Krishnamurti Subtitles

เราสามารถร่วมกันสร้างสังคมที่ดีงามได้ไหม

Saanen - 10 July 1979

Public Talk 2



0:57 K:เรามาคุยกันต่อเรื่องที่คุยค้างไว้
เมื่อเช้าวันอาทิตย์
  
1:00  
 
1:05 ดีไหมครับ
 
1:17 ผมใคร่รู้ว่า
คุณได้นำเรื่องที่เราคุยกันไว้...
  
1:20 ...เมื่อเช้าวันอาทิตย์
ไปคิดต่อบ้างหรือเปล่า
  
1:30 คุณได้สืบค้นเข้าไปในเรื่องเหล่านั้น
อย่างลึกซึ้งด้วยตัวคุณเอง...
  
1:37 ...และก็อาจจะมาถึง
จุดที่ไม่สามารถก้าวพ้นไปได้
  
1:42 ...และหากเป็นเช่นนั้นจริง...
 
1:48 ...เราอาจจะพูดคุยกันต่อ
ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
  
1:54 สิ่งที่เราพูดกัน ตอนเช้าวันอาทิตย์ก็คือ...
 
1:58 ...เราจำต้องมีความสามารถ
ในการคิดร่วมกัน...
  
2:09 ...ความสามารถนี้จะเกิดขึ้น
อย่างเป็นธรรมชาติ...
  
2:20 ...และจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน...
 
2:24 ...หากในโลกแห่งความฉ้อฉลนี้...
 
2:33 ...เราเห็นความสำคัญและความจำเป็น
ของการคิดร่วมกัน...
  
2:39 ...ซึ่งไม่ได้หมายถึงการเห็นด้วย
หรือการไม่เห็นด้วย...
  
2:43  
 
2:53 ...แต่เป็นการวางความคิดเห็นส่วนตัว
วางอคติ ทัศนะ...
  
2:58 ...การตัดสินให้คุณค่า
ของเราเองไว้ก่อน...
  
3:05 ...จึงจะมีความสามารถที่จะคิดร่วมกัน
 
3:16 เพราะเมื่อเราคิดร่วมกัน
ก็จะไม่เกิดการแบ่งแยก...
  
3:24  
 
3:28 ...คุณไม่ได้กำลังคิด
แยกต่างหากจากผู้พูด
  
3:35 ขอโทษ ผมแพ้ละอองเกสรเล็กน้อย
 
3:39 ไม่ต้องเอายาให้ผม
 
3:54 หากเราสามารถคิดร่วมกันได้...
 
4:03 ...การแบ่งแยกระหว่างคุณ
กับผู้อื่นก็จะสิ้นสุดลง
  
4:07 มีเพียงแต่การคิดเท่านั้น
 
4:11 มิใช่วิธีคิดของคุณ
หรือวิธีคิดของคนอื่น...
  
4:14 ...แต่เป็นความสามารถที่จะคิดร่วมกัน
 
4:17  
 
4:27 แต่นั่นจะเป็นไปไม่ได้เลย
หากคุณไม่วางข้อสรุปที่คุณมีอยู่...
  
4:29  
 
4:35 ...ตลอดจนความเย่อหยิ่งและ
ความต้องการส่วนตนของคุณไว้ก่อน...
  
4:38 ...ไม่เช่นนั้นแล้ว
การร่วมกันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย
  
4:41  
 
4:46 คำว่า "ร่วมกัน" หมายถึง
การเดินไปด้วยกัน...
  
4:51 ...การอยู่ด้วยกันตลอดเวลา...
 
4:53  
 
4:58 ...ไม่ใช่คุณเดินนำหน้า
และคนอื่นตามหลัง...
  
5:01 ...แต่หมายความว่าเราทั้งคู่
กำลังเดินไปในเส้นทางเดียวกัน...
  
5:06 ...ไม่คิดเรื่องที่ต่างออกไป
สังเกตดูสิ่งเดียวกัน...
  
5:09  
 
5:12 ...ไม่แปลความสิ่งที่คุณสังเกตเห็น
ไปตามความชอบหรืออคติของคุณ...
  
5:14  
 
5:20 ...แต่สังเกตด้วยกัน ฟังด้วยกัน
ก้าวไปด้วยกัน
  
5:31 ผมใคร่รู้ว่า เมื่อการนั้นเกิดขึ้นจริงๆ...
 
5:33 ...คุณตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
ระหว่างมนุษย์สองคนหรือไม่
  
5:45 ในสังคมที่ปล่อยเสรีเช่นปัจจุบันนี้
มีการเรียกร้องต้องการ...
  
5:49 ...และมีแรงเร่งเร้าอันใหญ่หลวง
ที่เราทุกคนจะต้องบรรลุให้ได้...
  
5:53  
 
5:57 ...ไม่ว่าในเรื่องทางเพศ
ในเรื่องอารมณ์ หรืออื่นๆ
  
6:03 กล่าวคือ มีความอยาก
ที่จะต้องเติมให้เต็ม
  
6:07 และแน่นอนว่า
สิ่งที่เกิดควบคู่กันไปก็คือ...
  
6:11 ...ปัญหาของความสับสนว้าวุ่นทั้งปวง
 
6:15 กรุณาฟังอย่างรอบคอบ
ถึงสิ่งที่ผมกำลังชี้ให้เห็นนะครับ
  
6:18 อย่ายอมรับหรือปฏิเสธ
สิ่งที่เรากำลังคุยกัน...
  
6:22 ...เพราะเรากำลังคิดร่วมกัน
ผมขอย้ำว่าเป็นการคิดไปด้วยกันจริงๆ
  
6:33 เมื่อเราแสวงหา
การเติมเต็มจากผู้อื่น...
  
6:39 ...หรืออยากที่จะเป็น
หรือกลายเป็นอะไรสักอย่าง...
  
6:47 ...และจากนั้นจึงกระทำ
ซึ่งก็เป็นรูปแบบหนึ่งของการเติมเต็ม...
  
6:50 ในกระบวนการนั้นเอง
มีความผิดหวัง ไม่พอใจ...
  
6:54 ...ความวิตกกังวลทั้งหลายแหล่
ความกลัดกลุ้ม และอื่นๆ อีกมากมาย
  
7:03 แต่เมื่อเราคิดร่วมกัน
นั่นคือคุณละวางทัศนะ...
  
7:08 ...การตัดสินให้คุณค่า ฯลฯ ของคุณไว้...
 
7:12  
 
7:14 ...และคนอื่นก็ละวางของเขาเอง...
 
7:17 ...มันก็จะปราศจากการแบ่งแยก...
 
7:19 ...ดังนั้นจึงปราศจาก
ความรู้สึกที่จะต้องเติมให้เต็ม...
  
7:23 ...ผมไม่แน่ใจว่าคุณเข้าใจหรือเปล่า
 
7:26 และก็ไม่มีความรู้สึก
ขัดข้องใจอีกด้วย
  
7:32 กรุณาเข้าใจด้วยนะครับว่า
นี่ไม่ใช่การสรุปด้วยวาจา...
  
7:37 ...ไม่ใช่แนวความคิดเชิงอุดมคติ...
 
7:38 ...ไม่ใช่อะไรบางอย่าง
ที่จะต้องไขว่คว้ามาให้ได้...
  
7:47 ...แต่เป็นการตระหนัก
ถึงข้อเท็จจริงที่ว่า...
  
7:55 ...ตราบใดที่เราไม่ได้คิดร่วมกัน
ไม่ว่าในเรื่องอะไรก็ตาม...
  
8:04 ...จะเป็นเรื่องการเมือง ศาสนา
เศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ฯลฯ...
  
8:09 ...หากไม่ได้คิดร่วมกันแล้วละก็
จะต้องมีการแบ่งแยกอย่างแน่นอน...
  
8:11  
 
8:14 ...และจากการแบ่งแยกนั้น...
 
8:20 ...ก็จะเกิดความต้องการ
ที่จะให้ได้สมอยาก...
  
8:25 ...และเกิดผลอันหลีกเลี่ยงไม่ได้
นั่นคือความคับข้องใจ...
  
8:27 ...พร้อมทั้งความกลัดกลุ้มกังวล
และปฏิกิริยาต่างๆ ที่จะต้องตามมา
  
8:36 แต่เมื่อเราคิดร่วมกัน
สิ่งทั้งหมดนั้นก็จะยุติลง
  
8:45 ผมไม่แน่ใจว่า
คุณตามทันหรือเปล่านะครับ
  
8:54 ถ้าจะถามว่า
เมื่อคุณหรือพวกคุณบางคน...
  
9:01 ...ได้ฟังการพูด
เมื่อเช้าวันอาทิตย์ไปแล้ว...
  
9:08 ...ภายในจิตใจคุณได้ละวาง
ความคิดเห็นส่วนตัว...
  
9:16 ...วางข้อสรุปและประสบการณ์
ของคุณหรือยัง
  
9:22 หรือคุณยังยึดถือมันเอาไว้
ทั้งโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม...
  
9:30 ...แล้วพยายามที่จะคิดไปด้วยกัน
 
9:35  
 
9:39 ซึ่งนั่นก็แน่นอนว่าออกจะเขลาไป...
 
