Krishnamurti Subtitles

ความอยากและกาลเวลาก่อให้เกิดความกลัวใช่ไหม

Saanen - 17 July 1979

Public Talk 5



1:02 ก่อนที่เราจะพูดคุยกันต่อ
 
1:05 เกี่ยวกับเรื่องที่พูดกันไว้
เมื่อสี่ครั้งที่แล้ว...
  
1:14 ...เราสงสัย และคุณก็คงต้องเคย
ถามตัวคุณเองด้วย...
  
1:16  
 
1:20 ...ว่าทำไมพวกเราที่มาชุมนุมกันที่นี่
และเคยฟังมาแล้วหลายปีดีดัก...
  
1:29  
 
1:32 ...ทำไมเราจึงไม่เปลี่ยนแปลง...
 
1:39 ...อะไรคือสาเหตุรากเหง้า
ที่ทำให้เราไม่เปลี่ยนแปลง
  
1:45 มันมีเพียงสาเหตุเดียว
หรือว่ามีหลายสาเหตุ
  
1:56 เรารู้ว่าโลกภายนอกนั้น
แบ่งแยกออกเป็นส่วนๆ มากขึ้น...
  
2:01  
 
2:04 ...รุนแรงมากขึ้น บ้าคลั่งมากขึ้น...
 
2:13 ...คนกลุ่มหนึ่ง
ต่อสู้กับอีกกลุ่มหนึ่ง...
  
2:17 ...พลังงานทั้งมวลที่โลกมี...
 
2:20 ...ไม่อาจเอามาแบ่งปัน
ให้แก่คนทั้งโลกใช้ร่วมกันได้...
  
2:25 ...คุณก็รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
 
2:28 แล้วความสัมพันธ์ของเรา
ต่อเรื่องนั้น...
  
2:34 ...หรือต่อโลกหรือต่อตัวเราเอง
เป็นอย่างไร
  
2:39 เราแตกต่างจากทั้งหมดนั้นหรือเปล่า
หากเป็นเช่นนั้น ผมขอถามว่า...
  
2:45  
 
2:53 ...หากเราแตกต่าง เรานั้นแตกต่าง
อย่างสิ้นเชิงจากโลกรอบๆ ตัวเราไหม
  
3:02 บรรดาคุรุที่ชิงดีชิงเด่นกัน
ศาสนาที่แข่งขันกัน...
  
3:09 ...แนวความคิดที่ไม่ลงรอย
ขัดแย้งกันและอื่นๆ...
  
3:17 ...เราจะต้องทำอะไรร่วมกัน
เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเราเอง
  
3:30 ผมขอถามด้วยความจริงจังที่สุด...
 
3:39  
 
3:45 ...ว่าทำไมเราจึงดำรงชีวิต
เช่นที่เป็นอยู่...
  
3:51 ...มีชีวิตอยู่ในบรรดาอุดมคติ
ในความหยิ่งผยองอันคับแคบไร้สาระ...
  
3:52  
 
3:58 ...รวมทั้งเรื่องโง่เขลาทั้งหลาย
ที่เราสั่งสมไว้...
  
4:03 ...ทำไมเราถึงยังเป็นอยู่อย่างนี้
 
4:09 เรากลัวการเปลี่ยนแปลงใช่ไหม...
 
4:21  
 
4:28 ...เราไม่ปรารถนาหรือไม่ได้ตั้งใจ
ค้นหาวิถีชีวิตซึ่งแตกต่างออกไปใช่ไหม
  
4:36 กรุณาถามคำถามเหล่านี้
กับตัวคุณเอง
  
4:41 ผมถามคำถามเหล่านี้เพื่อคุณ
ไม่ใช่เพื่อตัวผม
  
4:47 เพราะเหตุใดกันแน่
 
4:50 อะไรคือสาเหตุหลัก
ของความเสื่อมถอยในจิตใจมนุษย์...
  
5:00 ...ซึ่งทำให้เกิดการกระทำ
ที่แตกแยกและเสื่อมถอย
  
5:08 คุณเข้าใจไหม
 
5:11 ทำไมจิตใจมนุษย์
จึงกลายเป็นจิตใจที่คับแคบ ไม่เปิดกว้าง...
  
5:20 ...ไม่ได้นำทุกสิ่งทุกอย่างมารวมกัน
และปฏิบัติการจากความเป็นทั้งหมด...
  
5:26 ...แต่กลับดำรงอยู่ใน
อาณาบริเวณเล็กๆ แคบๆ ของตัวเอง
  
5:36 อะไรคือรากเหง้า
ของจิตที่แบ่งแยกจนคับแคบนี้
  
5:45 คิดดูดีๆ ต่อไปอีกครับ
ขอให้เราพูดคุยเรื่องนี้กันอีกหน่อย
  
5:54 เมื่อวันก่อนคุณถามว่า
"ทั้งๆ ที่ฟังคุณพูดมาสี่สิบห้าสิบปีแล้ว...
  
5:59  
 
6:06 ...ทำไมฉันจึงไม่เปลี่ยนแปลงเลย
 
6:09 มีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงบ้าง
ก็เพียงเล็กๆ น้อยๆ...
  
6:13 ...เช่น ฉันอาจจะไม่เป็น
พวกชาตินิยมแล้ว...
  
6:17  
 
6:21 ...ไม่สังกัดองค์กรศาสนาใดๆ
อีกต่อไป...
  
6:26 ...ไม่สังกัดนิกาย
หรือขึ้นกับคุรุใดๆ อย่างฉาบฉวย...
  
6:32 ...หรือเข้าร่วมกิจกรรมประหลาดๆ
ที่ทำๆ กันอยู่
  
6:37 แต่ลึกๆ แล้วเรายังคงเหมือนเดิม
ไม่มากก็น้อย
  
6:48 บางทีอาจจะละเอียดอ่อนขึ้น
การเอาตัวเองเป็นใหญ่ลดลงเล็กน้อย...
  
6:53  
 
6:59 ...อาจจะก้าวร้าวน้อยลง
ได้รับการขัดเกลามากขึ้น รู้จักยอมมากขึ้น...
  
7:03  
 
7:09 ...คำนึงถึงคนอื่นมากขึ้นอีกนิดหน่อย
แต่รากเหง้ายังคงอยู่
  
7:12  
 
7:19 คุณเคยสังเกตสภาพนี้บ้างไหม
เพราะเหตุใดหรือ
  
7:24 เรากำลังพูดถึงการถอนรากเหง้านั้น
ทิ้งไปให้สิ้นซาก...
  
7:30 ...ไม่ได้พูดเรื่องการจัดการ
กับส่วนย่อยๆ และกิ่งก้านสาขา
  
7:42 แต่เรากำลังพูดถึง...
 
7:49 ...การขุดรากเหง้าแท้ๆ
ของการเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางสำคัญ...
  
8:05 ...ทั้งในระดับที่สำนึกรู้
และไม่สำนึกรู้
  
8:08 นั่นเป็นเพราะเราต้องอาศัย
กาลเวลาใช่ไหม กรุณาสืบค้น
  
8:10 กาลเวลา เช่น "ให้เวลาฉันหน่อย"
 
8:19 แต่ทว่ามนุษย์มีอยู่
มาเป็นเวลาหลายล้านปีแล้ว...
  
8:24 ...รากเหง้านั้นก็ยังไม่ถูกขุด
รื้อถอนทิ้งไป
  
8:32 กาลเวลาไม่ได้ช่วยแก้ปัญหานี้เลย
 
8:36 ถูกต้องไหม
 
8:37 กรุณาให้ใจของคุณกับเรื่องนี้
 
8:43 วิวัฒนาการอันเป็นกระแสแห่งกาลเวลา
ก็แก้ปัญหานี้ไม่ได้
  
8:50 แม้ว่าเราจะมีการคมนาคมที่ดีกว่าเดิม
มีห้องน้ำที่ดีกว่าเดิมและอื่นๆ...
  
8:54 ...แต่โดยแก่นแท้แล้ว...
 
