Krishnamurti Subtitles

กาลเวลาทั้งหมดอยู่ในปัจจุบัน

Washington DC - 20 April 1985

Public Talk 1



0:12 (เสียงปรบมือ)
 
0:28 ผมไม่ทราบจริงๆ ว่า ทำไมพวกท่านจึงปรบมือ
 
0:35 ท่านเคยลองปรบมือข้างเดียวไหม
 
0:39 กรุณาปรบมือข้างเดียว
ตอนนี้เลย นับแต่วันนี้เป็นต้นไป
  
1:02 นี่ไม่ใช่การสอนบรรยาย
ในเรื่องใดเป็นการเฉพาะ...
  
1:11 ..เกี่ยวกับหลักปฏิบัติต่างๆ
วิทยาศาสตร์ หรือปรัชญา
  
1:19 การบรรยายทั่วไปมักจะให้ความรู้
หรือสอนในเรื่องใดเรื่องหนี่ง
  
1:34 แต่เราจะไม่ทำเช่นนั้น
 
1:37 นี่ไม่ใช่การบรรยาย
 
1:41 ทั้งไม่ใช่การบันเทิงในอีกรูปแบบหนึ่ง
 
1:49 โดยเฉพาะในประเทศนี้
เราเคยชินอย่างยิ่งที่จะอยู่..
  
1:51  
 
1:57 ...กับความเพลิดเพลิน และการ
ปลุกเร้าอารมณ์ความรู้สึกของตน
  
2:05 ทว่าในการคุยกันครั้งนี้
ในวันนี้และพรุ่งนี้เช้า...
  
2:15 ...เราจะพูดคุยด้วยกัน และสนทนาร่วมกัน...
 
2:23 ..เกี่ยวกับเรื่องการดำรงอยู่
ทั้งหมดทั้งปวงของเรา..
  
2:27 ..นับตั้งแต่วินาทีที่เราเกิด
ไปจนถึงวันที่เราตาย
  
2:34 ในช่วงเวลานั้น..
 
2:39 ..ไม่ว่าจะเป็นเวลา 50 ปี
หรือ 90 ปี หรือ 100 ปี ก็ตาม..
  
2:44 ..เราประสบปัญหาและผ่าน
ความยากลำบากนานาทั้งปวง
  
2:54 เรามีปัญหาต่าง ๆ
ทางเศรษฐกิจ สังคม และศาสนา
  
3:01 ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
ปัญหาการเติมเต็มให้กับตนเอง
  
3:11 ต้องการที่จะสืบหารากเหง้าของตนเอง
ในที่ไหนสักแห่งหรือในเรื่องอื่น
  
3:19 และเราก็ยังมีบาดแผลทางจิตใจ
มีความกลัว...
  
3:26 ...มีความเพลิดเพลินใจและอารมณ์ความรู้สึก
มากมายนับไม่ถ้วน
  
3:35 และยังมีความหวาดกลัว
อย่างมากมาย ในมนุษย์ทุกผู้ทุกคน
  
3:44 มีความกระวนกระวายใจ
อย่างมากมาย มีความไม่แน่นอน..
  
3:50 ..และมีการไขว่ขว้าหา
ความเพลิดเพลินใจต่างๆ นานา
  
3:56 มนุษย์ทั้งหมด.. บนโลกอันแสนงดงามใบนี้..
 
4:03 ..ทุกข์ทรมาน รวดร้าวอย่างยิ่ง
และอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวอย่างยิ่ง
  
4:09 เราจะพูดคุยกัน
เกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดนั้นร่วมกัน
  
4:14 ในท่ามกลางชีวิตสมัยใหม่นี้
ศาสนาอยู่ตรงไหนหรือ
  
4:24 และเราจะพูดคุยร่วมกันอีก
ถึงคำถามเกี่ยวกับความตาย
  
4:30 มาคุยกันว่า จิตแห่งศาสนาคืออะไร
และการทำสมาธิคืออะไร
  
4:40 ..และมีสิ่งใดไหม
ที่อยู่พ้นไปจากความคิดทั้งหมด..
  
4:49 ..มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ
ในชีวิตนี้หรือไม่..
  
4:53 ..หรือว่าทุกอย่างล้วนเป็นวัตถุ
เราจึงพากันใช้ชีวิตแบบวัตถุนิยม
  
4:56  
 
5:01 เราจะมาพูดคุยร่วมกัน
ถึงปัญหาเหล่านี้ทั้งหมด..
  
5:05 ..ในบ่ายวันนี้ และเช้าวันพรุ่งนี้
 
5:14 อย่างที่เราได้บอกกันแล้ว
ว่านี่ไม่ใช่การบรรยาย
  
5:19 นี่เป็นการสนทนากัน ระหว่างคุณกับผู้พูด
 
5:27 การสนทนาที่ปราศจาก
นัยของการปรับเปลี่ยนความเชื่อ..
  
5:33 ..นัยของการโฆษณาชวนเชื่อ
หรือการแนะนำทฤษฎีบทใหม่..
  
5:42 ..แนวความคิดใหม่
หรือเรื่องแปลกประหลาดอันไร้สาระ
  
5:53 หากว่าคุณยินดี..เราจะพูดคุยกัน
ถึงปัญหาทั้งหมดร่วมกัน
  
6:00 ..เสมือนดั่งเพื่อน 2 คน
ถึงแม้ว่าเราจะไม่รู้จักกัน
  
6:04  
 
6:09 เราจะหารือกัน ร่วมสนทนากัน
 
6:15 ซึ่งมีความหมายมากกว่า
การที่จะมาบรรยายกัน..
  
6:18 ..หรือบอกกันว่าให้ทำอะไร..
 
6:23 ..ให้เชื่ออะไร
หรือให้มีความศรัทธาในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และอื่น ๆ
  
6:31 ในทางตรงกันข้าม
เราจะสังเกตด้วยอารมณ์สงบและปราศจากอคติ..
  
6:38 ไม่เอาเรื่องส่วนตัวเข้ามายุ่งเกี่ยว..
 
6:44 ..ไม่ติดยึดในปัญหาใด
หรือทฤษฎีใด เป็นการเฉพาะเจาะจง
  
6:54 แต่เราจะมามองดูร่วมกัน
ว่ามนุษย์ได้ทำอะไรลงไปต่อโลกนี้บ้าง
  
7:06 ..และเราได้ทำอะไรต่อกันและกันบ้าง
 
7:13 ดังนั้น นี่ไม่ใช่ความบันเทิง..
 
7:19 ..ไม่ใช่การเดินทางด้วยความรู้สึก
และอารมณ์เพ้อฝัน
  
7:25 มันสำคัญไม่ใช่เพียงแค่ ตามหลักเหตุผล..
 
7:33 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์เท่านั้น..
 
7:36 ..แต่เรายังต้องมองดูปัญหาทั้งหมด..
 
7:42 ..และเรื่องราวนับหมื่น นับพันของมนุษย์..
 
7:47 ..ไม่ใช่จากมุมมองใด
หรือความเห็นใดความเห็นหนึ่ง
  
7:54 ..ไม่ใช่ด้วยความเชื่อ
หรือความศรัทธาใดๆ ทั้งสิ้น..
  
8:00 ..หากแต่จะสำรวจร่วมกัน สืบสวนไปด้วยกัน
 
8:11 ผู้พูดไม่ได้พยายามโฆษณา
ชวนเชื่อ ไม่ว่าในรูปแบบใดๆ..
  
8:17 หากทำเช่นนั้นย่อมเป็นสิ่งเลวร้ายยิ่ง
 
8:20 ผู้พูดไม่ได้พยายาม
ที่จะเปลี่ยนใคร ไปสู่แนวคิดใด
  
8:31 หรือนำไปสู่ความเชื่อ แบบหนึ่งแบบใด
 
8:37 เราจะร่วมการเดินทางอันยาวไกล
อันแสนจะซับซ้อนนี้ไปด้วยกัน
  
8:47 มันจึงเป็นความรับผิดชอบ ทั้งของคุณ..
 
8:51 และเป็นความรับผิดชอบของผู้พูด
ที่เราจะเดินทางไปด้วยกัน..
  
8:58 ..ร่วมกันสอบสวน
มองดูโลกที่เราสร้างขึ้นมา
  
9:12 สังคมที่เราอาศัยอยู่
สร้างขึ้นมาโดยมนุษย์
  
9:18 ไม่ว่าจะเป็นทางเศรษฐกิจ สังคม
คนรวย คนจน และอื่นๆ อีกมากมาย
  
9:26 สังคมที่เราอาศัยอยู่นี้
 
9:31 เราแต่ละคนล้วนมีส่วนเสริมสร้างมัน
 
9:36 และหากว่าคุณมุ่งมั่น
ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเช่นนั้น
  
9:44 ..เพราะคุณอยู่ที่นี่ และผมก็อยู่ตรงนี้
 
9:48 เพื่อที่จะเดินทางอันซับซ้อน
และยาวไกลนี้..
  
9:53 ..เพราะว่าชีวิตนั้นสลับซับซ้อนยิ่ง
 
9:57 เรามองที่ความซับซ้อนนั้น..
 
10:02 และรู้สึกซับซ้อนมากขึ้นไปทุกที
 
10:06 เราไม่เคยมองอะไร อย่างเรียบง่ายเลย
 
10:11 ดังนั้น เรามาเดินทางร่วมกันเถิด
 
10:19 ด้วยสมอง ด้วยห้วใจ
และด้วยทั้งหมดของชีวิตเรา
  
10:29 ผู้พูดอาจจะกล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
 
10:34 มาเรียบเรียงเป็นคำพูด
 
10:40 อย่างตรงไปตรงมา กระจ่างชัด
 
10:45 และ ปราศจาก การใช้อารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น
 
10:52 มนุษย์เราอาศัยอยู่บนโลกใบนี้
อาจจะสักล้านปีหรือห้าหมื่นปีมาแล้ว
  
11:06 เราใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ มานับพันๆ ปี
 
11:12 และในตลอดช่วงเวลาอันยาวนานนั้น
 
11:17 มนุษย์ทนทุกข์ทรมาน จากความเพลิดเพลินใจ
 
11:22 ความอ้างว้างเดียวดาย
ความสิ้นหวัง ความไม่มั่นคงแน่นอน
  
11:30 ความสับสน และอื่นๆ อีกมากมาย
 
11:40 ดังนั้น จึงเกิดความซับซ้อนยุ่งเหยิง
นานับประการ และเกิดสงคราม
  
11:46 ไม่ใช่มีเพียงแค่สงคราม
ที่ห้ำหั่นฆ่าฟันกันอย่างนองเลือด
  
11:51 แต่ยังมีสงครามทางจิตวิทยาอีกด้วย
 
11:56 และมนุษย์ก็เฝ้าตั้งคำถามว่า
จะมีสันติภาพเกิดขึ้นบนโลกนี้ได้ไหม
  
12:03 pacem in terris
หรือสันติภาพบนพื้นพิภพในภาษาลาติน
  
12:13 และก็เห็นกันแล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้
 
12:22 มีสงครามร่วมสี่สิบสงคราม
ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้
  
12:30 ทั้งสงครามทางอุดมการณ์
ทางทฤษฏี เศรษฐกิจ และสังคม
  
12:43 และตลอดอดีตกาลในประวัติศาสตร์
สักห้าถึงหกพันปีที่ผ่านมา
  
12:50 มีสงครามเกิดขึ้นทุกปี
 
12:58 และในขณะนี้
เรากำลังเตรียมการเพื่อทำสงครามอยู่เช่นกัน
  
13:04 มีอุดมการณ์หนึ่ง ซึ่งเป็นคอมมิวนิสต์
 
13:07 โลกของการใช้กำลังเข้ากดขี่
ควบคุมอย่างไม่เป็นธรรม
  
13:11 โลกของความโหดร้ายทารุณ ในรัสเซีย
 
13:14 และก็ระบอบประชาธิปไตย
 
13:17 หรือที่เรียกกันว่า
โลกประชาธิปไตยของตะวันตก
  
13:19 อุดมการณ์สองอุดมการณ์ กำลังทำสงครามกัน
 
13:24 ว่าวิธีการแบบไหน ที่เราควรนำมาใช้
 
13:27 การควบคุมอาวุธยุทโธปกรณ์
และอะไรอื่นทั้งหมด
  
13:32 สงครามดูจะเป็นเรื่อง
ธรรมดาสามัญของมวลมนุษย์
  
13:42 และเรายังสังเกตเห็นอีกว่า
 
13:48 ทุกหนแห่งบนโลกนี้ต่างสั่งสม
อาวุธยุทโธปกรณ์กันไปทั่ว
  
13:54 ..ตั้งแต่ประเทศเล็กๆ หรือชนกลุ่มน้อย..
 