9:45 ...เพราะมันจะเป็นเพียงการพยายาม
สื่อสารกันด้วยคำพูดเท่านั้น...
  
9:49 ...แต่ในความเป็นจริงก็ยังคงมี
การแบ่งแยกฉะนั้นจึงมีความขัดแย้งด้วย
  
9:53 แต่เมื่อเราคิดร่วมกัน
ความขัดแย้งจะยุติลง
  
9:58 ไม่ทราบว่าคุณจะเข้าใจหรือเปล่า
 
10:01 แต่โปรดเข้าใจด้วยนะครับ
 
10:10 เพราะเวลาผ่านไปแล้ว
เป็นหลายๆ สหัสวรรษ...
  
10:15 ...มนุษย์เราก็ยังคงอยู่
กับความขัดแย้ง...
  
10:18 ...การดิ้นรน การต่อสู้ในรูปแบบต่างๆ...
 
10:24 ...ทั้งในทางกาย ทางจิต ทางอารมณ์
เอารัดเอาเปรียบกันและกัน...
  
10:28  
 
10:32 ...นี่คือพื้นฐานของความสัมพันธ์
ของมนุษย์ทั้งหมด
  
10:41 แต่ในการคิดร่วมกัน...
 
10:44 ...ความสัมพันธ์จะเปลี่ยนแปลง
ไปอย่างสิ้นเชิง
  
10:50 เพราะปราศจากการแบ่งแยก
 
10:54 หากคุณทะเยอทะยาน
ในขณะที่ผู้อื่นไม่เป็นอย่างนั้น...
  
10:58 ...นั่นก็จะเกิดการแบ่งแยก
 
11:01 หากคุณเชื่อในพระเจ้า หรือพระเยซู
หรือพระกฤษณะ หรืออะไรก็ตาม...
  
11:08 ...ในขณะที่ผู้อื่นไม่เชื่อ
นั่นก็จะมีการแบ่งแยก...
  
11:09 ...และย่อมมีความขัดแย้งด้วย
 
11:11 คุณอาจจะยอมทนผ่อนปรนซึ่งกันและกัน
ซึ่งเป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น...
  
11:17 ...แต่การแบ่งแยกก็ยังดำรงอยู่
เช่นความรู้สึกชาตินิยมและอื่นๆ
  
11:23 ถ้าเช่นนั้น ในการพูดหลายๆ ครั้งนี้...
 
11:28 ...ผมไม่แน่ใจว่ามีกี่ครั้ง
ประมาณสิบครั้งได้กระมัง...
  
11:30 ...หากพวกเราสักกลุ่ม
หรือทั้งหมดถ้าเป็นไปได้...
  
11:34 ...หรืออย่างน้อยสักสองสามคน...
 
11:40 ...จะให้ใจของเราเพื่อค้นหาว่า...
 
11:44 เราสามารถคิดร่วมกัน
อย่างแท้จริงได้หรือไม่
  
11:54 และหากเราทำเช่นนั้นแล้ว...
 
11:57 ...ความสัมพันธ์ระหว่างเราก็จะเกิด
การเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงใช่ไหม
  
12:02 ผมไม่ทราบว่าคุณเข้าใจหรือเปล่า
 
12:09 นอกจากนี้ เมื่อวันอาทิตย์
เราคุยกันด้วยว่า...
  
12:13  
 
12:25 ...ความคิดเชื่อว่ามีกระบวนการ
ที่วิวัฒนาการ ก้าวหน้าในทางจิตใจ...
  
12:31 ...ซึ่งทำให้มันพยายามที่จะมี
จะเป็นอะไรบางอย่างอยู่เป็นนิจ
  
12:35  
 
12:38 และเราก็พูดกันเรื่องกาลเวลาด้วยว่า...
 
12:42  
 
12:44 ( กรุณาฟังด้วยนะครับ ทดลองดู)
 
12:50 ...มีกาลเวลาในทางจิตใจ
เช่น วันพรุ่งนี้หรือ...
  
12:55 ...กล่าวคือ ในทางจิตใจแล้ว
มีอนาคตหรือไม่
  
13:02 หากไม่มีแล้วละก็...
 
13:07 ...ระหว่างมนุษย์สองคนผู้ปราศจาก
อนาคตกาลจะสัมพันธ์กันอย่างไร
  
13:11 คุณเข้าใจไหมครับ
 
13:16 เข้าใจคำถามของผมหรือเปล่าครับ
 
13:20 ไม่ใช่คำถามของผม
แต่เป็นคำถามของคุณต่างหาก
  
13:25 คุณอาจจะไม่เคยถามคำถามนี้
กับตัวคุณเองมาก่อน
  
13:28 แต่ตอนนี้มีคำถามอยู่ต่อหน้าคุณ
 
13:30 ฉะนั้นคุณก็ควรสนใจมัน
 
13:39 ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา...
 
13:44 ...ทั้งในทางศาสนา ทางการเมือง
และอื่นๆ อีกมากมาย...
  
13:45 ...เราได้ยอมรับแนวความคิด
เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง...
  
13:51 ...อย่างค่อยเป็นค่อยไปใช่ไหมครับ
 
13:57 ประเด็นนี้ชัดเจน
 
14:00 ฉันจะค่อยๆ สมบูรณ์แบบขึ้น
ทีละเล็กทีละน้อย...
  
14:03 ...ฉันจะค่อยๆ เป็นอย่างนี้ให้น้อยลง
เป็นอย่างนั้นให้มากขึ้น
  
14:09 ในความค่อยเป็นค่อยไปนี้
การสรุปรวบยอด...
  
14:14 ...การเทียบวัดความก้าวหน้า
หรือวิวัฒนาการ...
  
14:16 ...กลายเป็นสิ่งสำคัญไปโดยปริยาย
 
14:20 คุณตามทันไหมครับ
 
14:26 นั่นคือการเทียบวัดให้ค่าแก่สภาพ
ที่เราเคยเป็น ที่เรากำลังเป็นอยู่...
  
14:28  
 
14:34 ...และที่เราจะไปเป็น
ซึ่งเป็นการเทียบวัดให้ค่าทั้งสิ้น
  
14:37 การเทียบวัดหมายถึงกาลเวลา
และเราก็กำลังถามคำถาม...
  
14:46  
 
14:50 ...กำลังค้นหาร่วมกันว่า
กาลเวลาในทางจิตใจมีอยู่หรือ
  
14:57 แน่นอนว่า เวลาตามลำดับก่อนหลังนั้นมีอยู่...
 
15:00 ...เช่นเราจะมาเจอกันอีก
ในตอนเช้าวันมะรืน...
  
15:03 ...หากคุณต้องการ
อันนี้ชัดเจน
  
15:10 ถ้าคุณอยากจะไปตีกอล์ฟ
หรือไปดูหนัง...
  
15:13 ...หรืออะไรก็ตาม ก็จะมีวันมะรืน
 
15:16 แต่ว่าในทางจิตใจ ภายในจิตใจ
มีกาลเวลาอยู่หรือ
  
15:26 หรือความคิดได้สร้างกาลเวลา
ทางจิตใจขึ้น...
  
15:33 ...เพราะมันช่างเกียจคร้าน
และเฉื่อยชา...
  
15:38 ...และเพราะมันไม่รู้ว่า...
 
15:41 ...จะจัดการกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
อยู่จริงๆ ได้อย่างไรด้วย
  
15:46 มันจึงบอกว่าให้เวลาฉันหน่อย
 
15:52 ฉันไม่รู้ว่าจะเป็นอิสระ
จากความริษยาได้อย่างไร...
  
15:57 ...แต่ฉันจะค่อยเอาไปคิด...
 
16:01 ...ไปพิจารณา และก็ค่อยๆ จัดการ
กำจัดมัน ถ้าคุณต้องการจะกำจัด
  
16:05 แต่หากคุณต้องการ
เก็บมันไว้ก็ไม่เป็นไร
  
16:09 วิธีคิดเช่นนี้เป็นเงื่อนไข
ที่กำหนดเรามานานแล้ว
  
16:14 ใช่ไหมครับ
 
16:16 คุณตามทันไหมครับ
 
16:19 ไม่ใช่ทันในระดับถ้อยคำนะครับ
แต่กรุณาสำรวจดูภายในตัวคุณเอง
  
16:24 ด้วยว่านี่คือเงื่อนไข
ที่กำหนดคุณอยู่...
  
16:27 ...และก็มีใครสักคนอย่างผู้พูด
พูดขึ้นมาว่า "เป็นอย่างนั้นจริงหรือ"
  
16:30  
 
16:36 ทั้งนี้เพราะคุณได้ยอมรับ
มันเป็นจารีต...
  
16:38 ...เป็นจารีตที่ได้รับการอบรม
สั่งสอนกันมา มิใช่เชื่องมงายเอาเอง...
  
16:44 ...เพราะผู้คนทั้งหมด
ทั้งนักวิทยาศาสตร์และคนอื่นๆ...
  
16:46  
 
16:48  
 
16:53 ...พูดกันถึงความเจริญก้าวหน้า
ของมนุษย์ โดยอาศัยการสั่งสมความรู้...
  
16:58 ...ซึ่งก็คือเวลา ฯลฯ
และคุณก็ยอมรับมัน
  
17:00 แล้วผู้พูดก็มาพูดว่า...
 
