alert,  
   
1:13:30 at the moment ...ในทันทีที่เกิดความรู้สึก
of arising ซึ่งเรียกว่าความกลัวนี้...
   
1:13:32 this feeling called fear, ...ขอให้ตระหนักรู้มัน
  และการตระหนักรู้มันนั่นเอง...
   
1:13:41 and realise it, and the ...หรือการรู้ความจริง
very realisation of it, ของมันนั่นเอง...
   
1:13:45 the truth of it prevents ...ที่สกัดกั้นไม่ให้ความคิด
thought from interfering. เข้ามาแทรกแซง
   
1:13:53 Have you understood คุณเข้าใจตรงนี้แล้วไหม
this, anybody? ใครเข้าใจบ้าง
   
1:13:56 Are you doing it? คุณกำลังทำอย่างนั้นหรือเปล่า
   
1:14:07 So, fear and pleasure ดังนั้นความกลัวกับความพึงพอใจ
go together. จึงคู่กันไป
   
1:14:14 Have you realised คุณได้ตระหนักรู้อย่างนั้นด้วยไหม
that too?  
   
1:14:17 You can't have one คุณไม่อาจจะเก็บอันหนึ่งไว้
and deny the other. แล้วผลักไสอีกอันหนึ่งไปได้
   
1:14:23 So, to delve into both, ดังนั้นเพื่อขุดค้นลงไป
  ในทั้งสองเรื่อง...
   
1:14:30 see the whole movement ...ให้เห็นความเคลื่อนไหวทั้งปวง
of fear and pleasure, ของความกลัวและความพึงพอใจ...
   
1:14:38 and the desire ...รวมทั้งเห็นความอยาก
which is involved ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง...
   
1:14:42 in fear as well ...ทั้งกับความกลัวและความพึงพอใจ...
as in pleasure,  
   
1:14:45 see the whole nature ...เห็นธรรมชาติ
and the structure of it, และโครงสร้างทั้งหมดของมัน...
   
1:14:50 not intellectually,  
verbally,  
   
1:14:51 but actually as you ไม่ใช่ด้วยการขบคิด
see this microphone, หรือเพียงคำพูด...
   
1:14:59 then you come ...แต่เห็นจริงๆ เหมือนกับที่
to the question คุณเห็นไมโครโฟนตัวนี้...
   
1:15:02 that the fear, ...แล้วคุณก็จะมาถึงปัญหาที่ว่า...
or the pleasure,  
   
1:15:06 is not different ...ความกลัวหรือความพึงพอใจ
from the observer. ไม่ได้แตกต่างไปจากผู้สังเกต
   
1:15:10 The observe is fear. ผู้สังเกตก็คือความกลัว
   
1:15:16 Please listen to it. กรุณาตั้งใจฟัง
   
1:15:20 There is no thinker หากไม่มีความคิดก็ไม่มีผู้คิด
without thought, ความคิดแบ่งแยกผู้คิดออกจากตัวมันเอง...
   
1:15:24 thought has  
separated the thinker  
   
1:15:28 and itself as ...เหมือนกับที่แบ่งแยกตัวมันเอง
being separate ออกจากสิ่งที่มันสร้างขึ้น
   
1:15:31 from the thing  
it has created.  
   
1:15:36 Right? ถูกไหม
   
1:15:38 So, the thinker is always trying ดังนั้นผู้คิดจึงพยายามเสมอ
to control, shape thought. ที่จะควบคุม ปั้นแต่งความคิด
   
1:15:46 So, fear ดังนั้นความกลัวจึงไม่ได้แยกออก
is not separate จากผู้สังเกต หรือจากตัวคุณ
   
1:15:50 from the  
observer, yourself.  
   
1:15:54 You are part of that. แต่คุณเป็นส่วนหนึ่งของมัน
   
1:15:56 And when you say, และเมื่อคุณพูดว่า
'I must control it, "ฉันต้องควบคุมมันให้ได้...
   
1:15:58 I must have courage, ...ฉันต้องกล้าหาญ
I must escape from it, ฉันต้องหนีจากมัน...
   
1:16:00 I must dodge it, ...ฉันต้องหลบมันให้พ้น
I must analyse it,' ฉันต้องวิเคราะห์มัน"...
   
1:16:02 you are playing a ...นั่นคุณกำลังเล่นเกมกับตัวเองอยู่
game with yourself.  
   
