Krishnamurti Subtitles

จิตแห่งศาสนา คืออะไร

Madras (Chennai) - 13 January 1979

Public Talk 5



1:13 บางคนมาจองที่นั่งข้างหน้า
ตั้งแต่เช้าตรู่เชียวใช่ไหม
  
1:16  
 
1:18 ผมหวังว่าคุณจะเห็นว่ามันคุ้ม
 
1:33 เย็นวันนี้ผมใคร่จะพูดถึง
เรื่องจิตแห่งศาสนา
  
1:37  
 
1:40  
 
1:49 และก่อนที่เราจะพูดถึงเรื่องนี้กัน...
 
1:53  
 
2:00 ...ผมคิดว่ามันน่าจะดีและจำเป็น
ที่เราจะทบทวนสักเล็กน้อย...
  
2:02  
 
2:08  
 
2:11 ...ว่าการพูดสี่ครั้งที่ผ่านมา ณ ที่นี้
เราได้พูดถึงเรื่องอะไรไปบ้าง
  
2:13  
 
2:24 ผมคิดว่าสำหรับคนส่วนใหญ่...
 
2:27  
 
2:29 ...ซึ่งรับรู้เหตุการณ์ต่างๆ
ที่กำลังดำเนินอยู่ในโลก...
  
2:34 ...เขาจะเห็นได้ชัดเจนมาก
ว่ามีความเสื่อมถอยอยู่ทั่วไป
  
2:40 แม้ว่าจะมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
อันเหลือเชื่อมากมายมหาศาล...
  
2:47 ...แต่มนุษย์เราก้าวหน้าน้อยมาก
หากผมใช้คำว่า "ก้าวหน้า" ได้
  
2:53  
 
2:59 และอย่างที่เราสังเกตเห็น
ความเสื่อมถอย...
  
3:03  
 
3:09 ...ของสมรรถนะแห่งความเป็นมนุษย์
เช่น ความเอื้ออาทรและความรัก...
  
3:12 ...รวมทั้งคุณลักษณะสำคัญๆ ทั้งปวง
ที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์...
  
3:19 ...ทั้งหมดนั้น
กำลังเสื่อมถอยไปเรื่อยๆ
  
3:24 และเราได้เห็นแล้วว่า สภาพนี้กำลัง
เกิดขึ้นในทุกๆ ประเทศที่เราไปเยือน
  
3:27  
 
3:30  
 
3:34 และปัญหาในชีวิตประจำวันของมนุษย์
ที่ไม่ใช่ปัญหาเพ้อฝัน...
  
3:41  
 
3:45 ...โรแมนติกหรือเร้าอารมณ์
แต่เป็นปัญหาจริงในชีวิตแต่ละวัน...
  
3:48  
 
3:51  
 
3:54 ...เช่น ปัญหาเกี่ยวกับ
ความสัมพันธ์ ความหิวโหย...
  
4:01 ...ความเชื่อ ความงมงาย
และพิธีกรรมต่างๆ...
  
4:08 ...รวมทั้งปัญหาความสัมพันธ์
ระหว่างคนสนิทด้วยกัน...
  
4:16 ...หรือกับคนที่ไม่คุ้นเคย
ก็กำลังเสื่อมลงเช่นกัน
  
4:23 เมื่อเราเฝ้าสังเกตดูสิ่งทั้งหมดนี้
ในส่วนต่างๆ ของโลก...
  
4:26  
 
4:32 ...ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เป็นปัญหา
เฉพาะของประเทศหนึ่งประเทศใด...
  
4:37  
 
4:42 ...แต่มันเป็นปัญหาของโลกทั้งโลก
เป็นปัญหาของมนุษยชาติ
  
4:43  
 
4:51 ดังนั้นจะต้องแน่ใจว่า...
 
4:55  
 
4:59 ...วิธีการเข้าประชิดปัญหาของเรา
ไม่ใช่ของกลุ่มความเชื่อใด...
  
5:02 ...ไม่ใช่ของชาติใด ชนชั้นใด
หรือความเชื่อฝังหัวอันใด...
  
5:07  
 
5:10 ...ไม่ใช่ของลัทธิคอมมิวนิสต์...
 
5:19 ...สังคมนิยม
หรือของกลุ่มการเมืองใดๆ...
  
5:26 ...แต่เราจะต้องหาคำตอบ...
 
5:34 ...มีกระบวนทัศน์เป็นสากล
หรือการกระทำอันคำนึงถึงทั้งโลก
  
5:38  
 
5:45 และเรายังบอกด้วยว่า...
 
5:48  
 
5:55  
 
5:58 ...มนุษย์แต่ละคนเป็นตัวแทน
ของมนุษย์คนอื่นๆ ทั้งโลก
  
6:05 นี่ไม่ใช่แนวความคิดที่จะต้องขบคิด
ให้เข้าใจก่อนแล้วจึงประยุกต์ใช้...
  
6:08  
 
6:13 ...แต่เป็นความจริง
เป็นสิ่งที่มีอยู่จริงๆ...
  
6:17 ...ความเป็นจริงคือ
สภาพซึ่งกำลังเกิดอยู่ในขณะนี้...
  
6:21 ...ดั่งที่มนุษย์ทุกๆ คน...
 
6:30 ...เผชิญอยู่กับความทุกข์ทรมาน
อันแสนสาหัสต่างๆ...
  
6:34 ...ความเหงา ความยากเข็ญ
และความสับสน...
  
6:37 ...ความไม่ซื่อตรงทุกรูปแบบ
ทั้งทางการเมือง ศาสนา และอื่นๆ
  
6:42  
 
6:49 และเพราะมันไม่ใช่แนวคิด
ไม่ใช่บทสรุปรวมยอดจากปัญญานึกคิด...
  
6:58 ...แต่เป็นความจริง
ต้องไม่เข้าใจมันโดยปัญญานึกคิด...
  
7:00  
 
7:06  
 
7:10 ...แต่ให้เข้าใจมันด้วยดวงจิต
และหัวใจของเรา ด้วยชีวิตทั้งชีวิตของเรา
  
7:15 ดังนั้นมนุษย์ทุกคน
ก็คือมนุษย์คนอื่นๆ ทั่วโลก...
  
7:23 ...เพราะฉะนั้นเขาก็คือโลก
 
7:28 จิตสำนึกที่ดัดแปลงแล้วของเขา
ก็คือจิตสำนึกของคนอื่นๆ ทั้งโลก
  
7:31  
 
7:35 และดังนั้นเมื่อมนุษย์คนหนึ่ง...
 
7:40 ...เปลี่ยนแปลงตัวเองชนิดถอนรากถอนโคน
อย่างลึกซึ้งถึงรากฐานแล้ว...
  
7:42  
 
7:47 ...ตัวเขาย่อมส่งผลกระทบ
ต่อจิตสำนึกของมวลมนุษยชาติ
  
7:50  
 
7:59 นี่ก็ชัดเจนมากอีกเช่นกัน
 
8:04 เมื่อมีคนเช่นฮิตเลอร์เกิดขึ้นมา
ย่อมส่งผลกระทบต่อมวลมนุษยชาติ
  
8:07 ...เขาเป็นคนบ้า แล้วแต่คุณจะเรียก
แต่เขาได้มีผลกระทบต่อมนุษยชาติแล้ว
  
8:10  
 
8:13 เช่นเดียวกันกับ คาร์ล มาร์กซ์
พระพุทธเจ้า และบุคคลอื่นๆ
  
8:17  
 
8:22 ดังนั้นหากมีมนุษย์คนหนึ่ง
เช่น คุณ...
  
8:30 ...เกิดการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ
อย่างสิ้นเชิง...
  
8:35 ...หรือเกิดการปฏิวัติภายในจิตใจ...
 
8:39 ...ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ในจิตสำนึกอย่างสมบูรณ์...
  
8:42  
 
8:46 ...ซึ่งส่งผลกระทบต่อจิตสำนึก
ของมวลมนุษยชาติ
  
8:51 เราได้สืบค้นเรื่องทั้งหมดนี้
อย่างรอบคอบแล้ว
  
8:56 และเรายังได้พูดถึงความอยาก
ความกลัวและความพึงพอใจ...
  
9:01  
 
9:07  
 
9:11 ...ว่าบางทีอาจจะเป็นสาเหตุหลัก
ของความสับสน...
  
9:14 ...ความไม่ลงรอย
และความขัดแย้งของเรา...
  
9:19 ...หากผมจำไม่ผิด
เราพูดกันเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว
  
9:29 และเรายังพูดอีกด้วยว่า
(หากอนุญาตให้ผมชี้แจงได้อีก)...
  
9:39 ...เรากำลังคิดร่วมกัน...
 
9:46 ...ไม่ใช่มาถกเถียงกัน...
 
9:50 ...ไม่ใช่เสนอความเห็นตอบโต้กัน...
 
9:56  
 
10:01 ...ไม่ใช่เอาความเชื่อฝังหัวอย่างหนึ่ง
มาโต้แย้งกับความเชื่ออื่นๆ...
  
10:07 ...แต่เหมือนกับเพื่อนสองคน
ที่ปรึกษาปัญหากัน
  
10:16 เรา...คุณและผู้พูด...
 
10:22 ...กำลังสืบสวนและตรวจสอบกัน
ไม่ใช่ยอมรับหรือปฏิเสธ...
  
10:26  
 
10:32 ...แต่เป็นการตรวจสอบ
การดำรงอยู่ทั้งปวงของมนุษย์...
  
10:41 ...ว่าเหตุใดมนุษย์เราจึงดำรงชีวิต
ในวิถีทางอย่างที่กำลังเป็นอยู่นี้...
  
10:49  
 
10:54 ...อยู่ด้วยความสับสน ความทุกข์โศก
ความยากเข็ญ และอื่นๆ...
  
10:59 ...และเหตุใดเราจึงยอมรับ
ชีวิตประจำวันที่มีความขัดแย้ง ดิ้นรนต่อสู้
  
11:04 ส่วนในความสัมพันธ์ของเรา
ทำไมเราจึงครอบงำกันและกัน ฯลฯ
  
11:10 เราได้สืบค้นเรื่องทั้งหมดนี้แล้ว
 
11:16 ในบ่ายวันนี้ผมคิดว่าจะสืบค้น
ปัญหาทั้งหมดของคำถามที่ว่า...
  
11:22 ...จิตแห่งศาสนาคืออะไร
 
11:24  
 
11:32 ดีไหม
 
11:38 ผมดีใจที่คุณเห็นด้วย
 
11:41 ไม่ได้ถากถางนะ แต่ผมดีใจ
ที่คุณต้องการสืบค้นเรื่องนี้
  
11:44  
 
11:56 ก่อนอื่น...
 
11:59 ...ในการทำความเข้าใจปัญหาว่า
จิตแห่งศาสนาที่แท้จริงคืออะไร
  
12:02  
 
12:10 ...เราต้องเข้าใจ
นัยสำคัญของถ้อยคำ...
  
12:20 ...ความหมายของคำพูด...
 