13:59 ..ไปจนถึงประชาคม ที่มีความช่ำชองมาก..
 
14:02 ..มีความมั่งคั่งมาก อย่างประเทศของท่าน
 
14:09 แล้วเราจะมีสันติภาพ บนโลกนี้ได้อย่างไร
 
14:14 นั่นเป็นสิ่งที่เป็นไปได้หรือ
 
14:19 และพวกเรายังพูดกันอีกว่า
 
14:24 ไม่มีสันติภาพบนโลกใบนี้หรอก
มีแต่เพียงบนสรวงสวรรค์เท่านั้น
  
14:29 ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในวิถีที่ต่างกันออกไป
  
14:32 ทั้งในตะวันออก อินเดีย
และที่นี่ (อเมริกา)
  
14:37 ชาวคริสเตียนได้ฆ่าคนไป
มากกว่าใครๆ ในโลกนี้
  
14:46 เรากำลังเฝ้าสังเกต โดยไม่เข้าข้างใคร
 
15:00 สิ่งเหล่านี้คือข้อเท็จจริง
คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
  
15:07 แล้วยังมีศาสนาต่างๆ อีก
มีโลกของศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม
  
15:20 ศาสนาฮินดู และศาสนาพุทธ
 
15:26 และนิกายอีกมากมาย ภายในคริสตจักรเอง
 
15:37 ..และในอินเดีย ในเอเชีย
ผู้คนเชื่อในพระพุทธเจ้า..
  
15:47 ..ไม่มีพระเจ้าในศาสนาพุทธ
 
15:52 ส่วนศาสนาฮินดูนั้น มีใครบางคนคำนวณได้ว่า
 
15:53 ..มีพระเจ้าประมาณ สามแสนองค์..
 
16:02 นั่นออกจะน่าสนุก
คุณสามารถเลือกพระเจ้าองค์ใดก็ได้ที่คุณชอบ
  
16:10 ส่วนศาสนาคริสต์ และศาสนา
อิสลามนั้น มีพระเจ้าเพียงองค์เดียว..
  
16:15 ..ตามที่ได้บัญญัติไว้ ในหนังสือสองเล่ม..
 
16:18 ..คัมภีร์ไบเบิล และคัมภีร์อัลกุระอาน
 
16:22 ดังนั้น ศาสนานั้นแบ่งแยกมนุษย์
 
16:27 เฉกเช่น ชาตินิยม
ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการสรรเสริญเผ่าพันธุ์
  
16:33 ได้แบ่งแยกมนุษย์ออกจากกัน
 
16:40 พวกชาตินิยม ขบวนการผู้รักชาติ
ผู้เคร่งครัดในศาสนา..
  
16:47 ..พวกยึดถือในหลักการ ทั้งในอินเดีย..
 
16:54 ..ที่นี่ และในยุโรป ย้อนกลับไป
ฟื้นฟูศาสนาของพวกเขา..
  
17:03 ผมสงสัยว่า คุณเคยมองดูคำว่า
"ฟื้นฟู" บ้างไหม
  
17:08 คุณ "ฟื้นฟู" ได้เฉพาะกับบางสิ่งที่ตายแล้ว
หรือกำลังจะตายเท่านั้น
  
17:14 ไม่มีชีวิตหลงเหลืออยู่
คุณไม่สามารถฟื้นฟูสิ่งมีชีวิตให้มีชีวิต
  
17:20 และในประเทศนี้
ผู้คนกำลังพยายามฟื้นฟูศาสนากัน
  
17:28 ผู้คนยังทำในสิ่งเดียวกันนี้
ในที่ต่างๆ ทั่วโลก
  
17:33 และยังมีการแบ่งแยก ระหว่างเชื้อชาติ
 
17:39 ศาสนา เศรษฐกิจ และอื่นๆ อีก
 
17:47 มนุษย์ดำรงอยู่ ในความขัดแย้งมาโดยตลอด..
 
17:55 ..เหมือนกับที่ทุกๆ คนในโลกนี้
 
17:59 ต่างประสบพบผ่าน
ความทุกข์ยากสาหัสมาทุกรูปแบบ
  
18:05 ความทุกข์โศกนานับประการ
 
18:10 ความปวดร้าว สิ้นหวัง
และเปล่าเปลี่ยวอ้างว้าง
  
18:19 และเราต่างปรารถนาอย่างแรงกล้า
ที่จะหลีกหนีไปจากสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด
  
18:25 แต่พวกเราจะมามองดูร่วมกัน
เฝ้าสังเกตปรากฎการณ์ที่ไม่ธรรมดานี้
  
18:36 ..สิ่งที่มนุษย์ได้ทำลงไปแล้ว
ตลอดช่วงเวลานับพันๆ ปีมานี้..
  
18:45 ..มนุษย์ยังคงเป็นคนป่าเถื่อน
โหดร้ายอำมหิต..
  
18:51 ..หยาบคาย เต็มไปด้วย
ความวิตกกังวลและความเกลียดชัง
  
18:56 และความรุนแรงในโลกนี้
ก็กำลังขยายตัวมากขึ้น
  
19:04 ฉะนั้น จึงมีคนถามว่า
จะมีสันติภาพบนโลกนี้ได้หรือไม่
  
19:12 เพราะหากปราศจากสันติภาพ ภายในตน..
 
19:17 ..ภายในจิตใจตนเองในเบื้องต้น..
 
19:19 ..สมองก็ไม่สามารถเจริญเติบโต
และเบ่งบานได้
  
19:22 มนุษย์ไม่สามารถใช้ชีวิต
โดยองค์รวมอย่างบริบูรณ์ได้
  
19:33 ทำไม ..หลังจากวิวัฒนาการ อันยาวนาน
 
19:40 ..ตลอดช่วงเวลานั้น...
 
19:44 ..ที่เราได้รวบรวมประสบการณ์
ความรู้ จำนวนมหาศาล..
  
19:54 ..และข้อมูลต่างๆ อีกมากมาย
 
19:59 ..ทำไม เรา ในฐานะมนุษย์
จึงอยู่ในความขัดแย้งอยู่ตลอดไม่จบสิ้น
  
20:06 นั่นคือคำถามที่แท้จริง
 
20:09 เพราะเมื่อไม่มีความขัดแย้งแล้ว
ก็จะเกิดสันติภาพขึ้นโดยปริยาย
  
20:17 และผู้คน นั่นรวมถึงสตรี ได้โปรดเถิด
เวลาที่ผมใช้คำว่า "ผู้คน"..
  
20:24 ..ผมไม่ได้แยกผู้หญิงออกไป..
 
20:28 โปรดอย่าตื่นเต้นกับการใช้คำ
(เสียงหัวเราะ)
  
20:34 และ ถ้าผมขอชี้ให้เห็น
ก็โปรดอย่าได้โกรธหรือเคืองใจ..
  
20:44 ..ในสิ่งที่เรากำลังสืบค้นไปด้วยกัน
 
20:51 มันคือความรับผิดชอบของคุณ
ที่จะสืบค้น ตั้งคำถาม..
  
20:57 ..ไม่เพียงแค่ด้วยการใช้สมองคิดเป็นเหตุผล
หรือเพียงแค่ใช้ถ้อยคำ..
  
21:05 ..แต่ด้วยหัวจิตหัวใจของคุณ
สมองของคุณ ด้วยทั้งหมดของตัวคุณ
  
21:10 และค้นหาว่า ทำไมเราจึงเป็น
อย่างที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้
  
21:19 เราได้ลองมาแล้วด้วยศาสนาต่างๆ..
 
21:27 ..ระบบเศรษฐกิจนานา
และสังคมหลากหลายรูปแบบ..
  
21:34 ..ถึงกระนั้น
เราก็ยังดำรงอยู่ในความขัดแย้ง
  
21:41 ความขัดแย้งที่มีอยู่ในตัวเรา
แต่ละคนนี้ จะจบสิ้นลงได้ไหม
  
21:48 ยุติลงอย่างสิ้นเชิง
ไม่ใช่เพียงบางเสี้ยวบางส่วน ชั่วครั้ง ชั่วคราว
  
21:57 นี่เป็นคำถามที่จริงจังมาก
 
22:01 ซึ่งต้องการคำตอบที่จริงจัง
 
22:07 ไม่ใช่แค่ตอบว่า มันเป็นได้หรือเป็นไปไม่ได้
แต่สืบค้นเข้าไปอย่างลึกซึ้ง
  
22:21 ..ทำไมมนุษย์ รวมทั้งคุณ
และอาจจะรวมผู้พูดด้วย..
  
22:30 ..จึงดำรงอยู่ในความขัดแย้ง ปัญหา
ความแบ่งแยก อยู่ไม่รู้จักจบสิ้น
  
22:38 ทำไมเรา
ถึงได้แบ่งแยกโลกออกเป็นเชื้อชาติต่างๆ..
  
22:44 ..เป็นกลุ่มศาสนาต่างๆ..
 
22:49 ..เป็นกลุ่มพฤติกรรมทางสังคม
และอื่นๆ อีกทั้งหมด
  
22:53 ในบ่ายวันนี้
เราจะสืบค้นอย่างจริงจังได้ไหม..
  
23:01 ..ว่าเป็นไปได้หรือไม่
ที่ความขัดแยังจะจบสิ้นลง
  
23:04 จบลงภายในตน
ภายในจิตใจตนเลยเป็นอันดับแรก..
  
23:09 ..เพราะหากว่า
มีคุณลักษณ์ของอิสรภาพอยู่ภายใน..
  
23:19 ..เราจะก่อให้เกิดสังคม
ที่ไม่มีความขัดแย้ง
  
23:27 ดังนั้น มันเป็นความรับผิดชอบ
ของเรา ในฐานะมนุษยชาติ...
  
23:32 .. ที่เรียกกันว่า ปัจเจกบุคคลนี้..
 
23:38 ..ที่จะต้องจริงจัง กับการใช้สมองของเรา..
 
23:42 ..พลังงานของเรา แรงใจของเรา..
 
23:46 ..ในการค้นพบด้วยตนเอง
ไม่ใช่ตามรอยนักปรัชญาคนใด..
  
23:56  
 
24:02 ..ไม่ใช่ตามจิตแพทย์คนไหน
แต่ให้สืบค้น เฝ้าสังเกต..
  
24:09 หาให้พบด้วยตนเองว่า
ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์..
  
24:14 ..ไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์
กันลึกซึ้งหรือไม่..
  
24:18 ..ค้นให้พบว่า
ความขัดแย้งนี้จบสิ้นลงได้หรือไม่
  
24:28 ความขัดแย้งคืออะไรกันแน่
เหตุใดเราจึงใช้ชีวิตอยู่กับความขัดแย้ง
  
24:35 เหตุใด เราจึงมีปัญหาต่างๆ
 
24:40 ปัญหาคืออะไร
 
24:45 กรุณาสืบค้นพร้อมกันไปกับผู้พูด
เข้าสู่คำถามนี้..
  
24:49 ปัญหาคืออะไร
 
24:53 ความหมายทางรากศัพท์ของคำนั้นหมายถึง
"บางสิ่งที่ทุ่มเข้าใส่คุณ"
  
25:01 ปัญหาคือการท้าท้ายประการหนึ่ง
เป็นบางสิ่งที่คุณต้องตอบ
  
25:10 หากคุณเริ่ม
ที่จะสืบค้นเข้าไปสู่ธรรมชาติทั้งหมดของปัญหา..
  
25:25 ถ้าคุณเริ่ม
ที่จะสืบค้นเข้าไปสู่ธรรมชาติทั้งหมดของปัญหา..
  