17:03 "ดูก่อน คุณอาจจะผิดหมดเลยก็ได้
ลองสืบสอบดูไหม"
  
17:13 และเขาก็พูดว่า
อาจจะไม่มีวันพรุ่งนี้ในทางจิตใจ
  
17:20 คุณเข้าใจไหมครับ
 
17:22 โปรดเห็นความสำคัญ
ของคำถามนี้นะครับ
  
17:25  
 
17:27 จะเกิดอะไรขึ้นกับคุณหากคุณถาม
คำถามนั้นอย่างจริงจังยิ่ง...
  
17:32 ...มิใช่ถามอย่างเป็นแนวความคิด
แต่อย่างความเป็นจริง
  
17:39 ความเป็นจริงหมายถึง
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริง ณ บัดนี้
  
17:45 ใช่ไหมครับ
 
17:47 หากคุณถามคำถามนั้นกับตัวเอง...
 
17:50 ...แล้วคุณลักษณะของจิต
ที่ไม่ได้คิดถึงวันพรุ่งนี้...
  
17:54 ...ในทางจิตใจจะเป็นอย่างไร
 
17:59 ตามทันไหมครับ
 
18:05 เข้าใจคำถามไหมครับ
 
18:06 เกิดอะไรขึ้นเมื่อปราศจาก
อนาคตกาลในทางจิตใจ...
  
18:14 ...มันมีอนาคตอยู่ในแง่ที่ว่า...
 
18:16 ...คุณต้องไปกินอาหารกลางวัน
คุณต้องนอน คุณต้องทำสิ่งนั้นสิ่งนี้...
  
18:19  
 
18:22 ...แต่ในทางจิตใจแล้ว
หากปราศจากอนาคตกาล...
  
18:25 ...ความสัมพันธ์ของคุณกับผู้อื่น
จะเป็นอย่างไร
  
18:30 คุณเข้าใจหรือยังครับ
 
18:32 เห็นหรือยังครับ
 
18:36 คุณตอบคำถามนี้
ที่ถามทิ้งไว้เมื่อวานแล้วหรือยังครับ
  
18:43 ความสัมพันธ์กับภรรยา
หรือแฟนของคุณ...
  
18:47 ...หรือกับใครๆจะเป็นอย่างไร
หากไม่มีวันพรุ่งนี้
  
18:50  
 
18:59 ถ้าคุณมีวันพรุ่งนี้ในทางจิตใจ
คุณก็จะสร้างมโนภาพขึ้นมา...
  
19:07  
 
19:11 ...และคุณก็จะไล่ไข่วคว้าไปตามมโนภาพ
ที่เกี่ยวกับเธอหรือเขาคนนั้น...
  
19:16 ...คุณจะมีความทรงจำที่บ่มเพาะขึ้น
จากความสัมพันธ์กับคนๆ นั้น...
  
19:22 ...และคุณจะปฏิบัติไปตามความทรงจำนั้น
ตามประสบการณ์นั้น
  
19:27 คุณทำไปตามจิตภาพนั้น
 
19:30 ใช่ไหมครับ
 
19:33 ฉะนั้น เมื่อในทางจิตใจ
มีอนาคตกาลอยู่...
  
19:41 ...มันก็จะกลายเป็นกลไก
 
19:46 สิ่งที่ผมหมายถึงกลไก
คุณเข้าใจหรือเปล่าครับ...
  
19:47 ..การทำจนกลายเป็นกิจวัตรซ้ำซากจำเจ
ทำไปตามความทรงจำ
  
19:59 แต่ทีนี้ หากไม่มีวันพรุ่งนี้
ในทางจิตใจแล้วละก็...
  
20:05 ...จะเกิดอะไรขึ้น
ในความสัมพันธ์ของคุณ
  
20:09 ในความสัมพันธ์ที่ไม่ได้
เป็นเพียงแนวความคิด...
  
20:12 ...แต่ในความสัมพันธ์ที่เป็นจริง
ต่อภรรยา สามี...
  
20:17 .ต่อสามี เพื่อน ลูกชาย ลูกสาวของคุณ
จริงๆ แล้วอะไรจะเกิดขึ้นหรือครับ
  
20:19  
 
20:22 คุณเข้าใจไหมครับ
 
20:32 เรื่องที่พูดมานี้
คุณสนใจหรือเปล่าครับ
  
20:40 ซึ่งหมายความว่า
คุณไม่เพียงแต่ตรวจสอบแนวความคิด...
  
20:46 ...ตรวจสอบอิทธิพลกำหนดของอนาคตกาล
ในทางจิตใจเท่านั้น...
  
20:52 ...คุณได้เข้าใจความสำคัญทั้งหมด
ของมันอย่างมีเหตุมีผล...
  
20:56 ...อย่างชัดเจนและสมเหตุสมผล
แล้วพูดว่า...
  
20:59 "มันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็ได้"
 
21:04 ซึ่งนั่นก็คือคุณเกิดการรีรอและ
เคลื่อนไปจากอิทธิพลที่กำหนดคุณแล้ว
  
21:11 และเมื่อคุณถามคำถามนี้...
 
21:19 ...จิตใจของคุณจะเป็นอิสระ
ที่จะสังเกตและไม่ถูกผูกติด...
  
21:25 ...อยู่กับเงื่อนไขกำหนดที่ว่า
มีอนาคตดำรงอยู่อีกต่อไป
  
21:27 คุณเข้าใจหรือยังครับ
 
21:32 ความสัมพันธ์ของคุณ
ต่อผู้อื่นจะเป็นอย่างไร...
  
21:36 ...หากปราศจากวันพรุ่งนี้ในทางจิตใจ
 
21:58 ผมไม่อยากตอบคำถามนี้
 
22:00  
 
22:03 แต่เราจะค้นพบด้วยตัวเราเอง
ในขณะที่เราตรวจสอบไปด้วยกัน
  
22:07 ผมรู้ว่าคุณกำลังรอให้ผมตอบ
แต่มันไม่มีประโยชน์เลยครับ...
  
22:10  
 
22:11 ...เพราะมันจะเป็นเพียงคำพูด
และออกจะโง่เขลา
  
22:18 แต่หากคุณติดตามเรื่องนั้น
ในทิศทางที่แตกต่างออกไป...
  
22:25  
 
22:29 ...เราอาจจับสาระสำคัญ รวมทั้งความงาม
และสัจจะของมันได้ด้วย
  
22:42 ชาวฮินดูโบราณและชาวกรีก
ได้สร้างแนวความคิดเรื่องสังคมที่ดี
  
22:52  
 
23:00 กรุณาอย่าเพิ่งเบื่อ
กับเรื่องนี้นะครับ
  
23:08 พวกเขาบอกว่าสังคมที่ดี
ต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้
  
23:17 ชาวกรีกบอกว่าสังคมที่ดี
คือความยุติธรรม ฯลฯ
  
23:25 ชาวฮินดูโบราณบอกว่า
สังคมที่ดีจะเกิดขึ้นได้...
  
23:32 ...หากมีกลุ่มคนผู้สละโลก...
 
23:37 ...กรุณาระวังด้วยครับ ผมไม่ได้บอก
ให้คุณทำอย่างนั้นหรือทำอะไรทั้งนั้น
  
23:41 เพียงแต่ชี้ให้เห็นเท่านั้น...
 
23:45 ...มีกลุ่มคนผู้ไม่มีสินทรัพย์ใดๆ
เขาอยู่นอกสังคม...
  
23:52 ...และเพราะอยู่นอกสังคมเช่นนี้...
 
23:57 ...พวกเขาจึงเป็นผู้ที่มี
ความรับผิดชอบต่อสิ่งต่างๆ...
  
24:00 ...ที่ดำเนินอยู่ในสังคมด้วย
 
24:05 คุณตามทันไหมครับ
 
24:10 ไม่ใช่ว่าพวกเขาถอนตัว
ถอยห่างจากสังคม...
  
24:12 ...แต่เพราะการอยู่นอกสังคม...
 
24:17 ...พวกเขาจึงไม่อาจจะ
เสื่อมทรามฉ้อฉลได้...
  
24:23 ...เพราะเขาไม่ครอบครอง
ทรัพย์สมบัติใดๆ เลย
  
24:51 พวกเขาจึงมีความชัดเจนทั้งในทาง
ศีลธรรม จริยธรรมและทางศาสนา
  
25:04 พวกเขาจะไม่ฆ่า
และจะไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้
  
25:08 ลักษณะเช่นนี้อาจจะ
บังเกิดขึ้นในยุคหนึ่ง
  
25:13 แต่แล้วก็เช่นเดียวกับ
ทุกสิ่งทุกอย่าง...
  
25:16 ...มันเสื่อมถอยลงจนเหลือเป็นเพียง
สิ่งที่โลกรู้จักกันว่า พราหมณ์
  
25:23 ชาวกรีกมีความคิดแบบเดียวกัน
กล่าวคือสังคมที่ดีต้องมีอยู่ในโลก
  
25:27 ซึ่งมันก็คือสังคมในอุดมคติ
ที่ถูกกำหนดขึ้น
  
25:34 เป็นอุดมการณ์ เป็นแนวคิด
 
25:46 คุณเข้าใจนะครับ
 
25:53 เป็นอุดมคติที่สร้างขึ้นอย่าง
พิถีพิถัน ละเอียดลออตามที่เขาว่า...
  
