Krishnamurti Subtitles

ความดี ความรักและสัจจะ เกิดขึ้นได้โดยการใช้ระเบียบวินัยหรือ

Saanen - 15 July 1979

Public Talk 4



0:59 K:ผมคิดว่าเราควรจะสนทนากันต่อ...
 
1:01 ...ในเรื่องที่เราได้พูดไป
ในการพบกันสามครั้งที่แล้ว ณ ที่นี่
  
1:19 งานแต่ละอาชีพ งานที่ต้องใช้ทักษะ
ต่างก็มีวิธีการกฎเกณฑ์ของมันเอง
  
1:24 ถ้าหากคุณเป็นช่างไม้...
 
1:29 ...งานช่างไม้ก็ย่อมมีวิธีการปฏิบัติ
โดยเฉพาะของมัน...
  
1:35 ...ไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์
สถาปนิกหรืออื่นๆ...
  
1:39 ...แต่ละงานต่างก็มีระเบียบวิธี
กฎเกณฑ์ของมันเอง
  
1:48 และมนุษย์ทั่วทั้งโลกต่างก็เคยชิน...
 
1:54 ...กับแนวความคิด
เกี่ยวกับวิธีการหรือกฎเกณฑ์นี้...
  
1:57 ...ไม่เฉพาะแต่ในด้าน
เทคโนโลยีเท่านั้น
  
2:08 ...แต่ในเรื่องของจิตใจก็เช่นเดียวกัน
 
2:20 แม้ความสัมพันธ์ของเรา
ทุกรูปแบบก็มีกฎเกณฑ์ด้วย...
  
2:26 ...เพราะการศึกษาและวัฒนธรรมของเรา
สั่งสอนให้เรายอมรับกฎเกณฑ์
  
2:32 ถ้าทำได้ ผมอยากจะขอสืบค้น
เข้าไปในเรื่องนี้ให้ลึกซึ้ง
  
2:34  
 
2:40 ...ว่าทำไมมนุษย์
จึงต้องมีกฎเกณฑ์ มีวินัยด้วย
  
2:46 กรุณาตั้งใจฟังให้ดี
 
2:50 อย่าเพิ่งด่วนสรุป
และพูดว่าเราไม่จำเป็นต้องมีวินัย...
  
2:58 ...เราต้องมีชีวิตยู่ในสังคม
ที่ปล่อยเสรีเช่นที่เป็นอยู่นี้...
  
3:03 ...และการหักห้ามหรือการยับยั้ง
ในรูปแบบใดก็ตาม...
  
3:12 ...เป็นสิ่งที่ไร้มนุษยธรรม
ดังนั้นจึงสุดโต่งอีกด้านหนึ่ง
  
3:18 ดังที่เราได้พูดไปเมื่อวันก่อนว่า...
 
3:25 ...เราทุกคนจะต้องมีสมรรถภาพ...
 
3:30 ...ไม่เฉพาะแต่ในการฟัง
และเฝ้าดูร่วมกันเท่านั้น...
  
3:36 ...แต่จะต้องสามารถคิดร่วมกันด้วย...
 
3:40  
 
3:44 ...ซึ่งเห็นได้ชัดว่ายากยิ่งกว่านัก...
 
3:51 ...เพราะว่าเราถูกฝึก
มาจากศาสนาของเรา...
  
3:58 ...โดยวัฒนธรรมของเรา
ให้คิดคนเดียว คิดแยกออกมาต่างหาก
  
4:10 ดังนั้นจึงเกิดการแตกแยก
ทางความเห็น...
  
4:16 ...การวินิจฉัย
และการประเมินคุณค่าเสมอ...
  
4:23 ...เช่นความเชื่อของคุณ
ขัดแย้งกับอีกความเชื่อ...
  
4:26 ...อุดมการณ์หนึ่งขัดกับ
อุดมการณ์อื่นๆ เป็นต้น
  
4:31 ความแตกต่าง ความไม่ลงรอย
และการเป็นปรปักษ์เหล่านี้...
  
4:39 ...ทำให้แต่ละคนแยกห่างออกจากกัน...
 
4:45 ...และเมื่อมีการแยกออกจากกัน
ย่อมจะเกิดความขัดแย้งขึ้น...
  
4:48 ...ซึ่งปรากฏให้เห็นอยู่...
 
4:53 ...เช่นความขัดแย้งทางชนชาติ
ความขัดแย้งทางเผ่าพันธุ์...
  
4:57 ...ความขัดแย้งทางชนชั้น
ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ และอื่นๆ
  
5:03 ทีนี้เราจึงขอถามว่า
เป็นไปได้ไหมที่เราจะมาคิดร่วมกัน...
  
5:09  
 
5:11 ...ผมคิดว่าเป็นไปได้
เมื่อคุณปล่อยวางความคิดเห็นของคุณ...
  
5:13 ...การประเมินคุณค่า ประสบการณ์...
 
5:19 ...หรือข้อสรุปต่างๆ ของคุณ...
 
5:26 ...และรู้สึกถึงความจำเป็น
ของการคิดร่วมกัน
  
5:33 ถูกต้องไหมครับ
 
5:35 กรุณาทำอย่างนี้
ในขณะที่เรากำลังพูดคุยกัน...
  
5:38 ...ไม่ใช่คุณรอกลับไปทำที่บ้าน
หรือทำภายหลัง
  
5:41 ...แต่ทำในขณะนี้
ที่เรากำลังนั่งอยู่ร่วมกัน
  
5:45  
 
5:51 ขอให้เราค้นหาว่า
เป็นไปได้ไหมที่เราจะสื่อสารกัน
  
5:58 โดยไม่มีอะไรมาขวางกั้นระหว่างเรา
 
6:09 การที่ผู้พูดนั่งอยู่บนเวที
ไม่ได้เพื่อแสดงว่ามีอำนาจใดๆ เหนือกว่า...
  
6:14  
 
6:18 ...แต่เพื่อความสะดวก
ที่ทุกคนจะมองเห็นเขาได้
  
6:22 นั่นเป็นเหตุผลเพียงอย่างเดียว
ว่าทำไมเขาจึงนั่งอยู่บนเวที
  
6:32 เป็นไปได้หรือไม่
ที่เราจะมาคิดร่วมกัน...
  
6:35 ...เกี่ยวกับปัญหาทั้งหมด
เรื่องกฎเกณฑ์ วินัย ความพยายาม...
  
6:42 ...ดูว่าเป็นไปได้หรือไม่
ที่เราจะดำรงชีวิตอยู่...
  
6:47 ...โดยปราศจากความพยายามใดๆ
แม้แต่อย่างเดียว
  
6:56 ความพยายามหมายถึง
การดิ้นรนต่อสู้...
  
6:59 ...เพื่อจะเป็นอะไรบางอย่าง
หรือได้รับอะไรบางอย่าง...
  
7:05 ...ไม่เพียงเฉพาะในเรื่องของจิตใจ
แต่ในเรื่องของวัตถุด้วยเช่นกัน
  
7:11 เป็นไปได้หรือไม่
ที่จะกระทำโดยไร้ความพยายาม...
  
7:21 ...ที่จะมีความสัมพันธ์กันและกัน...
 
7:23 ...โดยที่ระหว่างคนสองคน
ไม่มีการดิ้นรนต่อสู้ใดๆ...
  
7:29 ...และไม่มีความขัดแย้งใดๆ
ภายในจิตใจ...
  
7:31 ...และที่จะคิดได้อย่างปลอดโปร่ง...
 
7:39 ...โดยไม่ได้ตั้งปณิธาน
ว่าจะคิดอย่างปลอดโปร่ง
  
7:46 เพราะทั้งหมดนั้น
แสดงนัยถึงความขัดแย้ง
  
7:50 เรามาพิจารณาปัญหานี้ร่วมกันได้ไหม
 
7:56 และในขณะที่เรากำลังสืบค้น...
 
8:03 ...ก็กำจัดสิ่งที่เห็นทิ้งไปด้วย
เพื่อให้เราสามารถปล่อยวางร่วมกัน...
  
8:09 ...โดยอาศัยการหยั่งเห็น การได้ยิน
และการคิดอย่างแจ่มชัดของเรา...
  
8:19 ...กระบวนการนี้เองจะปล่อยวาง
ปัจจัยต่างๆ ที่ขัดแย้งไม่ลงรอยกันออกไป
  
8:30 นั่นคือเรื่องที่เราจะมาพูดคุยกัน
เช้าวันนี้ ถ้าเราทำได้
  
8:43 ทหารทั่วทั้งโลก
เป็นผู้ที่มีวินัยอย่างสูง...
  