12:24 ...และตระหนักว่า
คำพูดไม่ใช่สิ่งสิ่งนั้น
  
12:30 เช่น คำว่า 'ต้นไม้'
ก็ไม่ใช่สิ่งที่ยืนต้นอยู่จริงตรงนั้น...
  
12:37 ...หรือคำพรรณนาเกี่ยวกับจิตแห่งศาสนา
ก็ไม่ใช่จิตแห่งศาสนา...
  
12:42  
 
12:44 ...ซึ่งเป็นหัวข้อที่เรากำลังจะ
สำรวจกันในวันนี้และวันพรุ่งนี้
  
12:48 คำพรรณนาหรือการอธิบายด้วยถ้อยคำ
ไม่ใช่สิ่งที่ถูกพูดถึง...
  
12:53 ...ไม่ใช่สิ่งที่เป็นอยู่จริง
 
12:58  
 
13:04 แต่ถ้อยคำก็จำเป็นในการสื่อสาร
 
13:12 เราทุกคนคงจะเข้าใจภาษาอังกฤษ
 
13:18 เราจะไม่ใช้คติพจน์
หรือภาษาเฉพาะใดๆ...
  
13:22  
 
13:26 ...แต่จะใช้ถ้อยคำธรรมดาๆ
ที่เราคุ้นเคย
  
13:29  
 
13:35 ดังนั้นเราจึงมาพูดคุยกัน
ตรวจสอบร่วมกัน...
  
13:41  
 
13:46 ...สืบสวนไปด้วยกัน
ไม่ใช่ให้ผมสืบค้นแล้วคุณฟัง...
  
13:49  
 
13:53 ...แล้วคุณบอกว่าคุณเห็นด้วย
หรือไม่เห็นด้วยกับการสืบสวน...
  
13:58 ...ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงน่าขัน
 
14:02 ตรงข้ามหากเราสืบค้นไปด้วยกัน...
 
14:07 ...สำรวจปัญหาพิเศษนี้ร่วมกัน...
 
14:12 ...ซึ่งเป็นปัญหาที่หลอกหลอนมนุษย์
ตลอดมาทุกยุคทุกสมัย
  
14:17 ...นั่นคือศาสนาคืออะไร...
 
14:21 จิตเช่นไรที่สามารถดำรงไว้
หรือเข้าใจ...
  
14:25 ...หรือเข้าถึงความงามแห่งจิต
แห่งศาสนาอันลึกซึ้งได้
  
14:30  
 
14:39 เพราะว่าองค์กรทางการเมือง
ทุกรูปแบบล้วนล้มเหลว...
  
14:44  
 
14:54 ...องค์กรเหล่านั้น
ไม่ได้แก้ไขปัญหาของมนุษย์เลย
  
14:56  
 
14:59 นักการเมืองพากันแสวงหาอำนาจ
ตำแหน่งและสถานภาพ...
  
15:03  
 
15:06 ...พวกเขาไม่ได้สนใจมนุษย์คนอื่นๆ
แต่เสแสร้งทำเป็นสนใจ
  
15:10  
 
15:14 องค์กรทางศาสนาก็เช่นกัน
ไม่สามารถดับความทุกข์ให้แก่มนุษย์...
  
15:20  
 
15:23 ...หรือยุติความทุกข์ทรมานของมนุษย์
หรือยุติสงคราม...
  
15:29 ...ความสับสนอลหม่านอันน่าหวาดหวั่น
กึ่งไม่มีขื่อมีแป...
  
15:31 ...กำลังแพร่กระจายไปทั่วโลก
 
15:37 ตรงกันข้ามศาสนาได้แบ่งแยกมนุษย์
ตามความเชื่อของเขา...
  
15:45 ...ความเชื่อฝังหัว พิธีกรรม
และเรื่องไร้สาระทั้งหมดนั้นแบ่งแยกมนุษย์
  
15:50 ที่ผมใช้คำว่า "เหลวใหล" หมายถึง
ไม่มีสาระ ไม่เข้าท่า
  
16:04 แม้ตามประวัติศาสตร์จะบอกว่า...
 
16:09  
 
16:12 ...วัฒนธรรมใหม่จะเกิดขึ้น
พร้อมกับศาสนาใหม่เท่านั้น...
  
16:18  
 
16:21 ...แต่ผมว่าน่าจะเป็นวัฒนธรรมใหม่
จะเกิดขึ้นจากจิตแห่งศาสนาเท่านั้น
  
16:25  
 
16:33 และวัฒนธรรมทั่วโลก
กำลังเสื่อมทรามและเลือนหายไป
  
16:36  
 
16:43 ดังนั้นศาสนาซึ่งเรากำลังจะ
ตรวจสอบนัยของคำ...
  
16:46  
 
16:49 ...และลำดับความเป็นไปทั้งหมด
ของศาสนา...
  
16:54 ...ศาสนากลายเป็นสิ่งสำคัญพิเศษยิ่ง
 
17:01 อีกทั้งนักวิทยาศาสตร์
ก็แก้ไขปัญหาไม่ได้...
  
17:07  
 
17:11 ...ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความวิตกกังวล
หรือความสัมพันธ์ของมนุษย์เรา
  
17:16  
 
17:18 ดังนั้นเมื่อเราสังเกตดูทุกๆ สิ่ง
ที่เกิดจากปัญญานึกคิด...
  
17:21  
 
17:25  
 
17:29 ...มันมีแต่เพิ่มความทุกข์ยาก
และความสับสนให้มากขึ้นเท่านั้นเอง
  
17:37 ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่ากำลังเกิดขึ้น
 
17:44 ดังนั้นเรากำลังจะตรวจสอบร่วมกันว่า
จิตแห่งศาสนาคืออะไร...
  
17:48  
 
17:51  
 
17:56 ...ทั้งในบ่ายของวันนี้และวันพรุ่งนี้
 
18:04 ผมจะไม่ทำงานทั้งหมดคนเดียว
คุณจะต้องเข้าร่วมกับผม
  
18:08  
 
18:14 คุณต้องทำงานด้วย
 
18:18 นั่นคือเรากำลังท้าทาย
เรียกร้อง ตั้งคำถาม...
  
18:21  
 
18:25 ...เรากำลังท้าทายสมอง จิตใจ...
 
18:28 ...และธรรมชาติทั้งหมดของจิตใจว่า
ศาสนบุคคลเป็นอย่างไร
  
18:33  
 
18:42 คำว่า 'ศาสนา' เราได้ค้นดู
จากพจนานุกรมต่างๆ...
  
18:47 ...ซึ่งมักจะบอกที่มาหรือความหมาย
ตามหลักนิรุกติศาสตร์...
  
18:52 ...และความหมายของคำจาก
ภาษาลาติน กรีกหรือภาษาอื่น...
  
18:56  
 
19:00 ...คำว่า ศาสนา หมายถึง
การผูกหรือมัด หรือรวมเข้าด้วยกัน
  
19:06  
 
19:11 แต่มีนักนิรุกติศาสตร์จำนวนมาก
ปฏิเสธคำนิยามนั้น
  
19:18  
 
19:20 ปัจจุบันเขาบอกว่า ศาสนา หมายถึง...
 
19:24  
 
19:27 ...การรวบรวมพลังงาน
ทั้งหมดของคุณเพื่อค้นหา...
  
19:35 ...แต่เขาไม่ได้บอกว่าหาอะไร
 
19:39  
 
19:41 การรวบรวมพลังงานทั้งหมดของคุณ
 
19:46 และเราบอกว่า เป็นการรวบรวม
พลังงานทั้งหมดของคุณ...
  
19:50 ...เพื่อค้นหาว่า สัจธรรม คืออะไร...
 
19:55 ...ค้นหาว่าในชีวิต
มีอะไรที่ศักดิ์สิทธิ์บ้างไหม...
  
19:59 ...ที่ไม่ใช่วิหาร โบสถ์ สุเหร่า...
 
20:03 ...สิ่งเหล่านั้น
ไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์...
  
20:09 ...มันเป็นสิ่งลวงๆ
ที่ความคิดสร้างขึ้น
  
20:24 แต่จะต้องมีอิสรภาพ
อิสระทางจิตใจอันสมบูรณ์เพื่อค้นหา...
  
20:26  
 
20:31 ...หรือพบเจอกับสิ่งๆ นั้น
ซึ่งเป็นสภาวะอันศักดิ์สิทธิ์...
  
20:35 ...ที่ไม่แบ่งแยกสมบูรณ์
และไม่อาจลบล้างได้...
  
20:40 ...ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์
หรือความคิดสร้างขึ้น
  
20:43  
 
20:50 นั่นคือความหมายของคำว่า 'ศาสนา'
 
21:03 และคำว่า 'จิตใจ' ไม่เพียงแต่หมายถึง
กิจกรรมทางประสาทสัมผัสเท่านั้น...
  
21:11  
 
21:20 ...แต่รวมถึงปฏิกิริยาทางอารมณ์
มโนภาพต่างๆ ทั้งหมด...
  
21:25  
 
21:28 ...ผมหวังว่า
คุณคงเข้าใจสิ่งทั้งหมดนี้...
  
21:32 ...มโนภาพ ความเชื่อ
ความวิตกกังวลต่างๆ...
  
21:39 ...ความสามารถในการใช้เหตุผล
ตามหลักตรรกวิทยา อย่างมีเหตุมีผล...
  
21:42  
 
21:48 ...หรือไม่มีเหตุมีผลก็ตาม...
 
21:52 ...การยึดติดในมายา
และเห็นว่าเรายังยึดติดอยู่...
  
21:55 ...รวมทั้งการเป็นอิสระ
จากมายานั้นด้วย
  
21:58 ทั้งหมดนั้นคือจิตใจ
 
22:08 ถูกต้องไหม
 
22:10 ใช่ไหมครับ
 
22:12 เมื่อเราพูดถึงจิตใจ
มันรวมถึงสมองด้วย...
  
22:18  
 
22:22 ...ซึ่งเก่าแก่มากๆ
ก่อนความทรงจำเสียอีก...
  
22:26  
 
22:33 ...และสมองก็ถูกอิทธิพลครอบงำ
มาหลายๆ พันปี...
  
22:39 ...เช่น อิทธิพลครอบงำ
ทางพันธุกรรม...
  
22:44 ...รวมทั้งอิทธิพลครอบงำ
ทางวัฒนธรรม ทางสังคม และทางศาสนา
  
22:47  
 
22:50 นั่นคือสมองซึ่งบรรจุความทรงจำ
ทางพันธุกรรม ประสบการณ์ต่างๆ...
  
22:54  
 
23:02 ...และความรู้แห่งการดำรงอยู่
ของมนุษย์บนโลกใบนี้ทั้งหมดเอาไว้
  
23:05  
 
23:11 ซึ่งเป็นความจริง
ที่เห็นได้ชัดเจนอีกนั่นแหละ
  
23:18 และจารีตประเพณี
การให้คุณค่า ความเชื่อ...
  