25:30 ..ไม่ว่าจะเป็นปัญหาส่วนตัวที่สุด
หรือเป็นปัญหาของโลก..
  
25:38 ..อย่างที่เราได้กล่าวไว้ว่า
ความหมายของคำนั้นตามรากศัพท์..
  
25:42 ..หมายถึง บางสิ่งที่ผลักดัน
บางสิ่งที่ทุ่มใส่คุณ
  
25:49 ผมสงสัยว่าเราได้สังเกตเห็น
คำถามต่อปัญหาต่างๆที่ว่านี้หรือไม่..
  
25:58 ..ยามเมื่อคุณยังเป็นเด็กเล็ก
คุณถูกส่งไปโรงเรียน
  
26:06 ที่นั่น คุณมีปัญหาเรื่องการเขียนหนังสือ
ปัญหาทางคณิตศาสตร์..
  
26:16 ..ปัญหาเรื่องประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์..
 
26:19 .. เคมี และเรื่องอื่นๆ อีกทั้งหลาย
 
26:22 ดังนั้นเราถูกฝึกฝนให้มีปัญหา
ตั้งแต่วัยเยาว์
  
26:30 โปรดกรุณาอดทน
 
26:33 มองดูมันอย่างระมัดระวัง
 
26:36 สมองของเรานั้นถูกกำหนดเงื่อนไข
ฝึกฝน และสอนให้มีปัญหา
  
26:46 จงสังเกตสิ่งนี้ด้วยตัวคุณเอง
 
26:51 และโปรดกรุณาอย่าเพียงฟังเฉยๆ
 
27:00 เรากำลังสืบสาวร่วมกัน
มองเข้าไปสู่ปัญหาต่างๆ ที่คุณมี
  
27:10 เราถูกฝึกฝน พร่ำสอน..
 
27:14 ..ถูกกำหนดเงื่อนไข
ให้มีปัญหาต่างๆ มาแต่เยาว์วัย
  
27:24 ..และเมื่อมีปัญหาใหม่ผุดขึ้นมา
ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว..
  
27:34 ..สมองของเราที่เต็มไปด้วย
ปัญหาต่างๆ อยู่แล้ว..
  
27:38 ..ก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหา อีกอันหนึ่ง
 
27:42 ..และด้วยเหตุนั้นเอง
ปัญหาจึงเพิ่มมากขึ้น
  
27:44 ซึ่งเป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในโลกนี้
 
27:48 เหล่านักการเมืองทั้งหลายทั่วโลก..
 
27:51 ..ต่างก่อปัญหาขึ้นมา
ปัญหาแล้วปัญหาเล่าเพิ่มขึ้น
  
27:55 และพวกเขาต่างก็ไม่พบคำตอบ
 
28:00 ดังนั้น มันเป็นไปได้ไหม..
 
28:07 - โปรดกรุณาฟัง หากคุณตั้งใจจริง
- มันเป็นไปได้หรือไม่..
  
28:14 ..ที่จะมีสมองที่เป็นอิสระจากปัญหาต่างๆ
เพื่อที่จะแก้ไขปัญหา
  
28:18 ไม่ใช่สมองที่เต็มไปด้วย
ปัญหายุ่งเหยิงต่างๆ
  
28:27 เป็นไปได้ไหม
 
28:31 และอีกนั่นแหละ หากคุณพูดว่ามันเป็นไปได้
หรือมันเป็นไปไม่ได้แล้ว..
  
28:39 ..คุณก็กำลังหยุดการไต่สวน
 
28:44 สิ่งที่สำคัญในการสืบค้นนี้..
 
28:48 ..คือเราต้องตั้งข้อสงสัย แคลงใจไว้ให้มาก
 
29:00 อย่าได้ยอมรับอะไรก็ตาม
ตามที่เห็นจากภายนอก..
  
29:04 ..หรือตามความรื่นรมย์ ตามความพึงใจของคุณ
 
29:10 ชีวิต เป็นเรื่องที่จริงจังกว่านั้นมากนัก
 
29:18 ฉะนั้น เราต้องสืบค้น
ไม่เพียงแค่เข้าไปสู่
  
29:22 ธรรมชาติของความขัดแย้ง
หรือปัญหาต่างๆ เท่านั้น
  
29:26 ..แต่ -บางทีนี่อาจจะ สำคัญกว่ามาก..
 
29:34 ..การได้ท่องไปทั่วทุกแห่งหนบนโลก
 
29:39 ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม
มนุษย์ทุกผู้ทุกคนบนโลกนี้
  
29:46 มนุษย์ทุกคน ไม่ว่าเขาจะอยู่ในประเทศรัสเซีย
จีน เอเชีย อินเดีย..
  
29:53 ..ยุโรป หรือ ณ ที่นี่
ต่างพบผ่านความทุกข์โศกมาทุกรูปแบบ
  
30:03 คนนับพัน นับล้านคนร้องไห้ปาดน้ำตา
และหัวเราะบ้างเป็นครั้งคราว
  
30:16 ทุกคนบนโลกนี้ล้วนมี
ความเปล่าเปลี่ยวอ้างว้าง สิ้นหวัง..
  
30:24 ..วิตกกังวล สับสน รู้สึกไม่มั่นคง
อย่างมาก เช่นเดียวกับคุณ
  
30:36 มนุษย์ทุกคน จะดำ จะขาว
จะม่วง หรือจะผิวสีอะไรก็ตามแต่
  
30:44 ทางจิตใจแล้ว นี่คือข้อเท็จจริง
สิ่งที่เป็นจริง
  
30:53 ไม่ได้ประดิษฐ์ประดอยขึ้นโดยผู้พูด
 
30:57 สิ่งนี้สังเกตได้ คุณเห็นได้
ในทุกๆ ใบหน้าของคนบนโลกนี้
  
31:09 ในแง่ของจิตใจแล้ว
คุณก็คือมนุษยชาติทั้งมวล
  
31:22 คุณอาจจะรูปร่างสูง เตี้ย
ผิวดำหรือขาว หรือผิวสีอะไรก็ตาม..
  
31:27 ..แต่โดยจิตใจ คุณคือมนุษยชาติ
 
31:34 กรุณาเข้าใจเรื่องนี้
ไม่ใช่แค่ระดับของการขบคิดเป็นเหตุเป็นผล
  
31:35 หรือเป็นอุดมคติ หรือเป็นข้อสมมติ
 
31:42 ..แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
ความเป็นจริงที่คุกรุ่น..
  
31:49 ..ว่าโดยจิตใจแล้ว
คุณก็คือมนุษยชาติทั้งมวล
  
32:00 ฉะนั้น ในแง่จิตใจแล้ว
คุณไม่ใช่ปัจเจกบุคคล
  
32:10 ถึงแม้ว่าศาสนาต่างๆ ยกเว้น..บางส่วน..
 
32:15 ..ของศาสนาฮินดู และศาสนาพุทธแล้ว
 
32:19 ..ศาสนาต่างๆ ได้เชื้อเชิญ
ชักชวน ส่งเสริม..
  
32:23 ..นัยยะของการเจริญเติบโต
ของความเป็นปัจเจกชน..
  
32:27 ..การรักษาไว้ซึ่งวิญญาณ
ของปัจเจกชน และอื่นๆ ทั้งหมด..
  
32:34 ..แต่ในความเป็นจริงแล้ว..
 
32:39 ..ในจิตสำนึกของคุณนั้น
จิตสำนึกของคุณหาใช่เป็นของคุณไม่
  
32:43 มันเป็นจิตสำนึกของมนุษยชาติ
 
32:47 เพราะเราต่างก็ผ่านโรงงานเดียวกัน
 
32:53 ..มีความขัดแย้ง อันไม่สิ้นสุดเหมือนกัน
 
33:01 เมื่อเราตระหนักถึงเรื่องนี้
โดยไม่ใช่ด้วยอารมณ์..
  
33:06 ..ไม่ใช่เป็นแนวคิด
 
33:13 แต่เป็นอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นจริง
เป็นของจริง และเป็นจริงแล้ว..
  
33:21 ..คุณจะไม่เข่นฆ่า มนุษย์อีกคนหนี่ง
 
33:26 คุณจะไม่เข่นฆ่าผู้อื่นเลย
ไม่ว่าจะด้วยถ้อยคำวาจาหรือทางความคิด..
  
33:36 ทางอุดมคติ หรือทางสรีระ
เพราะนั่นหมายถึงว่าคุณกำลังฆ่าตัวเอง
  
33:50 แต่ทั่วทั้งโลกต่างชักชวนส่งเสริม
ความเป็นปัจเจกบุคคล
  
33:57 แต่ละคนต่างกระเสือกกระสน
เพื่อตนเอง เพื่อความสำเร็จของตน
  
34:01 เพื่อเติมเต็มความประสงค์ของตน
 
34:05 ..เพื่อการบรรลุเป้าหมายของตน
ไล่ตามความปราถนาของตน
  
34:11 และสร้างความหายนะขึ้นบนโลก
 
34:17 ได้โปรดทำความเข้าใจเรื่องนี้
ด้วยความรอบคอบยิ่ง
  
34:25 เราไม่ได้พูดว่า
แต่ละปัจเจกบุคคลนั้นสำคัญ แต่ตรงกันข้าม
  
34:36 หากคุณให้ความสนใจ ในสันติภาพของโลก
 
34:43 ..ไม่ใช่สันติอันน้อยนิด
แค่ในสนามหลังบ้านของคุณ
  
34:50 ..ประเทศชาติบัดนี้
ได้กลายเป็นดั่งสนามหลังบ้าน
  
34:55 หากคุณเป็นห่วงจริงๆ อย่างที่
คนมีความจริงจังมากควรจะเป็น
  
35:08 ..ว่าคุณก็คือมวลมนุษย์ชาติ
นั่นเป็นความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่
  
35:21 ฉะนั้น เราต้องย้อนกลับไป
และค้นหาด้วยตัวเราเองว่า..
  
35:28 ..ทำไมผองมนุษย์จึงตัดทอนโลก
จนมีสภาพอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้
  
35:38 อะไรคือสาเหตุของสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด
 
35:42 ทำไมเราทำให้ทุกๆ สิ่งที่เรา
ไปสัมผัสยุ่งเหยิงไปหมด..
  
35:49 ..ทั้งในเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวของเรา
ระหว่างหญิงและชาย..
  
35:53 ..ระหว่างกันและกัน
 
35:57 ทำไมจึงมีความขัดแยังกัน
ในระหว่างองค์พระเจ้า
  
36:06 ..พระเจ้าของคุณ และพระเจ้า
ของผู้อื่น ฉะนั้นเราต้องสืบค้นร่วมกัน
  
36:13 ..ว่าเป็นไปได้ไหม
ที่จะจบสิ้นความขัดแย้งลง
  
36:18 ไม่เช่นนั้นแล้ว
เราไม่อาจจะมีสันติภาพบนโลกนี้เลย
  
36:25 เป็นเวลานานก่อนคริสตกาล
ผู้คนพูดถึงสันติภาพบนโลก
  
36:35 เป็นเวลานานก่อนคริสตกาล
ในศาสนาฮินดู ผู้คนกราบไว้ต้นไม้..
  
36:45 ..ก้อนหิน สิงห์สาราสัตว์
ธรรมชาติ สายฟ้า พระอาทิตย์
  
36:55 ..และยังไม่เคยมีความคิดความรู้สึกใดๆ
เกี่ยวกับพระเจ้ามาก่อน
  
37:00 ..เพราะว่าเขาเห็นผืนโลกเป็น
ดั่งพระแม่ธรณี..
  
37:07 ..มีไว้สงวน อนุรักษ์ เก็บรักษาไว้
 
37:13 ไม่ใช่ทำลายเหมือนกับที่
พวกเรากำลังทำอยู่ในขณะนี้
  
37:20 ฉะนั้น เรามาสืบค้นด้วยกันเถิด
ผมหมายถึงร่วมกัน ได้โปรดเถิด..
  