9:01 ...มนุษย์ก็ยังเป็น
เหมือนอย่างที่เคยเป็นเมื่อล้านปีก่อน
  
9:07 ถ้าเราตระหนักในเรื่องนี้
จะเห็นว่าน่าเศร้าทีเดียว
  
9:14 และถ้าเราจริงจัง
ไม่ใช่จริงจังเฉพาะที่นี่ ในเต็นท์นี้เท่านั้น...
  
9:18 ...แต่จริงจังในชีวิตแต่ละวัน
ไปตลอดชีวิต
  
9:26 คุณไม่เคยถามเลยหรือว่า...
 
9:34 ...การกระทำที่เห็นแก่ตัว
รวมทั้งปัญหาทั้งหมดของมันจะยุติลงได้ไหม
  
9:39  
 
9:47  
 
9:54 ถ้าคุณตั้งใจถามจริงๆ และถ้า
เราตระหนักถึงเรื่องกาลเวลาและความคิด...
  
9:59 ...ซึ่งเราได้สืบค้นไป
เมื่อวันก่อนว่า...
  
10:10 ...กาลเวลาและความคิดนั้นเหมือนกัน...
 
10:13  
 
10:16 ...มันเป็นกระบวนการเดียวกัน...
 
10:20 ...ทั้งความคิดและเวลา
ไม่เคยแก้ปัญหานี้ได้
  
10:25 แต่นั่นเป็นเครื่องมือ
เพียงอย่างเดียวที่เรามี
  
10:31 และดูเหมือนเราก็ไม่เคยตระหนักว่า...
 
10:35 ...เครื่องมืออันนั้น
ซึ่งเป็นกระบวนการของความคิด...
  
10:40 ...ไม่ว่าจะอย่างไรก็จำกัด...
 
10:43 ...กระบวนการคิด
ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้เลย
  
10:51 แต่เราก็ยังคงติดตรึง
อยู่กับการใช้เครื่องมืออันนั้น
  
10:53 เรายังยึดเครื่องมืออันเก่าอยู่
 
10:58 ถูกต้องไหม
 
11:02 ความคิดได้สร้าง
ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ขึ้นมาใช่ไหม
  
11:09 ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจน
 
11:12 ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของชนชาติ
ปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากสงคราม...
  
11:15  
 
11:19  
 
11:22 ...ปัญหาศาสนา ทั้งหมดนั้น
เป็นกระบวนการของความคิดซึ่งจำกัด
  
11:29 และความคิดนั่นเอง
ที่สร้างศูนย์กลางนี้ขึ้นมา
  
11:35 ถูกต้องไหม ชัดเจนนะ
 
11:38 และดูเหมือนว่าเรายังไม่สามารถ
หาเครื่องมือใหม่มาใช้ได้
  
11:50 ถูกต้องไหม
 
11:52 เรายังค้นไม่พบเครื่องมือใหม่
 
11:56 เนื่องจากเรายังไม่กล้าทิ้ง
เครื่องมือเก่าไป...
  
12:08 ...และยังใช้มันอยู่
แล้วเราก็หวังจะค้นพบเครื่องมือใหม่ๆ
  
12:09  
 
12:12 คุณตามทันไหม
 
12:17 คุณจะต้องปลดปล่อยบางสิ่งออกไป
เพื่อที่จะค้นพบสิ่งใหม่
  
12:21 ถูกต้องไหม
 
12:24 ถ้าคุณเห็นหนทางทอดยาวไปสู่ยอดเขา...
 
12:30 ...แต่มันก็ไม่ได้นำคุณ
ขึ้นไปสู่ที่นั่น คุณย่อมจะต้องสืบสวนดูใหม่
  
12:32  
 
12:35 คุณจะไม่ยึดติดกับหนทางนั้น
 
12:41 ดังนั้นเราจึงถามว่า...
 
12:43 ...มันเป็นอะไรไปหรือ
ทำไมมนุษย์ถึงได้โง่เง่าเสียเหลือเกิน
  
12:48  
 
12:58 พวกเขาทำสงครามกัน
แบ่งแยกชนชาติกัน แบ่งแยกศาสนาและอื่นๆ...
  
12:59  
 
13:04 ...และพวกเขาก็ยังดำรงชีวิต
อยู่ในความโศกเศร้า...
  
13:05 ...ความขัดแย้ง การชิงดีชิงเด่น
การทะเลาะวิวาท...
  
13:08 ...เป็นทุกข์กันอยู่
คุณตามทันไหม
  
13:17 แล้วอะไรเล่า
จะทำให้มนุษย์ทิ้งเครื่องมือไป...
  
13:27 ...และมองหาเครื่องมือใหม่มาแทน
 
13:33 คุณเข้าใจไหม
มองหาเครื่องมืออันใหม่
  
13:39 เป็นเพราะเราขี้เกียจใช่ไหม
หรือว่าเราขลาดกลัว
  
13:46 หรือถ้าฉันทิ้งเครื่องมืออันเก่าแล้ว
 
13:50 คุณจะรับประกันได้ไหม
ว่าฉันจะได้อันใหม่
  
14:00 คุณเข้าใจไหม
 
14:03 ซึ่งนั่นหมายความว่า
เราดำรงชีวิตด้วยความคิดอันจำกัดนี้...
  
14:06  
 
14:12 ...และเราก็คิดว่า
เราได้ค้นพบความมั่นคงในนั้น...
  
14:19 ...จึงกลัวที่จะปล่อยมันไป...
 
14:24 ...แต่คุณจะค้นพบ
เครื่องมืออันใหม่ได้...
  
14:29 ...ก็ต่อเมื่อมีการทิ้งของเก่า
ไปแล้วเท่านั้น
  
14:32 ชัดเจนนะ
 
14:34 ดังนั้นเราจึงถามว่า
นั่นเป็นเพราะความกลัวใช่ไหม
  
14:45 เพราะคุณจะสังเกตเห็นว่า
มีคุรุจำนวนมากมายทั่วโลก...
  
14:48  
 
14:52  
 
14:56 ...ต่างก็รับประกันในความมั่นคงว่า
"จงทำสิ่งนี้ หรือ ทำตามนี้...
  
15:03 ...หรือฝึกฝนอย่างนี้ แล้วในที่สุด
เธอจะได้รับอะไรบางอย่าง"
  
15:05 นั่นคือรางวัล คือสิ่งตอบแทน
 
15:11 คำมั่นสัญญาว่าจะได้รับรางวัล
มีแรงดึงดูดใจบางอย่าง...
  
15:17 ...รวมทั้งความหวังที่คุณจะได้พบ
ในความมั่นคงปลอดภัยนั้น
  
15:24 แต่เมื่อคุณตรวจสอบมัน
ละเอียดขึ้นอีกหน่อย โดยไม่เชื่ออะไรง่ายๆ...
  
15:28  
 
15:31 ...ไม่รับเอาสิ่งที่คนอื่น
พูดมาทั้งดุ้น...
  
15:35 ...แล้วคุณก็จะเห็น
อย่างแจ่มแจ้งว่า...
  
15:41 ...รางวัลก็คือปฏิกิริยาตอบสนอง
ต่อการลงโทษ คุณเข้าใจไหม
  
15:53 เพราะว่าเราถูกฝึกถูกหัดมาด้วย
แนวความคิดเรื่องการให้รางวัล...
  
15:57 ...และการลงโทษ การได้และการเสีย
 
16:02 ถูกต้องไหม
เรื่องนี้เห็นได้ชัดเจน
  
16:06 ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ...
 
16:09 ...ซึ่งหมายถึง ความเจ็บปวด
ความเศร้าโศกและอะไรทำนองนั้น...
  
16:12 ...เราจึงแสวงหารางวัลและหวังว่า
จะค้นพบอะไรบางอย่างที่มีความมั่นคง...
  
16:15  
 
16:21 ...มีสันติสุข หรือ ความสุขในนั้น
 
16:31 แต่เมื่อคุณสืบค้นเข้าไปแล้ว
คุณกลับไม่พบมัน
  
16:37 บรรดาคุรุหรือพระ
อาจจะให้คำมั่นสัญญาไว้
  
16:41 แต่มันก็เป็นเพียงแค่คำพูด
 
16:48 ใช่ไหม
 
16:54 ดังนั้นในฐานะที่เราเป็นมนุษย์
เราจะสืบค้นปัญหานี้ร่วมกันได้อย่างไร...
  