23:27  
 
23:28 ...ความเชื่อฝังหัว
แนวความคิดต่างๆ...
  
23:32 ...ถูกสืบทอดลงมาจาก
คนรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง...
  
23:38 ...นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของสมอง
เป็นส่วนหนึ่งของจิตใจ
  
23:42  
 
23:47 ความรู้ทั้งปวง
ที่คุณเพิ่งได้รับเมื่อเร็วๆ นี้...
  
23:52 ...หรือสะสมไว้ตั้งแต่อดีตกาล
นานหลายศตวรรษ...
  
24:02 ...ทั้งหมดนั้น
ก็เป็นส่วนหนึ่งของจิตใจ
  
24:07 ดังนั้น เราใช้คำว่า 'จิตใจ'...
 
24:11  
 
24:16 ...เพื่อบอกถึง
กระบวนการทั้งหมดของอดีต...
  
24:26 ...พร้อมทั้งจารีตประเพณี...
 
24:28 ...วัฒนธรรม พิธีกรรมต่างๆ...
 
24:30  
 
24:32 ...และบรรดาสิ่งต่างๆ
ที่มนุษย์ได้สะสมเอาไว้
  
24:41 ทั้งคำว่า ศาสนาและจิตใจ...
 
24:46 ...เราได้อธิบายความหมาย
ของทั้งสองคำไปแล้ว...
  
24:52 ...ว่าผู้พูดหมายถึงอะไร
 
24:54  
 
25:08 และเรากำลังไต่ถาม
หรือจะว่าท้าทายก็ได้
  
25:13 ...ว่า จิตแห่งศาสนา คืออะไร
 
25:21 คุณกำลังท้าทายมันอยู่ ไม่ใช่ผม...
 
25:26 ...ผมไม่บังคับขืนใจให้คุณตอบ
 
25:36 จริงๆ แล้ว การดำรงชีวิต
หรือการมีชีวิต...
  
25:42  
 
25:45 ...เป็นกระบวนการแห่งการท้าทาย
ที่เกิดอยู่ตลอดเวลา
  
25:52 คุณอาจจะมุดลงน้ำ หรือวิ่งหนี...
 
25:55 ...หรือตอบการท้าทายไปตามจารีต
ของวัฒนธรรมอันใดอันหนึ่ง
  
25:57  
 
26:05 แต่ถ้าคุณตอบไปตามจารีต
ตามวัฒนธรรม...
  
26:08  
 
26:14 ...หรือตามสิ่งแวดล้อม
คำตอบนั้นย่อมจะจำกัดอย่างยิ่ง
  
26:21 ดังนั้นเราจึงกำลังบอก
กำลังไต่ถาม...
  
26:25 ...หรือกำลังท้าทายซึ่งกันและกัน...
 
26:32  
 
26:36 ...เพื่อจะค้นพบหรือค้นหา
ด้วยการเฝ้าสังเกตอย่างระมัดระวัง...
  
26:44 ...โดยการตรวจสอบหรือสืบสวน
'สิ่งที่เป็นอยู่จริง' อย่างรอบคอบ...
  
26:53  
 
26:56 ...ว่า 'สิ่งที่เป็นอยู่จริง'
สามารถเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงได้ไหม
  
26:59  
 
27:09 การปฏิวัติหมายถึง
การรวบรวมเหตุการณ์...
  
27:19 ...แนวความคิดและความเชื่อ
บางอย่างเข้าด้วยกัน...
  
27:21  
 
27:25 ...แล้วก่อตัวเป็นวงจร
อันหนึ่งขึ้นมา...
  
27:32 ...คุณตามทันไหม
 
27:35 ไม่ทัน ไม่เข้าใจ
 
27:47 การปฏิวัติภายนอก...
 
27:49 ...ไม่ว่าจะเป็นของฝรั่งเศส
ของคอมมิวนิสต์ หรืออื่นๆ...
  
27:53  
 
28:01 ...เป็นผลพวงของเหตุการณ์
อุบัติเหตุ แนวความคิด...
  
28:05  
 
28:09  
 
28:12 ...ข้อคิดเห็น และข้อสรุปต่างๆ
แล้วก่อตัวเป็นวงจรอันหนึ่งขึ้นมา
  
28:14  
 
28:17  
 
28:22 แล้วเรียกว่า การปฏิวัติ
 
28:26 ผมจะอธิบายว่า ผมหมายถึงอะไร
 
28:31 คุณสนใจเรื่องอย่างนี้ไหม
 
28:36 เพราะมันเป็นการฝึกฝนสมอง
ของเราอย่างมาก...
  
28:43 ...เพราะมันเป็นส่วนหนึ่ง
ของชีวิตเรา...
  
28:47 ...เพราะใครๆ ก็พูดถึง การปฏิวัติ
 
28:52 สำหรับผู้ก่อการร้าย...
 
28:55  
 
28:57 ...หรือแม้แต่ผู้มีอุดมการณ์
และพวกคอมมิวนิสต์...
  
29:01 ...คำว่า การปฏิวัติ โดยทั่วไป
พวกเขาหมายถึงอะไรกัน...
  
29:04 ...ถ้าหากพวกเขาเป็นคอมมิวนิสต์
จริงๆ ไม่ใช่ทาสของเผด็จการ...
  
29:08  
 
29:11 ...แต่เป็นคนที่กำลังพูดคุย
และสืบสวนว่า การปฏิวัติ คืออะไร...
  
29:16 ...โดยทั่วไปมันหมายถึง การทำตาม
แนวความคิดหรือข้อสรุปต่างๆ...
  
29:22  
 
29:24 ...ซึ่งข้อสรุปเหล่านั้น
ดึงมาจากเหตุการณ์ต่างๆ...
  
29:28  
 
29:33 ...ทั้งทางสังคม สิ่งแวดล้อม
ศาสนาและการเมือง...
  
29:38 ...จากนั้นก็ก่อกำเนิดเป็นวงจรขึ้นมา
 
29:41 นั่นคือวงจรเริ่มต้นขึ้นแล้ว
จากนั้นก็วกกลับมาเป็นอย่างเก่าอีก
  
29:44  
 
29:47 ใช่ไหม คุณเข้าใจไหม
 
29:49 คุณเริ่มต้น
 
29:52 อันนี้เห็นได้ง่ายมากใช่ไหม
ผมต้องอธิบายทั้งหมดนี้ไหม
  
29:56 คุณเริ่มต้นบอกว่า ลัทธิทุนนิยม
หรือลัทธิสังคมนิยม เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง
  
30:04  
 
30:09 โดยตั้งข้อสรุป วางแนวความคิด
และทดสอบมัน...
  
30:13 ...จากนั้นก็นำเสนอ
เพื่อให้ผู้คนยอมรับ...
  
30:15 ...ซึ่งก็จะเป็นไปตามลำดับขั้นตอน
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...
  
30:21 ...เหมือนกับของเก่าก่อนหน้านั้น...
 
30:25 ...ซึ่งจะหมุนวนเป็นวงจร
 
30:29  
 
30:33 หากคุณสนใจในเรื่องเหล่านั้น...
 
30:37  
 
30:41 ...ผมเคยมีเพื่อนเป็นคอมมิวนิสต์
ที่ยิ่งใหญ่อยู่หลายคน...
  
30:44 ...ความคิดของพวกเขาก็คือ
ข้อเสนอ ข้อโต้แย้งและข้อสรุป
  
30:47 และจากข้อสรุป ข้อโต้แย้ง
แล้วก็ไต่ขึ้นไปๆ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
  
30:51  
 
30:55 แนวความคิดที่เกิดจากปัญญานึกคิด...
 
31:01 ...มีพื้นฐานมาจากข้อสรุปต่างๆ
ที่คิดขึ้นทั้งสิ้น...
  
31:05 ...เพราะฉะนั้นปัญญานึกคิด...
 
31:08 ...จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่ง
ของจิตใจทั้งหมดของเราเท่านั้น...
  
31:15 ...และการกระทำที่เกิดจาก
ปัญญานึกคิดเช่นนั้น...
  
31:21 ...ย่อมจะต้องแบ่งแยกไม่ลงรอยกัน
และเป็นอันตรายอย่างเลี่ยงไม่ได้
  
31:29 เราจึงไม่ได้พูดถึงการปฏิวัติ
ในความหมายนั้นเลย
  
31:36 แต่เรากำลังพูดถึงการปฏิวัติ
ซึ่งมนุษย์ หรือโครงสร้างจิตใจของมนุษย์...
  
31:39  
 
31:45 ...เปลี่ยนแปลงจากระดับรากฐาน
อย่างถอนรากถอนโคน
  
31:51 เยี่ยงนี้เท่านั้น
จึงเป็นการปฏิวัติที่แท้จริง
  
31:54 การปฏิวัติภายนอกไม่อาจให้คำตอบ...
 
32:00 ...หรือยุติความทุกข์ยาก
อันสาหัสสากรรจ์ของมนุษย์ได้
  
32:08 อีกนั่นแหละสิ่งนี้พิสูจน์ได้
 
32:11 เมื่อคุณตรวจสอบ
การปฏิวัติที่มีอยู่ทั้งหมด
  
32:14 ซึ่งหมุนเวียนอยู่ในวงจร
แล้ววกกลับมาที่จุดเดิมอีก...
  
32:18 ...จะมีเพียงแต่ผู้คนเท่านั้น
ที่เปลี่ยนหน้า เปลี่ยนตำแหน่งกันไป
  
32:24 ดังนั้นเรากำลังไต่ถาม
และท้าทายซึ่งกันและกัน...
  
32:28 ...และผมก็หวังว่าคุณกำลังท้าทาย
ตัวคุณเอง ผมไม่ได้ท้าทายคุณ
  
32:32  
 
32:35 โลกต่างหากที่กำลังท้าทาย
สามี-ภรรยาของคุณ...
  
32:39  
 
32:43 ...และแน่นอนบรรดาคุรุทั้งหลาย
ไม่กล้าท้าทายคุณหรอก
  
32:48 โลกต่างหากที่กำลังท้าทายคุณ...
 
32:52 ...ทุกสิ่งในโลก
ต้องการคำตอบที่แท้จริง
  
32:55  
 
33:03 และคุณก็ไม่อาจรับมือกับการท้าทายนี้
ด้วยความคิดเห็นบางอย่างของคุณเอง
  
33:08  
 
33:15 ถูกต้องไหม
 
33:16 ดังนั้นขอให้เรามาตรวจสอบ
และคิดร่วมกันต่อไป...
  
33:20  
 
33:23 ...ว่าธรรมชาติของจิตแห่งศาสนา
ที่ลึกซึ้งเป็นอย่างไร
  
33:29  
 
33:36 เพราะศาสนา
เป็นเพียงทางออกเดียวเท่านั้น
  
33:40  
 
34:04 คุณเห็นไหมว่ามีอะไรอีกมากมาย
ที่จะต้องสืบสวน สืบค้น...
  