37:29 ..ไม่ใช่ว่าผมสืบค้นแล้วคุณฟัง
 
37:33 แล้วคุณก็เห็นด้วย
หรือไม่เห็นด้วยอย่างไม่ใส่ใจนัก
  
37:37 ในบ่ายวันนี้ เราสามารถสลัดทิ้ง
ความคิดที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย
  
37:42 ละทิ้งทั้งหมดเลย ได้หรือไม่
 
37:49 คุณจะทำได้ไหม
 
37:52 เพื่อที่ว่าทั้งคุณและผม
จะได้มองดูสรรพสิ่งอย่างที่มันเป็น
  
38:00 ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดว่ามันเป็น
 
38:03 ไม่ใช่ตามความคิดเห็น
หรือแนวคิดของคุณเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นอยู่จริง..
  
38:08 ..แต่เพียงมองดูมัน
 
38:14 มองดูมัน โดยไม่ใช้ถ้อยคำใดๆ
นั่นพอจะเป็นไปได้ไหม
  
38:20 นั่นเป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่า
 
38:28 (เสียงถอนหายใจ)
 
38:35 ประการแรก นี่คือโลกจริง
ที่พวกเราอาศัยอยู่
  
38:43 คุณไม่สามารถหลีกหนีจากมัน
โดยอาศัยวัดวาอารามต่างๆ
  
38:51 ..ผ่านประสบการณ์ต่างๆทางศาสนา
 
38:58 (และเราต้องตั้งข้อสงสัย...
...กับประสบการณ์เหล่านี้อยู่เสมอ)
  
39:04 มนุษย์ทำมาแล้วแทบทุกสิ่ง
บนโลกนี้ เท่าที่จะทำได้..
  
39:11 ..เพื่อวิ่งหนีจากความเป็นจริง
ของการดำรงชีวิตในแต่ละวัน
  
39:21 รวมถึงความซับซ้อนต่างๆ ทั้งหมดของชีวิต
 
39:25 ทำไมเราจึงมีความขัดแย้ง
ในความสัมพันธ์ระหว่างหญิงและชาย
  
39:38 ..การแบ่งแยกกันทางเพศ ทางความรู้สึก
 
39:48 และในความสัมพันธ์อันแปลกนี้..
 
39:53 ..ผู้ชายก็ไล่ตามความทะเยอทะยานของเขา
 
39:57 ..ตามความละโมบ ความอยากของเขา
เติมเต็มความปราถนาของเขา
  
40:01 ..และผู้หญิงต่างก็ทำเช่นเดียวกัน
 
40:06 ผมไม่ทราบว่าคุณได้สังเกตเห็น
สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดด้วยตัวคุณเองหรือไม่
  
40:11 ดังนั้น จึงมีความทะเยอทะยาน
สองอย่าง ผลักดัน
  
40:16 และถูกผลักดันโดยความอยาก
และอื่นๆ อีกมากมาย
  
40:22 เป็นเส้นขนานที่ไม่เคยบรรจบพบกัน
 
40:25 อาจจะ เว้นเสียก็แต่ ในความสัมพันธ์ทางเพศ
 
40:31 ฉะนั้น จะมีความสัมพันธ์
ระหว่างคนสองคนได้อย่างไร
  
40:38 ..เมื่อแต่ละคนต่าง ไล่ตามความอยาก..
 
40:44 ..ความทะเยอทะยาน ความละโมบของตนเอง
 
40:51 เพราะมีการแบ่งแยกเช่นนั้น
ในความสัมพันธ์นี้จึงไม่มีความรัก
  
40:57 กรุณา นั่งอยู่กับที่
 
41:05 คำว่า "รัก" นั้นถูกทำให้เปื้อนเปรอะ
ถูกพ่นพร่ำ ด้อยค่า
  
41:12 ..รัก กลายเป็นเพียงสิ่งรื่นรมย์
ที่เพลิดเพลินต่อความรู้สึก
  
41:22 ความรัก ไม่ใช่ความอภิรมย์
 
41:26 ความรัก ไม่ใช่สิ่งที่เกิดจากความคิด
 
41:34 ..ความรัก ไม่ใช่บางสิ่ง
ที่ขึ้นอยู่กับผัสสะความรู้สึก
  
41:40 เราจะคุยถึงเรื่องนี้ในตอนต่อไป
 
41:45 ฉะนั้น จะมีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องแท้จริง
ระหว่างคนสองคนได้อย่างไร
  
41:53 ..ในเมื่อแต่ละคนมัวคิดถึง
แต่เรื่องที่สำคัญของตนเอง
  
42:02 การให้ความสนใจแต่เพียงตนเอง..
 
42:06 ..เป็นการเริ่มต้นของ
ความเสื่อมทราม การทำลายล้าง
  
42:11 ..ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง
บุคคลทางศาสนา และอื่นๆ ก็ตาม
  
42:18 ..การเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตนครอบงำไปทั่วโลก..
 
42:24 ..ดังนั้นจึงมีความขัดแย้ง
 
42:29 ที่ใดที่มีคู่ตรงข้าม มีการแบ่งแยกกัน
ดังเช่นชาวกรีก กับชาวมุสลิม..
  
42:40 ..หรือชาวยิวกับชาวอาหรับ
หรือชาวคริสต์ผู้เชื่อในพระผู้ไถ่บาป..
  
42:49 ..และชาวฮินดูผู้ที่ไม่เชื่อในเรื่อง
ทั้งหมดนี้ มีการแบ่งแยกเช่นนี้อยู่
  
42:56 ..แบ่งแยกเป็นประเทศ แบ่งแยกทางศาสนา
 
42:59 และการแบ่งแยกทั้งหลาย ในระดับปัจเจกชน
 
43:01 ..ที่ใดก็ตามที่มีการแบ่งแยก
ที่นั่นย่อมมีความขัดแย้ง
  
43:07 นั่นเป็นกฎ
 
43:15 ฉะนั้น เราดำรงชีวิตประจำวัน
ของเราในกรอบเล็กๆ ของตัวตน..
  
43:21 ..ในอัตตาอันคับแคบ
 
43:27 ไม่ใช่โดยตัวตนหรืออัตตาที่สูงส่ง
แต่เป็นตัวตนที่คับแคบ
  
43:31 ..อัตตานั้นจำกัดคับแคบเสมอ
 
43:34 ..นั่นแหละเป็นสาเหตุ ของความขัดแย้ง
 
43:40 นั่นแหละเป็นแก่นแท้ของ
การกระเสือกกระสนดิ้นรนของเรา
  
43:44 ..ของความปวดร้าว กระวน กระวายใจ
และอื่นๆ ที่เหลือทั้งหมด
  
43:51 หากเราตระหนักถึงสิ่งนี้..
 
43:55 ..ดังที่คนส่วนมากต้อง
ตระหนักอยู่แล้วโดยธรรมชาติ
  
43:58 ..ไม่ใช่เพราะว่าคุณถูกบอกให้ทำเช่นนั้น
หรือเพราะว่าคุณได้อ่าน..
  
44:02 ..หนังสือปรัชญา หรือจิตวิทยา..
 
44:07 ..แต่เพราะว่านั่นเป็นสิ่งที่เป็นจริง
 
44:14 แต่ละคนต่างห่วงเรื่องของตน
 
44:22 เขาอยู่ในโลกที่แยกออกไป และมีแต่ตนเอง
 
44:29 ฉะนั้น จึงมีการแบ่งแยก
ระหว่างคุณกับผู้อื่น..
  
44:37 ..ระหว่างคุณกับศาสนาของคุณ
ระหว่างคุณกับพระเจ้าของคุณ..
  
44:44 ..ระหว่างคุณกับอุดมการณ์ของคุณ
 
44:50 ดังนั้น เป็นไปได้ไหมที่จะเข้าใจ..
 
44:55 ..ไม่ใช่โดยการขบคิด
แต่เข้าใจอย่างลึกซึ้ง..
  
45:00 ..ว่าคุณคือมนุษยชาติทั้งมวล
 
45:05 ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม
ไม่ว่าจะดีหรือเลว..
  
45:10  
 
45:16 ..ล้วนมีผลต่อมนุษยชาติทั้งมวล
เพราะว่าคุณคือมนุษยชาติ..
  
45:17 จิตสำนึกของคุณ หาใช่ของคุณไม่
 
45:22 จิตสำนึกของคุณถูกปรุงแต่งขึ้น
ด้วยเนื้อหาของตัวมันเอง
  
45:33 หากปราศจากเนื้อหาแล้ว จะไม่มีจิตสำนึก
 
45:37 จิตสำนึกของคุณเหมือนกับ
จิตสำนึกของมนุษย์คนอื่นๆ ทั้งหมด..
  
45:43 ..ที่เกิดขึ้นจากความเชื่อ
ความกลัว ศรัทธา พระเจ้า .
  
45:47 ความทะเยอทะยานส่วนตนทั้งหลาย
 
45:50 ..และความกลัวทั้งหลาย
และอะไรอื่นๆ อีกทั้งหมดนั้น
  
45:53 ..เป็นจิตสำนึกทั้งหมดของคุณ
 
45:57 ..ที่ปรุงแต่งสิ่งเหล่านี้ขึ้นทั้งหมด
สร้างขึ้นโดยความนึกคิด
  
46:05 ผมหวังว่าเราจะเดินทางร่วมกัน
 
46:13 เรากำลังเดินอยู่ด้วยกัน
บนถนนสายเดียวกันนี้..
  
46:20 ..ไม่ใช่ว่าคุณกำลังฟัง
ความเห็นแล้วความเห็นเล่า
  
46:28 พวกเราไม่ได้ไล่ตามความคิดเห็น
หรืออุดมการณ์ทั้งหลาย..
  
46:33 ..แต่กำลังเผชิญกับความเป็นจริง
 
46:38 เพราะในความเป็นจริง
และการก้าวล่วงความเป็นจริงนั้น คือสัจจะ
  
46:45 และเมื่อคุณค้นพบ ยามใดที่มีสัจจะ
นั่นจะเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด
  
46:52 สัจจะเป็นสิ่งที่อันตรายมาก
เพราะจะนำมาซึ่งการปฏิวัติตนเอง
  
47:03 ผู้หญิง: ขออภัยค่ะ
กรุณาเพิ่มเสียงให้ดังขึ้นได้ไหมคะ
  
47:07 ได้ครับ ขอโทษที ขออภัย
 
47:11 โปรดให้อภัยผู้พูด
หากเขาไม่ได้ตอบคำถามต่างๆ
  
47:15 เพราะเช่นนั้น เราจะคุย
ออกนอกประเด็นเกินไป
  
47:24 คุณรู้ไหม การถามคำถามเป็นเรื่องดี
 
47:31 และคุณกำลังถามคำถามนั้นกับใคร ถามใครหรือ
 
47:39 หรือว่าคุณกำลังถามผู้พูดอยู่
 
47:44 นั่นย่อมหมายความว่า
คุณกำลังรอคำตอบจากผู้พูด
  
47:50 ถ้าอย่างนั้นแล้ว คุณจะพึ่งพิงผู้พูด
 
47:53 และนั่นคุณกำลังสร้างคุรุ
สร้างผู้รู้ขึ้นมา
  
47:59 คุณเคยนึกบ้างไหมว่า ทำไมเราถึงถามคำถาม
 
48:07 ไม่ใช่ว่าเราไม่ควรถามคำถาม
แต่เราจะมาสืบค้นกัน
  
48:14 สมมติว่า คุณถามผู้พูด
และเขาได้ตอบคำถามนั้น
  
48:21 .. คุณก็คงจะยอมรับ หรือไม่ก็ปฏิเสธมัน
 
48:28 หากนั่นทำให้คุณพอใจ
ตามแต่อิทธิพลกำหนด หรือภูมิหลังของคุณ
  
48:31  
 
48:35 .. แล้วคุณก็บอกว่า "ใช่
ผมเห็นด้วยกับคุณทั้งหมด"
  
48:41 หรือหากคุณไม่เห็นด้วย
คุณก็กล่าวว่า "ช่างไร้สาระสิ้นดี"
  
48:48 แต่หากคุณเริ่มที่จะสืบค้น
เข้าไปสู่ตัวคำถามนั้น
  
48:53 ..คำตอบนั้นอยู่ แยกออกมาจากคำถามหรือไม่
 
48:59 หรือว่า คำตอบนั้น อยู่ในตัวคำถาม
 
49:06 กลิ่นหอมของดอกไม้ ก็คือดอกไม้
 
49:14 เจ้าดอกไม้นั่นเอง
ที่เป็นเนื้อแท้ของกลิ่นหอมนั้น
  
49:21 แต่เราพึ่งพิงผู้อื่นมากเหลือเกิน
ที่จะให้มาช่วย
  
49:27 มาให้กำลังใจในการ แก้ปัญหาของเรา
 
49:32 ..ฉะนั้น ด้วยความสับสนของเรา..
 