17:00 ...ว่าเป็นไปได้หรือไม่
ที่จะขจัดความเห็นแก่ตัว...
  
17:05 ...การถือเอาตนเป็นสำคัญ...
 
17:11 ...ซึ่งเต็มไปด้วยพิษร้ายนี้
ทิ้งไปให้สิ้นซาก
  
17:15 ถูกต้องไหม
 
17:17 ผมไม่ทราบว่าแม้แต่คำถามนั้น
คุณเคยถามบ้างไหม
  
17:24 เมื่อใดที่คุณถามคำถามนั้น...
 
17:26 ...แสดงว่าคุณเริ่มฉลาด
ขึ้นบ้างแล้วเล็กน้อย
  
17:31 โดยธรรมชาติ
 
17:36 ดังนั้นในเช้าวันนี้
เราจะพิจารณาปัญหานี้ร่วมกัน
  
17:46  
 
17:52 เป็นการคิดใคร่ครวญร่วมกัน
 
17:55 ไม่ใช่ผมบอกคุณ
และคุณก็ยอมรับหรือปฏิเสธ...
  
18:00 ...แต่ร่วมกันค้นหาว่า
กระบวนการของอัตตา...
  
18:05 ...ตัวตนนี้สามารถยุติลงได้ไหม
 
18:15 คุณสนใจไหมที่จะค้นหาร่วมกัน
 
18:17  
 
18:20 ไม่ครับ อย่าพูดว่าสนใจ…
หรือพยักหน้า
  
18:25 เพราะปัญหานี้สำคัญมากจริงๆ
 
18:31 ขณะที่อยู่ในเต็นท์นี้
คุณอาจจะถูกผู้พูดกระตุ้นหรือปลุกเร้า...
  
18:38  
 
18:40 ...แต่ผมหวังว่าคงไม่เป็นเช่นนั้น
 
18:44 แต่คุณอาจจะถูกปลุกเร้า
ก็เลยค่อนข้างตื่นเต้น แล้วพูดว่า...
  
18:48 ..."ใช่ ฉันเห็นด้วยกับคุณ
เราต้องทำสิ่งนี้"
  
18:51 แต่เมื่อคุณออกจากปรัมนี้ไป...
 
18:55 ...คุณก็ลืมเรื่องนี้หมด
แล้วดำเนินชีวิตแบบเดิมๆ
  
19:01 ดังนั้นขอให้แต่ละคน
ต่างปล่อยวางอคติส่วนตัวของคุณ...
  
19:11 ...วางบรรดาคุรุ
และข้อสรุปต่างๆ ของคุณ...
  
19:18 ...แล้วเรามาตรวจสอบปัญหานี้ด้วยกัน
 
19:27 ในการตรวจสอบคุณจะต้องเป็นอิสระ
 
19:31 ถูกต้องไหม ชัดเจนใช่ไหม
 
19:34  
 
19:37 คุณจะต้องเป็นอิสระที่จะตรวจสอบ...
 
19:43 ...คุณจะต้องเป็นอิสระจากอุปสรรคต่างๆ
ที่มาขวางกั้นการตรวจสอบของคุณ
  
19:56 สิ่งที่ขวางกั้นก็คืออคติของคุณ
ประสบการณ์ของคุณ ความรู้ของคุณ...
  
20:01  
 
20:04 ...หรือความรู้ของคนอื่น
สิ่งเหล่านั้นเป็นอุปสรรคขัดขวาง...
  
20:10 ...คุณจึงไม่สามารถตรวจสอบ
หรือคิดร่วมกันได้
  
20:17  
 
20:20 ถูกต้องไหม
 
20:22 อย่างน้อยที่สุดก็ให้เข้าใจเรื่องนี้
ในระดับที่ไตร่ตรองเอาด้วยเหตุผล
  
20:29 ผู้พูดไม่มีปัญหาเหล่านี้
สักปัญหาเดียว
  
20:33 ...เพราะเขาไม่มีอคติ
หรือความเชื่อใดๆ อยู่เลย
  
20:36 จึงจบ หมดปัญหา
 
20:38 ต่อเมื่อคุณ
ก็อยู่ในสถานะเดียวกันกับผู้พูด
  
20:41 เราจึงจะเข้าใจกัน บรรจบกันได้
 
20:50 ดังนั้นขอให้เรามาตรวจสอบ
พิจารณาและคิดพินิจร่วมกัน
  
20:59 มาคิดพินิจด้วยกัน
เกี่ยวกับปัญหาที่ว่า...
  
21:05  
 
21:10 ...ทำไมมนุษย์ทั่วทั้งโลก
จึงยังคงเห็นแก่ตัวอยู่...
  
21:14 ..ทั้งๆ ที่รู้ถึงปัญหาต่างๆ ที่ตามมา
รู้ถึงความสับสน ความทุกข์ยาก...
  
21:18 ...และความเศร้าโศกที่เกิดจากมัน
แต่พวกเขาก็ยังยึดถือมันอยู่เช่นนั้น
  
21:24 ถูกต้องไหม
 
21:31 ทีนี้เรามาถามว่า
มันเป็นเพราะความอยากใช่ไหม
  
21:46 คุณรู้นะว่าความอยากคืออะไร
 
21:52 เราถามว่าความอยากคือรากเหง้า
ของความเห็นแก่ตัวนี้ใช่ไหม
  
21:55  
 
22:09 ความอยากคืออะไร
 
22:13 เราทุกคนอยากได้อะไรต่างๆ มากมาย...
 
22:18  
 
22:25 ...เช่น อยากพ้นทุกข์
อยากได้ความสุข อยากให้ดูดี...
  
22:28  
 
22:32  
 
22:36 ...อยากให้โลกมีสันติสุข
อยากเติมเต็มให้ตัวเอง...
  
22:39 ...และหลีกเลี่ยงจากความคับข้องใจ...
 
22:46 คุณเข้าใจไหม
 
22:49 มนุษย์ทั้งมวล
ต่างถูกความอยากผลักดันอยู่
  
22:55 คุณตามทันไหม
 
23:00 เรากำลังถามว่านั่นคือสาเหตุ
รากเหง้าอันหนึ่งของชีวิตที่เห็นแก่ตัว...
  
23:05 ...ที่มาพร้อมกับความสับสน
และความทุกข์ยากของมันใช่ไหม
  
23:10 และบรรดาศาสนาทั่วทั้งโลก
พากันบอกว่า...
  
23:19 ...คุณต้องกดข่มความอยากเอาไว้
 
23:25 ถูกต้องไหม
 
23:28 คุณต้องบวชเป็นพระ
รับใช้พระเจ้า...
  
23:34 ...และเพื่อที่จะบรรลุถึงสิ่งสูงสุด
คุณจะต้องไม่มีความอยากอยู่เลย
  
23:44 คุณเข้าใจไหม
 
23:45 นี่เป็นคำสั่งสอนซ้ำๆ ซากๆ มาตลอด...
 
23:52 ...ของบรรดาผู้ที่ในโลกนี้
เรียกกันว่าศาสนิก
  
24:13 และเมื่อปราศจากความเข้าใจ...
 
24:14 ...ว่าโครงสร้างและธรรมชาติ
ของความอยากคืออะไร...
  
24:21 พวกเขาจึงตั้งอุดมคติว่า
การจะรับใช้หลักการสูงสุด...
  
24:26  
 
24:33 ...หรือพระพรหมในอินเดีย หรือพระเจ้า
หรือพระคริสต์ในโลกของคริสเตียน...
  
24:37 ...หรือนิกายรูปแบบต่างๆ
ที่ไร้สาระที่แตกแยกกันออกมา...
  
24:43 ...ก็คือต้องกดข่ม ควบคุม
และต้องอยู่เหนือความอยาก
  
24:47 ถูกต้องไหม
 
24:53 ทีนี้เราจะมาร่วมกันสืบค้นว่า
ความอยากคืออะไร
  
25:07 เมื่อคุณตรวจสอบว่า
ความอยากคืออะไร...
  