26:00 ...เช่น พวกนิยมตามอริสโตเติล
หรืออื่นๆ...
  
26:05 ...แต่เป็นสังคมที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง
 
26:11 แต่ตอนนี้เรากำลังพูดว่า
...(กรุณาฟังนะครับ)...
  
26:15 ...ว่าเราสามารถทำให้เกิด
สังคมที่ดี...
  
26:19 ...ที่ไม่ได้เป็นสังคมในอุดมการณ์
ไม่ใช่สังคมในฝันที่สมบรูณ์แบบ...
  
26:25 ...ไม่ใช่บางสิ่งบางอย่าง
ที่จะต้องบรรลุหรือทำให้สำเร็จ...
  
26:30 ...แต่สังคม ซึ่งหมายถึง...
 
26:34 ...ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน
 
26:38 คุณตามทั้งหมดนี้ทันไหมครับ
 
26:41 กลุ่มของเราสามารถสร้างสังคมที่ดี
เช่นนั้นได้หรือไม่
  
26:46 รอสักครู่นะครับ
 
26:48 ชาวกรีกสร้างระบบสังคมขึ้นมา...
 
26:51 ...ชาวฮินดู และบางทีชาวจีน
ก็อาจจะคิดขึ้นด้วย...
  
26:54 ...แต่เรามิได้พยายามคิดสร้าง
แบบแผนสังคมอะไรทั้งสิ้น...
  
26:59 เรามิได้บอกว่าสังคมอุดมคติที่ว่า
สังคมต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
  
27:03 เรามิได้ทำอย่างนั้น
 
27:07 เพราะนั่นจะกลายเป็นยูโทเปีย
เป็นอุดมคติที่จะต้องปฏิบัติตาม...
  
27:10  
 
27:15 คุณตามทั้งหมดนี้ทันนะครับ
เป็นสิ่งที่จะต้องทำให้บรรลุ
  
27:23 แต่เรากำลังพูดถึงสังคมที่ดี
ที่สามารถเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ...
  
27:31  
 
27:35 ...คุณในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง
ผู้เป็นตัวแทนของมนุษยชาติทั้งมวล...
  
27:44  
 
27:49 มีความรับผิดชอบ
ต่อมนุษย์คนอื่นเท่านั้น
  
27:57 เมื่อเราพูดว่า
คุณคือมนุษยชาติทั้งมวล...
  
28:10 ...ก็เพราะว่าในทางจิตใจแล้ว
คุณเป็นเช่นนั้น
  
28:14 ใช่ไหมครับ
 
28:16 คุณอาจจะมีลักษณะศีรษะต่างออกไป
ผิวขาวกว่าหรือคล้ำกว่า...
  
28:21  
 
28:26 ...มีอาหารดีกว่าแล้วก็เลยสูงกว่าด้วย...
 
28:31 ...อาจจะอยู่ในภูมิอากาศปานกลาง...
 
28:34 ...อาจจะมีชื่อแตกต่างกันออกไป...
 
28:36 ...แต่ในทางจิตใจแล้ว
เรามีชีวิตอยู่ในระดับเดียวกัน...
  
28:44 ...มีความทุกข์โศกความเจ็บปวด
ความกังวล ความสับสนวุ่นวาย...
  
28:50 ...ความรู้สึกสิ้นหวัง ความเหงา
ความทุกข์โทมนัสอันแสนสาหัส
  
28:56 คุณตามทันนะครับ
 
29:03 สิ่งนี้ดำรงอยู่ทุกหนแห่งในโลกนี้
 
29:05 และนี้คือข้อเท็จจริง
มิใช่แนวคิดที่คุณเพียงแค่ยอมรับ
  
29:10 หากคุณไปที่อินเดียคุณจะพบเห็น
ปรากฏการณ์เหมือนกันกับที่นี่
  
29:13  
 
29:17 พวกเขามีผิวสีคล้ำกว่า
มีประชากรมากจนล้นและยากจน...
  
29:24 ...แต่ในทางจิตใจแล้ว
พวกเขาต่างวิตกกังวล...
  
29:27 ...รู้สึกไม่มั่นคงปลอดภัย
สับสน ทุกข์ทน...
  
29:30 ...บูชาสิ่งที่พวกเขาจินตนาการขึ้นมา
ไม่ต่างอะไรจากที่นี่เลย
  
29:34  
 
29:36 ฉะนั้น จึงเหมือนกันอย่างยิ่งทีเดียว
 
29:43 และในทางจิตใจนั้น
เป็นกระบวนการเดียวกัน...
  
29:48 ...ซึ่งอาจจะมีความหลากหลาย
แตกต่างกันไปบ้าง...
  
29:51 ...แต่แหล่งที่มาของกระบวนการนี้...
 
29:55 ...ล้วนเหมือนกันสำหรับ
มนุษยชาติทั้งมวลใช่ไหมครับ
  
29:56 คุณเข้าใจไหมครับ
 
29:59 ไม่ใช่เข้าใจอย่างเป็นแนวคิด
แต่เข้าใจตามความเป็นจริง
  
30:07 นั่นคือเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
จริงๆ ใช่ไหมครับ
  
30:10 ฉะนั้นคุณก็คือมนุษยชาติคนอื่น
 
30:24 หากคุณเข้าใจอย่างนี้
คุณจะไม่ให้ความสำคัญแก่ตัวคุณเอง...
  
30:27 ...อย่างมากมายมหาศาล
เช่นที่เป็นอยู่...
  
30:34 ...รวมทั้งความวิตกกังวลของคุณ
การเติมเต็มส่วนตนของคุณ...
  
30:40 ...และพวกปัญหาของการเอาตนเอง
เป็นศูนย์กลางความสำคัญทั้งหลาย...
  
30:44 ...ทั้งนี้เพราะคุณก็ไม่ต่างอะไร
จากคนอื่นๆ เลย
  
30:50 แต่คุณต้องแก้ปัญหานะครับ
 
30:56 ถูกต้องไหมครับ
 
30:59 ผมเริ่มจะเหนื่อยแล้วสิ
คุณล่ะครับ
  
31:08  
 
31:14 เราพูดว่า สังคมที่ดี
สามารถเกิดขึ้นได้ในทันที...
  
31:25 ...มิใช่เป็นสิ่งที่จะบรรลุผลในอนาคต
 
31:32 สังคมที่ดีนั้นเกิดขึ้นได้
เมื่อเราคิดร่วมกันได้เท่านั้น...
  
31:36  
 
31:39 ...ซึ่งนั่นหมายถึง
ไม่มีการแบ่งแยกระหว่างคุณกับผู้อื่น
  
31:45 จากนั้นความประพฤติทั้งหมด
ของเราก็เปลี่ยนไปด้วย
  
31:50 คุณเข้าใจไหมครับ
 
31:52 แล้วเราก็จะไม่
เอารัดเอาเปรียบคนอื่น...
  
31:57 ไม่ว่าในทางเพศ หรือในทางจิตใจ
โดยวิธีที่แนบเนียนแยบยลหลากหลายรูปแบบ
  
32:07 ใช่ไหมครับ
 
32:14 อย่างน้อยก็กรุณาให้เข้าใจ
ในระดับคำพูดนะครับ
  
32:17 แต่ความเข้าใจในระดับถ้อยคำนั้น
ไม่มีความหมายอะไรเลย...
  
32:23 ...เหมือนกับการไล่คว้า
กำอากาศด้วยมือเปล่าของคุณ
  
32:31 และเราบอกว่า หากมีพวกเราสักกลุ่ม
ที่สามารถคิดร่วมกันได้...
  
32:36  
 
32:43 ...สังคมที่ดีต้องดำรงอยู่
ในโลกอันน่าสยดสยองนี้...
  
32:47 ...ในโลกแห่งการฆ่าสังหารกัน
สังคมที่ไร้ซึ่งศีลธรรม...
  
32:51 ...ฉะนั้นผมจึงถามว่า...
 
33:01 ...ความสัมพันธ์ของคุณต่อผู้อื่น
จะเป็นอย่างไร...
  
33:03  
 
33:12 ...หากปราศจากอนาคตกาลในทางจิตใจ
 
33:18 คุณเข้าใจไหมครับว่าอะไรได้เกิดขึ้น
 
33:24 คุณเข้าใจไหมว่า
อะไรได้เกิดขึ้นกับจิตใจ
  
33:30 กรุณาฟังนะครับ
 
33:33 เกิดอะไรขึ้นกับจิตใจที่เคยชิน...
 
33:40 ...ที่ได้รับการฝึกฝน
ได้รับการศึกษามา...
  
33:46 ...มีอิทธิพลกำหนด
ให้ยอมรับแบบแผนของชีวิต...
  
33:52 ...ที่ดำเนินอยู่บนพื้นฐานของอนาคต
 
33:59 นั่นคือวิถีชีวิตของคุณ
 
34:07 ซึ่งวิถีชีวิตเช่นนั้นจะเกี่ยวข้องกับ
ความพยายามอย่างต่อเนื่อง...
  
34:14 ...เพื่อให้มีให้เป็นอะไรบางอย่าง
เพื่อจะบรรลุ...
  