34:09 ...แต่เราก็ไม่รู้ว่า
จะเริ่มต้นตรงไหนดี
  
34:11 เอาล่ะ....ผมรู้แล้ว
 
34:22 คุณอาจจะรับรู้ถึงธรรมชาติ...
 
34:25  
 
34:30  
 
34:36 ...และการก่อร่างสร้างโครงทั้งหมด
ของจิตใจในฉับพลันทันทีโดยไม่บิดเบือน
  
34:44 คำว่า 'ธรรมชาติและการก่อร่าง
สร้างโครง' ผมหมายถึง...
  
34:52  
 
34:56 ...คำว่า 'การก่อร่างสร้างโครง'
ที่เราใช้หมายถึง การเคลื่อนไหว
  
35:02 ในพจนานุกรม 'การก่อร่างสร้างโครง'
หมายถึง การเคลื่อนไหว
  
35:06  
 
35:09 ดังนั้นจึงหมายถึง
ธรรมชาติของจิตใจ...
  
35:12 ...และการเคลื่อนไหว
ที่กำลังดำเนินอยู่
  
35:19 นี่ไม่ใช่คำพรรณนาเกี่ยวกับจิตใจ
หรือคำพูดเกี่ยวกับจิตใจของผม...
  
35:23  
 
35:26 ...แต่เป็นการทำงาน
ของจิตใจของคุณ...
  
35:33 ...เป็นธรรมชาติ
และคุณลักษณะของจิตใจ...
  
35:36  
 
35:38 ...ความลึกและความผิวเผินของจิตใจ...
 
35:42 ...เพื่อดูว่าจิตใจนั้น
ดำรงอยู่ด้วยความคิดเห็น ถ้อยคำ...
  
35:48 ...หรือด้วยปฏิกิริยา
อันผิวเผินต่างๆ หรือไม่...
  
35:56 ...เพื่อดูว่าจิตใจนั้นถูกขับเคลื่อน
ด้วยแรงจูงใจหรือไม่...
  
36:03 ...เพื่อดูว่าแรงจูงใจนั้น
คือการบรรลุธรรม...
  
36:04 ...หรือเรื่องเพศ หรือเงินตรา
หรืออำนาจ...
  
36:08 ...หรือต้องการจะปกปักรักษา
สิ่งที่คุณมีอยู่ ใช่ไหม
  
36:17 ดังนั้นเราจึงถามและกำลังท้าทายว่า...
 
36:23 ...อะไรคือธรรมชาติและความเป็นไป
ของจิตแห่งศาสนา
  
36:26  
 
36:31 ถูกต้องไหม
 
36:34 เห็นได้ชัดเจนว่าจะต้องสืบค้น
ถึงธรรมชาติของจิตใจเช่นนั้น...
  
36:40 ...จิตใจที่ไม่แบ่งแยกศักดิ์สิทธิ์
และมีอิสระอย่างเต็มเปี่ยม...
  
36:46  
 
36:50 ...ในการสืบค้นเข้าไปในจิตใจ...
 
36:55  
 
37:00  
 
37:07  
 
37:13 ...เราต้องเริ่มต้นด้วยการมีอิสรภาพ
มิฉะนั้นคุณก็สืบสวนไม่ได้
  
37:21  
 
37:23  
 
37:25 ในการสืบสวนทุกรูปแบบ
ไม่ว่าจะดูด้วยกล้องจุลทรรศน์...
  
37:32 ...หรือเฝ้าสังเกตกิจกรรมทั้งหมด
ของมนุษย์ ทั้งภายนอกและภายใน...
  
37:37  
 
37:42 ...จิตใจต้องการอิสรภาพที่จะมองดู...
 
37:47  
 
37:55 ถูกต้องไหม
 
37:56 ความเป็นอิสระ
 
37:59 ไม่ใช่อิสรภาพชนิดที่มีคู่ตรงกันข้าม
 
38:07 คุณเข้าใจไหม
 
38:10 คุณเข้าใจที่ผมพูด
หรือที่กำลังพยายามอธิบายไหม
  
38:13 นักโทษที่เรียกร้องอิสรภาพ
ในขณะที่ยังอยู่ระหว่างการจองจำ...
  
38:16  
 
38:19 ...ย่อมไม่มีความหมายอะไรเลย
 
38:23 เขาสามารถจินตนาการถึงมันได้
 
38:24 แต่จะมีอิสรภาพจริงๆ ได้
ต่อเมื่อเขาออกจากที่คุมขังเท่านั้น
  
38:31 ในขณะนี้พวกเราส่วนใหญ่
ก็ถูกจองจำอยู่ในคุกของตนเอง
  
38:37  
 
38:43 และการจะสืบสวน
ถึงความต้องการของมนุษย์...
  
38:47  
 
38:52 ...ที่เก่าแก่ที่สุดอันหนึ่ง
 
38:54 ...ก็คือจิตใจที่มีคุณภาพของจิต
แห่งศาสนานั้นเป็นอย่างไร
  
39:02 ...และในการสืบค้นถึงสิ่งนั้น
คุณต้องมีอิสรภาพที่จะดู
  
39:04  
 
39:09 ซึ่งหมายความว่า
คุณไม่ได้สังกัดศาสนาใด
  
39:15 ใช่ไหม
 
39:17 คุณไม่ได้เป็นชาวฮินดู ชาวพุทธ
ชาวมุสลิม หรือชาวคริสเตียน...
  
39:22 ...ที่มากับความเชื่อฝังหัวและ
มโนภาพต่างๆ และอื่นๆ ของพวกเขา
  
39:25  
 
39:29 ในการตรวจสอบว่า
จิตแห่งศาสนาคืออะไรนั้น...
  
39:33 ...คุณจะต้องไม่มีสังกัด
 
39:39 ใช่ไหม
 
39:41 คุณทำอย่างนี้อยู่หรือเปล่า
 
39:45 คุณเข้าใจนะครับ นี่เป็นสิ่งที่
สำคัญมากหากจะสืบค้นในเรื่องนี้...
  
39:49 ...ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
ไม่ใช่จะเอามาเขียนเป็นปรัชญา...
  
39:55  
 
40:00 ...ซึ่งเป็นเพียงการรวบรวมทฤษฎี
และแนวความคิดต่างๆ
  
40:05 ศาสนบุคคลย่อมไม่อิงปรัชญาใดๆ...
 
40:12 ...เพราะจิตใจของผู้นั้นดำรงอยู่กับ
สภาวะศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นอมตะ
  
40:16  
 
40:23 ดังนั้นสิ่งแรกที่จำเป็นต้องมี...
 
40:26  
 
40:33 ...ถ้าหากคุณสนใจจะตรวจสอบ
เรื่องจิตแห่งศาสนา...
  
40:37  
 
40:39  
 
40:44 ...หรือสืบสวนเรื่องใดๆ ก็ตาม
สิ่งแรกที่สำคัญยิ่งยวด ก็คือ อิสรภาพ
  
40:49 คุณไม่อาจสืบสวนอย่างอิสระในตอนนี้
แล้วก็กลับไปเข้าวัดของคุณ
  
40:53  
 
41:00 คุณไม่อาจจะกลับไปสู่
จารีตประเพณีของคุณ...
  
41:10 ...หรือพิธีกรรม การบวงสรวง
หรืออื่นๆ ของคุณ...
  
41:12 ...ปาหี่เหล่านี้
ดำเนินอยู่ในนามของศาสนา
  
41:22 ถ้าหากคุณเป็นคนจริงจัง...
 
41:24  
 
41:27 ...สิ่งแรกก็คือ
การไม่สังกัดองค์กรใด...
  
41:41 ...ลัทธิใด กลุ่มใด หรือชุมชนใด...
 
41:54 ...เพราะในการสืบสวน
ตัวคุณจะต้องไม่ถูกพันธนาการ...
  
42:01 เหมือนกับลาที่ถูกล่ามไว้
หรือลาขากะเผลก...
  
42:06 ...มันย่อมไปไหนไม่ได้ไกล
 
42:13 ถ้าคุณเป็นคนจริงจังจริงๆ แล้ว
มันก็จะเป็นสิ่งแรกที่ต้องมี...
  
42:21 ...เพราะในการค้นหา จะต้องไม่มีคุรุ
คัมภีร์ พิธีกรรมหรือสิ่งอื่นใด
  
42:24  
 
42:28  
 
42:35 แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า
เราจะกลายเป็นคนเปล่าเปลี่ยว
  
42:47 นั่นไม่ได้หมายความว่า
คุณจะต้องยืนต้านกระแสตามลำพัง...
  
42:53  
 
42:57 ...เพราะมนุษยชาติมุ่งหน้า
ไปในทิศทางเดียว...
  
43:03 ...คือทำตามจารีตประเพณี
ยอมรับวัฒนธรรม...
  
43:06 ...และสิ่งต่างๆ ที่น่ากลัว น่าใจหาย
ที่กำลังเกิดอยู่รอบๆ ตัวเขา...
  
43:09 ...พวกเขายอมรับกันอย่างนั้น
 
43:15 และเมื่อคุณแหวกออกมาจากสภาพนั้น...
 
43:20 ...คุณอาจจะรู้สึกว่า
คุณได้โดดเดี่ยวตัวเอง
  
43:23  
 
43:30 คุณแยกตัวออกมาจากสิ่งนั้น
เพราะนั่นเป็นมายา...
  
43:38 ...สิ่งนั้นไม่มีทางจะนำไปสู่
สัจธรรมได้เลย ไม่ว่าในกรณีใดๆ
  
43:43  
 
43:46 และการสังเกตการณ์นั่นเอง...
 
43:50 ...คือปฏิบัติการของญาณปัญญา
ที่จะบอกว่านั่นเป็นสิ่งหลอกลวง
  
43:57 เมื่อคุณเห็นว่า
นั่นเป็นสิ่งหลอกลวง...
  
44:01 ...การเห็น การรับรู้ ก็คือ
ปฏิบัติการของสติปัญญา
  
44:04  
 
44:08 ทีนี้เราจะต้องอธิบายอีกว่า
'สติปัญญา' หมายถึงอะไร
  
44:13  
 
44:21 นี่เรากำลังคุยกันอยู่หรือเปล่า...
 
44:24 ...หรือว่าผมเป็นคนพูด
แล้วคุณเป็นเพียงคนฟังเท่านั้น
  
44:31 คำว่า 'สติปัญญา' ผมหมายถึง...
 
44:34 ...ผมจะไม่พูดถึง
ความหมายตามนิรุกติศาสตร์...
  
44:42 ...หรือเพียงแต่ค้นหาความหมาย
ที่ซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัด...
  
44:47 ...หรือระหว่างตัวหนังสือเท่านั้น...
 
44:51 ...แต่จะมองให้เห็นว่า
มีอะไรอยู่เบื้องหลังคำนั้น...
  
44:57  
 
44:59 ...เพื่อจะเข้าใจ
สิ่งที่มิได้เขียนเอาไว้...
  