8:47  
 
8:53 ...และความมีวินัยนั่นเอง
ที่ส่งเสริมความรุนแรง
  
9:00 ผมไม่รู้ว่าคุณเคยคิดเรื่องนี้บ้างไหม
 
9:06 ทหารถูกฝึกวันแล้ววันเล่า
เดือนแล้วเดือนเล่า...
  
9:11  
 
9:15 ...ให้ต้องกดข่มบุคลิกภาพของเขา
กดข่มความอยากของเขา...
  
9:21  
 
9:24 ...ต้องทำตัวให้สอดคล้องกับแบบแผน
และวินัยนี้ก็เข้มงวดกวดขันจริงจัง
  
9:31 และวินัยเช่นนั้นเมื่อนำไปปฏิบัติ
เพื่อต่อต้านใครก็ตาม มันย่อมรุนแรง
  
9:38  
 
9:41 นั่นคือสงคราม
มันชัดเจน
  
9:44  
 
9:47 คำว่า "วินัย" หมายถึงการเรียนรู้...
 
9:52 ...ไม่ใช่การยอมตาม
ไม่ใช่การกดข่ม...
  
9:59 ...ไม่ใช่การลอกเลียนแบบ
แต่เป็นการเรียนรู้
  
10:08 ทีนี้ในการคิดร่วมกันของเรา
เรากำลังจะเฝ้าสังเกตว่า...
  
10:15 ...การกระทำในชีวิตแต่ละวันของเรา...
 
10:23 ...จะเป็นการกระทำ
ที่ไม่มีการยอมจำนนตาม...
  
10:29 ...ไม่มีการลอกเลียนแบบ
ไม่ว่าจะเป็นแบบแผน...
  
10:36 ...แนวความคิด ลัทธิชาตินิยม
และอื่นๆ ได้ไหม
  
10:39 ผมหวังว่าคุณกำลังติดตามฟัง
สิ่งที่พูดทั้งหมดนี้อยู่
  
10:44 สำหรับบางคน
อาจจะไม่เคยได้ยินเรื่องนี้
  
10:49 ดังนั้นกรุณาฟังอย่างตั้งใจ
 
10:55 การฟังหมายความว่า
คุณสนใจและมีความพยายามที่จะค้นหา
  
10:59  
 
11:03 คุณรู้ไหมว่า คุณอาจจะเคยฟัง
ตัวคุณเองมาแล้วมากมายหลายครั้ง
  
11:08 และคุณก็เคยฟังคนอื่นพูด
แต่เรามักจะฟังเพียงบางส่วนเสมอ
  
11:15 และเมื่อคุณฟังเพียงบางส่วน
เท่ากับคุณไม่ได้ฟังเลย
  
11:22 เมื่อใดที่คุณฟัง ก็ขอให้ฟังจริงๆ
 
11:27 ถูกต้องไหม
 
11:30 ทีนี้เราจะมาค้นหาว่า
ทำไมมนุษย์จึงยอมจำนน...
  
11:33 ...ทำตามกฎเกณฑ์ระเบียบวินัย...
 
11:40 ...ไม่เฉพาะในโลกทางวัตถุ
หรือโลกทางเทคโนโลยีเท่านั้น...
  
11:45 ...แต่ในโลกแห่งจิตใจด้วย
 
11:56 วินัยนี้จะช่วยปลดปล่อยมนุษย์
ให้เป็นอิสระจากนิสัยประหลาดๆ ของเขา...
  
12:00  
 
12:05 ...จากความขัดแย้ง ปัญหา
ความสัมพันธ์ของเขาและอื่นๆ ได้ไหม
  
12:11 คุณเข้าใจคำถามของผมไหม
 
12:14 ถูกต้องไหม
 
12:16 พวกคุณร้อนไหม
 
12:37 ประการแรกนั้น เราสามารถฟัง
โดยไร้ความพยายามได้ไหม
  
12:45 ไม่ใช่เฉพาะกับผู้พูดเท่านั้น
แต่เรียนรู้ศิลปะในการฟัง...
  
12:59 ...ซึ่งหมายความว่า
ไม่สร้างมโนภาพเกี่ยวกับผู้พูด...
  
13:02  
 
13:08 ...เกี่ยวกับบุคคลที่กำลังพูด
เช่น ภรรยา สามีของคุณหรือคนอื่นๆ...
  
13:11 ...ฟังโดยไม่มีภาพพจน์ใดๆ เกิดขึ้น
ในขณะที่คุณกำลังฟัง
  
13:16 ถูกต้องไหม
 
13:18 ไม่มีมโนทัศน์ใดๆ
ไม่ยึดติดอยู่กับความรู้ของเราเอง...
  
13:25  
 
13:27  
 
13:31 ...และเมื่อกำลังฟัง ก็อย่า
ตีความคำพูดไปตามความรู้ของคุณ
  
13:35 เพราะทั้งหมดนี้
ปฏิเสธการฟังที่แท้จริง
  
13:40 ถ้าหากคุณต้องการ
เห็นอะไรอย่างแจ่มชัด
  
13:48 คุณต้องให้ความใส่ใจกับมัน
 
13:57 ความใส่ใจหมายถึงไม่มีการเพ่งจิต
เป็นเพียงการเฝ้าสังเกตเฉยๆ...
  
14:02 ...เฝ้าดูสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงๆ
 
14:09 เหมือนกับนักวิทยาศาสตร์ชั้นดี
มองผ่านกล้องจุลทรรศน์...
  
14:14 ...เขาจะต้องดูว่า
อะไรที่กำลังเกิดขึ้นอยู่จริงๆ
  
14:21 แต่ถ้าเขามีข้อสมมุติฐาน
หรือข้อสรุปเกี่ยวกับสิ่งที่เขากำลังดู...
  
14:25  
 
14:27 ...เขาย่อมไม่สามารถเฝ้าดู
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างบริสุทธิ์
  
14:34 ถูกต้องไหมครับ
 
14:36 ดังนั้นจึงมีศิลปะในการฟัง
ศิลปะในการเฝ้าดู การเห็น...
  
14:41  
 
14:47 ...แล้วก็มีศิลปะในการคิดร่วมกัน
 
14:53 และจากนั้นจึงเกิดศิลปะในการเรียนรู้
 
14:56 เราจะสืบค้นในเรื่องทั้งหมดนี้
เดี๋ยวนี้เลย
  
15:00 ขณะนี้เรากำลังเข้าสู่
ศิลปะในการคิดร่วมกัน
  
15:08 ทั้งคุณและผู้พูดได้ปล่อยวาง
ปัญหาเรื่องส่วนตัว...
  
15:14 ...รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ทั้งหมด...
 
15:16 ...เพื่อที่เราจะสามารถคิดร่วมกัน
และเฝ้าดูปัญหาของเรา
  
15:23 ซึ่งไม่ใช่ปัญหาที่ผู้พูดนำเสนอ
แต่เป็นปัญหาของมวลมนุษย์
  
15:27  
 
15:30 ถูกต้องไหม
 
15:32 ดังนั้นเราจึงถามว่า...
 
15:36 ...ทำไมมนุษย์ตลอดทุกยุคทุกสมัย
จึงมีชีวิตอยู่ในสภาวะขัดแย้งเสมอมา
  
15:40  
 
15:48 ไม่ว่าในยามที่เขาเสาะหาพระเจ้า
หรือแสวงหาสรวงสวรรค์...
  
15:56 ...หรือไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตาม
ในความสัมพันธ์ของเรา...
  
15:58 ...ทั้งกับสิ่งภายนอก
และเรื่องภายใน...
  
16:05 ...หรือความสัมพันธ์ระหว่างกันของเรา
จะมีการดิ้นรนต่อสู้อยู่เสมอ
  
16:13 สภาวะนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
 
16:17 ทำไมเราจึงไม่สามารถมีชีวิต...
 
16:22 ...ที่ปราศจากเงามืด
ของการดิ้นรนต่อสู้ได้อย่างสิ้นเชิง
  
16:26 คุณเข้าใจคำถามของผมไหม
 
16:31 กรุณาถามคำถามนี้กับตัวคุณเอง...
 
16:37 ...และขอให้เราค้นหาสาเหตุที่แท้จริง
ของมันร่วมกัน
  
16:49 ที่ใดมีการแบ่งแยก
การดิ้นรนต่อสู้จะต้องดำรงอยู่
  
16:57 นั่นคือสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน...
 
17:01 การแบ่งแยกระหว่างคุรุและศิษย์
ระหว่างชนชาติต่างๆ...
  
17:07  
 
17:13 ...ตราบใดที่ยังมีการแบ่งแยก
ไม่ว่าชนิดใด...
  