1:16:08 Whereas if you แต่ทว่าหากคุณตระหนัก
recognise the fact, ถึงความเป็นจริงอันนั้น...
   
1:16:11 the truth that ...ว่าความกลัวก็คือตัวคุณ
the fear is you.  
   
1:16:17 You are คุณเป็นผลลัพธ์ของกาลเวลา
the result of time, คุณเป็นผลของความคิด...
   
1:16:23 you are the  
result of thought,  
   
1:16:29 put together by various... ...ที่ปะติดปะต่อกันเข้าโดยหลายๆ
I won't go into all that. ผมคงจะไม่พูดถึงล่ะ
   
1:16:32 It is very simple. มันเป็นเรื่องง่ายมากๆ
   
1:16:34 So, fear is you, ดังนั้นความกลัวก็คือคุณ...
   
1:16:38 and when you have  
realised that,  
   
1:16:41 you cannot possibly act ...และเมื่อคุณตระหนักได้อย่างนั้น
  คุณย่อมรู้แก่ใจว่าคุณทำอะไรไม่ได้..
   
1:16:45 and therefore you are ...และนั่นคุณจึงได้แต่เฝ้ามองมัน
observing it purely โดยไม่ทำอะไรกับมันเลย...
   
1:16:49 - when you observe ...เมื่อคุณเพียงแต่เฝ้ามองสิ่งนั้น
  โดยไม่ทำอะไรกับมันเลย...
   
1:16:51 the very thing which ...สิ่งนั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลง
you are observing ชนิดถอนรากถอนโคน
   
1:16:55 undergoes  
a radical change.  
   
1:16:59 Are you doing it? คุณกำลังทำอยู่หรือเปล่า
Will you do it? แล้วคุณจะทำไหมครับ
   
1:17:03 Will you observe คุณจะเฝ้ามองโดยปราศผู้สังเกตได้ไหม
without the observer เพราะว่าผู้สังเกตเป็นอดีต...
   
1:17:09 because the  
observer is the past  
   
1:17:12 and the observer ...และผู้สังเกตจะปิดกั้น
will prevent การรับรู้โดยตรง...
   
1:17:15 clear, objective,  
   
1:17:19 direct perception. ...ทำให้การรับรู้ไม่แจ่มชัด
  หรือบิดเบือนไป
   
1:17:23 So, realising that, ดังนั้นเมื่อตระหนักรู้อย่างนั้น
the observer says: ผู้สังเกตจึงพูดว่า
   
1:17:26 'I have no place ..."ในการสังเกตการณ์
in observation,' ไม่มีที่ว่างสำหรับฉันอีกแล้ว"...
   
1:17:30 and therefore the ...เพราะฉะนั้น
observation is pure. จึงเป็นการสังเกตการณ์ล้วนๆ
   
1:17:35 When you observe fear เมื่อคุณสังเกตดูความกลัว
  โดยปราศจากผู้สังเกตซึ่งเป็นอดีต...
   
1:17:42 without the observer, ...จากนั้นความกลัว
which is the past, ซึ่งคุณเฝ้าดูอยู่นั่นเอง...
   
1:17:45 then that very fear ...จะเปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคน
which is being observed,  
   
1:17:50 undergoes a radical change. มันจะไม่เป็นความกลัวอีกต่อไป
It is no longer fear.  
   
1:17:59 At least, will คุณจะจำมันไหมนี่ อย่างน้อยที่สุด
you memorise this?  
   
1:18:09 Intellectually see ก็คิดตามไปด้วย
what is implied. จะได้เห็นว่ามันมีนัยอย่างไร
   
1:18:14 That fear and the ความกลัวและการหลีกเลี่ยงมัน
avoidance of it, หรือการกดข่มมันไว้...
   
1:18:20 or the suppression of it,  
   
1:18:22 or the transmuting it, ...หรือเปลี่ยนรูปมัน หรือพูดว่า
  "ฉันต้องเอาชนะมัน"...
   
1:18:24 or saying 'I must  
struggle with it'  
   
1:18:30 - all that will ...ทั้งหมดนั้น
not wipe away fear ไม่อาจจะขจัดความกลัวได้...
   