25:11  
 
25:14 ...กรุณาตั้งใจฟัง เมื่อคุณตรวจสอบ
หรือวิเคราะห์ว่า ความอยากคืออะไร...
  
25:18 ...คุณกำลังใช้ความคิด
เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์
  
25:27 ซึ่งนั่นเป็นการกลับเข้าไปสู่ห้วงอดีต
คุณตามทันไหม
  
25:33 ดังนั้นคุณกำลังใช้
เครื่องมืออันเก่า...
  
25:42 ...ซึ่งคือความคิดที่จำกัด
และมองเข้าไปในอดีตทีละก้าวขั้น...
  
25:45  
 
25:50 ...ซึ่งเป็นกระบวนการวิเคราะห์ทางจิต
 
25:56 ทั้งหมดนี้คุณตามทันไหม
 
26:07 แต่การตรวจสอบความอยากนั้น...
 
26:10 ...คุณจะต้องเห็นมันจริงๆ ในขณะนั้น
ไม่ใช่ย้อนกลับไปหาอดีต
  
26:17 คุณเข้าใจที่ผมพูดไหม
 
26:20 กรุณาสืบค้นไปด้วยกันกับผมอีกหน่อย
 
26:25 คุณจะต้องเข้าใจจุดนี้อย่างแจ่มแจ้ง
 
26:29 กระบวนการวิเคราะห์ทางจิต
โดยการทบทวนตรวจสอบตัวเอง...
  
26:35  
 
26:43 ...เป็นการย้อนถอยหลังกลับไปอดีต
โดยหวังว่าจะค้นพบสาเหตุได้
  
26:48 ถูกต้องไหม
 
26:51 ซึ่งการทำเช่นนั้น
คุณต้องใช้ความคิดเป็นเครื่องมือ
  
26:57 ถูกต้องไหม
 
26:59 แต่ความคิด
เป็นเครื่องมือเก่าอันจำกัด...
  
27:06 ...และคุณกำลังใช้เครื่องมือเดิมๆ
มาค้นหารากเหง้าของความอยาก
  
27:17 แต่เรากำลังพูดถึงอะไรบางอย่าง
ที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
  
27:22 กรุณาใส่ใจกับเรื่องนี้สักนิด
 
27:28 เรากำลังบอกว่า
การวิเคราะห์ไม่ว่าจะโดยตัวเราเอง...
  
27:30 ...หรือวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญ
ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย...
  
27:38 ...นอกจากคุณจะเป็นโรคประสาทอ่อนๆ
หรืออะไรทำนองนั้น...
  
27:41  
 
27:44 ...ซึ่งการวิเคราะห์อาจจะช่วยได้บ้าง
 
27:45 บางทีพวกเราทั้งหมด
อาจจะเป็นโรคประสาทอ่อนๆ กันบ้าง
  
27:53 ทีนี้เราพูดว่า ให้เฝ้าสังเกต
ดูธรรมชาติของความอยาก
  
28:04 อย่าไปวิเคราะห์มัน
แค่เฝ้าสังเกตดูเฉยๆ
  
28:08 คุณเข้าใจความแตกต่างไหม
 
28:19 ที่พูดนี้ชัดเจนไหม
 
28:22 ผมจะอธิบายให้คุณฟัง
 
28:27 คุณเห็นไหมว่าจะต้องอธิบาย
กันทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งไม่ดีเลย
  
28:33  
 
28:37 คุณไม่กระโดดเข้าไปหามัน
แล้วบอกว่า "ฉันเข้าใจแล้ว"
  
28:42 แต่เท่าที่คุณพูดก็คือ
"อธิบายให้ฟังหน่อย แล้วฉันจึงจะเข้าใจ
  
29:02 จงอธิบายกระบวนการทั้งหมด
ของความอยาก...
  
29:16 ...เลือกใช้คำพูดที่ถูกต้อง
อธิบายให้ตรงที่สุด แล้วฉันจึงจะเข้าใจ"
  
29:22 สิ่งที่คุณเข้าใจก็คือ
ความแจ่มแจ้งของคำอธิบาย...
  
29:30 ...หรือความชัดเจนในระดับคำพูด...
 
29:38 ...แต่นั่นไม่ได้ทำให้คุณสังเกต
กระบวนการของความอยากได้อย่างสมบูรณ์
  
29:41  
 
29:46 คุณเข้าใจที่พูดนี่ไหม
 
29:50 ฉะนั้นคุณจะหยุดการวิเคราะห์
แต่มาเฝ้าสังเกตดูเฉยๆ ได้ไหม
  
29:59 คุณเข้าใจไหม
จับสาระสำคัญได้แล้วใช่ไหม
  
30:01 เราสื่อสารเข้าใจกันไหมนี่
 
30:10 เราสามารถบรรยายถึงความงดงาม
ของภูเขา หิมะสีขาว ท้องฟ้าสีคราม...
  
30:16  
 
30:23 ...ความสง่างาม น่าเกรงขาม
และความบรรเจิดของมัน...
  
30:29 ...อีกทั้งหุบเขา แม่น้ำ
ลำธารและดอกไม้...
  
30:34 ...และพวกเราส่วนมากก็พอใจกับคำบรรยาย
 
30:40 เราไม่พูดว่า "ลุกขึ้น
ฉันจะปีนไต่ขึ้นไปและค้นหาให้พบ"
  
30:53 เรากำลังสืบค้นเรื่องของความอยาก
อย่างระมัดระวัง...
  
31:00 ...ไม่ใช่การสอบสวนย้อนหลังกลับไป...
 
31:07 ...โดยหวังว่าจะค้นพบ
ธรรมชาติของความอยาก
  
31:12 คุณเข้าใจไหม
 
31:13 แต่โดยการตื่นตัว
มองดูมันร่วมกันจริงๆ
  
31:27 ว่าความอยากคืออะไร
มองดูมันด้วยตัวคุณเอง
  
31:37  
 
31:41 เรากำลังมองดูร่วมกันว่า
ความอยากคืออะไร
  
31:50 คุณอยากได้เสื้อผ้า
ชุดที่คุณเห็นในตู้โชว์
  
32:00 มีการตอบสนองเกิดขึ้น
 
32:07 คุณชอบสีสัน ชอบรูปทรง...
 
32:12 ...หรือความทันสมัยของมัน
ความอยากจึงพูดว่า "ไปเลย ไปซื้อ"
  
32:17 ดังนั้นในขณะนั้น
เกิดอะไรขึ้นจริงๆ หรือ
  
32:23 ซึ่งไม่ใช่การวิเคราะห์
แต่เป็นการเฝ้าสังเกตดูจริงๆ...
  
32:27  
 
32:31 ...ดูปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น
เมื่อเห็นเสื้อผ้าชุดนั้นในตู้โชว์...
  
32:36 ...และการตอบสนองต่อปฏิกิริยานั้น
 
32:37 คุณตามทันไหม
 
32:42 คุณติดตามอยู่ใช่ไหม
 
32:45 กรุณาอย่าเพิ่งหลับนะ!
 
32:54 คุณเห็นเสื้อผ้าชุดนั้น
คุณชอบสี...
  
32:58 ...ชอบสไตล์ที่ทันสมัย
เกิดอะไรขึ้นตรงนั้นหรือ
  
33:01  
 
33:07 คุณเฝ้าดูอยู่ เกิดความรู้สึกขึ้น
 
33:12 ใช่ไหม
 
33:16 เมื่อเกิดผัสสะ คุณสัมผัสมัน
จากนั้นความอยากก็เกิดขึ้น...
  
33:21  
 
33:26 ...เมื่อความคิดสร้างมโนภาพของคุณ
ในเสื้อผ้าชุดนั้น
  
33:31  
 
33:34 ถูกต้องไหม
คุณเข้าใจที่พูดนี้ไหม
  
33:38 มีการเห็น เกิดความรู้สึก
ทางประสาทสัมผัส มีการสัมผัส...
  
33:44 ...จากนั้นความคิดก็จินตนาการว่า
คุณสวมเสื้อผ้าชุดนั้น...
  