17:21 ...ตราบนั้นจะต้องมีความขัดแย้ง
 
17:23 อันนี้ชัดเจน
 
17:27 ถูกต้องไหม
 
17:28 เรามองเห็นอย่างนั้นไหม
 
17:34 ตราบใดที่เราคิดว่าเราเหนือกว่าคนอื่น
ตราบนั้นจะต้องมีความขัดแย้ง
  
17:40  
 
17:43 ตราบใดที่เรายืนยันความคิดเห็น
หรือข้อวินิจฉัยของเรา...
  
17:48 ...ที่ตรงข้ามกับความคิดเห็น
หรือข้อวินิจฉัยของผู้อื่น...
  
17:50 ...ตราบนั้นจะต้องมีการแบ่งแยก
และความขัดแย้ง
  
17:52  
 
17:58 ในความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน...
 
18:02 ...แต่ละคนต่างก็ไขว่คว้า
ไปตามความทะเยอทะยาน หรือการเติมเต็ม...
  
18:08 ...หรือตามความอยากของตนเอง
จึงเกิดการแบ่งแยกทำให้มีความขัดแย้งขึ้น
  
18:12 ถูกต้องไหม
ผมหวังว่าคุณคงตามทัน
  
18:15 คุณกำลังเฝ้าดูชีวิตคุณอยู่
ไม่ใช่เพียงคำพูดหรือด้วยปัญญานึกคิด...
  
18:20 ...แต่เฝ้าดูสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงๆ
ในชีวิตแต่ละวันของคุณ
  
18:26 ถูกต้องไหม
 
18:29 ทีนี้เราขอถามว่า
การแบ่งแยกนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
  
18:31  
 
18:41 พระอาทิตย์ขึ้นแล้วตก
มีมืดและสว่าง...
  
18:46  
 
18:50  
 
18:55 ...มีหมู่ดาวที่แสงสุกสกาวและสวยงาม
และโลกที่มืดมิด...
  
18:58 ...มีผู้ชายและผู้หญิง...
 
19:00 ...มีธรรมชาติและมีโลกของเทคโนโลยี
 
19:06 ทั้งหมดในระดับนั้น
เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง
  
19:14 และในโลกภายใน
ถ้าหากคุณเฝ้าดูอย่างใส่ใจ...
  
19:21 ...ข้างในนั้น
ก็มีการแบ่งแยกเช่นกัน...
  
19:26 ...เช่น ฉันต้องและฉันต้องไม่
ฉันเคยเป็นและฉันจะเป็น...
  
19:34 ...ฉันจะบรรลุและฉันอาจจะไม่บรรลุ
 
19:39 ดังนั้นในจิตใจก็มีการแบ่งแยกอยู่เสมอ
เช่นเดียวกับภายนอก
  
19:43  
 
19:49 ถูกต้องไหม ใช่ไหมครับ
 
19:51 อย่างน้อยที่สุดพวกคุณบางคน
ก็เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับผม
  
20:01 เรากำลังถามว่าเพราะเหตุใด
สภาพนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
  
20:07 สภาวะนี้เป็นสภาวะปกติ
เป็นภาวะที่ดีตามธรรมชาติหรือไม่
  
20:15  
 
20:20 หรือว่าจริงๆ แล้ว
มันเป็นสภาวะที่ไม่ปกติ
  
20:28 เป็นสภาวะที่ไม่มีอยู่จริง
 
20:35 นี่คือสิ่งที่เรากำลังจะค้นหา
 
20:38 คุณตามทันไหม
 
20:41 ก่อนอื่นเราขอถามว่า
สภาพการแบ่งแยกนี้เป็นสิ่งปกติหรือไม่
  
20:44 และทำไมการแบ่งแยกนี้จึงดำรงอยู่
 
20:49 การแบ่งแยกระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์...
 
20:56 ...ความดีกับความเลว
สิ่งที่ดีกว่า และอื่นๆ...
  
21:00  
 
21:05 ...มีการแบ่งแยกการเปรียบเทียบ
การยอมทำตามแบบแผน และอื่นๆ ตลอดมา
  
21:11 สภาพเช่นนี้เป็นปกติไหม
 
21:16 เราได้ยอมรับว่ามันเป็นเรื่องปกติ
 
21:18 อย่างเช่นยอมรับสงคราม
ว่าเป็นเรื่องปรกติ
  
21:22 กรุณาพิจารณาตาม
เหมือนกับคนที่พูดว่า...
  
21:24  
 
21:29 "ฉันรู้ คุณไม่รู้"
"ฉันตีความพระวาจาของพระเจ้า และเธอรับฟัง"
  
21:34 เราได้ยอมรับลัทธิชาตินิยม
การแบ่งแยกชนชั้น...
  
21:39 ...หรือยอมรับลำดับชั้น
ว่าเป็นเรื่องปกติ เรื่องดี และจำเป็น...
  
21:45 ...เพราะเราคิดว่านั่นคือความก้าวหน้า
 
21:51  
 
21:56 ใช่ไหม
 
22:00 เราคิดว่านั่นคือวิวัฒนาการ
คือการบรรลุถึงสิ่งที่ดี
  
22:09 ใช่ไหม
 
22:12 ทีนี้เราขอถามว่า
สภาพนี้เป็นปกติไหม
  
22:19 เราถามเพื่อที่จะค้นหาร่วมกัน
ร่วมกันจริงๆ...
  
22:24 ...ไม่ใช่ว่าผู้พูด พูดอะไรออกไป
แล้วคุณก็ยอมรับหรือปฏิเสธ...
  
22:29 ...แต่เรามาสืบสวน
เข้าไปในปัญหาร่วมกัน...
  
22:34 ...ซึ่งหมายความว่า
เรากำลังคิดร่วมกัน...
  
22:38 ...ไม่ใช่คุณคิด แล้วผมก็ยอมรับ...
 
22:41 ...หรือผมคิดแล้วคุณก็ยอมรับ
หรือคุณปฏิเสธ หรือผมปฏิเสธ...
  
22:45 ...แต่เรากำลังคิด
และสำรวจตรวจสอบร่วมกัน
  
22:49 ถูกต้องไหม
ขอความกรุณาด้วยครับ
  
22:53 เพราะเราต้องการชี้ให้เห็นว่า
ยังมีหนทางของการดำรงชีวิต...
  
23:01 ...ที่ปราศจากความพยายามใดๆ ทั้งสิ้น
ทั้งทางกายภาพและในทางจิตใจ
  
23:06  
 
23:13 ถูกต้องไหม ถ้าเช่นนั้น
สภาพการดิ้นรนนี้เป็นปกติไหม
  
23:18 เราพูดว่า ใช่ มันเป็นปกติ
 
23:20 เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่าง
ต้องดิ้นรนเพื่อให้ดำรงอยู่
  
23:26 ธรรมชาติมีการต่อสู้ดิ้นรน
เพื่อความอยู่รอดตลอดเวลา...
  
23:34 ...เช่น เสือต้องฆ่ากวาง และอื่นๆ
 
23:40 การดิ้นรนนั้น
การต่อสู้นั้นเป็นเรื่องปกติ
  
23:45 เราคิดว่าเมื่อมันมีการต่อสู้ที่นั่น
 
23:48 มันก็จะต้องมีอยู่ที่นี่
ในชีวิตเราด้วยตามธรรมชาติ
  
23:53 และถ้าไม่มีการดิ้นรน
ไม่มีการเปรียบเทียบ...
  
23:58 ...ไม่มีการแข่งขัน
คุณก็ไม่สามารถก้าวหน้าไปได้
  
24:04 บางทีมันอาจจะเป็นเช่นนั้น
ในโลกของเทคโนโลยี...
  
24:10  
 
24:16 ...แต่เราได้ยอมรับว่ามันเป็นอย่างนี้
ในโลกของจิตใจด้วยเช่นกัน ใช่ไหม
  
24:20 ...ที่เรายอมรับว่า
ยิ่งเรามีความรู้มากเท่าใด...
  
24:24 ...พัฒนาการของมนุษย์
ก็จะยิ่งพัฒนาสูงขึ้น
  
24:29 ใช่ไหม
 
24:33 ยิ่งเรามีความรู้เกี่ยวกับจักรวาล...
 
24:37 ...เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมมากเท่าใด
มนุษย์ก็จะยิ่งได้รับการพัฒนา...
  
24:41 ...ยิ่งเป็นผู้มีการศึกษามากขึ้น...
 
24:45 ...และมีวิวัฒนาการสูงขึ้น
ในด้านจิตวิญญาณ
  
24:52 ทั้งหมดนั้นแสดงถึงการดิ้นรนต่อสู้
 
25:05 ทำไมจึงมีการแบ่งแยกเช่นนี้
 
25:11 หรือเราได้รับเอาแนวความคิด
มาจากความเป็นจริงที่ว่า...
  