45:02  
 
45:08 ...หรือสิ่งที่ไม่ได้พูดออกมา
โดยไม่มีการบิดเบือนใดๆ
  
45:13 เราจะสืบค้นเรื่องนั้นไปด้วย
 
45:17 เพราะสติปัญญาเป็นหัวใจของความเมตตา
 
45:21  
 
45:33 และความเมตตาเกิดไม่ได้
หากความทุกข์โศกยังไม่ยุติ...
  
45:36  
 
45:43 ...ซึ่งเรากำลังตรวจสอบกัน
ทั้งในวันนี้และวันพรุ่งนี้
  
45:47  
 
45:53 ในการตรวจสอบหรือการไต่สวนนี้...
 
45:55 ...เราจะสืบค้นด้วยว่า
สมาธิคืออะไร
  
46:00 อันเป็นส่วนหนึ่งของจารีตประเพณี
โบร่ำโบราณของเรา
  
46:06  
 
46:18 เราได้กล่าวแล้วว่าจะต้องมีอิสรภาพ
 
46:22 ...มีอิสรภาพที่จะเฝ้าสังเกต
อิสรภาพที่จะค้นหาสิ่งที่เป็นของเท็จ
  
46:25  
 
46:38 ส่วนหนึ่งของประเพณีฮินดู
จะมีบทวิจารณ์...
  
46:42  
 
46:48  
 
46:53 ...เช่น บทวิจารณ์คัมภีร์อุปนิษัท
คัมภีร์ภควัตคีตา...
  
46:54  
 
47:01 ...บทวิจารณ์ยังมีอีกมากมาย
แล้วคุณก็อ่านบทวิจารณ์เหล่านั้น...
  
47:05 ...แต่มันไม่เคยช่วยคุณ
ให้ค้นพบสิ่งที่เป็นของเท็จ
  
47:10 บทวิจารณ์เหล่านั้นเอง
ก็อาจจะเป็นความเท็จ
  
47:24 ดังนั้นการจะเข้าใจว่า
จิตแห่งศาสนาคืออะไร...
  
47:29 ...จะต้องมีอิสรภาพก่อน
 
47:32 อิสรภาพหมายถึงคุณไม่ติดยึดในสิ่งใด
แต่เฝ้าสังเกตดูอยู่
  
47:36  
 
47:46 คุณไม่มีความเห็น ไม่มีข้อสรุป
หรือแนวความคิดใดๆ...
  
47:50 ...เพียงแต่เฝ้าสังเกตดูว่า
อะไรกำลังเกิดขึ้นจริงๆ
  
47:56 ถูกต้องไหมครับ
 
47:59 คุณจะทำอย่างนั้นไหม
 
48:02 นั่นคือการสื่อความเข้าใจ
ระหว่างกันของเรา
  
48:12 ใครกันที่สร้างเทพเจ้าต่างๆ
หรือจะพระเจ้าองค์เดียวก็ตาม...
  
48:18  
 
48:21 ...หรือสร้างตัวแทนแห่งพระเจ้า
หรือพระบุตร...
  
48:24  
 
48:26 ...หรือเทพเจ้าและเทพธิดา
มากมายจนนับไม่ถ้วน...
  
48:31 ...ใครกันที่สร้าง
สิ่งเหล่านั้นขึ้นมา...
  
48:33 ...ซึ่งเราเรียกว่าศาสนา
เช่น การเข้าวัด ไปสุเหร่า หรือไปโบสถ์...
  
48:36  
 
48:38 ...คุณก็รู้ทุกอย่าง...
 
48:41 ...ใครกันที่สร้างสิ่งเหล่านั้น
 
48:48 ตอบคำถามสิครับ
ตอบด้วยตัวเอง
  
48:54 เห็นได้ชัดว่า
มนุษย์สร้างมันขึ้นมาเอง
  
49:02 ความคิดสร้างสิ่งพวกนี้ขึ้นมา
 
49:11 พระเจ้า -
ผมแน่ใจว่าพระองค์จะยกโทษให้เรา...
  
49:13  
 
49:19  
 
49:21 ...ผมล้อเล่นนะครับ...
 
49:25 ...พระเจ้าก็คือสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์
 
49:33 มีเทพเจ้าของชาวฮินดู
เป็นปรปักษ์กันกับพระเจ้าของชาวคริสต์...
  
49:36 ...หรือกับของชาวมุสลิม...
 
49:39  
 
49:41 ...ชาวพุทธแม้จะไม่มีพระเจ้า แต่ก็มี
พระโพธิสัตว์แปลกๆ ของเขา และอื่นๆ
  
49:44  
 
49:50 ดังนั้นมนุษย์ได้สร้างสิ่งนี้ขึ้น
จากความทุกข์โศกของเขา...
  
49:56  
 
49:59  
 
50:03 ...จากความกลัว จากความตาย
และจากความสับสนของเขา...
  
50:09  
 
50:13 ...จากความไม่แน่นอน
จากความไม่มั่นคงทางกายภาพ...
  
50:15  
 
50:19 ...และจากสภาพความเป็นไปเช่นนี้เอง...
 
50:23 ...สิ่งที่เราเรียกว่าพระเจ้า
จึงถือกำเนิดขึ้น
  
50:31 และเทพเจ้าเหล่านี้ก็ถูกสืบทอด
ต่อๆ กันมาจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง
  
50:36  
 
50:43 หากคุณปฏิเสธทั้งหมดนั้น
คุณก็สร้างพระเจ้าของคุณเองขึ้นมาอีก
  
50:48  
 
50:51 ถูกไหม
 
50:53 คุณเข้าใจสิ่งทั้งหมดนี้ไหม
 
50:56 แนวความคิดของคุณเองทำให้
คุณกลายเป็นคนที่ไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า...
  
51:00  
 
51:05 ...ซึ่งก็คือความเป็นพระเจ้า
อีกลักษณะหนึ่ง
  
51:15 ...หรือเป็นเพราะ
ความไม่แน่นอนของคุณเอง...
  
51:18 ...จากความทุกข์โศกของคุณ...
 
51:22 ...และจากความรู้สึก
ไม่มั่นคงปลอดภัยของคุณ...
  
51:25 ...คุณจึงต้องการอะไรบางอย่าง
ที่สืบต่ออยู่เป็นนิจ
  
51:29 ...อะไรบางอย่างที่ไร้กาลเวลา
อะไรบางอย่างที่ไม่รู้จักตาย...
  
51:32  
 
51:35 ...และจากความโหยหานั้น คุณจึงสร้าง
มโนภาพแสนวิเศษบางอย่างให้ตัวเอง
  
51:38  
 
51:43 แล้วคุณก็พูดว่า
'นั่นคือความเป็นจริง'
  
51:59 ดังนั้นเราต้องเข้าใจว่า
ทำไมความคิดจึงทำเช่นนี้ตลอดเวลา
  
52:05  
 
52:07 มันทำอย่างนี้มาตั้งแต่โบราณกาล
นานหลายศตวรรษ
  
52:10 คุณเข้าใจไหมครับ
 
52:14 ทุกชนเผ่าก็ทำกันอย่างนี้
 
52:23 ทันทีที่มนุษย์เริ่มคิดเป็น...
 
52:30 ...เขาก็สร้างเทพเจ้าไว้ในสวรรค์
หรือบนโลก...
  
52:36 ...แล้วก็บูชามโนภาพ...
 
52:40 ...หรือกราบไหว้ต้นไม้
หรือแท่งศิลาที่ทำขึ้นจากน้ำมือ...
  
52:48 ...หรือสร้างโดยจิตใจของมนุษย์
 
52:53 ขอให้มองเข้าไปในตัวคุณเอง...
 
52:58 ...เพราะไม่มีศาสนาใดศาสนาหนึ่ง
หรือศาสนาของชนเผ่าใดจะให้คำตอบได้...
  
53:02  
 
53:04 ...และมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะช่วยกอบกู้
ให้มนุษย์พ้นภยันตราย...
  
53:08 ...แต่มันจะต้องเป็นศาสนา
แห่งสากลโลก
  
53:28 ดังนั้นจึงต้องมีอิสรภาพ
ที่จะสอบสวนเข้าไปในสิ่งลวง
  
53:32  
 
53:39 ผมจะไม่บอกคุณว่าอะไรเป็นสิ่งลวง
 
53:49 การสังเกตดู
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงๆ...
  
53:56  
 
53:59 ...สิ่งซึ่งกำลังเป็นอยู่ในขณะนี้...
 
54:02 ...แล้วเห็นความลวงหรือความจริง
ในสิ่งนั้นที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ขณะนี้...
  
54:06  
 
54:16 ...ก็คือการสืบสวน
และเห็นสิ่งที่เป็นมายา...
  
54:20  
 
54:21 ...แล้วปล่อยวางสิ่งนั้นได้จริงๆ
 
54:32 ถูกไหม
 
54:37 นั่นคือจุดเริ่มต้นแห่งอิสรภาพ
 
54:45 แล้วเรายังได้พูดถึงเรื่อง
ความกลัว ความอยาก...
  
54:48  
 
54:54 ...และความต้องการ ความพึงพอใจ
ในลักษณะต่างๆ อย่างต่อเนื่อง...
  
54:59  
 
55:04 ...เช่น ความพึงพอใจที่ได้ครอบครอง
ความพึงพอใจในสถานภาพ...
  
55:06  
 
55:09 ...ความพึงพอใจที่ได้เป็นคนสำคัญ...
 
55:12 ...ความพึงพอใจที่ได้สังกัดประเทศ...
 
55:17 ...หรือสังกัดกลุ่ม หรือได้สังกัด
กับข้อสรุปอันใดอันหนึ่ง...
  
55:24 ...ความพึงพอใจในเรื่องกามารมณ์...
 
55:27  
 
55:31 ...ความพึงพอใจ
ในประสบการณ์ต่างๆ ของตัวเอง...
  
55:36 ...และการมีชีวิตอยู่
ในประสบการณ์นั้น...
  
55:45 ...และการยุติความกลัว...
 
55:51 ...เพราะจิตใจที่ถูกความกลัวครอบงำ
ย่อมไม่ใช่จิตแห่งศาสนาอย่างแน่นอน
  
55:55  
 
55:59 คุณเข้าใจไหม
 
56:01 เห็นได้ชัดอยู่แล้ว
 
56:06 จะเป็นไปได้อย่างไร
ที่จิตใจซึ่งตื่นกลัว ซึ่งพูดว่า...
  
56:10 ..."ฉันต้องค้นหาความสบายใจ
จากความรู้สึกไม่มั่นคงของฉัน...
  
56:13  
 
56:17 ...จากความสับสนของฉัน"
 
56:22 ตราบใดที่จิตใจยังตื่นกลัว...
 
56:25 ...ย่อมเป็นไปไม่ได้
ที่จิตจะมีคุณภาพแห่งศาสนา
  
56:27  
 
56:31 ถูกต้องไหมครับ
 
56:33 ซึ่งหมายความว่าในการสอบสวนนั้น
ใจคุณเป็นอิสระจากความกลัวหรือเปล่า
  
56:36  
 
56:41 มิฉะนั้นแล้วย่อมเป็นไปไม่ได้
ที่คุณจะมีจิตที่เป็นแก่นแท้แห่งศาสนา
  
56:44  
 
56:52 เพราะว่าความอยากความกลัว
และการแสวงหาความพึงพอใจที่ไม่จบสิ้น...
  