34:19 ...มีการแข่งขัน เปรียบเทียบ
เลียนแบบ ต้องดิ้นรนต่อสู้อยู่เป็นนิจ
  
34:27 แต่หากด้วยสติปัญญา
คุณไม่ยอมรับวิถีชีวิตเช่นนั้น...
  
34:35 ...ซึ่งหมายความว่าคุณไม่ยอมรับ...
 
34:36 ...ว่ามีอนาคตกาลอยู่
ในความสัมพันธ์ของคุณกับผู้อื่น...
  
34:41 ...แล้วจะเกิดอะไรขึ้น
ในจิตใจของคุณหรือครับ...
  
34:45 ...อะไรเกิดขึ้นกับจิตใจของคุณ
 
35:09 นี่เป็นคำถามสำคัญ...
 
35:16 ...ถ้าคุณสามารถแก้ได้ด้วยตัวคุณเอง
-ไม่ใช่แก้นะครับ
  
35:39 หากจิตใจของคุณ
มีคุณลักษณะที่ไม่กระทำ...
  
35:44  
 
35:48 กรุณาฟังนะครับ
 
35:53 ไม่ได้กระทำจากมุมมอง
ที่เป็นอุดมการณ์...
  
35:57 ...กล่าวคือมีอุดมคติ
และกระทำไปตามอุดมคตินั้น...
  
36:00 ...ซึ่งหมายถึงมีการแบ่งแยก
ฉะนั้นเมื่อไม่มีอุดมคติใดๆ ทั้งสิ้น...
  
36:14 ...ย่อมไม่มีความพยายาม
ที่จะบรรลุอะไรบางอย่าง...
  
36:19 ...นอกจากการทำความเข้าใจ
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่จริงๆ
  
36:25 คุณเข้าใจแล้วหรือยังครับ
 
36:34 คุณหลับกันหมดแล้วหรือครับ
 
36:36 Q: ยังครับ
 
36:46 K:คุณมาบอกผมว่า
วันพรุ่งนี้ไม่มีหรอก
  
36:54 ผมตั้งใจฟังสิ่งที่คุณพูด
เพราะคุณอาจจะมีอะไรบางอย่าง...
  
36:59  
 
37:05 ...มีวิถีชีวิตที่ปราศจากความขัดแย้ง
 
37:13 เมื่อคุณบอกผมอย่างนั้น
 
37:19 ก่อนอื่นผมถามตัวเองว่า
ผมกำลังฟังคุณอยู่หรือไม่
  
37:28 ผมกำลังซึมซับสิ่งที่คุณพูด
อยู่จริงๆ หรือไม่
  
37:33 หรือว่าผมกำลังแปลความสิ่งที่คุณพูด
ให้กลายเป็นแนวคิด...
  
37:38  
 
37:39 ...และยอมรับแนวคิดนั้น...
 
37:43 ตั้งใจฟังดีๆ ด้วยนะครับ
 
37:46 คุณอาจปฏิเสธหรือยอมรับ
แนวคิดนั้นและก็พูดว่า...
  
37:51 ...ผมจะใช้ชีวิตให้เป็นไปตาม
แนวคิดนั้นได้อย่างไร
  
37:57 ตามทันไหมครับ
 
37:58 นี่คือสิ่งที่พวกคุณทั้งหมด
กำลังทำกันอยู่
  
38:04 ในขณะที่คนๆ นั้นบอกว่า
อย่าทำอย่างนั้น ฟังเฉยๆ
  
38:12 ฟังความเป็นจริงที่ว่า
คุณได้ใช้ชีวิตมาอย่างนี้...
  
38:17 ...เห็นผลที่ตามมา
ของการใช้ชีวิตอย่างนั้น...
  
38:19 ...และเห็นนัยของมันว่าคืออะไร...
 
38:21 ...เห็นอย่างเป็นเหตุเป็นผล
ทีละขั้นทีละตอน
  
38:26  
 
38:28 เพราะคุณใช้ชีวิตมาอย่างนั้น...
 
38:32 ...จิตใจของคุณจึงกลาย
เป็นกลไกอย่างสิ้นเชิง...
  
38:36 ...กลายเป็นกิจวัตรที่ซ้ำซาก
จำเจ ปฏิบัติไปตามนั้น
  
38:42 คนๆ นั้นยังพูดกับผมว่า...
 
38:47 ...ถ้าคุณเข้าใจความเป็นจริง
ที่พูดมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว...
  
38:53 ...ค้นหาด้วยตัวคุณเอง
ดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น
  
38:57 หากคุณไม่ได้คิดในแง่ของอนาคต
 
39:00 เกิดอะไรขึ้นกับคุณ
ในความสัมพันธ์ของคุณต่อผู้อื่น
  
39:07 การมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นก็คือ...
 
39:10 ...การที่เขากำลังคิดร่วมไปกับคุณ
อย่างเท่าเทียมกันด้วย
  
39:14 เข้าใจไหมครับ
 
39:15 และเขาก็พูดด้วยว่า
"ครับ ผมเห็นแล้วครับ"
  
39:18 ฉะนั้นขอให้เราทั้งสองคิดร่วมกัน
 
39:21 ผมละวางความคิดเห็นของผม
วางอคติของผม ฯลฯ
  
39:25 ดังนั้น เราจึงกำลังคิดร่วมกัน
 
39:28 คุณตามทันนะครับ
 
39:29 จากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น
 
39:37 ทั้งนี้เพราะเราทุกคนต้องการ
เราปรารถนาให้มีสังคมที่ดี...
  
39:44  
 
39:51 ...ที่ซึ่งเราไม่บาดหมางกัน ไม่ฆ่ากัน
ไม่ทำร้ายกันและกัน...
  
39:55 ...ไม่ทำสงครามกัน
หรือมีชีวิตอยู่อย่างหวาดกลัว...
  
39:59 ...และไม่มั่นคงปลอดภัยอยู่เป็นนิจ
 
40:05 เราล้วนต้องการสังคมที่แตกต่างออกไป
 
40:15 กรุณาฟังนะครับ คนบางคนบอกว่า
คุณสามารถมีสังคมที่ดีเช่นนั้นได้...
  
40:18  
 
40:22 ...หากคุณเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม
เปลี่ยนสิ่งแวดล้อมเสียใหม่
  
40:28 กลุ่มคอมมิวนิสต์ นักสังคมนิยม
และใครต่อใครในโลกพูดว่า...
  
40:33 ...เปลี่ยนสิ่งทั้งหมดนั้น
โดยอาศัยกฎหมาย...
  
40:37 ...หากเป็นไปได้
ก็ทำอย่างเป็นประชาธิปไตย...
  
40:39 ...หากไม่ได้ก็ทำอย่างเผด็จการ
แล้วก็กดขี่ บีบเค้น บังคับ...
  
40:45 ...แต่ต้องเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมให้ได้
 
40:51 พวกเขาลองพยายามเป็นสิบๆ วิธี
แต่มันก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริง
  
40:54  
 
40:56 มนุษย์ไม่เคยเปลี่ยน
 
41:01 ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ชาวคริสต์
หรือชาวฮินดู
  
41:04 เขาไม่เคยเปลี่ยน
อย่างถอนรากถึงโคนเลย
  
41:10 เพราะอะไรหรือ
 
41:13 เพราะเหตุผลทางเศรษฐกิจหรือ
 
41:16 เพราะเป็นเรื่องของความเชื่อหรือ
 
41:19 คุณเชื่อในพระเยซูเจ้า
แต่อีกคนไม่เชื่อ
  
41:23 เพราะเหตุใดกันหรือ
 
41:27 เพราะเหตุใดตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา...
 
41:34 ...ในโลกนี้จึงมีการแบ่งแยก
อยู่เช่นนี้เสมอ
  
41:41 แบ่งแยกเป็น ชาวอียิปต์ ชาวกรีก
ชาวโรมัน ชาวเปอร์เชีย...
  
41:45 ...คุณก็รู้ว่าล้วนมีการแบ่งแยกทั้งสิ้น
ทำไมเล่า
  
41:49 เป็นเพราะว่าไม่เคยมีมนุษย์สักสองคน...
 
41:51  
 
41:55 ...ที่ค้นพบว่าจะคิดร่วมกันได้อย่างไร
ใช่หรือเปล่า
  
41:58 คุณเข้าใจประเด็นของผมไหมครับ
 
42:06 คุณกับผมไม่สามารถคิดร่วมกันได้
 
42:10 ผมยินดีนะครับ
 
42:12 ผู้พูดกล่าวว่า "เห็นแก่พระเจ้าเถิด
ขอให้เรามาคิดด้วยกัน...
  
42:16 ...เพราะเราจะสรรค์สร้างโลก
ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง"
  
42:22 แต่คุณกลับพูดว่า "เสียใจด้วย
ฉันต้องการให้ทำตามความเห็นของฉัน...
  
42:24 ...ฉันชอบความเห็นของฉัน...
 
42:28 ...ฉันไม่สามารถปล่อยวางประสบการณ์
หรือความสุขเพลิดเพลินของฉัน"
  
42:36 ดังนั้นการแบ่งแยกจึงยังดำรงอยู่ต่อไป
 
42:45 ทีนี้ เรากล่าวว่า
คุณจะสามารถปล่อยวางสารพันสิ่ง...
  