33:52 ...แล้วความอยากก็เกิดขึ้น
 
33:55 ที่พูดนี้คุณตามทันไหม
 
33:57 ไม่ ไม่ใช่ติดตามผม
แต่ติดตามความเป็นจริงของกระบวนการนี้
  
34:04 ผมเพียงแต่ให้คำอธิบายหรือคำพูด...
 
34:09 ...แต่เรากำลังพูดถึง
ปฏิกิริยาตอบสนองที่เกิดขึ้นจริงๆ...
  
34:16 ...คือเมื่อเห็น เมื่อสัมผัส
เมื่อเกิดความรู้สึกทางประสาทสัมผัส...
  
34:20  
 
34:23 ...ความคิดสร้างภาพ
ว่าคุณสวมชุดนั้นขึ้นมา...
  
34:27 ...แล้วความอยากจึงเกิดขึ้น
 
34:31 คุณเข้าใจไหม
คุณเข้าใจที่พูดนี้หรือยัง
  
34:34 เป็นความเข้าใจของคุณ
ไม่ใช่ของผม
  
34:39 ผมยังไม่เข้าใจ
 
34:42 เอาล่ะ ค่อยๆ ติดตาม
ตั้งใจฟังนะครับ
  
34:46 ในขณะที่ความคิดสร้างมโนภาพขึ้น
จากมโนภาพนั้น ความอยากจึงเกิดขึ้น
  
34:53  
 
34:57 ถูกต้องไหม
คุณเข้าใจกระบวนการนี้ไหม
  
35:01 กรุณาทำความเข้าใจเรื่องนี้
โอ! ผมเหนื่อยจัง
  
35:04  
 
35:10 ผมเบื่อการอธิบาย!
 
35:23 ผมจะยังยกตัวอย่างเสื้อผ้าชุดนั้น
หรือเสื้อเชิ้ต
  
35:28 คุณเห็นว่าเกิดการรับรู้
สิ่งที่อยู่ในตู้โชว์ ก็คือการเห็น...
  
35:34 ...เป็นการตอบสนองทางจักษุประสาท...
 
35:43 ...จากนั้นก็เดินเข้าไปในร้าน
จับดูเนื้อผ้า...
  
35:50 ...จากนั้นความคิดก็พูดว่า
"ถ้าฉันได้เป็นเจ้าของ มันก็ยอดไปเลย"
  
35:54 และจินตนาการว่าคุณสวมใส่ชุดนั้นอยู่
 
35:59 นั่นเป็นช่วงขณะที่ความอยากเกิดขึ้น
 
36:04 ถูกต้องไหม
 
36:07 คุณเห็นกระบวนการนี้
เกิดขึ้นจริงๆ ไหม...
  
36:11 ...ไม่ใช่เห็นจากการอธิบายของผม
 
36:15 ชัดเจนไหม ที่ว่าตัวคุณเอง
เฝ้าดูสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
  
36:29 ทีนี้คำถามก็คือ
(กรุณาสืบค้นเข้าไปอย่างถี่ถ้วน)...
  
36:34 ...ทำไมความคิดจึงสร้างมโนภาพ...
 
36:39 ...ว่าคุณเป็นเจ้าของเสื้อเชิ้ต
หรือเสื้อผ้าชุดนั้น...
  
36:42 ...แล้วจากนั้นก็ไขว่คว้ามัน
 
36:45 ขอให้เฝ้าดู
 
36:47 พินิจพิจารณาดู สืบค้น
ใช้สมองของคุณค้นหาดู
  
36:58 เมื่อคุณเห็นเสื้อเชิ้ต
สีน้ำเงินตัวหนึ่ง
  
37:05 จากนั้นคุณก็เดินเข้าไปดูใกล้ๆ
และจับต้องมัน สัมผัสดูเนื้อผ้า...
  
37:10 ...แล้วความคิดก็เข้ามา
และพูดว่า "ดูดีจัง"
  
37:16  
 
37:21 ตอนนี้คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ
 
37:25 ความคิดสามารถหยุดตัวมันเอง
ไม่สร้างมโนภาพขึ้นมาได้ไหม
  
37:33 คุณเข้าใจคำถามของผมไหม
 
37:38 ผมจะค่อยๆ อธิบาย
ค่อยๆ สืบค้นลงไป
  
37:46 เรากำลังตรวจสอบ
กระบวนการทั้งหมดของความอยาก...
  
37:55 ...เพราะเราถามว่า
ความอยากคือรากเหง้าแท้ๆ...
  
37:58 ...ของการดำเนินชีวิต
ด้วยความเห็นแก่ตัว...
  
38:04 ...ของการยึดเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง
ความสำคัญใช่ไหม
  
38:09 และจากนั้นเราถามว่า
มันใช่ความอยากไหม
  
38:15 แล้วเราก็ถามว่า
ความอยากคืออะไร
  
38:20 และผู้พูดคัดค้านเต็มที่
ต่อการกดข่มความอยากเอาไว้...
  
38:28 ...เพราะเหตุว่าการกดข่ม
แก้ปัญหาไม่ได้
  
38:32 เขายังบอกอีกว่า
อย่าวิ่งหนีความอยากโดยเข้าไปอยู่วัด...
  
38:36 ...อย่าไปตั้งสัจจะอธิษฐาน
และทำอะไรต่อมิอะไร...
  
38:40 ...เพราะนั่นเป็นเพียงการหลีกหนี
 
38:43 แต่สิ่งที่เราบอกก็คือ
ขอให้ตรวจสอบความอยากมองดูมัน...
  
38:49 ...ไม่ใช่โดยการวิเคราะห์
แต่เฝ้าสังเกตดูมันเฉยๆ ในขณะที่มันเกิดขึ้น
  
38:52  
 
38:57  
 
39:00 การเฝ้าดูทำให้เห็นการตอบสนองทางตา
ต่อชุดหรือเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงิน...
  
39:04 ...เกิดการสัมผัสเชื่อมโยง
ภายในจิตใจ...
  
39:13 ...การเข้าไปในร้าน
การจับต้องเนื้อผ้า...
  
39:22 ...จากนั้นความคิดก็สร้างมโนภาพ
และความอยากก็เกิดขึ้น
  
39:30 ต่อเมื่อความคิดสร้างมโนภาพ
ขึ้นมาเท่านั้น ความอยากจึงเกิดขึ้น
  
39:35  
 
39:38 มิเช่นนั้นแล้วมันก็ไม่เกิดขึ้น
ตอนนี้พวกคุณเข้าใจตรงนี้หรือยัง
  
39:50  
 
39:54 ถูกต้องไหม
 
39:56 ดังนั้นความอยากจึงเกิดขึ้นและเบ่งบาน
ณ ขณะที่คุณสร้างมโนภาพขึ้น...
  
40:02  
 
40:05 ...หรือความคิดสร้างมโนภาพขึ้นมา
 
40:12 เช่น คุณเคยมีประสบการณ์ที่มีความสุข
ไม่ว่าจะเป็นกามารมณ์หรืออะไรก็ตาม
  
40:18 และความคิดก็สร้างมโนภาพขึ้นมา
และคุณก็ไขว่คว้าหาประสบการณ์นั้น
  
40:31 อย่างหนึ่งอยู่ในรูปแบบ
ของความพึงพอใจ...
  
40:37 ...อีกอย่างก็คือการเคลื่อนไหว
ของความอยากที่ขัดแย้งกันเอง
  
40:44 ถูกต้องไหม
 
40:46 เช่นคุณอยากได้เสื้อผ้าชุดนั้น...
 
40:49 ...หรืออยากประสบความสำเร็จ
อย่างยิ่งใหญ่และอื่นๆ
  
40:55 คุณสามารถเฝ้าดูความเป็นจริงนี้...
 
41:00 ...ที่ในขณะซึ่งความคิดสร้างมโนภาพ
ความอยากก็เกิดขึ้นมาได้ไหม
  
41:05  
 
41:16 คุณตื่นรู้ต่อภาวะนี้ไหม
 
41:20 คุณเห็นขณะที่มันเกิดขึ้นจริงๆ ไหม...
 
41:26 ...ว่าความคิดสร้างความอยาก
ที่ไขว่คว้าจะไปให้ถึงเป้าหมาย...
  