1:18:34 because you have ...เพราะคุณเคยทำมาแล้วทั้งสิ้น...
done all those things,  
   
1:18:39 and it has remained ...แต่มันก็ยังคงอยู่กับคุณ
with you for millennia. มานานนับพันปี
   
1:18:42 And we are saying something และเรากำลังพูดถึง
entirely different. มีบางสิ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
   
1:18:46 We are saying, เราบอกว่า ความกลัว ก็คือคุณ
the fear is you.  
   
1:18:51 You are the result คุณคือผลลัพธ์ของกาลเวลา...
of time,  
   
1:19:00 and can there be ...และถามว่าการเฝ้าดูความกลัว
observation of that fear โดยปราศจากกาลเวลา...
   
1:19:04 without time, ...และความทรงจำจะเป็นไปได้ไหม
   
1:19:06 without remembrance?  
   
1:19:08 Just to look. เพียงแต่ดูเฉยๆ
   
1:19:15 That is, can you look at นั่นคือคุณจะมองดูภรรยา
your wife or your husband หรือสามีของคุณ...
   
1:19:19 as though you ...ราวกับว่าคุณเพิ่งจะเห็นเธอหรือเขา
are looking at her เป็นครั้งแรกในชีวิตของคุณ...
   
1:19:21 for the first  
time in your life,  
   
1:19:27 without all the remembrance ...โดยปราศจากความทรงจำทั้งปวง
of sexual pleasure, ไม่ว่าจะเป็นความพึงพอใจในเพศรส...
   
1:19:31 nagging, bullying, ...การประชดประชัน การคุกคาม
dominating, หรือการข่มอยู่เหนือ...
   
1:19:34 without any of ...ปราศจากทุกอย่างที่กล่าวมา
that - to look? เพียงแต่ดูเฉยๆ คุณจะทำได้ไหม
   
1:19:39 Because knowledge เพราะว่าความรู้จะปิดบังไม่ให้คุณดู
prevents you from looking.  
   
1:19:51 And it is the freedom และการเป็นอิสระจากความรู้เท่านั้น...
from knowledge  
   
1:19:53 that will end fear ...ที่จะลบล้างความกลัวได้อย่างหมดจด
  ไม่ใช่แค่เพียงบางส่วน
   
1:19:57 completely, not partly. และไม่ใช่ลบเฉพาะ
  ความกลัวอันนั้นหรืออันนี้...
   
1:20:02 Not this fear or that fear, ...แต่ลบล้างจนถึงรากเหง้า
but the root of fear. แห่งความกลัว
   
1:20:10 And in the same way, คุณจะมองดูความพึงพอใจ
  ในทำนองเดียวกันได้ไหม
   
1:20:15 can you look  
at pleasure?  
   
1:20:22 Right? ถูกไหม
   
1:20:24 You have lots of pleasures, คุณมีความพึงพอใจ
haven't you? ในเรื่องต่างๆ มากมายใช่ไหม
   
1:20:27 Sexual pleasure, เช่น ความพึงพอใจในเรื่องเพศ
  ความพึงพอใจในเงินทอง...
   
1:20:30 pleasure of having  
money,  
   
1:20:33 pleasure of ...ความพึงพอใจในยศตำแหน่ง
having a position, ความพึงพอใจที่เป็นนักการเมืองคนสำคัญ...
   
1:20:35 pleasure of being  
somebody politically  
   
1:20:38 - you know ...คุณรู้เรื่องแบบนี้ดี
all that business - ความพึงพอใจในอำนาจ...
   
1:20:40 pleasure of having  
power,  
   
1:20:45 pleasure of ...ความพึงพอใจที่มีร่างกาย
having a good mind, และจิตใจดี แข็งแรง...
   
1:20:50 pleasure of  
having a good body,  
   
1:20:56 the pleasure that comes through ...ความพึงพอใจมาจากการเปรียบเทียบ
comparison with its fear, พร้อมทั้งความกลัวของมัน...
   
1:21:02 the pleasure of  
imitating somebody  
   
1:21:05 and becoming more than that ...ความพึงพอใจในการลอกเลียนแบบ
  ใครบางคน แล้วทำได้ดีกว่าคนคนนั้น
   
1:21:08 which you imitate.  
   
1:21:10 Right? ถูกต้องไหม
   
1:21:12 There are all these extraordinary ยังมีความพึงพอใจ
forms of pleasure: ที่ไม่ธรรมดาเหล่านี้อีก...
   