25:17 ...ฉันต้องดิ้นรนทำงานพลิกผืนดิน...
 
25:23 ...เพื่อเพาะปลูกพืชผักผลไม้กินได้
ใช่ไหม
  
25:31 หรือมันเป็นเพราะการดิ้นรนต่อสู้
ในโลกภายนอก...
  
25:36 ...เพื่อความอยู่รอดล้วนๆ...
 
25:39 ...ที่ทำให้แนวความคิดเช่นนั้น
หรือความเป็นจริงอย่างนั้น...
  
25:45 ...เคลื่อนเข้ามาสู่
โลกของจิตใจใช่ไหม
  
25:49 คุณตามทันไหม
 
25:52 หรือว่าเรื่องทั้งหมดนี้
เป็นเหตุผลทางวิชาการมากเกินไป
  
25:58 ผมไม่คิดว่า
เรื่องนี้เป็นวิชาการมากเกินไป...
  
26:01 ...มันเป็นแค่การอธิบาย
ให้ชัดแจ้งเท่านั้น
  
26:04 การทำให้กระจ่างด้วยคำพูด
 
26:11 เราจะต้องเริ่มต้น
ด้วยคำอธิบายทางคำพูดที่มีเหตุผล...
  
26:16 ...มิฉะนั้นแล้ว
เราจะไม่สามารถสื่อสารระหว่างกันได้
  
26:19 ถ้าหากคุณพูดว่าเรื่องนั้น
ซับซ้อนเกินไปสำหรับฉัน...
  
26:23 ...สูงส่งเกินไป
หรือเป็นทฤษฏีมากเกินไป...
  
26:27 ...คุณก็จะหยุดการสืบค้น
หรือค้นหาด้วยตัวคุณเอง...
  
26:32 ...ว่าทำไมมนุษย์จึงดำรงชีวิตเช่นนี้
ต้องดิ้นรนต่อสู้มานับพันๆ ปี
  
26:36  
 
26:47 นั่นใช่เหตุผลหรือไม่
 
26:51 เรามองเห็นการดิ้นรนต่อสู้
การขัดแย้งเกิดขึ้นในธรรมชาติ...
  
26:57 ...เราเห็นว่า การเรียนรู้ภาษาใหม่
ย่อมหมายถึงมีความตึงเครียด...
  
27:01 ...ความขัดแย้ง
และความใส่ใจอยู่ในระดับหนึ่ง
  
27:05 การเรียนรู้เพื่อสั่งสมความชำนาญ
ต้องใช้ความพยายาม...
  
27:10 ...บางทีเป็นเพราะเหตุนั้น...
 
27:14 ...เราจึงได้ยอมรับกระบวนการเช่นนั้น
เข้ามาในเรื่องของจิตใจ
  
27:18 นั่นคือความเป็นจริงอย่างหนึ่ง
เรากำลังถามคำถามนั้น
  
27:25 หรือเป็นเพราะว่ามนุษย์ทั่วทั้งโลก...
 
27:29 ...พากันเน้นย้ำ
ทั้งในวัฒนธรรม ในศาสนา...
  
27:36 ...และในกิจกรรมของพวกเขา...
 
27:39 ...ว่า ตัวตน หรือตัวฉัน
แยกต่างหากจากตัวคุณใช่หรือไม่
  
27:41  
 
27:48 คุณเข้าใจไหม
 
27:52 ดังนั้นวัฒนธรรม ศาสนา
เศรษฐศาสตร์ การเมือง...
  
27:57 ...ทุกสิ่งทุกอย่าง
ได้อบรมสั่งสอนผู้คน...
  
28:02 ...ให้พากันมีแนวความคิดหรือมโนทัศน์
ว่าเป็นตัวฉันและตัวคุณ
  
28:09 เมื่อเป็นเช่นนั้น
จึงเกิดการแบ่งแยกขึ้นมา
  
28:12 และในความเป็นตัวฉันนั้น
ก็มีการแบ่งแยกจนนับไม่ถ้วน
  
28:18 ใช่ไหม
 
28:25 "ตัวฉัน" ที่ทั้งต้องการและไม่ต้องการ
 
28:30 "ตัวฉัน" ที่พูดว่า "ฉันจะเป็น
ฉันเคยเป็น ฉันจะต้องเป็นในอนาคต"
  
28:31  
 
28:36 นั่นคือเหตุผลใช่ไหม
 
28:42 นั่นคือสาเหตุ
ของการแบ่งแยกนี้ใช่ไหม...
  
28:46 ...ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาโดยวัฒนธรรม
ศาสนา และอื่นๆ
  
28:52 นั่นคือประการที่สอง
 
28:54 หรือเป็นเพราะมนุษย์แต่ละคน
แสวงหาการหลุดพ้นส่วนตนของตนเอง...
  
29:01  
 
29:07 ...แสวงหาความมั่นคงของตนเอง
แสวงหานิพพาน สวรรค์...
  
29:11 ...หรือความสว่างด้วยตัวเอง
เพื่อตัวเอง ใช่ไหม
  
29:21 และมนุษย์มีแนวความคิดที่ว่า
เมื่อคุณบรรลุถึงสภาวะนิพพาน...
  
29:24 ...จากนั้นพวกคุณทุกคน
ย่อมเป็นหนึ่งเดียว
  
29:27 คุณตามทันไหม
 
29:32 ดังนั้นนี่คือสิ่งที่เราถูกสอน
ได้รับการส่งเสริม...
  
29:38 ...อบรมหรือถูกครอบงำมา
 
29:42 ถูกต้องไหม
 
29:48 และ "ผู้ชาย" ที่จริงเมื่อผมพูดว่า
"ผู้ชาย" ก็อาจจะมี "ผู้หญิง"...
  
29:52  
 
29:55 ...ที่อยู่ตรงข้ามกับผู้ชาย
(เรียกร้องสิทธิสตรี) และอะไรทำนองนี้...
  
30:01 ...ทำไมมนุษย์
ถึงยังไม่สืบค้นในปัญหานี้
  
30:09 ไม่มีนักบุญคนใดสืบค้นเรื่องนี้
 
30:14 ไม่มีครูบาอาจารย์
ทางศาสนาคนใดสืบค้นเรื่องนี้
  
30:17 พวกเขาบอกว่าในที่สุดแล้ว
คุณจะถึงจุดซึ่งไม่ต้องใช้ความพยายาม...
  
30:22 ...แต่คุณจะต้องใช้ความพยายาม
เพื่อไปให้ถึงสภาวะสูงสุด...
  
30:27 ...ดังนั้นคุณจึงต้องดิ้นรน
คุณต้องยอมตาม คุณต้องมีวินัย...
  
30:31 ...คุณต้องทรมานด้วยการอดอยาก
คุณต้องอดอาหาร คุณต้อง…
  
30:34 ...ทั้งหมดนั้น คุณรู้ดี คุณต้องทำตาม
หรือยอมรับอำนาจที่เหนือกว่า
  
30:37  
 
30:50 เมื่อเห็นอย่างนั้น
เราจึงเริ่มตั้งคำถามกับสภาพเช่นนี้
  
30:58 เราจึงถามว่า มันเป็นไปได้หรือ
 
31:02 เราเห็นสาเหตุต่างๆ ของการแบ่งแยกนี้
 
31:07 แบ่งแยกทางการเมือง ศาสนา
ประเทศชาติ...
  
31:11 ...แบ่งแยกเป็นชาวอาหรับ ชาวยิว
ชาวฮินดู ชาวมุสลิม คุณเข้าใจไหม
  
31:14 ...แบ่งแยกเป็นพวกเผด็จการ
พวกทุนนิยม...
  
31:15 ...ทั้งหมดเหมือนกันทั้งนั้น
 
31:21 ดังนั้นสภาวะการแบ่งแยกเช่นนี้
เป็นปกติไหม
  
31:25 หรือว่าเรายอมรับและเคยชิน
อยู่กับปัญหา การแยกตัว...
  
31:32 ...แล้วเอาตนเอง
เป็นศูนย์กลางความสำคัญ...
  
31:39 ...เราแสวงหาความมั่นคง
อยู่ในการแยกตัวนั้น...
  
31:45 ...แต่ก็ไม่เคยหามันพบ...
 
31:56 ...เพราะเมื่อเราแยกตนออกโดดเดี่ยว
เราจะไม่มีวันรู้สึกมั่นคงได้เลย
  
32:02 ใช่ไหม ผมไม่แน่ใจว่าคุณเข้าใจไหม
 
32:11 ทีนี้ เมื่อประเทศหนึ่งแยกตัวออกมา
จากอีกประเทศหนึ่ง...
  