49:35 ..เราจึงสร้างสิ่งที่มีอำนาจเหนือเรา
สร้างผู้รู้ สร้างนักบวช
  
49:43 ดังนั้น ได้โปรดเถิด
เป็นการดีที่จะถามคำถาม
  
49:53 ผมไม่ทราบว่าคุณ เคยคิดถึงเรื่องนี้ไหม
 
49:57 คุณรู้ไหมว่า เราได้สูญเสีย
ศิลปในการสืบค้นและเสวนา..
  
50:12 .. ไม่ใช่การเลือกเข้าข้าง
แต่เป็นการเฝ้ามองดู..
  
50:16 นี่เป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก
บางทีไม่ใช่โอกาสที่ดีที่จะคุยเรื่องนี้
  
50:23 คุณเองก็ควรจะสืบค้นว่า
ทำไมจิตใจเราถึงปวดร้าว..
  
50:29 ..มาตั้งแต่วัยเด็ก
 
50:37 พวกเราส่วนใหญ่ ต่างมีบาดแผลทางใจ
และจากบาดแผลนั้นเอง
  
50:44 ..ที่ปัญหาต่างๆ ของเราผุดขึ้นมา
ไม่ว่าเราจะสำนึกรู้ทันมันหรือไม่
  
50:51 บาดแผลครั้งยังเด็ก จากการถูกดุด่า..
 
51:02 ..จากคำพูดบางอย่าง
ที่น่าเกลียด หยาบคาย รุนแรง..
  
51:14 .. เราบาดเจ็บ
 
51:19 เมื่อคุณกล่าวว่า "เราบาดเจ็บ"
นั้น ใครกันหรือ ที่บาดเจ็บ
  
51:26 ใช่ภาพลักษณ์ที่คุณสร้างขึ้นมา
เกี่ยวกับตนเองหรือไม่..
  
51:34 ..ที่บาดเจ็บ ตัวจิตอันนั้น
 
51:39 ผู้พูดไม่ได้อ่านหนังสือใดๆ
ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยา..
  
51:44 .. หรือหนังสือเกี่ยวกับปรัชญา และศาสนา..
 
51:48 ..เขาเพียงแต่จะสืบค้น ร่วมกันกับคุณ
 
51:51 ตัวจิต อันเป็น "ตัวฉัน"..
 
51:54 ..และ "ตัวฉัน"
ก็คือภาพลักษณ์ที่ฉันได้สร้างขึ้นเกี่ยวกับตนเอง
  
51:59 ..ไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องทางจิตวิญญาณ
เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเลย..
  
52:04 ..(จิตวิญญาณ
นั่นเป็นคำที่น่าเกลียดอีกคำหนึ่ง)
  
52:09 ภาพลักษณ์นั้นถูกทำให้เจ็บ..
 
52:14 ..และเราก็พกพาเอา
ภาพลักษณ์นั้นไว้ตลอดชีวิตของเรา
  
52:18 ถ้าภาพลักษณ์หนึ่งไม่เป็นที่พึงพอใจ
 
52:21 เราก็จะสร้างภาพลักษณ์
อีกภาพซึ่งน่าพึงใจขึ้นมา
  
52:26 ..คอยส่งเสริมมัน ให้ค่า ให้ความสำคัญ..
 
52:28 ให้ชีวิตของเรา
มีความหมายขึ้นตามแต่จะนึกคิด
  
52:38 นี่คือโลกที่พวกเราสร้างขึ้นมา..
 
52:44 ..จากภาพลักษณ์ที่เรา
ได้สร้างขึ้นเกี่ยวกับตนเอง
  
52:48 เป็นไปได้หรือไม่
ที่เราจะใช้ชีวิตบนแผ่นดินนี้..
  
52:52 ..โดยไม่มีภาพลักษณ์ใดๆ
เกี่ยวกับผู้ใดเลยแม้แต่ภาพเดียว..
  
53:00 ..รวมไปถึงพระเจ้าด้วย
หากว่ามีพระเจ้าอยู่จริง..
  
53:05 ..ไม่มีภาพลักษณ์ ของภรรยา ของสามี..
 
53:08 ..ของลูกหลานของคุณ และคนอื่นๆ
 
53:11 ไม่มีแม้แต่ภาพลักษณ์เดียว
 
53:16 เมื่อนั้น ถึงพอจะเป็นไปได้
ที่จะไม่รู้สึกเจ็บปวดใจอีกเลย
  
53:23 แล้วก็..เนื่องจากเวลามีจำกัด
เรามีเวลาเพียง..
  
53:30 คุยกันครึ่งหนึ่งในบ่ายวันนี้
และอีกครั้ง ตอนพรุ่งนี้เช้า
  
53:38 เราจึงควรจะสืบค้นอย่างรอบคอบว่า..
 
53:43 ..เป็นไปได้หรือไม่
ที่เราจะเป็นอิสระจากความกลัว
  
53:53 นี่เป็นคำถามที่สำคัญจริงๆ
 
53:58 ไม่ใช่ว่าผมกำลังถาม คำถามแทนคุณ..
 
54:02 ..แต่คุณถามสิ่งเหล่านี้ต่อตัวคุณเอง..
 
54:07 ..ว่าเป็นไปได้ไหม..
 
54:10 ..ที่จะใช้ชีวิตอยู่ในสังคมสมัยใหม่
ที่เต็มไปด้วยความโหดร้าย...
  
54:14 ..ที่เต็มไปด้วยความรุนแรงอย่าง
มหาศาล อีกทั้งยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ..
  
54:21 ..จะมีอิสรภาพจากความกลัวไหม
 
54:30 การสืบค้นนี้แตกต่างกับ
การวิเคราะห์อย่างสิ้นเชิง
  
54:35 เพียงแต่เฝ้าสังเกต
โดยปราศจากการบิดเบือนใดๆ..
  
54:44 ..อย่างเช่นสังเกตดูหอประชุมแห่งนี้..
 
54:48 ..ว่ามีทั้งหมดกี่ชั้น
(ห้าชั้นหรือสี่ชั้น)
  
54:54 ..สังเกตเพื่อนบ้านของคุณ
การแต่งกาย ใบหน้า ดูเขาพูดคุยอย่างไร
  
55:00 เพียงแค่สังเกตดู ไม่วิจารณ์
ไม่ประเมินหรือตัดสิน..
  
55:11 ..เพียงสังเกตดูต้นไม้ ดูดวงจันทร์
และกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว
  
55:26 เมื่อคุณสังเกต แล้วคุณถามตัวคุณเอง ว่า..
 
55:34 เดี๋ยวผมจะกลับมา
พูดถึงความกลัวในไม่ช้า..
  
55:36 ..ว่าความงามคืออะไร
 
55:43 ผู้คนพูดถึงเรื่องความงาม
มากมายเหลือเกิน ในหนังสือต่างๆ
  
55:49 ..ว่าคุณต้องสวยสดงดงามอย่างไร
ใบหน้าและเส้นผมของคุณ..
  
55:52 ..ผิวพรรณของคุณ และอื่นๆ อีกมากมาย
 
55:58 เอาละ ความงามคืออะไร
 
56:04 ความงามอยู่ในรูปภาพไหม
หรืออยู่ในงานจิตรกรรม..
  
56:09 ..อยู่ในสิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่
ที่ดูแปลกตาไหม..
  
56:16 หรือความงามอยู่ในบทกวี
 
56:21 หรือความงามมีอยู่เพียง
ในรูปร่างและหน้าตา
  
56:32 คุณเคยถามคำถามนี้หรือไม่
 
56:37 หากคุณเป็นศิลปิน หรือกวีหรือนักประพันธ์
 
56:46 คุณอาจจะพรรณนาบางอย่าง
ได้อย่างสวยสดงดงามอย่างยิ่ง
  
56:50 ..แต่งแต้มระบายสีอะไร ได้อย่างน่าดูชม..
 
56:55 ..หรือแต่งบทกวี ที่สะท้านไปทั้งตัวของคุณ
 
57:03 แล้วอย่างนั้น ความงามคืออะไรกัน
 
57:10 เพราะว่า อิสรภาพหมายถึง..
 
57:13 โดยความหมายทางรากศัพท์ของคำว่า
"อิสรภาพ"..
  
57:16 ในคำ "อิสรภาพ" คำนั้น มีความรักอยู่
 
57:24 ในคำว่า "อิสรภาพ" นั้น
มีรากสื่อความหมายที่มาของคำศัพท์อยู่..
  
57:30 ..ซึ่งก็คือ ความรัก
 
57:35 แล้วความสัมพันธ์
ระหว่างความรักกับความงามคืออะไร
  
57:44 เมื่อเราพูดถึงความรัก
บางทีเราจะพูดถึงเรื่องนี้ภายหลัง..
  
57:48 ความงามคืออะไร
 
57:52 หรือความงามอยู่ใน นัยน์ตาของผู้เห็น
 
58:00 คุณเคยสังเกตเห็นบ้างไหม
เมื่อให้ของเล่นดีๆ ของเล่นที่มีกลไกแก่เด็ก
  
58:12 ..เด็กที่กำลังซุกซน
ตะโกนโหวกเหวก กำลังเล่นสนุกอยู่..
  
58:15 ..และเมื่อคุณให้ของเล่นแก่เขา
เขาก็จะหมกมุ่นอยู่กับของเล่นนั้น..
  
58:23 ..และการละเล่นอื่นๆ ของเขาก็หยุดลง..
 
58:27 ผมอยากจะใช้คำว่า "ความซุกซน"..
 
58:30 ..เพราะว่าเขาหมกมุ่น..
 
58:37 การหมกมุ่น ดื่มด่ำในบทกวี
ในใบหน้า ในรูปภาพ ดื่มด่ำกับมัน..
  
58:48 ..หรือหลงไหลมัน..
 
58:55 ..ความหลงไหลอย่างลึกล้ำนั้น
คือความงามหรือ
  
59:02 ยามที่คุณมองดูขุนเขาอันน่าอัศจรรย์
ที่มีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดเวลา
  
59:10 ..เส้นขอบของภูเขา
ที่ตัดกับแผ่นฟ้าสีคราม..
  
59:15 ในช่วงวินาทีนั้น
ความอลังการของขุนเขานั้น..
  
59:20 ..ปัดเป่าความเป็นตัวตนออกไป..
 
59:24 ตัว "ฉัน" ที่เต็มไปด้วยปัญหา
ความกระวนกระวายใจทั้งหมดของฉัน
  
59:27 ความตระหง่านตระการตา
ของภูเขาอันยิ่งใหญ่นั้น..
  
59:30 ..กับหุบเขาที่สวยสดงดงาม และแม่น้ำต่างๆ
 
59:36 ..ในขณะนั้น ณ วินาทีนั้น
ไม่มีความเป็นตัว "ฉัน" อยู่
  
59:44 ภูเขาได้ปัดเป่า ความเป็นตัวตนออกไป..
 
59:49 ..เช่นเดียวกับของเล่นที่เด็กๆ
จะนิ่งเงียบเมื่อเล่นอยู่กับมัน
  
59:55 ขุนเขานั้น แม่น้ำนั้น
หุบเขาต่างๆ ที่ทอดลึกลงไป
  
1:00:05 ปัดเป่าปัญหาต่างๆ
ทั้งหมดของคุณไปชั่วขณะหนี่ง..
  
1:00:09 ..ทิฐิและความกระวนกระวาย ทั้งหมดของคุณ
 
1:00:13 แล้วคุณก็พูดว่า "ช่างสวยงามอะไรปานนั้น"
 
1:00:17 ฉะนั้น จะมีความงามที่
ปราศจากการลุ่มหลง..
  