42:48 ...ที่โง่เขลา ไร้ค่าของคุณ...
 
42:55 ...เช่น ความคิดเห็น
ประสบการณ์ของคุณ...
  
42:56 ...เพราะล้วนเป็นสิ่งที่ตายจาก
จบสิ้นไปแล้ว และบอกว่า...
  
43:02 "มาคิดร่วมกันเถิด" ได้หรือไม่
 
43:05 ดังนั้นจิตใจของเรา ไม่ใช่จิตใจของคุณ
ที่แตกต่างไปจากของผม...
  
43:11 ...แต่มันมีเพียงจิตใจเดียว
เมื่อเราคิดร่วมกัน
  
43:14 คุณเข้าใจไหมครับ
 
43:19 จากนั้นแล้วความสัมพันธ์ในชีวิต
ประจำวันของจิตใจเช่นนั้น...
  
43:24 ...กับจิตใจอื่นจะเป็นอย่างไรครับ
 
43:31 ท่านทั้งหลาย
 
43:35 Q:นั่นเป็นคำถาม
เชิงโวหารหรือเปล่าครับ
  
43:39 หากไม่ใช่ ผมก็อยากจะตอบ
แต่ผมไม่อยากรบกวนการพูดของคุณ
  
43:44  
 
43:49 K:ผมไม่ได้ยินครับ
ใครได้ยินบ้างครับ
  
43:54 Q:เขาถามว่า
นั่นเป็นคำถามเชิงโวหารหรือเปล่าครับ
  
43:56 K:ไม่ครับ มันไม่ใช่คำถามเล่นสำนวน
 
43:59 Q:ถ้าอย่างนั้น
คุณต้องการคำตอบจากผู้ฟัง...
  
44:02 ...ไม่ใช่จากตัวคุณเอง
 
44:04 K:นั่นคือสาเหตุ
ที่ผมกำลังรออยู่ครับ
  
44:05 Q:ผมกำลังจะให้คำตอบ
หนึ่งเดี๋ยวนี้ล่ะครับ
  
44:07 K:ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่คำตอบเดียว
 
44:09 Q:ผมให้ได้แค่คำตอบของผม
 
44:11 ผมตอบแทนคนอื่นๆ ไม่ได้...
 
44:12 K:อา! ถ้าอย่างนั้น
เราก็ไม่ได้กำลังคิดร่วมกันสิครับ
  
44:18 นั่นแหละคือประเด็นทั้งหมดล่ะครับ
 
44:21 ขออภัยด้วย
 
44:24 มันไม่ใช่ความเห็นของคุณ
หรือความเห็นของผมนะครับ
  
44:27 Q:ผมยังไม่ได้พูดว่า
เกี่ยวกับความเห็นเลยนะครับ
  
44:32 K:หมายถึง การแสดงความคิด
ความรู้สึกของคุณ
  
44:35 Q:เปล่าครับ
สิ่งที่ผมต้องการจะพูดคือแค่...
  
44:38 ...คุณถามว่าหากปราศจากกาลเวลา
ในทางจิตใจแล้ว...
  
44:41 ...ความสัมพันธ์ของคุณ
กับคนอื่นจะเป็นอย่างไร
  
44:44 และคำตอบของผมก็คือ
รอจนถึงวันพฤหัสบดีแล้วผมจะบอก...
  
44:46  
 
44:49 ...เพราะผมบอกคุณตอนนี้ไม่ได้
 
44:51 ผมทะเลาะกับภรรยามา 20 ปีแล้ว
 
44:54 K:คุณครับ คุณกำลังพูดว่า
ผมบอกคุณตอนนี้ไม่ได้
  
45:02 ผมทำอย่างนี้มา 20 ปีแล้ว...
 
45:05 ...ผมไม่อาจบอกคุณได้ตอนนี้...
 
45:07 ...แต่ในอนาคตข้างหน้า
อาจจะได้อย่างนั้นหรือครับ
  
45:09 Q:วันพฤหัสบดีครับ
 
45:12 เพราะที่ผ่านมาผมฟังคุณพูด
ในลักษณะที่ไม่ได้ฟังอะไร...
  
45:14 ...คือไม่ใช่เป็นการฟังเลย
 
45:17 แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่า ผมอาจจะ
อยู่ในคลื่นความถี่เดียวกับคุณ...
  
45:21 ..เพราะเข้าใจสิ่งที่คุณพูด แต่ต้องการ
เวลาสักเล็กน้อยเพื่อทดลองสิ่งนี้
  
45:25 ผมไม่สามารถให้คำตอบคุณได้ทันที
และไม่สามารถบอกคุณได้ว่า...
  
45:27 ...ความสัมพันธ์ของผม
กับคนอื่นเป็นอย่างไร...
  
45:30 ...ในเมื่อผมยังไม่มีโอกาส...
 
45:33 ...ที่จะสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ
ในชีวิตแต่ละวันเลย
  
45:36 K:นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังพูดครับ
 
45:38 ผมเข้าใจคำถามของคุณ
 
45:40 คุณพูดว่าผมยังไม่มีโอกาส
ได้ถามคำถามนี้กับตัวผมเอง...
  
45:43 ...ผมต้องการเวลาแล้วผมจะตอบคุณ
 
45:46 แต่ผมบอกว่า
คุณหลุดออกประเด็นแล้วครับ
  
45:49 ผมพูดว่าความเข้าใจของเรา
ยังไม่บรรจบกัน
  
45:52 เมื่อผมรักคุณ
 
45:59 แล้วเกิดอะไรขึ้นกับจิตใจอย่างนั้น
 
46:03 ที่กล่าวว่าผมปราศจากการแบ่งแยก
 
46:10 ทีนี้ มันไม่ใช่ว่าผมจะเอาไปคิดก่อน
เก็บเอาไปทบทวน...
  
46:19 K:เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น
คุณกำลังพลาดประเด็นของผมนะครับ
  
46:24  
 
46:27 Q:ก็มันเป็นไปไม่ได้
ที่คุณจะรู้ว่าอะไรเกิดขึ้น
  
46:30 K:คุณผู้หญิงจะแสดงความคิดเห็น
ด้วยหรือครับ
  
46:31 Q:ดิฉันคิดว่า
ถ้าคุณกำลังคิดร่วมกันอยู่
  
46:34 คุณมิอาจรู้ได้ว่าอะไรเกิดขึ้น
 
46:41 K:คุณทราบหรือไม่ว่าขณะนี้
 
46:43 ความสัมพันธ์ของคุณ
กับคนอื่นเป็นอย่างไร
  
46:46 Q:ไม่ทราบครับ
 
46:51 K:คุณไม่ทราบว่า
ความสัมพันธ์ของคุณกับคนอื่น...
  
46:53 ...ในขณะนี้เป็นอย่างไรหรือครับ
 
46:54 ...กับภรรยาของคุณ กับเพื่อนของคุณ
ลูกสาวหรือลูกชายของคุณ...
  
46:57 ...คุณทราบหรือไม่ว่า
มันเป็นอย่างไรในตอนนี้
  
47:00 Q:ไม่ทราบครับ
 
47:02 K:คุณไม่ทราบหรือครับ
 
47:06 Q:เรารู้ แต่...
(เสียงพูดจับใจความไม่ได้)
  
47:10 K:ผมกำลังถามคุณน่ะครับ
แสดงว่าคุณรู้น่ะสิครับ
  
47:12 Q:แน่นอน
 
47:13 Q:ฉันไม่ทราบค่ะ
 
47:19 คุณสุภาพสตรีผู้นี้บอกว่าไม่ทราบ
 
47:24 แล้วเพื่อนชายหรือสามีของคุณ
จะรับได้หรือครับ (เสียงหัวเราะ)
  
47:36 คุณกำลังเล่นเกมนะครับ
 
47:44 เราลองถามอีกแง่หนึ่งนะครับ
 
47:50 เราจะทำอะไรร่วมกันบ้าง
เพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในโลก
  
47:54  
 
48:02 เราก็ต่างบอกว่า
จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง
  
48:06 เราเห็นสรรพสิ่งกำลังเสื่อมทรามลง
คุณก็รู้ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นในโลก..
  
48:08  
 
48:10 ...ความเลวร้ายสารพัด
กำลังเกิดขึ้นในโลก
  
48:15 กรุณาฟังนะครับ แล้วเราจะทำอะไร
ร่วมกันได้บ้าง เพื่อเปลี่ยนแปลงมัน
  
48:21 Q:เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง
K:เดี๋ยวครับ เดี๋ยวก่อน
  
48:22 ผมกำลังจะพูดตรงนั้น
 
48:24 อย่าเพิ่งพูดว่าเปลี่ยนแปลงตัวเราเอง
คุณผ่านชีวิตมา 50 ปีแล้ว
  
48:29 Q:52 ครับ
K:52 แล้วหรือ!
  
48:43 คุณผ่านชีวิตมา 52 ปีแล้ว
 
48:45 แต่เหตุใดคุณจึงยัง
ไม่เปลี่ยนเสียทีเล่า
  
48:51 ซึ่งนั่นก็หมายความว่า
คุณยังยอมรับว่ามีอนาคตกาลอยู่อีก
  
48:56 จะต้องมีอะไรบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น
เพื่อทำให้คุณเปลี่ยนแปลง
  
49:01 ถ้าเช่นนั้นคำถามของผมก็คือ
เราจะทำอะไรร่วมกันได้บ้าง
  
49:03  
 
49:08 กรุณาฟังนะครับ
 
49:12 แม้ว่าคุณจะได้ฟังผู้พูด
มา 52 ปี, 10 ปี หรือ 5 ปีก็ตาม...
  