32:21 ...แล้วทั้งสองประเทศ
จะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร
  
32:24 สงครามย่อมจะเกิดขึ้น
คุณก็รู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้น
  
32:29  
 
32:34 แต่กระนั้นมนุษย์เราต่างก็กำลัง
แยกตัวเองในทุกๆ กิจกรรมของเรา...
  
32:41 ...แล้วก็พยายามค้นหา
ความมั่นคงปลอดภัยจากการแยกตัวเองนั้น...
  
32:48 ...แล้วไปมีสัมพันธภาพกับผู้อื่น
ที่แยกตนเองอยู่เช่นกัน...
  
32:50  
 
32:54 ...ความขัดแย้งย่อมจะต้องเกิด
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  
32:58 เมื่อเป็นเช่นนั้น
จึงไม่มีความมั่นคงปลอดภัย ถูกต้องไหม
  
33:02 ความมั่นคงปลอดภัยหมายถึง
สภาวะจิตใจที่ไม่มีความขัดแย้งใดๆ
  
33:10 คุณตามทันไหม
ใช่ไหมครับ
  
33:15  
 
33:23 การแบ่งแยกนี้เป็นมายา...
 
33:27 ...เป็นความหลงผิด
ที่ความคิดสร้างขึ้นมาใช่ไหม
  
33:32 หรือว่ามันเป็นความเป็นจริง
ในแง่ที่เป็นของแท้ ถูกต้องใช่หรือไม่
  
33:43 ถูกต้องไหม
 
33:46 หรือมันเป็นผลของความคิด
 
33:51 คุณเข้าใจไหม
 
33:55 เรามีความสามารถที่จะคิด...
 
33:59 ...อย่างน้อยที่สุด ผู้คนส่วนมาก
มีความสามารถที่จะคิดได้...
  
34:02 ...ในขอบเขตจำกัดหนึ่ง
หรือคิดได้กว้างขวาง
  
34:05 เราสามารถที่จะคิดอย่างกระจ่างชัด
 
34:07 หรือคิดอยู่ในมายาภาพ
ที่ความคิดสร้างขึ้น
  
34:13 ใช่ไหม
 
34:14 ทั้งหมดนี้คุณตามทันไหม
 
34:24 อย่างที่เราเคยพูด...
 
34:29 ...ว่าความคิด คือ การตอบสนอง
ของความทรงจำ ประสบการณ์ และความรู้
  
34:37 ถูกต้องไหม
 
34:39 คุณได้สะสมความรู้บางอย่างขึ้นมา
โดยอาศัยประสบการณ์...
  
34:44 ...และความรู้นั้น
กลายเป็นความทรงจำ...
  
34:47 ...และความทรงจำนั้น
ก็จะตอบสนองออกมาเป็นความคิด
  
34:50 นี่เห็นได้ชัดเจน
เราไม่ต้องมาถกกันในจุดนี้
  
34:55 นั่นคือความรู้คืออดีต
ประสบการณ์คืออดีต
  
35:01 ความทรงจำก็อยู่ในอาณาจักรของอดีต...
 
35:05  
 
35:10 ...ดังนั้นเมื่อความคิดอยู่ในห้วงอดีต
ความคิดจึงถูกจำกัด
  
35:17 ถูกต้องไหม
 
35:19 ผมสงสัยว่าคุณจะเข้าใจทั้งหมดนี้ไหม
 
35:25 อะไรครับ
กรุณาอย่าเพิ่งเห็นด้วย
  
35:28 ลองเฝ้าดูมัน
มันเห็นได้ชัดเจนเหลือเกิน
  
35:31 ดังนั้นความคิดก็คือ
การเคลื่อนไหวของอดีต
  
35:36 การเคลื่อนไหวที่ปรับเปลี่ยน
ตัวมันเองในปัจจุบัน...
  
35:41 ...แล้วเคลื่อนต่อไป
แต่ก็ฝังรากอยู่ในห้วงแห่งอดีตเสมอ
  
35:46 ดังนั้นมันจึงถูกจำกัด
 
35:50 ถูกต้องไหม
 
35:53 มันไม่เป็นเช่นนั้นหรือ
กรุณาค้นหาร่วมกับผม
  
36:01 ความคิดได้สร้างแนวคิดว่ามี "ตัวฉัน"
แยกต่างหากจากตัวคุณใช่ไหม
  
36:09  
 
36:16 ทั้งหมดนี้คุณตามทันไหม
 
36:19 ความคิดสร้างความเป็นชาติต่างๆ ขึ้นมา
ไม่ใช่หรือ
  
36:25 ความคิดสร้างนิกายโรมันคาทอลิก
และนิกายโปรเตสแตนต์ขึ้นมาไม่ใช่หรือ
  
36:31 ความคิดสร้างชาวยิวและชาวอาหรับ...
 
36:35 ...สร้างชาวมุสลิม ชาวฮินดู
และอื่นๆ ไม่ใช่หรือ
  
36:39 ความคิดแบ่งแยกสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่หรือ
 
36:42 ใช่ไหม มันเห็นได้ชัดนะครับ
 
36:46 และในการแบ่งแยกนี้ ความคิด
คาดหวังที่จะพบความมั่นคงปลอดภัย
  
36:50  
 
37:01 ถูกต้องไหม
แน่นอน
  
37:03  
 
37:06 หากคุณไม่พบความมั่นคงปลอดภัย
ในการแยกตัวออกมา
  
37:12 คุณย่อมจะพบสิ่งอื่นบางอย่าง
 
37:14 คุณตามทันไหม
 
37:16  
 
37:19 ดังนั้นผมขอถามว่า
ในเมื่อความคิดเป็นสิ่งจำกัด
  
37:21 เพราะว่ามันคือการตอบสนองของอดีต...
 
37:24 ...ดังนั้นไม่ว่ากรณีใดๆ
มันต้องจำกัดเสมอ...
  
37:26  
 
37:33 ...และความคิด
ได้ทำให้เกิดการดำรงอยู่...
  
37:39 ...ที่แต่ละคน
สร้างตัวตนที่แยกออกจากกัน...
  
37:46 ...และในการแยกตัวตนเช่นนี้
ก็เพื่อจะได้รู้สึกมั่นคงใช่ไหม
  
37:51 พวกเราตามทันไหม
 
37:56  
 
38:10 และสิ่งที่ความคิดสร้างขึ้นมา
ก็มีอยู่จริงเช่นเดียวกัน...
  
38:14 ...อย่างเช่น เต็นท์ หลอดไฟฟ้า...
 
38:18 ...สิ่งที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีทั้งหมด
นั่นเป็นของจริง มีอยู่จริง
  
38:28 แต่ทว่า "ตัวฉัน" หรือตัวตน
เป็นของจริงไหม
  
38:35 คุณเข้าใจไหม
 
38:37 ความคิดได้สร้างโลกของเทคโนโลยี
โลกแห่งสถาปัตยกรรม กวีนิพนธ์...
  
38:46 ...สร้างอนุสาวรีย์ สวนสวยๆ
งานไม้ชั้นยอด โบสถ์ที่ยิ่งใหญ่...
  
38:49  
 
38:55 ...และความคิดก็ได้สร้างสิ่งต่างๆ
ที่อยู่ภายในโบสถ์ด้วยเช่นกัน
  
39:02 ถูกต้องไหม
 
39:04 ผมสงสัย...
ชัดเจนนะ
  
39:07 บรรดาพิธีกรรม ความเชื่อฝังหัว...
 
39:10 ...และการแสดงจำอวดทั้งหมด
ที่ดำเนินอยู่ในทุกๆ โบสถ์...
  
39:14 ...ในทุกๆ วัด และในทุกๆ สุเหร่า...
 
39:16 ...ทั้งหมดคือกระบวนการ
แห่งการเคลื่อนไหวของความคิด
  
39:21 ถูกต้องไหม
 
39:24 ดังนั้นเราจึงขอถามว่า "ตัวฉัน"
หรือตัวตนมีอยู่จริงไหม
  
39:27  
 
39:34 หรือว่ามันเป็นแค่มายาลวง
 
39:38 เป็นสิ่งลวงที่ความคิดสร้างขึ้นมา
ความคิดเป็นสิ่งซึ่งถูกจำกัด
  
39:42  
 
39:45 คุณเข้าใจไหม
 
39:47 ในความจำกัดของมัน
มันได้สร้างสิ่งที่จำกัดขึ้นมา
  
39:57 คุณเข้าใจประเด็นนี้ไหม
หรือว่าคุณปฏิเสธที่พูดมานี้
  
40:05 เพราะว่าเรากำลังคิดร่วมกันอยู่
 
40:11 และเราก็พูดว่า ที่ใดมีการแบ่งแยก
ที่นั่นย่อมมีความขัดแย้งเกิดขึ้น...
  