56:55  
 
57:00  
 
57:04 ...ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิด
ความสับสนเท่านั้น...
  
57:10  
 
57:13 ...แต่สิ่งเหล่านั้นยังเป็นปัจจัย...
 
57:16 ...และมีคุณสมบัติ
ที่จะสร้างตัวตนขึ้นมาอีกด้วย...
  
57:23 ...ก็คือ 'ตัวฉัน' ซึ่งเป็นศูนย์กลาง
และจุดเริ่มต้นของกิจกรรมทั้งปวง
  
57:26  
 
57:36 แต่ไม่ได้หมายความว่า
คุณจะชื่นชมเสียงนกร้องไม่ได้
  
57:41  
 
57:48 ...หรือคุณจะมองดูดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า
ในยามเย็นที่สวยงามไม่ได้...
  
57:52 ...หรือจะมองลอดใบไม้
ดูท้องฟ้าไม่ได้
  
58:02 นั่นไม่ใช่ความพึงพอใจ
 
58:04 การมองลอดใบไม้ดูท้องฟ้านั้น
เป็นความเบิกบานใจ...
  
58:09  
 
58:10 ...เป็นความรู้สึกที่ล้ำลึก
และความงามอันยิ่งใหญ่...
  
58:15 ...มันเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน...
 
58:21 ...และเมื่อมันจบลง
ความคิดก็เข้ามาแล้วพูดว่า...
  
58:23 ...'การได้ยลความงามนั้น
ช่างวิเศษอะไรอย่างนี้'
  
58:24  
 
58:27 'ฉันอยากได้อีก'
 
58:31 จากนั้น 'อีก' จึงกลายเป็น
ความพึงพอใจไป...
  
58:33 แต่ ณ ขณะที่การรับรู้สิ่งสวยงาม
หรือน่ารักเกิดขึ้นจริงนั้น...
  
58:35 ...ยังไม่เป็นความพึงพอใจ
 
58:40 คุณเข้าใจทั้งหมดนี้ไหม
 
58:42 ไม่ใช่เข้าใจเฉพาะถ้อยคำ แต่ลึก
ลงในหัวใจคุณ คุณทำอย่างนั้นอยู่
  
58:44  
 
58:54 และการเข้าใจธรรมชาติ
และการก่อร่างสร้างโครงของจิตใจ...
  
58:59  
 
59:03 ...ซึ่งคือการเคลื่อนไหว
ของจิตแห่งศาสนา...
  
59:05 ...แน่นอนว่าต้องยุติความทุกข์โศกได้
 
59:25 เราไม่ทราบว่าคุณเคยสืบค้น
ปัญหานี้บ้างไหม
  
59:33 เพราะว่ามนุษย์ได้แบก
ความทุกข์โศกนี้มานานหลายพันปี
  
59:36  
 
59:45 และเราก็ยังแบกมันไว้
 
59:49 มนุษย์ทุกคนทั่วโลกเคยผ่าน
ความทุกข์ทรมาน การร้องไห้...
  
59:52  
 
59:57 ...ความเปลี่ยวเหงา ความสลดใจ
และการสูญเสียบางสิ่งบางอย่างไป
  
1:00:00  
 
1:00:04  
 
1:00:12 และมนุษย์ทุกคนก็ยังติดจม
อยู่ในสภาพเหล่านี้...
  
1:00:17 ...และไม่รู้ว่าจะกำจัดมันให้หมดสิ้น
ไปจริงๆ ได้อย่างไร
  
1:00:21  
 
1:00:25 ศาสนาต่างๆ แก้ไขปัญหานี้ไม่ได้
 
1:00:29 พวกเขาบอกว่า 'จงคิดถึงพระเจ้า
และลืมตัวเธอเสีย'...
  
1:00:32  
 
1:00:37 ...หรือ 'พระบุตรได้เสียสละ
และรับทุกข์แทนเธอไปแล้ว...
  
1:00:39 ...เธออย่าได้เป็นทุกข์'
 
1:00:44 คุณก็รู้จักเกมศาสนาทั้งหลาย
ที่พวกเขาเล่นกัน
  
1:00:51 ดังนั้นเรากำลังถามคุณว่า...
 
1:00:55 ...ความทุกข์โศกอย่างเช่นความกลัว
สามารถสิ้นสุดลงได้หรือไม่
  
1:01:02 เพราะความกลัว
เป็นส่วนหนึ่งของความทุกข์โศก
  
1:01:12 ความอยากก็เป็นส่วนหนึ่ง
ของความทุกข์โศก
  
1:01:17 และหากคุณสืบค้นในปัญหาทั้งปวง
ของการเคลื่อนไหวของความพึงพอใจ...
  
1:01:20  
 
1:01:25 ...ความพึงพอใจก็เป็นส่วนหนึ่ง
ของความทุกข์โศกนี้ด้วย
  
1:01:30 เราต้องการเพียงแต่ความพึงพอใจ
เท่านั้น และหลีกเลี่ยงอย่างอื่น
  
1:01:36 ดังนั้นเราถามว่า
ความทุกข์โศกนี้ยุติลงได้ไหม...
  
1:01:41  
 
1:01:47 ...ไม่ใช่ยุติเฉพาะแต่ความทุกข์โศก
ของคุณเท่านั้น
  
1:01:54 แต่ของมวลมนุษยชาติด้วย
 
1:02:02 ความทุกข์โศก
ของมวลมนุษยชาติ ได้แก่...
  
1:02:09  
 
1:02:13 ...ความยากจน การดูหมิ่น
เหยียดหยามคนยากไร้...
  
1:02:15  
 
1:02:20 ...การแบ่งชั้นวรรณะ ความไม่แน่
นอนของชีวิตที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ...
  
1:02:23 ...สงครามที่กำลังคุกรุ่น
การทำลายล้างและความโหดร้ายของสงคราม...
  
1:02:28 ...แต่มนุษย์ก็ไม่เคยหยุดทำสงครามเลย
 
1:02:35 คุณเข้าใจทั้งหมดนี้ไหมครับ
 
1:02:46 ดังนั้น ไม่ใช่มีเฉพาะแต่ความทุกข์
ทรมานเล็กๆ น้อยๆ ของคุณเท่านั้น...
  
1:02:53 ...แต่ยังมีความทุกข์ทรมาน
อันใหญ่หลวงของมวลมนุษยชาติ...
  
1:02:56 ...ซึ่งคุณก็เป็นส่วนหนึ่งอยู่ด้วย
 
1:02:59 ดังนั้นเราต้องสลายปัญหานี้กัน
 
1:03:04 ถ้าแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้
จิตแห่งศาสนาก็ไม่เกิดขึ้น...
  
1:03:06 ...เพราะเมื่อความทุกข์โศกนั้น
สิ้นสุดลง...
  
1:03:10  
 
1:03:14 ...ก็จะมีบางสิ่งบางอย่าง
ปรากฎขึ้นมา...
  
1:03:18 ...แต่นี่ไม่ใช่คำสัญญาของผมนะ
 
1:03:24 ดังนั้นเราต้องสืบค้นว่า
ความทุกข์โศกจะยุติลงได้หรือไม่
  
1:03:27  
 
1:03:50 ซึ่งก็คือค้นหาว่า
ความกลัวจะยุติลงได้ไหม
  
1:04:02 ทีนี้เราจะสืบค้นดู ขอให้จำใส่ใจว่า
ถ้อยคำไม่ใช่ความเป็นจริง
  
1:04:09  
 
1:04:12  
 
1:04:16 คำว่า 'ความทุกข์โศก'...
 
1:04:20 ...ก็ไม่ใช่ความรู้สึกทุกข์ทรมาน
ที่เราเป็นอยู่ข้างในจริงๆ
  
1:04:29 ดังนั้นคำพรรณนาไม่ว่าจะยิ่งใหญ่
หรือละเอียดอ่อน...
  
1:04:32  
 
1:04:36 ...หรือมีรายละเอียด
มากมายเพียงใดก็ตาม...
  
1:04:38 ....คำพรรณนานั้นก็ไม่ใช่
ความรู้สึกกลัวที่เกิดขึ้นจริง
  
1:04:41  
 
1:05:03  
 
1:05:08 นอกจากนี้เราต้องเข้าใจ
ความหมายทั้งหมดของความตายด้วย...
  
1:05:17 ...เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา
ได้แก่ การตายของเซลล์สมอง...
  
1:05:22  
 
1:05:25  
 
1:05:27 ...การจบสิ้นลงของทุกสิ่งทุกอย่าง
ที่เราได้สะสม รวบรวมและถือครองมา
  
1:05:30  
 
1:05:32  
 
1:05:48 พวกคุณรอให้ผมตอบ
และสืบค้นเรื่องทั้งหมดนี้อยู่ใช่ไหม
  
1:05:59 ความทุกข์โศกคืออะไร
 
1:06:05 ความทุกข์โศกของคุณคืออะไร
 
1:06:12 คุณตอบได้ไหม...
 
1:06:13 ไม่ต้องตอบผม
 
1:06:18 ความทุกข์โศกของคุณคืออะไร
คุณค้นหาได้ไหม
  
1:06:25 คือความเปล่าเปลี่ยวเดียวดายใช่ไหม
 
1:06:32 มันคือการที่คุณ
ไม่สามารถเอาตัวเองเข้าไปยึด...
  
1:06:36  
 
1:06:39 ...กับบางสิ่งบางอย่างได้ใช่ไหม
 
1:06:46 มันคือการสูญเสียคนที่คุณรัก...
 
1:06:51  
 
1:06:54 ...หรือคนที่คุณชื่นชอบอย่างยิ่ง
หรือมิตรสหายไปใช่ไหม
  
1:07:00 มันคือการที่คุณไม่อาจมีอำนาจ...
 
1:07:04 ...ไม่มีตำแหน่ง หรือเกียรติยศ
ชื่อเสียงอย่างคนอื่นๆ ใช่ไหม
  
1:07:07  
 
1:07:14 กรุณาตรวจสอบสิ่งทั้งหมดนี้
ด้วยตัวคุณเอง
  
1:07:19 มันคือการที่คุณต้องการความสุข
แต่คุณไม่อาจมีใช่ไหม
  
1:07:24  
 
1:07:27 คุณต้องการให้คนอื่นรัก
แต่ไม่มีใครรักคุณใช่ไหม
  
1:07:32  
 
1:07:35 คุณเข้าใจไหมครับ
 
1:07:42 มันคือการที่คุณต้องการมี
สถานภาพพิเศษ...
  
1:07:45  
 
1:07:48 ...แต่คุณก็รู้ว่าคุณไม่มี
ความสามารถพอ ไม่เฉลียวฉลาดพอ...
  