1:21:16 the pleasure to ...เช่น ความพึงพอใจ
find enlightenment, ในการแสวงหาการบรรลุธรรม...
   
1:21:21 which is the ultimate ...ซึ่งเป็นความพึงพอใจสูงสุด
pleasure of seeking God, ของการแสวงหาพระเจ้า...
   
1:21:25 which is really ...ซึ่งจริงๆ แล้ว
a tawdry affair. เป็นเรื่องโอ้อวดกันมากกว่า
   
1:21:31 So, can you investigate ดังนั้นคุณจะสอบสวนเข้าไปในตัวคุณ...
into yourself  
   
1:21:35 the whole nature ...ถึงธรรมชาติทั้งหมดของความกลัว
of fear, pleasure? และความพึงพอใจได้ไหม
   
1:21:43 As we said, pleasure is เราพูดไปแล้วว่า ความพึงพอใจ
the movement of desire, เป็นการเคลื่อนไหวของความอยาก...
   
1:21:52 broken up ...ที่แบ่งแยกอยู่ในกาลเวลา
   
1:21:55 in time.  
   
1:22:00 To observe it minutely, ขอให้สังเกตดูมัน
precisely, อย่างละเอียด แม่นยำ...
   
1:22:06 with great precision, ...ด้วยความเที่ยงตรง
  ขอให้สังเกตดูแต่อย่าไปวิเคราะห์
   
1:22:08 to observe,  
not to analyse.  
   
1:22:12 So, we are saying ดังนั้นเราบอกว่า
  สาเหตุของความไร้ระเบียบ ก็คือความอยาก...
   
1:22:14 the cause of  
disorder is desire,  
   
1:22:21 fear and the everlasting ...ความกลัว และการแสวงหา
pursuit of pleasure. ความพึงพอใจอันไม่สิ้นสุด
   
1:22:26 It doesn't mean แต่ไม่ได้หมายความว่าให้กดข่ม
suppressing ความอิ่มเอมใจเมื่อเห็นสิ่งสวยงาม...
   
1:22:32 the delight of seeing  
a beautiful thing,  
   
1:22:38 the delight and ...หรือกดข่มความสุขใจและความเบิกบาน
the enjoyment ในการมองดูท้องฟ้าอันสวยสด...
   
1:22:42 of a lovely sky,  
   
1:22:44 looking at the morning ...หรือดูดาวประกายพรึกที่สุกสกาว
star, bright, alone, เปล่งปลั่งอยู่เดียวดายยามเช้าตรู่...
   
1:22:50 or seeing southern  
cross towards the south  
   
1:22:55 - that very seeing of the ...หรือการเห็นดาวฤกษ์
heavens is a great delight. เซาธ์เทิร์นครอสทางทิศใต้...
   
1:23:00 But the moment ...การมองดูท้องฟ้านั้น
thought says, เป็นความสุขใจยิ่ง
   
1:23:04 'I must go back แต่ในทันทีที่ความคิดพูดว่า
again on that balcony "ฉันต้องกลับไปที่ระเบียงอีกครั้ง...
   
1:23:07 and look at that ...ไปดูดาวศุกร์
Venus, morning star,' หรือดาวประกายพฤกษ์"...
   
1:23:10 then begins the whole ...จากนั้นการแสวงหา
pursuit of pleasure. ความพึงพอใจทั้งปวงก็เริ่มต้นขึ้น
   
1:23:15 Just to look. ขอให้เพียงแต่ดูเฉยๆ
   
1:23:19 So, we are saying those are ดังนั้นเราจึงบอกว่า สิ่งเหล่านั้น
the basic causes of disorder. เป็นสาเหตุหลักของความไร้ระเบียบ
   
1:23:25 When you have เมื่อคุณเข้าสิ่งนั้นแล้ว
understood that, ไม่ใช่ด้วยปัญญาขบคิด...
   
1:23:27 not intellectually,  
   
1:23:30 but actually ...แต่เข้าใจมันหมด
finish with it, อย่างถ่องแท้จริงๆ...
   
1:23:36 so that you have ...แล้วความเบิกบาน
joy in your heart. ก็จะอยู่ในหัวใจคุณ
   
1:23:40 Joy is not pleasure, ความเบิกบานไม่ใช่ความพึงพอใจ...
   