40:13  
 
40:16 ...จะต้องมีการทะเลาะเบาะแว้ง
มีการต่อสู้อยู่ตลอดไป...
  
40:18  
 
40:22 ...ทั้งภายนอกและภายในจิตใจ
 
40:27 ถูกต้องไหม
 
40:29 ยกตัวอย่างง่ายๆ
เช่น ระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง
  
40:39 ในความสัมพันธ์ทั้งหมดที่มีอยู่ขณะนี้
จะเห็นว่ามีความขัดแย้งอยู่
  
40:43  
 
40:45 ถูกต้องไหม
 
40:49 คุณเห็นด้วยไหม
ในที่สุดก็เห็นด้วย!
  
40:53  
 
40:57 ในที่สุด ทุกคนก็เห็นพ้องกัน
ในบางเรื่อง!
  
41:13 คุณได้ยอมรับความขัดแย้งนั้น
 
41:18 ได้ยอมรับความสัมพันธ์
ที่มีการพิพาทต่อสู้กัน...
  
41:23 ...และคุณก็อาจจะหนีจากมัน
โดยอาศัยสิ่งบันเทิงเริงรมย์ ยาเสพติด...
  
41:28 ...อาศัยการเติมเต็มหลายๆ รูปแบบ
และอะไรทำนองนั้น...
  
41:33 ...หรืออาจจะหลบเข้าวัด
ไปหาคุรุ และอื่นๆ
  
41:37 คุณก็รู้เรื่องทั้งหมด
ที่กำลังเกิดขึ้น
  
41:45 และเราก็ไม่เคยถาม
เกี่ยวกับความสัมพันธ์นั้น...
  
41:50 ...ว่าคุณสามารถใช้ชีวิต
ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติสมบูรณ์ ได้หรือไม่...
  
41:56 ...โดยไม่เมินเฉย ไม่โหดร้าย...
 
42:02 ...ไม่ใช่แค่ใส่ใจ
กันและกันเท่านั้น...
  
42:03 ...แต่เป็นความใส่ใจ
ที่เปี่ยมด้วยความรัก...
  
42:08 ...และความเอื้ออาทรอย่างมหาศาล...
 
42:12 ...มีความรับผิดชอบ
แต่ไม่มีความรู้สึกขัดแย้งใดๆ เลย
  
42:15 ถูกต้องไหม
 
42:19 เรามาคิดพิจารณาเรื่องนี้
ร่วมกันเลยได้ไหม
  
42:25 ไม่ใช่กลับไปคิดใคร่ครวญที่บ้าน
แต่ขณะที่นั่งอยู่ที่นี่ตอนนี้...
  
42:29 ...เราจะสืบค้นเรื่องนี้ร่วมกันได้ไหม
 
42:31 เพื่อที่คุณจะสามารถยุติความขัดแย้ง
ที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์
  
42:36 Q:มันอาจจะขึ้นอยู่กับ...
 
42:37 K:เดี๋ยวก่อนๆ
 
42:40 Q:สำหรับผมและอีกคนเท่านั้น
 
42:42 K:ผมกำลังจะตรวจสอบพิจารณาเรื่องนั้น
โปรดรอสักครู่ครับ
  
42:48 เราจะสืบค้นเรื่องนั้นด้วยกัน
 
42:59 ก่อนอื่นเลย เราเห็นจริงๆ ไหม
ไม่ใช่แค่เห็นในระดับคำพูดนะ...
  
43:05 ..เห็นจริงๆ ไหมว่า กำลังเกิดอะไรขึ้น
ในความสัมพันธ์ของเรา
  
43:10 ถูกต้องไหม
ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจน
  
43:12 สืบค้นไปด้วยกันช้าๆ นะครับ
 
43:16 ทำไมจึงเกิดการแบ่งแยกในความสัมพันธ์
 
43:28 ค้นต่อไป
 
43:29 อย่าพูดว่า "ถ้าหากเรารักกัน
มันก็ไม่มีปัญหาอะไร"
  
43:33 เพราะจริงๆ แล้ว ถ้าเราไม่ได้รักกัน
ซึ่งเห็นได้ชัดเจนอยู่แล้ว
  
43:35 ดังนั้นอย่าพูดเรื่องอย่างนั้น
เพราะมันไม่มีความหมายอะไรเลย
  
43:40 แต่ความจริงที่เป็นอยู่จริงๆ
ก็คือความขัดแย้ง
  
43:44 ผมกำลังถามว่าเพราะเหตุใด
 
43:50 มันเห็นได้ชัดไม่ใช่หรือ
ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิง...
  
43:58 ...แต่ละคนต่างก็เอาเปรียบกัน...
 
44:02 ...หรือต่างพยายามใช้อีกฝ่ายหนึ่ง
เพื่อประโยชน์ของตน...
  
44:05 ...เพื่อเติมเต็มตนเอง
ทั้งเรื่องทางเพศ และที่ไม่ใช่เรื่องเพศ...
  
44:12 ...และแต่ละคนต่างก็มีความทะเยอทะยาน
ในทิศทางที่แตกต่างกันไป...
  
44:21 ...ต่างคนต่างฉุดกระชากลากดึง
ออกจากกันและกันอยู่ตลอดเวลา...
  
44:26 ...และบางทีอาจมาเจอกันบนเตียง
และต่างก็คิดว่าเรารักกัน
  
44:33 ทีนี้ผมขอถามว่า
อะไรคือรากเหง้าของทั้งหมดนี้
  
44:40 ขอให้ถามตัวคุณเองว่า
อะไรคือรากเหง้าของสภาพเช่นนี้
  
44:51 นอกจากเรื่องชายและหญิง...
 
44:54 ...ซึ่งเป็นความแตกต่างทางเพศ
โดยธรรมชาติแล้ว...
  
44:56 ...นอกจากเรื่องนั้นแล้ว
ทำไมจึงยังมีการแบ่งแยกระหว่างคุณกับผม...
  
45:02 ...การแบ่งแยกระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย
ที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของเขา
  
45:10 เรากำลังถามคำถาม
กรุณาสืบค้นไปกับผม...
  
45:14 ...เป็นเพราะวัฒนธรรม
และการศึกษาของเราหรือไม่...
  
45:20 ...ที่เน้นย้ำเรื่องของ "ตัวฉัน"
มากเหลือเกิน...
  
45:24 ...และเน้นย้ำเรื่องของ "ตัวเธอ"
มากพอๆ กัน
  
45:28 คุณตามทันไหม
 
45:32 นั่นก็คือตอกย้ำตัวตนของฉัน
และตัวตนของเธอ
  
45:39 ถูกต้องไหม
 
45:41 ความคิดสร้างตัวตนขึ้นมา
โดยที่ความคิดนั้นจำกัด
  
45:48  
 
45:54 ทีนี้เมื่อคุณมองดูตัวเอง
ว่าเป็นตัวตน เป็นอัตตา...
  
46:00 ...เป็นสิ่งที่ยึดเอาตัวเอง
เป็นศูนย์กลางนี้ มันคืออะไรกันเล่า
  
46:06 จริงๆ แล้ว มันคืออะไร
 
46:09 มันคือชื่อ รูปลักษณะภายนอกรูปร่าง
แนวความคิด ข้อสรุป มโนภาพใช่ไหม
  
46:18  
 
46:24 ถูกต้องไหม
 
46:25  
 
46:27 นั่นคือ "ตัวฉัน"
พร้อมทั้งแนวโน้มทั้งหมดและอื่นๆ
  
46:30 ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วสิ่งเหล่านี้ก็คือ
ผลิตผลของความคิดนั่นเอง
  
46:39 คุณเห็นเช่นนั้นไหม
 
46:41 หรือคุณจะบอกว่า
"ไม่ใช่ สิ่งเหล่านั้น ไม่ใช่ความคิด"
  
46:44 แต่คือพระเจ้าในตัวฉัน
และพระเจ้าในตัวคุณ
  
46:52 คุณเห็นไหมว่า นั่นมันโง่เขลาเต็มที
 
47:00 เพื่อที่จะดำรงการแบ่งแยกนี้ไว้
มนุษย์ได้สร้างแนวความคิดขึ้นมามากมาย..
  
47:09 ...ชาวฮินดูมีแนวความคิด
ที่เหลือเชื่อมากมาย...
  
47:13 ...เช่น เรื่องของอาตมันและอื่นๆ
ผมจะไม่พูดรายละเอียดในเรื่องนั้น
  
47:19 คุณตามทันไหม
 
47:20 เพื่อคงไว้ซึ่งการแบ่งแยก
และการดิ้นรนต่อสู้ต่อไปอีก...
  
47:27 ...และเมื่อหาทางออกไม่ได้...
 
47:32 ...มนุษย์ก็ได้สร้างพระเจ้า
และอะไรทำนองนั้นขึ้นมา...
  