1:07:52 ...หรือไม่มีกิจกรรมที่สำคัญเพียงพอ
คุณจึงร้องไห้ใช่ไหม
  
1:08:05 ทีนี้กรุณาตั้งใจฟัง
 
1:08:08 ไม่ว่าคุณจะหยิบยกเอา
ความทุกข์โศกมาทีละเรื่อง...
  
1:08:13 ...หรือความวิปโยค...
 
1:08:18 ...หยิบยกขึ้นมาแก้ไขทีละเรื่อง...
 
1:08:22 ...แต่ในขณะที่กำลัง
แก้ไขปัญหาอยู่นั่นเอง...
  
1:08:24 ...ความวิปโยคเรื่องอื่น
ก็เกิดขึ้นมาอีก
  
1:08:26 คุณเข้าใจตรงนี้ไหม
 
1:08:31 ...หรือคุณจะเฝ้าสังเกตธรรมชาติ
ของความทุกข์โศกทั้งมวลนี้...
  
1:08:36 ...อย่างสมบูรณ์ทั้งหมดได้ไหม
 
1:08:41  
 
1:08:43 คุณเข้าใจไหม
 
1:08:44 ไม่ใช่เฉพาะความทุกข์โศก
อันใดอันหนึ่ง...
  
1:08:49 ...เพราะส่วนเฉพาะเจาะจง
ย่อมไม่อาจนำไปสู่ความเต็มสมบูรณ์ได้...
  
1:08:52  
 
1:08:56 ...ส่วนเฉพาะเจาะจงเป็นเพียงส่วนที่
แตกย่อย จึงไม่ใช่ความเต็มสมบูรณ์
  
1:09:00  
 
1:09:05 คุณเห็นความจริงแท้ๆ ของมันไหม
 
1:09:10 ...จึงเป็นไปไม่ได้ที่ส่วนเฉพาะเจาะจง
จะนำไปสู่ความเต็มสมบูรณ์
  
1:09:15 คุณอาจจะสืบสวน
ส่วนเฉพาะเจาะจงทีละส่วนๆ...
  
1:09:19  
 
1:09:28 ...โดยหวังว่าความทุกข์โศกจะยุติลง
แต่มันเป็นไปไม่ได้...
  
1:09:32 ...เพราะความทุกข์หนึ่ง
ย่อมนำไปสู่ความทุกข์อื่นอีก
  
1:09:35 ใช่ไหม
 
1:09:37 ผมไม่แน่ใจว่า
คุณเข้าใจทั้งหมดนี้ไหม
  
1:09:41 ดังนั้นคุณจะสามารถเฝ้าสังเกต
ดูธรรมชาติทั้งมวล...
  
1:09:47 ...หรือการเคลื่อนไหวทั้งหมด
ของความทุกข์โศกได้ไหม
  
1:10:01 นั่นคือการสังเกตอย่างเต็มสมบูรณ์
 
1:10:15 คำว่า 'อย่างเต็มสมบูรณ์'
ผมไม่เพียงหมายความว่า...
  
1:10:21  
 
1:10:25 ...จะต้องมีจิตใจที่แจ่มชัด
มีเหตุมีผลและเป็นปกติเท่านั้น...
  
1:10:29 ...การสังเกตการณ์ก็จะต้องเป็นปกติ
มีเหตุมีผล ชัดเจนและเที่ยงตรง...
  
1:10:36  
 
1:10:44 ...และความเที่ยงตรงนั้น
ต้องไม่ถูกเจือจางด้วยอคติของคุณ...
  
1:10:48  
 
1:10:53 ...ความโหยหาของคุณ
หรือด้วยแรงจูงใจของคุณ...
  
1:10:57 ...คุณจึงจะเฝ้าสังเกตได้
โดยปราศจากการบิดเบือนใดๆ
  
1:11:03 ซึ่งหมายความว่า คุณจะสามารถ
ละวางความเห็นและข้อสรุปต่างๆ ของคุณ...
  
1:11:06  
 
1:11:08 ...หรือข้อสรุปของบทวิจารณ์
หรือของคัมภีร์ภควัตคีตา...
  
1:11:12 ...หรือของคัมภีร์อุปนิษัท
คัมภีร์ไบเบิล...
  
1:11:14 ...ละวางข้อสรุปและแนวความคิด
เหล่านั้นทั้งหมด...
  
1:11:23 ...เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์กระแสทั้งหมด
ของความทุกข์ทรมาน...
  
1:11:28 ...และความทุกข์โศกของมนุษย์
อย่างเต็มสมบูรณ์ได้ไหม
  
1:11:30  
 
1:11:40 คุณเข้าใจไหม
 
1:11:43 โดยอาศัยส่วนเฉพาะเจาะจง เพื่อนำไปสู่
ความเต็มสมบูรณ์ เป็นความผิดพลาด
  
1:11:49 ถูกต้องไหม
 
1:11:52 ดังนั้นเมื่อคุณเห็นสิ่งที่เป็นของลวง
สิ่งนั้นก็จะล่วงจากไป
  
1:11:59 การล่วงจากไป การหายไป
หรือการไม่มีอยู่ของสิ่งลวง...
  
1:12:01  
 
1:12:07  
 
1:12:10 ...หรือการรับรู้ถึงความไม่จริง
ก็คือการเริ่มต้นของปัญญา
  
1:12:20 ปัญญานี้ มิใช่ของคุณหรือของผม...
 
1:12:22 ...หรือเป็นปัญญา
เฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง...
  
1:12:25  
 
1:12:28 ...การเห็นสิ่งที่เป็นความจริง
และเห็นสิ่งที่เป็นความเท็จ...
  
1:12:31 ...ซึ่งไม่ใช่ความจริง
ตามข้อสรุปของคุณ...
  
1:12:33 ...หรือตามอคติของคุณ
ตามจารีตประเพณีของคุณ
  
1:12:36 คุณต้องเป็นอิสระจากสิ่งทั้งหมดนั้น
 
1:12:45 คุณจะเฝ้าสังเกตความทุกข์โศก
อย่างเต็มสมบูรณ์ได้ไหม
  
1:12:48  
 
1:12:51 ความทุกข์โศก
ที่ไม่ใช่เฉพาะของคุณเท่านั้น...
  
1:12:56 ...แต่เป็นความทุกข์โศกของ
มวลมนุษยชาติ ซึ่งคุณก็เป็นส่วนหนึ่ง...
  
1:12:59  
 
1:13:06 ...เช่น ความทุกข์โศกของบุคคล
ที่เจ็บป่วยทางร่างกาย...
  
1:13:14  
 
1:13:19 ...หรือความทุกข์โศกของบุคคล
ที่ไม่เชื่อในสิ่งใด
  
1:13:27 และบุคคลที่ไม่เชื่ออะไรทั้งสิ้น...
 
1:13:30 ...ก็เหมือนกับบุคคลที่มีความเชื่อ
 
1:13:34  
 
1:13:36 กรุณาอย่าเห็นด้วยกับผม
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ
  
1:13:38  
 
1:13:40 มันคือชีวิตของคุณ
 
1:13:52 ในทำนองเดียวกันกับความกลัว
ที่เราพูดไว้เมื่อวันก่อน...
  
1:13:54  
 
1:13:59 ...ไม่ใช่เฉพาะความกลัวในบางเรื่อง...
 
1:14:01 ...แต่เราสามารถจะสังเกตดู
ถึงรากเหง้าของความกลัวได้ไหม
  
1:14:04  
 
1:14:08 เราบอกไปว่า รากเหง้าของความกลัว
ก็คือกาลเวลา
  
1:14:12 กาลเวลา คือ ความคิด
ความคิด ก็คือ ความกลัว
  
1:14:15  
 
1:14:22 ถูกต้องไหม
 
1:14:25 เมื่อวันก่อนเราได้สืบค้นเรื่องนั้น
อย่างละเอียดรอบคอบมาก
  
1:14:33 และในทำนองเดียวกัน
ภาระอันใหญ่หลวงนี้ของมนุษย์...
  
1:14:36  
 
1:14:42 ...ซึ่งเรียกกันว่าความทุกข์โศก
จะยุติลงได้ไหม
  
1:14:45  
 
1:14:50 เมื่อใดที่คุณมีแรงจูงใจ
ว่ามันต้องยุติ...
  
1:14:53  
 
1:14:57 ...เพื่อที่คุณจะได้รับอะไรบางอย่าง
เมื่อนั้นคุณก็หลงทางแล้ว
  
1:15:05 ดังนั้นในการสังเกตการณ์
ถึงปัญหาความทุกข์โศกนี้...
  
1:15:10 ...จะต้องไม่มีแรงจูงใจใดๆ
 
1:15:14 คุณเข้าใจไหม
 
1:15:17 ดังนั้นเมื่อมีแรงจูงใจ
(แรงจูงใจ หมายถึง การเคลื่อนไหว)...
  
1:15:20  
 
1:15:23  
 
1:15:29 ...เมื่อมีการเคลื่อนไหวของตัวตน
การสังเกตการณ์ย่อมต้องถูกบิดเบือนไป
  
1:15:37 ใช่ไหม
 
1:15:39 ดังนั้นเมื่อคุณไม่มีแรงจูงใจ
ในการตรวจสอบภาระอันใหญ่หลวง...
  
1:15:44  
 
1:15:46  
 
1:15:48 ...ที่มนุษย์แบกเอาไว้นี้
 
1:16:01 ....แล้วความทุกข์โศกนั้น
จะแตกต่างจากคุณไหม
  
1:16:04  
 
1:16:08 คุณเข้าใจไหม
 
1:16:10 อย่าเพิ่งครับ
กรุณามองดูมัน สืบค้นดู
  
1:16:19 คุณเข้าใจไหม
 
1:16:23 เช่น เมื่อคุณกลัว เมื่อคุณโกรธ
หรือเมื่อคุณอิจฉา...
  
1:16:25  
 
1:16:29 ...ความอิจฉาไม่ได้ต่างไปจากคุณ...
 
1:16:35 ...ความโลภของคุณไม่ได้แตกต่าง
ไปจากคุณ นั่นเป็นจารีตของเรา...
  
1:16:39  
 
1:16:42 ...จารีตของคุณ ไม่ใช่ของผม...
 
1:16:44 จารีตที่กล่าวว่า
'คุณแตกต่างจากความโลภของคุณ'
  
1:16:46  
 
1:16:48 เพราะฉะนั้นต้องราวีกับมัน
ต้องดิ้นรนต่อสู้และควบคุมมันไว้
  
1:16:55 แต่เรากำลังพูดค่อนข้างตรงข้าม
กับจารีตว่า ความโกรธคือคุณ
  
1:16:59  
 
1:17:02 เมื่อความโกรธเกิดขึ้น...
 
1:17:05 ...ความโกรธ ก็คือ ความรุนแรง
และอะไรทำนองนั้น...
  
1:17:09 ในทันทีที่ความโกรธเกิดขึ้น
แม้แต่ 'ตัวคุณ' ก็มิได้มี
  
1:17:15 มีเพียงแต่ปฏิกิริยานั้นเท่านั้น
 
1:17:19 แล้วความคิดก็สังกัดตัวมัน
เข้ากับปฏิกิริยานั้น...
  