41:36 ...โดยผ่านการคิด
จินตนาการขึ้นมาอย่างไร
  
41:41 ถูกต้องไหม
 
41:42 คุณกำลังนั่งอยู่ตรงนั้น
 
41:48 และเฝ้าดูความเป็นจริงนี้เกิดขึ้น
ด้วยตัวคุณเองจริงๆ หรือไม่
  
41:53 เห็นได้ชัดเจนว่ามันง่ายมาก
 
41:55 ใช่ไหม
 
41:57 จากนั้นก็เกิดคำถามว่า
เป็นไปได้ไหมที่ความคิดจะไม่สร้างมโนภาพ
  
42:04 นั่นคือประเด็นสำคัญ
คุณเข้าใจไหม
  
42:10 ผมกำลังทำให้เรื่องนี้
ยุ่งยากอย่างยิ่งหรือไม่
  
42:14 ผมขออนุญาตเสนอแนะว่า...
 
42:19 ...ให้เครื่องมืออันใหม่
เป็นสิ่งที่จับต้องได้ดีไหม
  
42:24 เดี๋ยวก่อนครับ ขอให้ผม
พูดจบก่อนแล้วเราค่อยถาม
  
42:32 ผมขออนุญาตพูดให้จบก่อนได้ไหม
 
42:35 แล้วหลังจากนั้น คุณจึงถามคำถาม
ถ้ายังมีเวลาพอ...
  
42:38 ...เราจะมีการสนทนากันอีกห้าครั้ง
หลังจากจบการบรรยายทั้งหมด
  
42:42 จากนั้นคุณจึงค่อยโจมตีผมด้วยคำถาม
(หัวเราะ)
  
42:45 ดังนั้นขอให้อดทนจนกว่าจะถึงตอนนั้น
 
43:00 เรามาถึงจุดที่ว่า ตัวคุณเอง
เฝ้าดูการผุดโผล่ขึ้นมาของความอยาก
  
43:05  
 
43:15 ใช่ไหม
 
43:18 มีการรับรู้ การเห็น การสัมผัส
และเกิดความรู้สึกทางประสาทสัมผัส
  
43:26 เมื่อถึงตรงนั้น
ความอยากยังไม่เกิดขึ้น
  
43:30 มันเป็นเพียงแค่ปฏิกิริยา
 
43:34 คุณตามทันไหม
 
43:36 แต่ ณ ขณะที่ความคิดสร้างมโนภาพขึ้นมา
วัฏจักรทั้งหมดก็เริ่มต้น
  
43:41 คุณเห็นกระบวนการทั้งหมดนี้ไหม
 
43:45 ถ้าคุณเห็นมันอย่างแจ่มชัดแล้ว
ก็จะเกิดคำถามขึ้นมาว่า...
  
43:50 ...เพราะเหตุใดความคิด
จึงสร้างมโนภาพขึ้นมาเสมอๆ
  
43:57 คุณเข้าใจคำถามของผมไหม
ทำไม
  
44:06 เมื่อคุณเห็นเสื้อเชิ้ตสีแดง
สีน้ำเงิน สีขาว หรือสีอะไรก็ตาม...
  
44:10 ...ก็เกิดความชอบ
หรือไม่ชอบขึ้นมาในทันทีทันใด
  
44:14 แสดงว่าความคิดเคยมีประสบการณ์มาก่อน
เช่น ความชอบหรืออื่นๆ
  
44:20 ดังนั้นคุณจะสังเกตดูเสื้อเชิ้ต
หรือชุดสีน้ำเงินในตู้โชว์...
  
44:29 ...และตระหนักได้
ถึงธรรมชาติของความคิด...
  
44:33  
 
44:39 ...และเห็นอีกด้วยว่า ณ ขณะที่ความคิด
โผล่เข้ามา ปัญหาจึงเริ่มต้นขึ้น
  
44:46 ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องชุด
หรือเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงิน เรื่องเพศรสของคุณ...
  
44:50  
 
44:56 ...ประสบการณ์ทางเพศของคุณ
มโนภาพ รูปภาพ ความคิดทำทั้งหมดนั้น
  
45:02 หรือมโนภาพที่ว่าคุณมีตำแหน่ง...
 
45:08 ...มีสถานะภาพ หรือ หน้าที่การงาน
 
45:12 คุณตามทันไหม
ดังนั้นนั่นแหละคือความอยาก
  
45:16  
 
45:20 ดังนั้นคุณจะสามารถเฝ้าดู
โดยไม่เกิดความอยากอันเร่งเร้าขึ้นได้ไหม
  
45:29 คุณเข้าใจคำถามของผมไหม
สืบค้นเข้าไปแล้วคุณจะเห็น
  
45:31 คุณทำได้
 
45:38 นั่นคือเครื่องมืออันใหม่
ซึ่งก็คือการเฝ้าสังเกตดู
  
45:53 จากนั้นความอยากมีความมั่นคงปลอดภัย
ก็เหมือนกัน
  
46:00 เข้าใจไหม
 
46:08 ...ความมั่นคงในรูปของบ้านหลังใหญ่ๆ
บ้านหลังเล็กๆ...
  
46:12 ...บัญชีในธนาคารซึ่งอาจจะจำเป็น...
 
46:13  
 
46:18 ...รวมทั้งความมั่นคงที่ความอยาก
ได้สร้างขึ้นมาเกี่ยวกับตัวเอง...
  
46:25 ...มโนภาพเกี่ยวกับตัวคุณเอง
และปฏิบัติการเติมเต็มให้กับมโนภาพนั้น...
  
46:30 ...ซึ่งเกี่ยวโยงกับความคับข้องใจ
มากมายหลายชนิด...
  
46:36 ...และถึงแม้ว่าจะมีความคับข้องใจ
หรือความขัดแย้ง...
  
46:42  
 
46:48 ...หรือความทุกข์ยากเพียงไรก็ตาม
ความอยากก็ยังคงไล่ไขว่คว้าอยู่ดี...
  
46:53 ...เพราะเหตุว่าความคิด
จะสร้างมโนภาพ...
  
46:58 ...ที่เกี่ยวโยงกับความรู้สึกตื่นเต้น
ทางประสาทสัมผัสอยู่เสมอ
  
47:02 ถูกต้องไหม
ผมไม่รู้ว่าคุณเห็นอย่างนี้ไหม
  
47:11 จากนั้นเราจึงขอถามคำถามต่อไปว่า...
 
47:19 ...ความอยากเป็นสาเหตุ
ของความกลัวหรือไม่
  
47:31 เราแสวงหาความมั่นคง
โดยผ่านความอยาก...
  
47:36 ...และการเติมเต็ม
ให้แก่ความอยากนั้น...
  
47:38 ...เช่นในเรื่องพระเจ้า
ซึ่งเกี่ยวข้องกับจิตใจ
  
47:45 (ผมไม่อยากจะพูดถึง
เรื่องที่ไม่น่ารื่นรมย์นี้ต่อไป)...
  
47:50 ...และโดยที่เราไม่รู้ตัว
เราอาจจะตระหนักอยู่ในใจลึกๆ ว่า...
  
47:57  
 
48:01 ...สิ่งต่างๆ ที่เราได้ลงทุนไปนั้น...
 
48:05 ...หรือที่ความอยากได้ลงทุนไปนั้น
ไม่มีคุณค่าใดๆ เลย
  
48:08 และการที่มันไม่มีคุณค่าใดๆ เลย
คุณจึงกลัว
  
48:11  
 
48:15 คุณเข้าใจไหม คุณตามทันไหม
 
48:17 อีกอย่างเพราะว่า
เราไม่ได้กำลังวิเคราะห์ความกลัวอยู่
  
48:28 การวิเคราะห์เป็นเกมเก่าๆ ที่โง่เขลา
 
48:34 เรากำลังเฝ้าดู
ความเป็นจริงของความกลัว
  
48:41 และเมื่อมันเกิดขึ้นมา ก็เฝ้าดู
และถามว่า รากเหง้าของมันคืออะไร
  
48:50 ซึ่งไม่ใช่การค้นพบรากเหง้าของมัน
โดยการวิเคราะห์...
  