47:37 ...เช่น พระผู้ช่วยให้รอด
และอะไรต่อมิอะไร...
  
47:50 ...ซึ่งสำหรับผมแล้ว
เป็นเรื่องเหลวใหลไร้สาระ
  
47:58 ดังนั้น คุณสามารถเฝ้าดู "ตัวฉัน"
ที่ความคิดสร้างขึ้นมานี้ได้ไหม...
  
48:04 ...เฝ้าดูโดยไม่มีการเคลื่อนไหว
ของความคิด ในการเฝ้าดูนั้นได้ไหม
  
48:08 คุณเข้าใจหรือยัง
 
48:14 ก่อนอื่น ขอให้เข้าใจลำดับ
ของเหตุและผลของมันก่อน
  
48:17  
 
48:21 เข้าใจเชิงเหตุผลก่อนว่า...
 
48:28 ...ความคิดคือการตอบสนองของความรู้
และความทรงจำ ซึ่งก็คืออดีต
  
48:33 ดังนั้นความคิดก็คืออดีต...
 
48:37 ...ที่ปรับเปลี่ยนตัวมันเองตลอดเวลา
แต่รากเหง้าของมันมาจากอดีต
  
48:43 ดังนั้นความคิดจึงต้องจำกัด
และคับแคบเสมอ
  
48:47 ไม่สามารถเป็นทั้งหมด
(ไม่แบ่งแยก) ได้เลย
  
48:51 ถูกต้องไหม
 
48:55 และความคิดก็ได้สร้าง
การแบ่งแยกขึ้นในบทบาทของมัน...
  
49:02 ...ความคิดแบ่งแยกเป็น
"ตัวฉัน" และ "ไม่ใช่ตัวฉัน"...
  
49:07 ..."คุณ" แยกจาก"ผม"
"พวกเรา" แยกจาก"พวกเขา"
  
49:11 และความคิดยังได้สร้าง
การแบ่งแยกขึ้นมาอีกหลายประเภท
  
49:17 ...เช่น ความคิดสร้างกิจกรรม
ทางเทคโนโลยี กิจกรรมส่วนตัว...
  
49:21 ...กิจกรรมทางอุดมการณ์
กิจกรรมของสิ่งสูงสุด และอื่นๆ มากมายใช่ไหม
  
49:24  
 
49:29 นั่นคือความเป็นจริง
 
49:34 ทีนี้คุณจะเฝ้าสังเกต
ความเป็นจริงนั้นได้ไหม
  
49:39 กรุณาตั้งใจฟัง
 
49:41 ...คุณสามารถเฝ้าดู
ความเป็นจริงนั้น...
  
49:45 ...โดยไม่มีความคิดใดๆ
เข้ามาแทรกในการเฝ้าดูนั้นได้ไหม
  
49:52 Q:แต่ความคิดเป็นเพียงเครื่องมือ
เพียงอย่างเดียวที่ผมต้องใช้
  
49:55  
 
49:57 K:เดี๋ยวก่อนครับ
ผมกำลังจะค้นหามาถึงเรื่องนั้นครับ
  
50:01 ก่อนอื่น ขอให้ค้นหาไปช้าๆ
 
50:04 คุณสุภาพบุรุษพูดว่า
ความคิดเป็นเครื่องมือเพียงอย่างเดียวที่ผมมี...
  
50:09 ...แล้วผมจะดูได้อย่างไร
ถ้าไม่ใช้เครื่องมือนั้น
  
50:17 คุณเข้าใจหรือยัง ถูกต้องไหม
 
50:20  
 
50:21 แต่คุณตั้งคำถามผิด
 
50:26 เพราะว่าเรายังไม่เข้าใจถึงความจำกัด
ของความคิดอย่างชัดเจน
  
50:31  
 
50:36 ถ้าคุณเห็นอย่างชัดเจน
ถึงความจำกัดของความคิด...
  
50:44 ...คุณก็จะตระหนักว่า
ตัวเครื่องมือนั้นเองที่จำกัด ถูกต้องไหม
  
50:52 ฉะนั้นเป็นไปได้หรือไม่
ที่จะไม่ใช้เครื่องมือนั้น
  
51:02 ฉะนั้นเป็นไปได้หรือไม่
ที่จะไม่ใช้เครื่องมือนั้น...
  
51:11 ...คุณก็ต้องหาอันอื่นมาเจาะรูแทน
 
51:14 แต่ถ้าคุณพูดว่า
"ฉันมีแต่เครื่องมือนี้เท่านั้น"...
  
51:19 ...คุณก็ไม่สามารถจะเจาะรูได้
ถ้าคุณคิดเช่นนั้น คุณเข้าใจไหม
  
51:24 ดังนั้นเราตระหนักหรือไม่ว่า
ตัวเครื่องมือนั่นเองที่ไร้ประโยชน์...
  
51:32 ...และไม่อาจใช้เพื่อการสืบค้น
ปัญหาความขัดแย้งนี้
  
51:39 นั่นคือประเด็นทั้งหมด
คุณเข้าใจไหม
  
51:44 ผมสงสัยว่า
คุณจะเข้าใจเรื่องนี้หรือไม่
  
51:54 คุณครับเราเห็นไหมว่า...
 
51:59 ...เราเคยชินอยู่กับกิจกรรม
รูปแบบใดรูปแบบอย่างหนึ่งอย่างยิ่ง...
  
52:05 ...ซึ่งไม่ได้ให้ผลอะไร
แต่เราก็ยังยึดติดอยู่กับมัน
  
52:10  
 
52:13 เมื่อมันใช้ไม่ได้ผล
แต่เราก็ไม่พูดว่า ฉันจะไม่ใช้มัน...
  
52:15 ...หรือฉันจะขว้างมันทิ้ง
หรือเราไปหาวิธีอื่น
  
52:19 คุณตามทันไหม
นั่นคือการดิ้นรนของเรา
  
52:25 คุณต้องการใช้
ความคิดเป็นเครื่องมือ...
  
52:30 ...และคุณก็หวังว่าโดยอาศัยความคิด
คุณจะแก้ปัญหาได้...
  
52:34 ...แต่ตัวความคิดนั้นเองจำกัด
ฉะนั้นมันจึงไม่ใช่เครื่องมือที่จะใช้ได้
  
52:44 ถูกต้องไหม
เราเห็นเช่นนั้นไหม
  
52:48 เราเห็นหรือไม่ว่า
ในความสัมพันธ์ของเรานั้นมีความขัดแย้งอยู่...
  
52:56  
 
52:58 ...แต่ละคนต่างก็มีมโนภาพของตัวเอง
จึงเกิดการแบ่งแยกขึ้น...
  
53:05 ...ซึ่งมโนภาพเหล่านี้
ความคิดสร้างขึ้นมา...
  
53:08 ...และเพราะความคิดนั้นจำกัด
มันจึงไม่สามารถแก้ปัญหาได้
  
53:17 ตอนนี้เรากำลังมองหาเครื่องมือใหม่...
 
53:22 ...ซึ่งก็คือการเฝ้าดู
โดยไม่มีการแทรกแซงของเครื่องมือเก่า
  
53:30 คุณเข้าใจตรงนี้ไหม
 
53:33 คุณเห็นไหมว่า
คุณไม่ยอมทิ้งเครื่องมือเก่า
  
53:38 คุณคิดว่าเครื่องมืออันเก่านั้น
จะช่วยคุณได้...
  
53:43 ...แต่คุณไม่เห็นว่า เครื่องมือ
อันเก่านั้นได้สร้างปัญหาให้ชีวิตมากมาย...
  
53:47  
 
53:54 ...แล้วคุณก็ยังจะใช้
เครื่องมือนั้นต่อไป
  
54:01 แต่เมื่อใดที่คุณเห็นว่า
ความคิดสร้างปัญหา
  
54:04 จากนั้นไปคุณก็จะมองดูในทิศทางอื่นๆ
 
54:07 ถูกต้องไหม
 
54:11 เหมือนกับช่างไม้
เมื่อสิ่วใช้ไม่ได้ เขาก็จะทิ้งไป...
  
54:15  
 
54:17  
 
54:21 ...หรือซื้ออันใหม่ หรือลับคมมัน
แต่เขาจะไม่ใช้มัน
  
54:24  
 
54:30 แต่คุณไม่ทำเช่นนั้น...
 
54:39 ...เพราะว่าเรายังไม่กระจ่าง
เราไม่ได้คิดอย่างแจ่มแจ้ง
  
54:48 หรือไม่ เราก็กลัวว่าถ้าเอา
เครื่องมือใหม่มาใช้ สิ่งต่างๆ อาจจะพังพินาศ
  
54:51  
 
54:56 เรากลัว
 
54:58 ซึ่งหมายความว่า
คุณได้คิดสร้างเรื่องขึ้นมาแล้ว...
  