1:00:22 ..กับอะไรบางอย่าง
ที่อยู่ภายนอกได้หรือไม่
  
1:00:27 นั่นคือ จะมีความงามอยู่ไหม..
 
1:00:31 ..หรือความงามที่มีอยู่
เมื่อไม่มีความเป็นตัว "ฉัน"
  
1:00:35 คุณเข้าใจไหม
 
1:00:37 โปรดอย่าเพิ่งหลับ (เสียงหัวเราะ)
 
1:00:45 คุณอาจจะทานมื้อกลางวัน ที่แสนอร่อยมา...
 
1:00:48 .. ผมหวังว่าคุณได้ทานอย่างนั้น
 
1:00:50 ..แต่ที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่ที่จะมานอนหลับ
 
1:00:55 นี่เป็นปัญหาของคุณ ชีวิตของคุณ..
 
1:00:59 ..ไม่ใช่ชีวิตของผู้พูด
แต่เป็นชีวิตของคุณ
  
1:01:03 ..ความทะนงตน ความสิ้นหวัง
ความทุกข์โศกทั้งหลายของคุณ..
  
1:01:08 .. คือสิ่งที่เรากำลังพูดถึง
 
1:01:16 ดังนั้น อย่าเพิ่งหลับ สักสิบห้า
ยี่สิบนาที หรือสักครึ่งชั่วโมง..
  
1:01:20 ..ถ้าหากว่าคุณยังสนใจ
 
1:01:28 ดังนั้น ความงามคือ
ยามที่ไม่มีความเป็นตัวตนอยู่
  
1:01:38 และนั่นต้องอาศัยการมีสมาธิยิ่ง
การสืบค้น สืบสาวอย่างมากมาย..
  
1:01:48 ความสำนึกอย่างมากยิ่งในวินัย
 
1:01:53 คำว่า "วินัย" หมายถึง
ศิษย์ผู้ซึ่งเรียนรู้จากอาจารย์
  
1:01:56  
 
1:02:01 เรียนรู้ ไม่ใช่การสร้างวินัย
หรือยอมจำนนปฏิบัติตาม..
  
1:02:06 เลียนแบบ หรือคอยปรับตัว
แต่เป็นการเรียนรู้..
  
1:02:11 การเรียนรู้ นำมาซึ่งวินัยที่สูงยิ่ง
ด้วยตัวของมันเอง
  
1:02:20 รวมทั้งความรู้สึก สมถะสำรวม
ที่อยู่ภายในนั้น วินัยเป็นสิ่งจำเป็น
  
1:02:33 ฉะนั้น เราต้องสืบค้นด้วยกันว่า
อะไรคือความกลัว
  
1:02:41 ตอนนี้กี่โมงแล้วครับ
 
1:02:51 เราจะคุยกันต่อไหม คุณยังไม่เหนื่อยใช่ไหม
 
1:02:58 ความกลัวคืออะไร
 
1:03:03 เช่นเดิมอีกครั้งที่มนุษย์
ฝืนทนอยู่กับความกลัว
  
1:03:12 ไม่เคยเลยที่จะแก้ไขความกลัวนั้นได้
 
1:03:17 ไม่เคยเลย
 
1:03:19 มีความกลัวอยู่หลากหลายรูปแบบ..
 
1:03:22 คุณอาจจะมีความกลัว ในแบบของคุณ..
 
1:03:27 ..กลัวความตาย กลัวพระเจ้า
กลัวสามี ภรรยาของคุณ..
  
1:03:31 ..กลัวนักการเมืองทั้งหลาย..
 
1:03:35 ..มีแต่พระเจ้ากระมังที่รู้ว่า
มนุษย์มีความกลัวอยู่กี่อย่าง..
  
1:03:38 ..กลัวปีศาจ มารร้าย และอื่นๆ อีกมากมาย..
 
1:03:41 อะไรคือความกลัว
 
1:03:45 ไม่ใช่เพียงประสบการณ์ของความกลัว
ในรูปแบบต่าง ๆ กันไป..
  
1:03:54 ..แต่เป็นจริง เป็นเนื้อแท้
ความมีอยู่จริงของความกลัว..
  
1:04:06 ความกลัวเกิดขึ้นได้อย่างไร
 
1:04:09 ทำไมทั้งชาย หญิง ทำไมมนุษย์ชาติ
และเราแต่ละคนต่างยอมรับ..
  
1:04:14 ..เอาความกลัวเป็น
ส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต..
  
1:04:22 ดั่งเช่นที่คุณยอมรับ
เอาความรุนแรงไว้ในวิถีชีวิต..
  
1:04:28 ..ความรุนแรงในโทรทัศน์..
 
1:04:34 ..ความรุนแรงของสงคราม ความ
รุนแรงในชีวิตประจำวันของคุณ
  
1:04:41 ทำไมเราจึงยอมรับความรุนแรงนั้น
 
1:04:49 ความรุนแรงที่สุดคือ
การเตรียมการเพื่อการเข่นฆ่า..
  
1:04:54 ..ประหัตประหารกัน ซึ่งเรียกกันว่า สงคราม
 
1:05:01 ความกลัวไม่มีความสัมพันธ์
กับความรุนแรงหรือ
  
1:05:09 ดังนั้น ในการสืบค้นเข้าไปในความกลัว
ในความจริงของความกลัว
  
1:05:18 ..ไม่ใช่ความนึกคิดถึงความกลัว
คุณเข้าใจความแตกต่างข้อนี้ไหม
  
1:05:24 ความนึกคิดเรื่องความกลัวนั้น
แตกต่างจากความเป็นจริงของความกลัว
  
1:05:34 ฉะนั้น ความกลัวคืออะไรกันแน่
 
1:05:37 มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน
 
1:05:41 อะไรคือความสัมพันธ์ของ
ความกลัวกับกาลเวลา..
  
1:05:58 ..และความกลัวกับความคิด..
 
1:06:08 กลัว.. เราอาจจะหวาดหวั่น
ถึงวันพรุ่งนี้ และอีกหลายๆ พรุ่งนี้
  
1:06:16 ..ที่สุดของความกลัว.. กลัวตาย
กลัวสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต
  
1:06:24 ..กลัวสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนี้
 
1:06:29 ดังนั้น เราต้องสืบสาวด้วยกัน
ได้โปรดเถิด...
  
1:06:32 .. ผู้พูดได้ย้ำแล้วย้ำเล่าว่า
ร่วมกัน ด้วยกัน..
  
1:06:39 ..ถ้าไม่อย่างนั้น มันคงไม่สนุก
ที่จะต้องพูดอยู่กับตัวเอง
  
1:06:50 หรือว่า ความกลัวผุดขึ้นมา โดยกาลเวลา
 
1:07:01 ใครบางคนได้ทำอะไร บางอย่างไว้ในอดีต..
 
1:07:08 ..ซึ่งสร้างความปวดร้าวให้กับคุณ
และ อดีต ก็คือ กาลเวลา
  
1:07:17 อนาคต คือ กาลเวลา
 
1:07:20 ปัจจุบัน.. ก็คือกาลเวลา
 
1:07:24 ดังนั้น เราจึงถามว่า
หรือว่ากาลเวลาเป็นแก่นปัจจัยของความกลัว
  
1:07:33 ความกลัวมีกิ่งก้านสาขา
หลากหลาย มีใบมากมาย..
  
1:07:41 ..แต่คงไม่มีประโยชน์อันใด
ที่จะไปตัดแต่งกิ่งก้านต่างๆ นั้น..
  
1:07:46 ..เรากำลังถามว่า
อะไรคือรากเหง้าของความกลัว
  
1:07:54 ไม่ใช่ความกลัวที่มาในรูปแบบต่างๆ
เพราะความกลัวก็คือความกลัว
  
1:08:01 และจากความกลัวนั้น..
 
1:08:04 คุณได้ประดิษฐ์คิดค้นพระเจ้า
และผู้ไถ่บาปทั้งหลาย
  
1:08:08 หากคุณไร้ความกลัว
ทางจิตโดยสิ้นเชิงแล้ว..
  
1:08:16 ..จะมีการปลดปล่อยอันมหาศาล
รู้สึกถึงอิสรภาพอันยิ่งใหญ่
  
1:08:22 คุณปล่อยวางภาระต่างๆ ทั้งหมดของชีวิต
 
1:08:26 ดังนั้น เราต้องสืบสาวอย่างจริงจัง..
 
1:08:30 ..อย่างใกล้ชิด ค่อยๆ
ช้าๆ ..สู่คำถามนี้ที่ว่า..
  
1:08:35 ..กาลเวลาเป็นตัวการหรือไม่
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าใช่
  
1:08:40 ตอนนี้ฉันมีงานที่ดี
ฉันอาจตกงานในวันพรุ่งนี้ ฉันหวาดหวั่น
  
1:08:47 ฉันอาจจะแต่งงานแล้วด้วย ฉันตื่นตระหนก
 
1:08:54 เมื่อไรก็ตามที่มีความกลัว
เมื่อนั้นจะมีความริษยา..
  
1:08:59 ความกระวนกระวายใจ
ความเกลียดชัง ความรุนแรง
  
1:09:04 ฉะนั้น กาลเวลาเป็น ตัวการของความกลัว
 
1:09:13 โปรดฟังไปจนจบ อย่าเพิ่งพูดว่า
แล้วผมจะหยุดกาลเวลาได้อย่างไร..
  
1:09:17 ..นั่นไม่ใช่ปัญหา
 
1:09:20 มันออกจะเหลวไหล ที่จะถามคำถามนั้น
 
1:09:25 กาลเวลาเป็นตัวการ และความคิดก็เป็นตัวการ
 
1:09:30 ..นึกคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว
สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น.. คิด.. คิด..
  
1:09:42 การนึกคิด เป็นตัวการ ของความกลัวไหม
 
1:09:48 การคิดนำมาซึ่งความกลัวใช่ไหม
 
1:09:52 อย่างที่เราเห็นว่ากาลเวลา
ได้นำมาซึ่งความกลัว ใช่ไหม.. กาลเวลา
  
1:10:01 ไม่ใช่แค่เวลาตามนาฬิกา..
 
1:10:07 ..แต่รวมถึงกาลเวลาทางจิตใจ
กาลเวลาที่อยู่ภายใน
  
1:10:12 ..ฉันกำลังจะเป็นอะไรบางอย่าง..
ตอนนี้ฉันยังไม่ดีนัก แต่ฉันจะดี
  
1:10:25 ฉันจะกำจัดความรุนแรงของฉัน
ซึ่งเป็นอนาคตอีกนั่นแหละ
  
1:10:34 หรือว่า ฉันเป็นคนรุนแรง
มาโดยตลอด แต่ฉันจะไม่เป็นอีก
  
1:10:39 ทั้งหมดนั้น ล้วนมีนัยยะถึง กาลเวลา
 
1:10:44 เราควรจะสืบค้นว่า อะไรคือกาลเวลา
 
1:10:52 คุณเตรียมตัวเตรียมใจ
สำหรับเรื่องนี้หรือยัง
  
1:10:54 คุณต้องการที่จะพูดถึงเรื่องทั้งหมดนี้ไหม
 
1:10:56 จริงหรือ.. ผมค่อนข้างประหลาดใจ
(เสียงหัวเราะ)
  
1:11:05 เพราะคุณได้ถูกสั่งสอนมาทั้งหมด
คุณถูกบอกให้ทำมาทั้งหมด..
  
1:11:12 ..คุณถูกบอกมาทั้งหมดว่าต้องทำอะไร
โดยจิตแพทย์ โดยพระ นักบวช
  
1:11:20 ..โดยผู้นำของคุณ..
คุณมักจะมองหาความช่วยเหลืออยู่เสมอ..
  
1:11:22 ..และหาวิธีการต่างๆ แบบใหม่ๆ
ที่จะได้รับความช่วยเหลือ
  
1:11:32 ดังนั้น เราจึงกลายเป็นทาสของผู้อื่น
 
1:11:39 เราไม่เคยเป็นอิสระที่จะสืบค้น..
 
1:11:46 ที่จะเป็นอิสระทางจิตใจ..
ด้วยตนเองโดยสิ้นเชิง
  
1:11:56 ตอนนี้เรากำลังสืบค้น เข้าไปสู่ กาลเวลา
 
1:12:05 อะไรคือกาลเวลา
 
1:12:08 นอกจากนาฬิกา นอกจากพระอาทิตย์ขึ้น
และพระอาทิตย์ตก..
  