49:14 ...เราจะต้องทำอะไรร่วมกันบ้าง
เพื่อทำให้เกิดสังคมใหม่ขึ้นได้
  
49:28 ในช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์...
 
49:31 ...ชาวคาทอลิกเคยรวมตัวกัน
อย่างเหนียวแน่นมาก
  
49:35 ใครก็ตามที่ไม่เห็นด้วยจะถูกทรมาน
สอบสวนโดยการขู่เข็ญหรือถูกเผา
  
49:36  
 
49:42 แต่เขาก็ทำกันอย่างนั้นอยู่ช่วงหนึ่ง
เพราะเขายึดความเชื่อเดียวกัน...
  
49:45  
 
49:47 ...คุณทราบเรื่องเหล่านั้นหมดนะครับ
 
49:51 ตอนนี้สิ่งเหล่านั้นจบสิ้นไปหมดแล้ว
ไม่มีใครเชื่อในอะไรอีกแล้ว
  
49:58 และเราก็เห็นสังคม
อย่างที่มันเป็นอยู่นี้
  
50:02 แล้วเราจะทำอะไรร่วมกันได้บ้าง
 
50:09 เมื่อเราถูกถามเช่นนั้น แต่ละคนก็มี
แผนซึ่งแตกต่างกันออกไปใช่ไหมครับ
  
50:11  
 
50:15 ...มีแนวคิดต่างกัน
ความคิดต่างกันบ้าง...
  
50:17 ...ว่าให้ทำอย่างนี้ อย่าทำอย่างนั้น...
 
50:19 ...เราทั้งหมดต้องรวมตัวกัน
เพื่อเลือกประธานาธิบดีคนใหม่...
  
50:22 ...นักการเมืองคนใหม่
คุณเข้าใจไหมครับ
  
50:41 ฉะนั้น ผมจึงถามว่า...
 
50:48 ...ความเชื่อจะทำให้เรามารวมกันได้
กระนั้นหรือ
  
50:49 Q:ไม่ได้ครับ
K:ไม่ได้
  
50:53 K:แล้วอำนาจที่เหนือกว่าเล่า
จะนำเรามารวมกันได้หรือ
  
50:56 Q:ไม่ได้ครับ
 
51:03 K:แม้ว่าผมสัญญาว่า
จะให้สิ่งตอบแทนแก่คุณนะ
  
51:06 Q:ก็ไม่ได้ครับ
 
51:09 K:คุณจะเข้าถึงนิพพาน
หากคุณทำอย่างนี้
  
51:14 Q:ไม่ครับ
 
51:16 K:หรือหากคุณไม่ทำอย่างนี้
คุณจะตกนรก
  
51:20 เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยแบบแผน
ที่มีรางวัลและการลงโทษ
  
51:24 มีการได้และการเสียมาตลอด
 
51:27 ถ้าเช่นนั้น สิ่งใดหรือที่จะนำเรา
มารวมกันได้
  
51:32 ความเชื่อไม่อาจทำได้...
 
51:35 ...อำนาจที่เหนือกว่าไม่ว่า
ในรูปแบบใดๆ ล้วนทำไม่ได้..
  
51:41 ...รางวัลจากผู้อื่นซึ่งใช้เครื่องมือ
ที่จะทำให้คุณเปลี่ยน...
  
51:48 ...ก็ทำไม่ได้เช่นกัน
 
51:50 และถ้าหากมีคนกล่าวว่า...
 
51:53 ...คุณจะถูกลงโทษ
ที่ไม่เชื่อฟังในสวรรค์...
  
51:54 ...คุณจะพูดว่า
"ไปให้พ้นเถอะ อย่ามาพูดงี่เง่าเลย"
  
52:00 แล้วอย่างนั้น อะไรกันหรือ
ที่จะนำเรามารวมกัน
  
52:03 Q:การพยายามตั้งใจฟังครับ
 
52:12 K:แต่คุณก็ไม่ได้ฟังหากคุณมีอคติ
 
52:18 ใช่ไหมครับ
 
52:20 แล้วอย่างนั้นคุณจะละทิ้ง
อคติของคุณไหมครับ
  
52:23 แล้วเราก็กลับมาเรื่องเดิมอีกครั้ง
 
52:27 คุณจะละทิ้งความต้องการ
ส่วนตัวของคุณ...
  
52:29 ...ที่จะไปให้ถึงอุดมคติ
อันประเสริฐสุด...
  
52:33 ...การรู้แจ้งที่จะค่อยๆ
เกิดวิวัฒน์ขึ้นหรือ
  
52:37 คุณจะละทิ้งแนวคิดของคุณเกี่ยวกับ
การทำสมาธิว่าต้องเป็นอย่างไรหรือเปล่า
  
52:43 คุณสามารถปล่อยวาง
สิ่งทั้งหมดนั้นได้ไหม
  
52:50 และมันจะต้องใช้เวลาอีก52 ปี
หรือคุณบอกว่า...
  
52:55 "ครับ แม้ว่าในที่สุดผมกำลังจะตาย
แต่ผมก็หวังว่าจะละวางมันได้ครับ"
  
52:57 ตามทันไหมครับ
 
53:01 ดังนั้นสิ่งใดกันที่จะนำเรา
มารวมกันได้
  
53:03 ถามคำถามนั้นนะครับ
 
53:10 Q:ผมก็ไม่ทราบว่า
เพราะเหตุใดเราจึงไม่ได้ถามคำถามนั้น
  
53:13 K:ต่อเมื่อเราสามารถ
คิดร่วมกันเท่านั้น
  
53:16 ถูกต้องไหมครับทุกท่าน
 
53:20 เมื่อคุณและผมมองเห็นสิ่งเดียวกัน
 
53:26 มิใช่คุณเห็นสิ่งนั้นต่างออกไป
และผมก็เห็นต่างไป
  
53:31 แต่เมื่อเราทั้งคู่เห็น
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่จริงๆ...
  
53:35 ...อย่างที่มันเป็น...
 
53:38 ...เมื่อนั้นเราทั้งคู่
จึงจะสามารถมองด้วยกันได้
  
53:42 แต่หากคุณบอกว่า
นั่นมันไม่ได้กำลังเกิดขึ้นอยู่จริง...
  
53:44 ...มันเป็นเพียงจินตนาการเท่านั้น...
 
53:47 ...หรือว่ามันเป็นอย่างนั้น
อย่างนี้ อย่างโน้น...
  
53:48 คุณตามที่ผมพูดทันไหมครับ
 
53:51 แล้วอย่างนั้นอะไรเล่า
จะทำให้เราเข้ามารวมกันได้
  
54:00 ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องทางเพศนะครับ
ในโลกที่ปล่อยเสรีเช่นนี้...
  
54:03 ...นั่นเป็นเรื่องโง่เขลา
ที่เห็นชัดที่สุด...
  
54:10 ...และเราก็คิดว่านั่นคือการมารวมกัน
 
54:22 ขอให้เราถามในแง่ที่ต่างออกไปนะครับ
หากปราศจากวันพรุ่งนี้...
  
54:30 ...หรืออนาคตในทางจิตใจแล้ว...
 
54:38 ...การกระทำของฉันต่อผู้อื่น
จะเป็นอย่างไร
  
54:47 อนาคตในที่นี้หมายถึงการปราศจาก
อุดมคติและปราศจากอดีตด้วย
  
54:56 คุณเข้าใจไหมครับ
 
54:59 หากคุณปฏิเสธอนาคตในทางจิตใจ
ก็คือการที่คุณปฏิเสธอดีตด้วย
  
55:02  
 
55:06 ไม่ทราบว่าคุณตามทันหรือเปล่านะครับ
 
55:12 โอ!
 
55:18 คุณปล่อยวางอดีตเสียทีเถิดครับ
 
55:26 ปลดปล่อยความเจ็บปวดของคุณ
บาดแผลที่คุณได้รับ...
  
55:33 ความอยากที่ยังไม่บรรลุผล
ความวิตกกังวลต่างๆ...
  
55:41 ...ซึ่งสิ่งเหล่านี้คืออดีต...
 
55:46 หากในทางจิตใจปราศจากอนาคต...
 
55:51 ...ก็แสดงว่าปราศจากอดีตในจิตใจด้วย
 
55:55 ผมสงสัยว่าคุณเข้าใจหรือเปล่า
 
55:58 คุณไม่สามารถเอาอย่างหนึ่งไว้
และปฏิเสธอีกอย่างได้...
  
56:03 ...เพราะมันคือกระแสเดียวกัน
 
56:08 และนั่นคือปัญหายุ่งยากของเราล่ะ
 
56:14 ปัญหาอันยากยิ่งของเราคือ
การปล่อยวางทั้งอดีตและอนาคต...
  