48:56 ...แต่โดยการเฝ้าดูเท่านั้น
คุณจึงค้นพบรากเหง้า
  
49:02 คุณเข้าใจไหม
 
49:08 คุณตามทั้งหมดนี้ทันไหม
 
49:14 ดูเหมือนว่าคุณจะสงสัยอยู่นะ
 
49:17 ผมกำลังจะสืบค้นเข้าไปในเรื่องนี้
 
49:23 มนุษย์ยอมรับ
และมีชีวิตอยู่ด้วยความกลัว
  
49:28 ทั้งภายนอกและภายในจิตใจ
 
49:33 ...ทางภายนอกก็เช่น กลัวความรุนแรง
กลัวจะได้รับบาดเจ็บ และอื่นๆ
  
49:41  
 
49:43 ทางภายในก็เช่น กลัวว่าจะทำตัว
ไม่สอดคล้องเข้ากับแบบแผน...
  
49:50 ...กลัวความคิดเห็นของผู้คน
กลัวว่าจะไม่ประสบผลสำเร็จ...
  
49:53 ...กลัวว่าจะไม่ได้อย่างที่ต้องการ
และอื่นๆ...
  
49:59 ...ซึ่งคุณรู้ดี เป็นเรื่องทางจิตใจ
 
50:02 เราจึงขอถามตามความเป็นจริงว่า...
 
50:07 ...คุณสามารถเฝ้าดู
ความเป็นจริงนั้น...
  
50:15 ...โดยที่จิตไม่เข้าไป
คิดวิเคราะห์มัน...
  
50:20 ...แต่เฝ้าดูการเคลื่อนไหวทั้งหมด
ของความกลัวอย่างที่มันเป็นอยู่ได้ไหม
  
50:26 คุณเข้าใจไหม
 
50:33 คุณเหนื่อยหรือยัง
 
50:35 เหลืออีกสิบนาที!
อดทนหน่อยนะ
  
50:47 เพราะคุณเห็น มันจึงเป็นไปได้...
 
50:51 ...ที่จะเป็นอิสระอย่างสิ้นเชิง
จากความกลัว
  
51:00 อย่ายอมรับคำพูดของผม
เพราะมันเป็นชีวิตของคุณ...
  
51:03  
 
51:05 ...ไม่ใช่ชีวิตของผม
คุณต้องค้นหาคำตอบเอง
  
51:13 ดังนั้นคุณต้องถามว่าความกลัวคืออะไร
 
51:20 รากเหง้าของความกลัว
อยู่ในความอยากใช่หรือไม่
  
51:24 ขอให้สืบค้นเข้าไปช้าๆ
อย่าเพิ่งปฏิเสธว่าไม่ใช่ ขอให้สืบค้นเข้าไป
  
51:30 เราเคยพูดไปแล้วว่า...
 
51:34 ...ความอยากก็คือการที่ความคิด
สร้างมโนภาพขึ้นมา...
  
51:37 ...และไขว่คว้าไปตามมโนภาพนั้น...
 
51:41 ...ซึ่งอาจจะได้หรือไม่ได้ดั่งใจ
ตามมโนภาพนั้น
  
51:47 คุณตามทันไหม
 
51:49 ถ้าหากได้ดั่งใจ ก็ไม่มีความกลัว...
 
51:52 ...หรืออย่างน้อยที่สุด
ก็อาจจะมีเคราะห์ร้ายอย่างอื่นเกิดขึ้น
  
51:59 แต่ถ้าไม่ได้สมดังใจอยาก...
 
52:03 ...ก็จะเกิดความคับข้องใจและความกลัว
ว่าไม่สามารถได้ตามอยากนั้น
  
52:10 คุณเข้าใจไหม
 
52:13 ผมหมายถึงการเติมเต็ม
ให้ได้ตามความอยากในเรื่องทางเพศที่ซับซ้อน...
  
52:20 ...และดูเหมือนว่า
ตอนนี้โลกเพิ่งจะค้นพบ...
  
52:27 ...และพูดถึงมันกันมาก
เรื่องความสำส่อนและทำนองนั้น
  
52:32  
 
52:37 ดังนั้นเราจึงถามว่า
ความกลัวคือผลิตผลของความอยากหรือไม่
  
52:50 ความอยากก็คือการสร้างมโนภาพขึ้นมา
และการเติมเต็มให้แก่มโนภาพนั้น
  
52:54 ถูกต้องไหม
 
53:03 กรุณาตั้งใจฟัง
 
53:05 หรือว่าความกลัวเป็นส่วนหนึ่ง
ของกาลเวลาใช่ไหม
  
53:14 คุณเข้าใจไหม ความกลัวคือ
การเคลื่อนไหวของกาลเวลาใช่ไหม
  
53:23 ถ้าเช่นนั้น ความอยากและกาลเวลา
คือสาเหตุของความกลัวใช่หรือไม่
  
53:34 คุณเข้าใจไหม โอ!พระเจ้า
 
53:43 ผมจะอธิบายช้าๆ
ค่อยๆ เคลื่อนไปช้าๆ นะ
  
53:52 ความอยากคือการเคลื่อนไหวของความคิด
พร้อมกับมโนภาพของมัน
  
54:04 นั่นคือการเคลื่อนไหวของความคิด
สร้างมโนภาพขึ้นมา...
  
54:09 ...และการเคลื่อนไหวของมโนภาพนั้น
ก็คือกาลเวลา ถูกต้องไหม
  
54:16  
 
54:18 ไม่ถูกหรือ
 
54:21 ไม่ใช่เวลาตามนาฬิกาที่เป็นไปตามลำดับ
แต่เป็นกาลเวลาของจิตใจ
  
54:25 เราจึงถามว่ากาลเวลา
คือสาเหตุของความกลัวเช่นเดียวกันใช่ไหม
  
54:34 กาลเวลาของความอยาก
อา...ผมเข้าใจแล้ว
  
54:38 คุณเข้าใจไหม
 
54:39  
 
54:44 กาลเวลาที่ความอยากสร้างขึ้น
และความคิดสร้างความอยากขึ้นมา...
  
54:49 ...ความคิดก็คือกาลเวลาเช่นเดียวกัน
 
54:54 ดังนั้นความคิดและความอยาก
จึงเป็นสาเหตุของความกลัว
  
55:05 คุณเห็นอย่างนั้นไหม
 
55:08 เช่นผมกลัวว่าคุณอาจจะทำอะไรผม
 
55:13 ผมกลัวว่าคุณอาจจะทำร้ายจิตใจผม
 
55:20 ผมกลัวว่าสุนัขตัวนั้นจะกัดผม
 
55:26 แต่ในขณะที่สุนัขกำลังกัดนั้น
กาลเวลายุติลง
  
55:35 คุณเข้าใจไหม
มันแค่ว่าสุนัขอาจจะกัดผม
  
55:42 ผมได้สร้างมโนภาพขึ้นมา
หรือความคิดสร้างมโนภาพขึ้นมา...
  
55:46 ...ว่าสุนัขกัด
ซึ่งเป็นกาลเวลาในอนาคต
  
55:49  
 
55:54 ทั้งหมดนี้คุณตามทันไหม
 
55:58 ดังนั้นความอยากจึงมีอนาคตของมัน
และเวลาก็คืออนาคต...
  
56:04 ...เป็นเรื่องอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
 
56:13 ดังนั้นคำถามก็คือ
ความคิดสามารถตระหนักรู้ได้ไหม...
  
56:21 ...ว่าการเคลื่อนไหวของมันเอง
สร้างความกลัวขึ้นมา
  
56:30 คุณเข้าใจไหม ความคิดตระหนักรู้
ถึงธรรมชาติของมันเอง
  
56:35  
 
56:45 เมื่อมันตระหนักรู้ว่า...
 
56:50 ...ธรรมชาติของมัน
เป็นตัวปฏิบัติการสำคัญของความกลัว...
  
56:54 ...แล้วจะเกิดอะไรขึ้น
 
56:58 จากนั้นก็มีแต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
อยู่จริงๆ เท่านั้น
  
57:04 ผมสงสัยว่าคุณจะเห็นอย่างนั้นไหม
กรุณาตามมาครับ!
  