1:12:14 ..ความงามของพระอาทิตย์ขึ้น
ความงามของพระอาทิตย์ตก..
  
1:12:21 ..นอกจากแสงสว่างและความมืด
กาลเวลาคืออะไร
  
1:12:31 ได้โปรดเถิด ถ้าเราเข้าใจสิ่งนี้จริงๆ..
 
1:12:34 ..ถึงธรรมชาติของกาลเวลา ที่อยู่ภายใน..
 
1:12:38 ..คุณจะค้นพบด้วยตัวคุณเอง..
 
1:12:40 ถึงความรู้สึกพิเศษ
ที่ไม่มีกาลเวลาอยู่เลยแม้แต่น้อย
  
1:12:47 เดี๋ยวเราจะคุยกันถึงตรงนั้น
 
1:12:50 กาลเวลา คืออดีต ใช่หรือไม่
 
1:12:53 กาลเวลา คืออนาคต และกาลเวลา คือปัจจุบัน
 
1:13:00 ทั้งวัฏจักรนั้น คือกาลเวลา
 
1:13:08 อดีต..ภูมิหลังของคุณ.. สิ่งที่คุณเคยคิด
 
1:13:13 ..ชีวิตที่คุณผ่านมา..
 
1:13:15 ประสบการณ์ต่างๆ ของคุณ
เงื่อนไขทั้งหลายของคุณ..
  
1:13:17 ..ในแบบที่เป็นชาวคริสต์ ชาวฮินดู
ชาวพุทธ และอื่นๆ ทั้งหมด..
  
1:13:21 ..หรือคุณละทิ้งเรื่องไร้สาระ
เหล่านั้นทั้งหมด และพูดว่า..
  
1:13:25 ..ฉันจะใช้ชีวิตแบบนี้.. ซึ่งก็คืออดีต
 
1:13:30 ฉะนั้น อดีตก็คือปัจจุบัน ใช่หรือไม่
 
1:13:37 หากปราศจากอดีต คุณก็คงไม่ได้อยู่ตรงนี้..
 
1:13:43 ..ภูมิหลังของคุณ เงื่อนไขของคุณ..
 
1:13:48 ..สมองของคุณถูกกำหนดให้
เป็นชาวคริสต์ ชาวฮินดู ชาวพุทธ..
  
1:13:53 ..และอื่นๆ อีกมากมาย
 
1:13:56 เราถูกกำหนด มาร่วมสองพันปี
 
1:14:03 และสามถึงห้าพันปีสำหรับชาวฮินดู
 
1:14:09 เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์
ที่ทวนย้ำซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า
  
1:14:15 ฉะนั้น อดีตก็คือปัจจุบัน
สิ่งที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้คือผลลัพธ์จากอดีต
  
1:14:19  
 
1:14:26 และวันพรุ่งนี้
กับอีกนับพันวันพรุ่ง คืออนาคต
  
1:14:35 ดังนั้น อนาคต
ก็คือสิ่งที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้
  
1:14:41 ใช่ไหม คุณเข้าใจแล้วหรือยัง
 
1:14:47 ผมต้องถามคุณเช่นนั้น
เพราะนั่นขึ้นอยู่กับคุณ
  
1:14:53 ฉะนั้น อนาคตก็คือ ขณะนี้ ตอนนี้
 
1:15:00 ในปัจจุบันขณะ บรรจุเอากาลเวลาทั้งมวลไว้
 
1:15:06 นี่เป็นข้อเท็จจริงเช่นกัน
คือความเป็นจริง ไม่ใช่ทฤษฎี
  
1:15:12 สิ่งที่คุณเป็นอยู่ คือผลลัพธ์จากอดีต..
 
1:15:17 ..และสิ่งที่คุณจะเป็นในวันพรุ่งนี้
ก็คือสิ่งที่คุณเป็นอยู่ในขณะนี้ ตอนนี้
  
1:15:23 ถ้าฉันมีความรุนแรงอยู่ตอนนี้
พรุ่งนี้ฉันก็จะรุนแรงอยู่
  
1:15:30 ดังนั้น พรุ่งนี้อยู่ในตอนนี้
อยู่ในปัจจุบัน..
  
1:15:36 ..เว้นแต่ฉันจะเปลี่ยนแปลงสภาวะ
จากพื้นฐาน จากรากเหง้า..
  
1:15:43 ไม่เช่นนั้น ฉันก็จะเป็น
อย่างที่ฉันเคยเป็น
  
1:15:49 นั่นคือ เราได้มีวิวัฒนาการ
อันยาวนาน วิวัฒน์แล้ว วิวัฒน์เล่า
  
1:15:58 แล้วเราก็ได้วิวัฒน์มาสู่
สิ่งที่เราเป็นอยู่ในขณะนี้
  
1:16:03 และหากคุณยังเดินเกมส์อยู่ดังเดิม
คุณก็จะมีความรุนแรง..
  
1:16:09 ..คุณจะยังเป็นคนป่าเถื่อนอยู่ในวันถัดไป
 
1:16:17 ฉะนั้น เมื่อกาลเวลาทั้งหมด
ดำรงอยู่ในปัจจุบันขณะ..
  
1:16:22 ..ซึ่งคือข้อเท็จจริง เป็นจริง..
 
1:16:27 ..จะมีการแปลงสภาวะทั้งหมด
ในขณะนี้ ตอนนี้เลยได้ไหม
  
1:16:31 ..แปลงพฤติกรรมทั้งหมดของเรา...
 
1:16:37 ..และวิถีการดำรงชีวิต การคิด
ความรู้สึกทั้งหมดของเราได้ไหม
  
1:16:47 ไม่เป็นชาวอเมริกา ชาวฮินดู
ชาวพุทธ ไม่เป็นอะไรแบบนั้นสักอย่าง
  
1:16:52 และหากคุณไม่แปลงสภาวะ
จากรากเหง้า และจิตใจแล้ว..
  
1:16:56 ..คุณก็จะเป็นเฉกเช่นเดียวกันกับ
ที่คุณเคยเป็นมาในอดีต
  
1:17:05 หรือมันเป็นไปได้ไหม
ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงสภาวะทางจิตใจนี้
  
1:17:17 คุณรู้ไหม ยามที่คุณมุ่งหน้า
ไปทางทิศเหนือมาตลอดชีวิต..
  
1:17:26 ..คอยตามไปในทางทิศใดทิศหนึ่ง
หรือไปโดยไร้ทิศ..
  
1:17:31 ..เพียงแต่สะเปะสะปะไปทั่วทุกที่
อย่างที่คนส่วนใหญ่ทำกันอยู่..
  
1:17:36 ..หากว่าคุณกำลังมุ่งหน้า ไปทางเหนือ..
 
1:17:38 ..และมีคนบางคน
มาบอกคุณอย่างจริงจังที่สุด..
  
1:17:42 ..และคุณก็ฟังเขาอย่างจริงจัง
ไม่ใช่เพียงได้ยินได้ฟังทางหู..
  
1:17:50 ..แต่ได้ยินอย่างลึกซึ้ง
เมื่อคุณได้ยินเขาพูดว่า..
  
1:17:54 ..วิถีที่คุณพยายามมุ่งไป ทางทิศเหนือนั้น
ไม่ได้นำคุณไปสู่ที่ใดเลย..
  
1:17:56 ..ไม่มีอะไรอยู่สักอย่าง ที่ปลายทางนั้น..
 
1:18:02 ..แต่ให้ไปทางทิศตะวันออก
ทิศตะวันตก หรือทิศใต้
  
1:18:10 ..คุณฟัง และกล่าวว่า คุณจะทำ
 
1:18:13 ในขณะที่คุณพูดนั้น คุณได้เปลี่ยนทิศทาง..
 
1:18:17 ..มีสภาวะแห่งการเปลี่ยนแปลง เกิดขึ้น
 
1:18:20 ผู้พูดพูดเหมือนมันเป็นเรื่องง่าย
 
1:18:25 แต่มันเป็นปัญหาที่สลับซับซ้อนยิ่ง..
 
1:18:29 ..ในการตระหนักได้อย่างลึกซึ้งว่า
เราได้เดินทางนั้นมา..
  
1:18:35 ..ศตวรรษแล้ว ศตวรรษเล่า
มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย
  
1:18:45 เรายังคงไว้ซึ่งความรุนแรง
โหดร้าย และอื่นๆ อีกทั้งหมด
  
1:18:49 หากเรามองเห็นเช่นนั้นจริงๆ..
 
1:18:53 ..ไม่ใช่เห็นด้วยกับเหตุผล
หรือถ้อยคำแต่รับรู้อย่างลึกซึ้งจริงๆ..
  
1:18:58 ..เมื่อนั้น คุณจะหันเปลี่ยน
ไปอีกทางหนึ่ง
  
1:19:04 ในวินาทีนั้น มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
ที่เซลส์ต่างๆของสมองเลยทีเดียว
  
1:19:10 เพราะว่าผู้พูดได้เสวนา
เรื่องเหล่านี้กับนักประสาทวิทยาทั้งหลายแล้ว
  
1:19:15 แน่นอน พวกเขา ไม่ได้เห็นด้วยไปทั้งหมด..
 
1:19:18 ..แต่เขาเห็นด้วยบางส่วน
 
1:19:21 นี่เป็นเกมส์เสมอ คุณเข้าใจไหม
 
1:19:28 เราปฏิบัติกับชีวิตดั่งเกมส์
เกมส์หนึ่ง มีส่วนที่ถูกและส่วนที่ผิด..
  
1:19:35 ..บางส่วนถูกต้อง
คุณอาจจะถูกและคุณก็อาจจะผิดได้..
  
1:19:40 แต่เราไม่เคยถามตัวเราเองเลยว่า..
 
1:19:46 ..อะไรคือวิถีแห่งชีวิต
ศิลปะในการดำรงชีวิต..
  
1:19:51 ..ซึ่งเป็นศิลปะที่เยี่ยมยอดที่สุด..
 
1:19:54 ..เหนือกว่างานศิลป์ใดๆ ทั้งหมด
ในโลก.. ศิลปะในการดำรงชีวิต
  
1:20:01 นี่กี่โมงแล้วครับ (พูดเป็นภาษาฝรั่งเศส)
 
1:20:08 ผู้ชาย: บ่ายสามโมง ห้าสิบเจ็ดนาทีครับ
 
1:20:12 ผมพูดมาได้ชั่วโมงหนึ่งแล้วเหรอ
 
1:20:14 ผู้ชาย: ชั่วโมงกว่าครับ
 
1:20:17 คุณทนมันได้เหรอ
 
1:20:20 ผู้ฟัง: (เสียงหัวเราะ) ได้ครับ/คะ
 
1:20:21 เราจะจบคำถามนี้ แล้วหลังจากนั้น
เราจะเจอกันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้
  
1:20:28 ถ้าหากคุณต้องการนะ ผมไม่ได้เชิญคุณหรอก..
 
1:20:32 ..แล้วแต่คุณเถิด (เสียงหัวเราะ)
 
1:20:39 พวกเราพูดว่า กาลเวลาเป็นสิ่งสำคัญ
เพราะว่าเราดำเนินชีวิตกับกาลเวลา
  
1:20:47 ..แต่ เราไม่ได้ใช้ชีวิต..
 
1:20:52 ..อยู่กับกาลเวลาที่เป็นทั้งหมด
ทั้งมวล ซึ่งก็คือ ปัจจุบัน
  
1:20:56 ในปัจจุบันขณะ เวลาทั้งมวลอยู่ในนั้น
ทั้งอนาคตและอดีต
  
1:21:04 ถ้าผมมีความรุนแรงวันนี้
ผมก็จะยังมีความรุนแรงอยู่ในวันพรุ่งนี้
  
1:21:09 ผมสามารถยุติ ความรุนแรงนั้นโดยสิ้นเชิง..
 