1:17:23 ...แล้วพูดว่า 'นั่นคือความโกรธ
ฉันโกรธแล้วนะ'
  
1:17:27 เพราะฉะนั้นความคิดแยกตัวมันเอง
ออกจากสิ่งที่เรียกว่าความโกรธ
  
1:17:30 ผมหวังว่าคุณติดตามเรื่องนี้กันอยู่
 
1:17:33 เราสืบค้นกันไปแล้ว
 
1:17:37 ดังนั้นเราจึงบอกว่า
ผู้สังเกต ก็คือ สิ่งที่ถูกสังเกต...
  
1:17:44 ...ผู้คิด ก็คือ ความคิด...
 
1:17:46 ...ผู้มีประสบการณ์
ก็คือ ประสบการณ์...
  
1:17:50 ...และความทุกข์โศก
มิได้ต่างไปจากตัวเขาเอง
  
1:18:03 คุณเข้าใจไหม
 
1:18:07 เมื่อสภาวะนั้นเกิดขึ้น
เมื่อไม่มีการแบ่งแยกระหว่างตัวคุณ...
  
1:18:10 ...กับสิ่งที่คุณกำลังเฝ้าสังเกต
 
1:18:14 ...นั่นคือ ผู้สังเกต
ก็คือ สิ่งที่ถูกสังเกต...
  
1:18:16  
 
1:18:19 ...ชายผู้ที่หลั่งน้ำตา
หรือหญิงที่ร่ำไห้...
  
1:18:23 ...เขาก็คือความทุกข์โศกนั่นเอง
 
1:18:29 คุณเข้าใจไหม
 
1:18:30 ความทุกข์โศกนั้น
ไม่ได้แยกออกจากตัวเขาหรือตัวเธอ
  
1:18:35 เมื่อไม่มีการแบ่งแยก...
 
1:18:38 ...การสังเกตดูสิ่งนั้นนั่นเอง
จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง...
  
1:18:40  
 
1:18:42 ...ในสิ่งที่กำลังถูกสังเกต
ชนิดถอนรากถอนโคนทีเดียว
  
1:18:54 ดังนั้นการสังเกตดูความทุกข์โศก
โดยไม่มีผู้สังเกต เกิดขึ้นได้ไหม
  
1:18:57  
 
1:19:03 คุณเข้าใจที่ผมพูดไหม
 
1:19:06 เช่น ผมสูญเสียลูกชายไป
และผมก็สับสน
  
1:19:10 มันเป็นความสะเทือนใจที่กะทันหัน
ผมชะงักไปชั่วขณะ
  
1:19:12  
 
1:19:18 แล้วผมก็ระลึกได้ว่า
ผมสูญเสียสิ่งล้ำค่าที่ผมเคยครอบครอง...
  
1:19:23  
 
1:19:25  
 
1:19:27 ...ลูกชาย คือ สิ่งที่ผม
เอาตัวเองไปผูกพันไว้
  
1:19:30  
 
1:19:34 ดังนั้นความทุกข์โศกก็คือ
การสูญเสียสิ่งนั้นไป
  
1:19:42 ดังนั้นผมจึงร้องขอว่า
'กรุณาช่วยขจัดความทุกข์โศกให้ผมด้วย'
  
1:19:49 หรือ 'ผมจะไปพบกับลูกชายในชาติหน้า'
 
1:19:54 คุณเข้าใจไหม
 
1:19:57 นั่นเป็นการหลีกเลี่ยงและหลบหนี
จากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงๆ
  
1:20:01  
 
1:20:08 การสังเกตการณ์
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงๆ...
  
1:20:13 ...เช่น เมื่อเราสูญเสียลูกชาย...
 
1:20:17 ...หรือสามี - ภรรยา หรืออะไรก็ตาม
นั่นเป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงๆ...
  
1:20:21  
 
1:20:23 ...หากในการสังเกตการณ์นั้น
ไม่มีการแบ่งแยก...
  
1:20:25  
 
1:20:27 ...เมื่อใดผู้สังเกต
เป็นสิ่งเดียวกับสิ่งที่ถูกสังเกตแล้ว...
  
1:20:30  
 
1:20:33 ...จากนั้นสิ่งที่กำลังถูกสังเกต...
 
1:20:35 ...จะเกิดการเปลี่ยนแปลง
ในระดับรากฐานอย่างถอนรากถอนโคนทีเดียว
  
1:20:40 ลองพิสูจน์ดูสิ
 
1:20:48  
 
1:20:54  
 
1:21:00 เพราะในการสืบค้นว่า
ชีวิตแห่งศาสนาคืออะไร...
  
1:21:05 ...ความกลัวทุกๆ รูปแบบ
การเคลื่อนไหว...
  
1:21:11 ...ทุกอย่างที่มาจากเจตนา
อันเป็นแก่นของความอยาก...
  
1:21:14 ...และการแสวงหาความพึงพอใจ
ไม่ว่าแบบใด...
  
1:21:21 ...ย่อมจะบิดเบือนการสังเกตการณ์...
 
1:21:25 ...ซึ่งไม่ใช่ของคุณ
 
1:21:32 ดังนั้นเราจึงบอกว่า
ความทุกข์โศกมีจุดจบ
  
1:21:34  
 
1:21:43 และเมื่อความทุกข์โศกจบสิ้นลง...
 
1:21:49 ...จากนั้นความรู้สึกแรงกล้า
ก็จะเกิดขึ้น...
  
1:21:53  
 
1:22:00 ...ซึ่งไม่ใช่ราคะ
แต่เป็นความเมตตาการุณย์
  
1:22:05  
 
1:22:21 ดังนั้นจิตแห่งศาสนา
ซึ่งเรากำลังสืบค้นกัน...
  
1:22:23 ...ไม่ใช่กำลังเรียน ไม่ใช่กำลังจดจำ
คุณคงเข้าใจ
  
1:22:29  
 
1:22:35 คุณเข้าใจไหม
 
1:22:36 คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ...
 
1:22:38 ...ไม่ล่ะผมจะไม่เรียกหนังสือ
เหล่านั้นว่า ศักดิ์สิทธิ์...
  
1:22:42 ...ตำราต่างๆ หนังสือตามจารีต
ของคุณกล่าวไว้ว่า...
  
1:22:45 มนุษย์ที่สมบูรณ์ผู้บรรลุธรรม
เป็นอย่างนี้ๆ...
  
1:22:49 ...มีลักษณะอย่างนี้อย่างนั้น...
 
1:22:51 ...เขาเป็นคนอย่างนั้นอย่างนี้ ฯลฯ...
 
1:22:54 ...มีคำบรรยายไว้อย่างสมบูรณ์
ว่าบุคคลผู้บรรลุธรรมเป็นเช่นไร
  
1:22:56  
 
1:23:01 แต่คำพรรณนา
ก็มิใช่สิ่งที่ถูกบรรยายถึง...
  
1:23:03 ...ดังนั้นคุณจะทิ้ง
หนังสือเหล่านั้นเสียก็ได้
  
1:23:10 แต่การค้นหาด้วยตัวเอง
คุณจะต้องมีอิสรภาพ...
  
1:23:16  
 
1:23:21 ...อิสรภาพจากความกลัว
 
1:23:28 ส่วนความพึงพอใจ
ก็แตกต่างอย่างสิ้นเชิง...
  
1:23:31  
 
1:23:37 ...กับการรับรู้สิ่งที่วิจิตรงดงาม...
 
1:23:42 ...เช่น ท้องฟ้าอันสวยงาม
ดาวดวงเดียวในท้องนภา...
  
1:23:46 ...หรือต้นไม้เดี่ยวกลางทุ่งนา
 
1:23:53 ในนั้นมีความงาม ความรัก
และความเบิกบานอันยิ่งใหญ่
  
1:23:55  
 
1:23:59 แต่เมื่อความคิดเข้ามาครอบงำ...
 
1:24:02 ...ความเบิกบานนั้น
ก็กลับกลายเป็นความพึงพอใจ
  
1:24:07 ดังนั้นเรากำลังบอกว่า มีการจบลง
อย่างสิ้นเชิงของความกลัว...
  
1:24:09  
 
1:24:15 ...และเมื่อความกลัวนั้นยุติลง...
 
1:24:17 ...ก็จะไม่มีมายาใดๆ หลงเหลืออยู่อีก
 
1:24:25 พร้อมกับการจบสิ้นไปของความทุกข์โศก
มีความรู้สึกแรงกล้าเกิดขึ้น...
  
1:24:30  
 
1:24:32 ...มีความรู้สึกถึงพลังงานมหาศาลนั้น
 
1:24:34  
 
1:24:39 ไม่ใช่พลังงาน
ที่จะไปประพฤติผิดมากขึ้น...
  
1:24:49 ..แต่เป็นพลังงานแห่งปัญญา
แห่งความเมตตาอันยิ่งใหญ่ไร้ขอบเขต
  
1:24:52  
 
1:25:03 เราคงต้องหยุดเดี๋ยวนี้
เพราะหมดเวลาแล้ว
  
1:25:07 เราต้องสืบค้นปัญหาทั้งปวง
ของความตายด้วย...
  
1:25:11 ...และสมาธิคืออะไร
เพราะในการเข้าใจสิ่งดังกล่าว...
  
1:25:14  
 
1:25:19 ...จิตแห่งศาสนาก็จะปรากฎขึ้น
 
1:25:23 จิตแห่งศาสนาจะเกิดขึ้น...
 
1:25:26 ...เมื่อเราเข้าใจความสัมพันธ์
ในการดำรงอยู่ของมนุษย์ทั้งหมด...
  
1:25:28 ...ซึ่งในความสัมพันธ์นั้น
ไม่มีความกลัว...
  
1:25:31 ...ไม่มีการครอบงำ
และไม่มีการควบคุม...
  
1:25:41 ...เมื่อเรารู้ว่าความรักคืออะไร
ความรักเกิดขึ้น
  
1:25:48 เราจะสืบค้นเรื่องนั้นกันในวันพรุ่งนี้
เพราะความรักไม่มีความทรงจำ...
  
1:25:51  
 
1:25:59 ...ความรักไม่ใช่การเคลื่อนไหว
ของความอยาก...
  
1:26:02  
 
1:26:08 ...ความรักไม่ใช่กิจกรรม
แห่งความพึงพอใจ
  
1:26:11  
 
1:26:15 นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมมันจึงสำคัญมาก
ที่จะต้องเข้าใจเรื่องทั้งหมดนี้...
  
1:26:18 ...เพราะเราได้สูญเสียสิ่งนั้นไป...
 
1:26:21 ...หรือบางทีเราอาจไม่เคยมีมันมาก่อน
สิ่งนั้นที่เรียกว่า ความรัก
  
1:26:23 ถูกไหมครับ
 
1:26:26 понимать это,
 
1:26:34 так как мы утратили это,