57:11 เพราะมันคงจะควรค่า
ถ้าเราสามารถคิดในเรื่องนี้ร่วมกัน
  
57:15  
 
57:21 จากนั้นคุณจะออกจากเต็นท์นี้ไป...
 
57:24 ...โดยเข้าใจถึงการเคลื่อนไหว
ของความกลัว...
  
57:25 ...และตระหนักรู้
ถึงธรรมชาติของความอยาก...
  
57:31 ...และธรรมชาติของความคิดอันจำกัด...
 
57:36 ...ที่สร้างกาลเวลาขึ้นมา
ซึ่งก็คือความกลัว
  
57:43 คุณเข้าใจไหม
คุณตระหนักรู้หรือยัง
  
57:47 หรือว่าคุณเพียงแต่ยอมรับ
คำพูดเท่านั้นใช่ไหม
  
57:54 คุณเข้าใจไหม
 
57:56 ถ้าคุณตระหนักรู้ในเรื่องนี้
ปัญหาก็จบ
  
58:00 ไม่มีคุรุ ไม่มีพระเจ้า
หรือสิ่งไร้สาระทั้งหมดนั้นอีกต่อไป
  
58:11 ผมฟังมาเรื่อยๆ
แต่ความคิดของผมไม่ยอมหยุด...
  
58:17 ไม่ใช่ มันไม่ใช่ประเด็นปัญหาว่า
ความคิดหยุดลง
  
58:24 ไม่ใช่ อย่าเพิ่งพูดถึงความคิดหยุด
อีกซักครู่เราจะถกเรื่องนั้นกัน...
  
58:28 ...เมื่อเราพูดถึงสมาธิ
ถ้าคุณสนใจ
  
58:31 การหยุดความคิดไม่ใช่ประเด็น
 
58:33 ผมกำลังถามว่า ตัวความคิดเอง
ตระหนักรู้ถึงสิ่งที่มันกำลังทำอยู่หรือไม่
  
58:42 รู้ว่ามันได้สร้างความอยากขึ้นมา
 
58:48 และการเติมเต็มให้แก่
ความอยากนั้นคือกาลเวลา
  
58:54 และกระบวนการนั้นพัวพันกับความกลัว
 
58:58 และความคิดก็ยังได้สร้าง
สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นอีกด้วย
  
59:06 เช่น ผมเคยเจ็บปวด...
 
59:08 ...ผมหวังว่าจะไม่ต้องเจ็บปวดอีก
ซึ่งเป็นเรื่องในอนาคต
  
59:14 ดังนั้นความคิดจึงสร้างอนาคตขึ้นมา
 
59:20 ถูกต้องไหม
 
59:21 และอนาคตกาลก็คือธรรมชาติแท้ๆ
ของความกลัว
  
59:25 ผมไม่แน่ใจว่าคุณเข้าใจหรือเปล่า!
 
59:31 ยกตัวอย่างเช่น
ถ้าหากผมตายในทันทีทันใด...
  
59:36 ...ย่อมไม่มีความกลัวเกิดขึ้น
 
59:42 ถ้าหากผมหัวใจวายอย่างฉับพลัน...
 
59:46 ...ตายไป
ย่อมไม่มีความกลัวเกิดขึ้น
  
59:52 แต่ถ้าหัวใจของผมอ่อนแอ
ผมคิดว่าอาจจะตาย ซึ่งเป็นเรื่องในอนาคต
  
59:58 อนาคตกาลคือการเคลื่อนไหว
ของความกลัว เข้าใจไหม
  
1:00:02 ขอให้เห็นความจริงของมัน
ไม่ใช่ข้อสรุปของคุณ...
  
1:00:09 ...ไม่ใช่พูดว่า "ใช่ ฉันเห็นมัน"
แต่เห็นสัจธรรมของมัน
  
1:00:16 จากนั้นสัจธรรมก็จะทำงานเอง
โดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเลย
  
1:00:28 ถ้าคุณเห็นสัจธรรมนั้น
และสัจธรรมนั้นก็คือความเป็นจริง...
  
1:00:34  
 
1:00:39 ...จากนั้น ความคิดก็พูดว่า
"เข้าใจแล้ว ฉันจบแล้ว"
  
1:00:44 เพราะความคิดไม่สามารถปฏิบัติการ
ต่อความเป็นจริงได้
  
1:00:48 มันจะปฏิบัติการต่ออะไรบางอย่าง
ที่ไม่ใช่ความเป็นจริง
  
1:00:54 ดังนั้นหลังจากที่คุณได้ฟังถ้อยคำ
พล่ามเพ้อมากมายนี้แล้ว...
  
1:01:10 ...คุณตระหนักรู้ถึงธรรมชาติ
ของความกลัวแล้วหรือยัง
  
1:01:20 เห็นความจริงแท้ของมัน
 
1:01:24 ถ้าหากคุณเห็นความจริงแท้ๆ
ของมันจริงๆ ความกลัวก็หายไป
  
1:01:33 มันไม่ใช่เรื่องที่คุณจะไป
ควบคุมความคิด
  
1:01:36 คุณนั่นแหละคือความคิด
คุณเข้าใจไหม
  
1:01:41 นี่คือการถูกครอบงำ
อันน่าประหลาดอย่างหนึ่งของเรา...
  
1:01:44 ...ที่ว่าคุณแตกต่างจากความคิด...
 
1:01:49 ...จึงทำให้คุณบอกว่า
"ฉันจะควบคุมความคิด"
  
1:01:53 ถ้าหากเราแตกต่างจากความคิด...
 
1:01:57 แต่เมื่อคุณตระหนักว่า
ตัวความคิดนั้นคือ "ตัวฉัน"...
  
1:02:03 ...และความคิดนั้นสร้างอนาคตขึ้นมา
ซึ่งก็คือความกลัว...
  
1:02:07 ...และเห็นความเป็นจริงของมัน...
 
1:02:09 ...ไม่ใช่เห็นโดยการคิดเอา
อย่างเป็นเหตุเป็นผล...
  
1:02:15 ...เพราะคุณไม่สามารถเห็นความเป็นจริง
ด้วยการนึกคิดเอา
  
1:02:17 คุณอาจจะเข้าใจคำอธิบาย
อย่างแจ่มแจ้งด้วยการขบคิด...
  
1:02:24 ...แต่นั่นไม่ใช่การเห็นความเป็นจริง
 
1:02:27 ความจริงแท้ๆ
คือความเป็นจริงที่ว่า...
  
1:02:32 ...อนาคตกาลหรือการเคลื่อนไหวทั้งหมด
ของอนาคตกาล...
  
1:02:34 ...ก่อกำเนิดความกลัวขึ้นมา
 
1:02:45 ทีนี้คุณเคยได้ยิน ได้ฟัง
เรื่องนี้มาก่อน...
  
1:02:48 ...ในวิถีทางที่อาจจะแตกต่างออกไป...
 
1:02:51 ...ด้วยคำอธิบายที่ต่างกัน
และในโอกาสต่างๆ กัน...
  
1:02:55 ...แต่คุณก็มาชุมนุมกันที่นี่อีก...
 
1:02:58 ...และในเช้าวันนี้คุณก็ได้ยินได้ฟัง
การอธิบายอย่างแจ่มแจ้ง...
  
1:03:03 ...ซึ่งไม่ใช่การวิเคราะห์
 
1:03:08 และคุณเป็นอิสระ
จากความกลัวแล้วหรือยัง
  
1:03:10  
 
1:03:13 นั่นเป็นการทดสอบ
 
1:03:19 ถ้าคุณยังคงกลัวอยู่
คุณจะพูดว่า...
  
1:03:20  
 
1:03:21 ..."ฉันกลัวนั่น...นี่"
และอะไรทำนองนั้น...
  
1:03:24 ...แสดงว่าคุณไม่ได้ฟังจริงๆ...
 
1:03:42 ขอให้เราพูดเรื่องนี้กันต่อ
ในวันพฤหัสบดี...
  
1:03:45 ...หรือวันมะรืนนี้ตอนเช้าได้ไหม
 
1:03:48 ได้ไหม