1:21:13 ..ไม่ใช่แค่บางส่วนเสี้ยว
ในวันนี้เลยได้ไหม
  
1:21:20 ทำได้สิ
เราจะสืบค้นเข้าไปในเรื่องนี้ไม่ช้า
  
1:21:24 แล้ว.. ความกลัวเกิดขึ้นจาก
ความคิดหรือเปล่า
  
1:21:35 แน่นอนที่สุดว่ามันเป็นเช่นนั้น
 
1:21:38 จงอย่าได้ยอมรับคำพูดของผู้พูด
ทว่ามองดูมัน
  
1:21:43 ฉันเป็นแบบนี้ ฉันหวั่นวิตกว่า
อะไรจะเกิดขึ้นบ้างในวันพรุ่งนี้
  
1:21:47 ฉันรู้สึกมั่นคงวันนี้
แต่อาจจะมีสงคราม อาจจะมีโน่นมีนี่..
  
1:21:51 ..อาจจะมีภัยพิบัติ ฉันหวาดหวั่น
 
1:21:56 ฉะนั้น กาลเวลาและความคิดนึก
คือรากเหง้าของความกลัว
  
1:22:05 แล้วอะไรคือความคิดนึก
 
1:22:07 คุณเข้าใจคำถามผมไหม
 
1:22:13 ถ้าหากกาลเวลาและความคิด
คือรากเหง้าของความกลัว..
  
1:22:20 ..ซึ่งมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ..
 
1:22:24 ..อะไรคือความคิด
 
1:22:26 เหตุใดเราจึงใช้ชีวิต ปฏิบัติ..
 
1:22:39 ..และทำทุกๆ อย่าง บนพื้นฐานของความคิด
 
1:22:44 วิหารอันอัศจรรย์ในยุโรป
สิ่งสวยงาม โครงร่าง สถาปัตยกรรม
  
1:22:52 ..มันเกิดขึ้นจากความคิด
 
1:22:58 ทุกศาสนา องค์ประกอบ
และเครื่องแต่งกายทั้งหลาย..
  
1:23:02 ..เสื้อครุยยาวในยุคกลางทั้งหมดนั้น
ถูกสร้างขึ้นโดยความคิด
  
1:23:09 พิธีกรรมต่างๆ ทั้งหมด ถูกอุปโลกน์ขึ้น..
 
1:23:14 ..จัดแจงขึ้นโดยความคิด
 
1:23:23 และในความสัมพันธ์ของพวกเรา
ระหว่างกันและกัน หญิงกับชาย..
  
1:23:29 ..ความสัมพันธ์นั้น
ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความคิด
  
1:23:37 เมื่อคุณขับรถ ก็อยู่บนพื้นฐานของความคิด
 
1:23:42 การรู้จักหมายจำ ทั้งหมดนั้นคือ ความคิด
 
1:23:49 ดังนั้น เราต้องสืบค้น ถ้าหากว่า
คุณยังไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป
  
1:23:55 และเราจะหยุดในตอนท้าย หลังจากจบเรื่องนี้
 
1:23:58 ..การคิด คืออะไร
 
1:24:03 บางทีอาจไม่มีใครเคยถามคำถามนี้
 
1:24:07 มีน้อยคนมากที่ถามคำถามนี้
 
1:24:13 เราได้ถามแบบนี้ ถามมาร่วมหกสิบกว่าปี
 
1:24:22 อะไรคือความคิด
 
1:24:28 เพราะถ้าหากคุณสามารถค้นพบ ได้ว่า
อะไรคือจุดกำเนิด จุดเริ่มต้น..
  
1:24:34 ..ทำไมความคิดจึงกลายเป็น
สิ่งที่สุดแสนสำคัญในชีวิตเรา
  
1:24:43 ..ในขณะที่สืบค้นนั้น อาจจะมี
การเปลี่ยนแปลงสภาวะเกิดขึ้น
  
1:24:50 ดังนั้น เรากำลังถามว่า
อะไรคือความคิด อะไรคือการคิด
  
1:24:57 อย่ารอให้ผมตอบคำถามนี้
 
1:25:02 มองดูสิ่งนี้ สังเกตมัน
 
1:25:07 การคิด คือถ้อยคำ
ถ้อยคำเป็นสิ่งสำคัญ เสียงของถ้อยคำ..
  
1:25:18 ..คุณลักษณ์ของถ้อยคำ..
ความลึกซึ้ง ความงามของถ้อยคำ
  
1:25:28 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง.. เสียง
 
1:25:32 ผมจะยังไม่สืบค้นเข้าไปใน
คำถามเรื่องเสียงและความเงียบสงัด
  
1:25:36 ..บางที เราจะพูดถึงเรื่องนั้น
ในวันพรุ่งนี้
  
1:25:43 การคิด คือส่วนเสี้ยว
ของความจำ ใช่หรือไม่
  
1:25:51 สืบสวนสิ่งนี้ไปพร้อมกับผู้พูด
ได้โปรดเถิด..
  
1:25:53 อย่ามัวแต่นั่งตามสบาย
หรือนั่งอุดอู้อยู่อย่างนั้น
  
1:26:01 การคิด เป็นส่วนหนึ่ง
ของความทรงจำ ใช่หรือไม่
  
1:26:04 หากคุณไม่มีความทรงจำเลย..
 
1:26:08 ..คุณจะยังคิดอยู่ได้ไหม
คุณไม่สามารถทำได้หรอก
  
1:26:14 สมองของเราเป็นเครื่องมือแห่งความทรงจำ..
 
1:26:24 ..ความทรงจำของสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น
 
1:26:27 ..ประสบการณ์ และอื่นๆ
ภูมิหลังทั้งหมดของความจำ
  
1:26:35 ความทรงจำผุดขึ้นมาจากความรู้
จากประสบการณ์ ใช่ไหม
  
1:26:48 ดังนั้น ประสบการณ์ ความรู้ ความทรงจำ..
 
1:26:54 และการตอบสนองของ ความจำก็คือ ความคิด
 
1:27:04 กระบวนการทั้งหมด ของประสบการณ์..
 
1:27:13 ..ของการรำลึก และยึดถือไว้นี้
ได้กลายเป็นความรู้ของเรา
  
1:27:18 ประสบการณ์
โดยธรรมชาติของมันจึงจำกัดคับแคบอยู่เสมอ
  
1:27:25 เพราะว่า..
นี่เป็นคำถามที่ซับซ้อน.. เพราะว่า..
  
1:27:28 ..โอ พระเจ้า.. ทุกๆ
อย่างยุ่งยากซับซ้อนไปหมด (เสียงหัวเราะ)
  
1:27:35 ประสบการณ์แตกต่างไป
จากตัวผู้ที่มีประสบการณ์นั้นๆ ไหม
  
1:27:40 ใช้สมองของคุณ.. ค้นหา
 
1:27:47 ถ้าหากไม่มีตัวผู้ประสบแล้ว
จะมีประสบการณ์หรือไม่..
  
1:27:51 ..แน่นอนว่าย่อมไม่มี..
 
1:27:56 ฉะนั้น ประสบการณ์กับตัว
ผู้ที่มีประสบการณ์นั้น ๆ คือสิ่งเดียวกัน
  
1:28:05 เฉกเช่นเดียวกับผู้สังเกต กับการสังเกต..
 
1:28:07 ..ตัวผู้คิดไม่ได้อยู่แยกไปจาก
ความคิดทั้งหลายของเขา
  
1:28:11 ตัวผู้คิดก็คือความคิดนั่นเอง
 
1:28:15 ดังนั้น ประสบการณ์นั้นคับแคบ
 
1:28:19 ..ดังเช่นที่คุณสังเกตได้
ในโลกวิทยาศาสตร์..
  
1:28:21 หรืออะไรในแขนงอื่นๆ ก็ตาม
 
1:28:24 จะมีแต่การเติมให้มากๆ
ยิ่งขึ้น ทุกวี่ทุกวัน
  
1:28:28 ..เติมความรู้ของพวกเขา
โดยผ่านประสบการณ์..
  
1:28:30 ..โดยอาศัยการทดลองกับสัตว์..
 
1:28:33 ..และสิ่งที่น่าสยดสยองทั้งหมด
ที่กำลังทำกันอยู่ต่อไป..
  
1:28:37 และความรู้นั้นก็จำกัดคับแคบ..
 
1:28:40 ..เพราะว่าพวกเขาต้อง
เพิ่มเติมเข้าไปอีกเรื่อยๆ
  
1:28:42 ฉะนั้น ความทรงจำจึงจำกัด คับแคบ
 
1:28:48 และด้วยความทรงจำนั้น
ความคิดจึงจำกัด คับแคบ
  
1:28:52 ดังนั้น ความคิด อันจำกัดคับแคบนี้เอง..
 
1:28:56 ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งอยู่เสมอ
 
1:29:02 เพียงแค่มองให้เห็นรูปแบบของมัน
 
1:29:06 ไม่ต้องยอมรับสิ่งที่ผู้พูดได้พูด
มันเหลวไหลที่จะทำอย่างนั้น
  
1:29:10 เขาไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลกำหนดเหนือ
เขาไม่ใช่คุรุ ผู้รู้ ขอบคุณพระเจ้า
  
1:29:16 แต่ถ้าเราสามารถสังเกตเห็น
ข้อเท็จจริงนี้ดัวยกันว่า..
  
1:29:20 ..ความคิดและกาลเวลาคือ
รากเหง้าของความกลัว
  
1:29:26 กาลเวลาและความคิด คือสิ่งเดียวกัน...
 
1:29:30 ..ไม่ใช่ความเคลื่อนไหว
ของสิ่งสองสิ่งที่แยกออกจากกัน
  
1:29:36 เมื่อคุณเห็นข้อเท็จจริงนี้
ความเป็นจริงนี้...
  
1:29:42 ..ที่ว่ากาลเวลาและความคิด
คือรากเหง้าของความกลัว..
  
1:29:49 ..กาลเวลา..ความคิด..
เพียงสังเกตดูด้วยตัวคุณเอง..
  
1:29:55 ..ไม่เคลื่อนห่างออกไปจากความเป็นจริง
ของมันจากสัจจะของมัน..
  
1:30:02 ..ว่าความกลัวเกิดขึ้นจากสิ่งนี้
กาลเวลาและความคิด..
  
1:30:08 ..อยู่กับมัน ไม่วิ่งหนีจากมัน
ไม่หาเหตุผลให้มัน..
  
1:30:13 ..มันเป็นอยู่อย่างนั้นเอง
 
1:30:18 จากนั้น มันจะเป็นเสมือนกับการถือ
อัญมณีอันล้ำค่าอยู่ในมือของคุณ
  
1:30:25 คุณเห็นความงามทั้งหมด ของอัญมณีนั้น
 
1:30:32 แล้วคุณจะเห็นด้วยตนเองว่า..
 
1:30:37 ..ความกลัวในจิตนั้น จบสิ้นลงโดยสิ้นเชิง
 
1:30:42 และเมื่อใดที่ไร้ความกลัวแล้ว..
คุณเป็นอิสระ
  
1:30:51 และเมื่อใดที่มีอิสรภาพโดยบริบูรณ์..
 
1:30:54 คุณจะไม่มีพระเจ้าและพิธีกรรม
ทั้งหลาย.. คุณคืออิสรชน
  
1:31:03 เราจะคุยกันต่อในวันพรุ่งนี้
หากคุณไม่ว่าอะไร (เสียงปรบมือ)
  
1:31:12 ผมไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงตบมือ
 
1:31:17 บางที คุณตบมือให้ตัวเอง
(เสียงหัวเราะและปรบมือ)
  
1:31:28 คุณไม่ได้ให้กำลังใจ
หรือทำลายน้ำใจผู้พูดหรอก
  
1:31:34 เขาไม่ต้องการอะไรจากคุณสักอย่าง
 
1:31:43 เมื่อคุณกลายเป็นทั้ง ครูและศิษย์แก่ตนเอง
 
1:31:49 ..ศิษย์.. เป็นคนผู้เรียนรู้..
เรียนรู้..และเรียนรู้
  
1:31:54 ..ไม่ใช่สั่งสมองค์ความรู้..
 
1:31:59 เมื่อนั้น คุณคือมนุษย์ที่ไม่ธรรมดา
 
1:32:06 เราจะตื่นกันได้หรือยัง (เสียงหัวเราะ)