1:23:46 but the moment you ...แต่ทันทีที่คุณจดจำ
remember the joy saying ความเบิกบานนั้นได้ และพูดว่า...
   
1:23:48 'I have had a most ..."มันเป็นช่วงเวลา
marvellous moment of joy, ที่ฉันอิ่มเอมใจที่สุด...
   
1:23:52 how I wish I could ...ฉันอยากมีความรู้สึก
get back to that,' เช่นนั้นอีก"...
   
1:23:54 then it becomes pleasure ...จากนั้นมันก็จะกลายเป็นความพึงพอใจ
and you have lost it. และคุณได้สูญเสียมันไปแล้ว
   
1:24:00 This is the sequence นี่เป็นการเรียงลำดับในชีวิตของเรา
in our life  
   
1:24:06 to establish order in, เพื่อสร้างความเป็นระเบียบ
with our family. ขึ้นภายในครอบครัวเรา
   
1:24:14 And what is space? เนื้อที่ว่างคืออะไร
   
1:24:24 It's 25 past 6. นี่มันหกโมงยี่สิบห้านาทีแล้ว
   
1:24:28 I think ผมคิดว่าพวกคุณคงเหนื่อยมากแล้ว
you are too tired.  
   
1:24:32 I can't deal ผมคงจะพูดเรื่องเนื้อที่ว่างไม่ได้
with space.  
   
1:24:34 It requires a great เพราะมันต้องสืบสวนกัน
deal of investigation, อีกมากทีเดียว...
   
1:24:37 space in the mind.  
   
1:24:41 That means ...เนื้อที่ว่างในจิตใจ หมายถึง
never a mind จิตใจที่ไม่ได้หมกมุ่นอยู่กับปัญหาใดๆ
   
1:24:45 that is occupied  
   
1:24:51 with any problem.  
   
1:24:56 But our minds ...แต่จิตใจของเราหมกมุ่นมากจริงๆ
are so occupied, อัดแน่นไปด้วยความเชื่อ...
   
1:24:58 so crowded with belief,  
   
1:25:01 with pursuits, with ...เต็มไปด้วยการแสวงหา และอะไร
all kinds of things, ต่อมิอะไร ความสับสน มายาภาพ
   
1:25:04 confusion, illusion.  
   
1:25:06 So, there is no space. ดังนั้นจึงไม่มีเนื้อที่ว่าง
  เหลืออยู่เลย
   
1:25:12 So, where there ดังนั้นที่ใดก็ตาม
is no space, ที่ไม่มีเนื้อที่ว่าง...
   
1:25:15 there cannot be ...ที่นั่นย่อมมิอาจเรียงลำดับ
sequence and order. และจัดระเบียบได้
   
1:25:27 And if there's no โปรดเถอะ ขอให้ตระหนักในเรื่องนี้!
order in our daily life...  
   
1:25:32 - for heaven's หากไม่มีระเบียบในชีวิตประจำวันของเรา
sake, realise this! -  
   
1:25:35 in our daily moments ...ในทุกๆ ขณะของแต่ละวัน...
of everyday life,  
   
1:25:41 your meditation ...การทำสมาธิของคุณ
is merely ก็เป็นเพียงช่องทางหลบหนี...
   
1:25:43 an escape from ...จากชีวิตจริงอันน่าเกลียดของคุณ...
your ugly life,  
   
1:25:48 and escape ...และการหลบเข้าหาการทำสมาธิ
into meditation ย่อมนำไปสู่มายาที่หลอกลวง
   
1:25:51 only leads to illusion.  
   
1:25:56 So, we must lay ดังนั้นเราต้องวางรากฐาน
the foundation เพื่อค้นหาสิ่งที่อยู่นอกเหนือความคิด...
   
1:26:01 to find out that which  
is beyond thought,  
   
1:26:07 that which is ...ซึ่งไม่อาจหยั่งวัดได้
immeasurable, และไร้ถ้อยคำ
   
1:26:10 that which has  
no word.  
   
1:26:16 But that cannot แต่สิ่งนั้นไม่อาจปรากฏขึ้นได้...
come into being  
   
1:26:20 without this sense ...หากปราศจากระเบียบอันยิ่งใหญ่...
of great order  
   
1:26:25 in which there ...ซึ่งภายในระเบียบนั้น
is total freedom. มีอิสรภาพอันสมบูรณ์