55:02 ...ความคิดได้สร้างเรื่องราว
สร้างแนวคิดขึ้นมา...
  
55:05 ...ซึ่งมันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้น
 
55:08 ทั้งหมดนี้คุณตามทันไหม
 
55:12 ดังนั้นต่อจากนี้ไป...
 
55:15 ...คุณจะสามารถเฝ้าดู
โดยปราศจากเครื่องมือเก่าซึ่งคือความคิด...
  
55:20 ...ด้วยการเฝ้าดู
ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ...
  
55:22 ...ของสองมโนภาพ
ที่เกิดขึ้นระหว่างคนสองคน...
  
55:31 ...รวมทั้งการแบ่งแยก
ที่มีอยู่ในความสัมพันธ์นั้นได้ไหม
  
55:34 มองดู สังเกตมัน
เห็นการแบ่งแยกที่เกิดขึ้น
  
55:42 หลังจากนั้นมีอะไรเกิดขึ้น
 
55:45 คุณจะทำอย่างนั้นได้
ก็ต่อเมื่อคุณทิ้งเครื่องมือเก่าไป
  
55:54 คุณครับ ถ้าผมต้องการจะเข้าใจ
สิ่งที่คุณกำลังพูด ผมก็จะต้องฟังคุณ...
  
56:04  
 
56:07 ...ผมจะต้องฟังคุณด้วยความรัก
ด้วยความอาทร ด้วยความใส่ใจ...
  
56:13 ...เพราะผมต้องการค้นหาว่า
คุณกำลังพูดอะไร
  
56:18 แต่ถ้าผมพูดว่า "ใช่ผมเห็นด้วยกับคุณ
ผมเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน"
  
56:23 หรือ "คุณพูดเรื่องอะไรบางอย่าง
ที่ใหม่ ซึ่งก็เป็นไปไม่ได้"...
  
56:25 ...แสดงว่าคุณไม่ได้ฟัง
 
56:32 ดังนั้นในการฟังย่อมแสดงนัยว่า...
 
56:36 ...มีความใส่ใจ ความรัก
ความเอื้ออาทรอยู่ด้วยอย่างยิ่ง
  
56:45 แต่ถ้าคุณไม่มีสิ่งเหล่านั้น...
 
56:49 ...แสดงว่าเครื่องมือเก่าของคุณ
กำลังทำงานอยู่
  
56:52 แล้วคุณก็จะพูดว่า
"ฉันจะใส่ใจได้อย่างไร...
  
56:59 ...ช่วยบอกวิธีการ
หรือระบบปฏิบัติให้หน่อย"
  
57:05 จากนั้นความคิดก็จะสร้างระบบขึ้นมา...
 
57:08 ...แล้วคุณก็กลายเป็นนักโทษ
ของระบบนั้น และใช้ชีวิตไปตามนั้น
  
57:11  
 
57:14 ทว่าถ้าคุณเห็นความสำคัญ...
 
57:20 ...หรืออันตรายของการแปลกแยก
ในความสัมพันธ์...
  
57:29 ...ซึ่งเป็นอันตรายที่แท้จริง
คือเห็นว่าเรากำลังทำลายซึ่งกันและกัน
  
57:34 ใช่ไหม
 
57:35 เช่น พวกผู้ก่อการร้าย พวกทุนนิยม
และอะไรทำนองนั้น...
  
57:39 ...เรากำลังทำลาย
ซึ่งกันและกันอยู่...
  
57:42 ...เพราะว่าเราแต่ละคน
ต่างรู้สึกว่าเราแปลกแยกจากคนอื่น
  
57:51 และถ้าคุณเห็นถึงอันตราย
จากนั้นคุณก็จะฟัง...
  
57:55 ...คุณก็อยู่ในสภาวะ
พร้อมฟังอย่างใส่ใจเต็มที่...
  
57:59 ...เพื่อค้นหาว่า
มีหนทางออกจากเรื่องนี้ไหม
  
58:04 ถูกต้องไหม
คุณกำลังฟังแบบนั้นอยู่หรือไม่
  
58:12 นั่นหมายถึงการเฝ้าดูอย่างเงียบๆ
 
58:17 ความเงียบไม่ได้หมายถึงการหลับไป
หรืออันนี้ อันนั้น
  
58:22 ความเงียบสงบคือ
ความใส่ใจอันใหญ่หลวง
  
58:28 ความใส่ใจนั้น
คือพลังงานที่สมบูรณ์พร้อม
  
58:33 เป็นพลังงานทั้งหมดที่คุณมี
พร้อมด้วยจิตด้วยใจของคุณ
  
58:38 นั่นคือความใส่ใจ
 
58:41 จากนั้นคุณจึงฟัง
และการฟังเช่นนั้น...
  
58:44  
 
58:47 ...การเฝ้าดูเช่นนั้น
ก็จะสลายข้อจำกัดของเครื่องมือ
  
58:58 เรายังมิได้พูดถึงปัญหา
เกี่ยวกับกฎเกณฑ์วินัยเลย...
  
59:06 ...เพราะถ้าเราเข้าใจ
วิถีของกฎเกณฑ์วินัย...
  
59:13 ...เข้าใจ "ตัวฉัน"
และสิ่งที่ต้องการได้รับ
  
59:19 คุณเข้าใจไหม
 
59:20 ผมต้องฝึกฝนให้ตัวเอง
มีวินัยเพื่อบรรลุถึงสิ่งนั้น
  
59:26 ถ้าผมต้องการเข้าถึงพระเจ้า
ไม่ว่าพระเจ้าองค์ใดก็ตาม...
  
59:31  
 
59:38 ...ซึ่งเป็นสิ่งที่ความคิดสร้างขึ้น
คุณยอมรับที่พูดมาทั้งหมดไหม
  
59:55 คุณเห็นไหมว่า
เราฝึกตนให้มีวินัยก็เพื่อเป็นคนดี
  
1:00:03 คุณบอกกับเด็กว่า
"เป็นคนดีนะ อย่าทำอย่างนี้ ให้ทำอย่างนั้น"
  
1:00:06  
 
1:00:11 แต่ความดีงามเกิดมาจากวินัยหรือ
 
1:00:15 คุณเคยถามคำถามแบบนั้นไหม
 
1:00:23 ความรักเกิดขึ้นจากวินัยหรือ
 
1:00:29 การให้ทาน การอ่อนน้อมถ่อมตน
ความใจบุญ เกิดจากกฎเกณฑ์วินัยหรือ
  
1:00:39 และสัจธรรมจะค้นพบได้ด้วยวินัยหรือ
 
1:00:45 การรู้แจ้งเกิดขึ้นได้
โดยอาศัยวินัยหรือ
  
1:00:49 วินัยหมายความถึง
การทำตามแบบแผนอันหนึ่ง...
  
1:00:54 ...ซึ่งก็คือการที่ตัวตน
หรือ "ตัวฉัน" ทำตามแบบแผนอันหนึ่ง...
  
1:00:57 ...ซึ่งเป็นแบบแผน
ที่ตัวตนอื่นสร้างขึ้นมา
  
1:00:59  
 
1:01:03 คุณตามทันไหม
 
1:01:07 ดังนั้นเมื่อคุณเห็นทั้งหมดนี้
คำถามพื้นฐานที่สำคัญมากก็คือ
  
1:01:14 ...เราจะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้
โดยปราศจาก"ตัวฉัน" หรือตัวตน...
  
1:01:22  
 
1:01:25 ...หรือสิ่งทั้งหมดในทางจิตใจ
ที่ความคิดสร้างขึ้นมา...
  
1:01:28 ...เช่น พระเจ้า ได้ไหม
 
1:01:33 ความคิดสร้างบุรุษไปรษณีย์
สร้างวิศวกร ใช่ไหม
  
1:01:41 คุณจำเป็นต้องมีบุรุษไปรษณีย์
มีวิศวกร...
  
1:01:48 ...แต่คุณไม่จำเป็นต้องมี
สิ่งที่ความคิดสร้างขึ้นมา...
  
1:01:57 ...เพราะความต้องการ
ความมั่นคงปลอดภัยในทางจิตใจ
  
1:02:05 ซึ่งในสิ่งที่ความคิดสร้างขึ้นมานั้น
ไม่มีความมั่นคงปลอดภัยอยู่เลย
  
1:02:10 ความมั่นคงปลอดภัยมีอยู่
เมื่อไม่มีการแบ่งแยกเท่านั้น
  
1:02:16 ถูกต้องไหม
 
1:02:34 คุณจะอนุญาตให้ผมกลับได้หรือยังครับ