56:18  
 
56:23 ...เพราะเรากลัว
 
56:29 ผมจะไม่พูดเรื่องนั้นในตอนนี้นะครับ
 
56:32 แต่ลองมองดูมัน
ดูสิ่งที่เรากำลังทำกันอยู่
  
56:33 เราต้องการเปลี่ยนแปลงโลก
 
56:35 มันเป็นเรื่องจำเป็น
เพื่อลูกหลานของเรา
  
56:38  
 
56:40 คุณรู้ไหมครับว่า หากคุณรักใครสักคน
ด้วยหัวจิตหัวใจ ด้วยเลือดเนื้อ...
  
56:43 ...ด้วยชีวิตทั้งหมดของคุณ
คุณรักใครคนนั้น...
  
56:47 ...และคุณมีลูกเล็กๆ ที่คุณรัก...
 
56:51 ...คุณอยากให้เขาเกิดมา
ในโลกนี้ละหรือ
  
56:56 แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี
 
56:59 แต่คุณก็คงไม่สนใจเรื่องนี้
 
57:03 Q:แต่คุณคิดว่า
จะทำอย่างนั้นได้จริงๆ หรือครับ
  
57:06 มีใครที่คุณรู้จักทำได้บ้างไหมครับ
 
57:11 K:จะทำอย่างนี้ได้อย่างแท้จริงหรือ
 
57:15 ...ท่านสุภาพบุรุษผู้นี้ซึ่งฟังผมพูด
มาเป็นเวลา 52 ปี เป็นคนถามนะครับ
  
57:18 ว่ามีคนที่ผมรู้จักที่ทำได้บ้างไหม
 
57:28 มันออกจะเป็นการอวดดีในส่วนของผม.
กรุณาฟังนะครับ
  
57:32 ...เป็นการอวดดี ไม่สุภาพ...
 
57:36 ...และไม่ถูกต้องเลยหากจะกล่าวว่า
ผมรู้จักใครคนนั้น
  
57:42 แต่สิ่งที่สำคัญคือ
ในขณะนี้ตัวคุณเองทำหรือเปล่า
  
57:47 ไม่ใช่คุณรู้จักใครบ้างไหม
 
57:53 มันเป็นการหลีกหนีจากตัวคุณเอง
เมื่อคุณพูดว่า...
  
57:57 "บ่งบอกคนที่ทำได้มาสักคนสิครับ
เพื่อให้เห็นผลที่เกิดขึ้น"
  
58:02 ส่วนผู้พูดก็ไม่สนใจ
เรื่องผลที่เกิดขึ้นเลย
  
58:07 เพราะหากเขาสนใจ
เขาก็จะต้องผิดหวัง...
  
58:11 ...เขาจะต้องเอารัดเอาเปรียบ
เขาจะเข้าไปอยู่ในโลกที่ต่างออกไป
  
58:17 ดังนั้นเราจะต้องทำอะไรด้วยกันบ้าง
 
58:22  
 
58:25 คุณรู้ไหมว่าหากคุณเข้าใจ
คำว่า "ด้วยกัน"
  
58:35 เสมือนยามที่คุณกุมมือ
ใครสักคนที่คุณชอบ...
  
58:41  
 
58:44 ...คุณอาจจะจับมือกันอยู่
ทว่าแต่ละคนก็คิดกันไปคนละทาง
  
58:50 ใช่ไหมครับ
 
58:54 นั่นแสดงว่าเขาไม่ได้อยู่ด้วยกันเลย
 
59:00 "ด้วยกัน" หมายถึง
การมีคุณลักษณะของจิตใจที่เหมือนกัน
  
59:08 เมื่อเขารักกัน
ก็จะมีคุณลักษณะที่เหมือนกัน
  
59:11 เข้าใจไหมครับ
 
59:14 การที่จะรักใครสักคนอย่างแท้จริง
(โอ้ คุณไม่รักหรอก)
  
59:18 ในสภาวะรักนั้นมันปราศจากอนาคตกาล
ใช่ไหมครับ
  
59:20 คุณจะไม่พูดว่า
"พรุ่งนี้ผมจะรักคุณ"
  
59:32 แล้วเราจะทำอย่างไรจึงจะเกิด
ความรู้สึกว่าเราไม่ได้แยกกัน...
  
59:35  
 
59:42 ...เราร่วมกัน ความรู้สึกนั้น
คุณลักษณะนั้น...
  
59:50 ...ภาวะความรู้สึกนั้น
คุณเข้าใจไหมครับ
  
1:00:06 ไม่ใช่เรื่องธรรมดาทีเดียว...
 
1:00:09  
 
1:00:13 ...ที่สุภาพบุรุษท่านนั้น
ฟังผมมาเป็นเวลา 52 ปี...
  
1:00:19 ...อีกท่านที่อยู่ตรงนั้น 20 ปี
และพวกคุณบางคนอาจจะ 10 ปี 5 ปี...
  
1:00:31 ...หรือมาฟังเป็นครั้งแรก
แต่อะไรเล่าจะทำให้คุณเปลี่ยน
  
1:00:43 ต้องโดนทุบที่ศีรษะหรือ
 
1:00:51 เสนอรางวัลให้คุณหรือ
 
1:00:54 อะไรจะทำให้คุณเปลี่ยน
เพื่อที่คุณจะบอกออกมาว่า...
  
1:00:57 "ดูก่อน สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต
คือการร่วมมือร่วมใจกัน"
  
1:01:23 Q:การปล่อยวางความกลัวค่ะ
 
1:01:26  
 
1:01:30 K:ปราศจากความกลัวใช่หรือเปล่าครับ
 
1:01:33 กรุณาฟังนะครับ
หรือว่าเพราะเราคิดว่า...
  
1:01:35  
 
1:01:40 เรารู้สึกมั่นคงปลอดภัย
อยู่ในการแยกตัวของเรา
  
1:01:51 Q:ใช่
 
1:01:52 Q:มันต้องเริ่ม...
 
1:01:54 K:คุณสุภาพสตรีครับ
กรุณาลองฟังสิ่งที่ผมพูดนะครับ
  
1:02:01 เพราะว่าเราแต่ละคนคิดว่า
เรามีชื่อเฉพาะของตน...
  
1:02:03  
 
1:02:07 ...มีรูปลักษณ์ มีงานการ
มีบัญชีในธนาคารของตัวเอง...
  
1:02:11 ...สังกัดอยู่กับชาติหนึ่งชาติใด
หรือกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด...
  
1:02:15 ...เราจึงคิดรู้สึกว่า
เราปลอดภัย เรามั่นคง
  
1:02:23 แต่ผมถามว่า
คุณมั่นคงปลอดภัยแน่หรือ
  
1:02:28 เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่
 
1:02:36 คุณตามทันนะครับ
 
1:02:37 คุณต้องการความมั่นคงปลอดภัย
อย่างสมบูรณ์แบบอยู่ในการแยกตนเอง...
  
1:02:44 ...แต่ในทันทีที่คุณ
แยกตัวออกไปนั้นเอง...
  
1:02:47 ...คุณก็ไม่อาจมี
ความมั่นคงปลอดภัยได้เลย
  
1:02:51 นั่นคือสิ่งที่ทุกประเทศพูดกัน
 
1:02:56 เราต้องมั่นคง เราต้องสะสมอาวุธ...
 
1:03:03 ...เราต้องป้องกันตัวเราจากคุณ
 
1:03:07 ดังนั้นมนุษย์แต่ละคนจึงต้องการ
ความมั่นคงปลอดภัยอยู่ในการแบ่งแยก...
  
1:03:14 โอ! เห็นแก่พระผู้เป็นเจ้าเถอะ
 
1:03:19 แต่เมื่อคุณแยกตัวออกมา
คุณไม่เคยเลยที่จะรู้สึกมั่นคง
  
1:03:34 K:นี่มิใช่ความเป็นจริงละหรือ
Q:ใช่ครับ
  
1:03:37 K:หากว่านี่คือความเป็นจริง
ก็จงอย่าแยกตน
  
1:03:45 คุณเห็นไหมครับว่า
คุณไม่ยอมรับความจริง...
  
1:03:48 ...แต่ก็บอกว่ามันเป็นเช่นนั้นจริง...
 
1:03:50 ...และคุณก็ยังพยายามเก็บเอา
ความเป็นจริงนั้น และก็ยึดมันเอาไว้
  
1:03:56 ไร้หวังแล้วหรือครับ
สำหรับคนรุ่นนี้
  
1:04:00 ไม่นะครับ
 
1:04:05 เรากำลังชี้ให้เห็นว่า
ความมั่นคงปลอดภัยที่แท้จริงนั้น...
  
1:04:11 ...จะเกิดขึ้นเมื่อเรา
ร่วมมือร่วมใจกัน
  
1:04:15 คุณเข้าใจไหมครับ
 
1:04:16 เมื่อเราคิดร่วมกัน
 
1:04:28 และจากนั้นเท่านั้น
ที่จะเกิดสังคมที่ดีงาม...
  
1:04:35 ...ที่ถูกต้อง มีศีลธรรม
และจะมีศานติได้
  
1:04:42 คุณทราบนะครับ
 
1:04:45 ในนั้นจะมีความมั่นคงปลอดภัย
ไม่ใช่ในสังคมที่คุณมีอยู่ตอนนี้
  
1:04:57 เอาล่ะ
 
1:04:59 เราจะมาเจอกันวันมะรืนใช่ไหมครับ