Krishnamurti Subtitles

เมื่อความทุกข์โศกจบสิ้นลงความแรงกล้าก็เกิดขึ้น

Washington DC - 21 April 1985

Public Talk 2



0:23 เรามาพูดกันต่อจากเมื่อวานดีไหม
 
0:37 เราพูดกันถึงเรื่องความกลัวและ
การสิ้นสุดลงของความกลัว
  
0:47 และเราได้พูดถึงเรื่องความรับผิดชอบ
ของเราแต่ละคนด้วย...
  
0:59 ...การเผชิญกับสิ่งที่กำลัง
เกิดขึ้นบนโลก...
  
1:02 ...พวกเราอยู่ในความยุ่งเหยิงวุ่นวาย
อันน่าตระหนก น่าสะพรึงกลัว
  
1:09 เราทั้งหมดทุกคน เราเป็นผู้รับผิดชอบ
ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย
  
1:13 ทั้งโดยลำพังแต่ละคน โดยมวลชน
ทั้งในระดับชาติ...
  
1:14 ...ศาสนา อีกทั้งทุกๆ เรื่อง
 
1:21 ในโลกที่เราสร้างมันขึ้นมา...
 
1:26 ...นับเป็นพันๆ ปี จากวิวัฒนาการ
อันแสนยาวนาน
  
1:32 เราก็ยังคงเป็นอยู่เช่นเดิม...
 
1:38 ...เป็นคนเถื่อนที่ยังทำร้ายกัน
ฆ่าฟันกัน ทำลายล้างกันและกัน
  
1:46 เรามีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้
ที่เราต้องการ...
  
1:54 ...และนั่นเป็นการสร้าง
ความหายนะให้แก่โลกนี้
  
1:59 อิสรภาพไม่ใช่การได้ทำ
ในสิ่งที่ตนชอบ...
  
2:05 ...แต่หมายถึงการเป็นอิสระ
จากความทุกข์ทรมาน
  
2:12 ความเจ็บปวดทั้งปวงของชีวิต
อิสระจากปัญหาต่างๆ...
  
2:19 ...ซึ่งเราได้สืบค้นด้วยกันแล้ว
เมื่อเช้าวานนี้...
  
2:23 ...อิสระจากความกระวนกระวายใจ
จากบาดแผลทางจิตใจ...
  
2:33 ...จากความขัดแย้งทั้งปวงที่เราได้
สู้ทนมาเป็นเวลานานหลายๆ พันปี...
  
2:45 รวมทั้งเป็นอิสระ
จากความกลัวด้วย
  
2:52 เราได้พูดกันถึงเรื่องพวกนี้ไปแล้ว
เมื่อบ่ายวานนี้
  
3:00 แล้วเรายังพูดอีกด้วยว่า
การมาร่วมชุมนุมทั้งหมดนี้
  
3:06 การพบปะกันนี้
ไม่ใช่การแสดงปาฐกถา...
  
3:12 ...ในหัวข้อพิเศษใดๆ ที่เป็นการ
ให้ข้อมูล การแนะนำสั่งสอน...
  
3:18 ...หรือเพื่อวางแบบแผนที่แน่นอน
 
3:24 แต่มันคือความรับผิดชอบ
ของเรามากกว่า...
  
3:35 ...ที่จะสืบค้นร่วมกัน
 
3:45 สำรวจปัญหาทั้งหมดในชีวิตของเรา
ชีวิตประจำวันของเรา
  
3:49 ไม่ใช่การนำเสนอแนวคิด
เชิงทฤษฎีหรือปรัชญา...
  
3:56 ...แต่เพื่อให้เข้าใจถึง
ความเจ็บปวดในชีวิตแต่ละวัน
  
4:01 ความเบื่อหน่าย ความอ้างว้าง
เดียวดาย ความผิดหวัง...
  
4:02 ...ความหดหู่ใจและ
ความขัดแย้งที่ไม่มีวันสิ้นสุด
  
4:09 ที่มนุษย์ได้ใช้ชีวิตอยู่กับมันมา
 
4:21 และเช้านี้เราต้องสืบค้น
ให้ครอบคลุมถึงพื้นฐานอีกมากมาย
  
4:30 เมื่อวานนี้เราก็อธิบายกันแล้วว่า
นี่ไม่ใช่การประชุม...
  
4:42 ...ที่ผู้พูดกระตุ้นผู้ฟัง
ทางด้านความคิด
  
4:51 อารมณ์หรือว่าทางอื่นใด
 
4:54 เรามักพึ่งพาสิ่งกระตุ้นมากมาย
 
5:01 มันเป็นรูปแบบหนึ่ง
ของพาณิชย์นิยม
  
5:07 ...เช่น ยาเสพติด เหล้า รวมทั้งวิธี
กระตุ้นความรู้สึกต่างๆ มากมาย
  
5:24 และเราก็ไม่ได้ต้องการเพียงแค่
การกระตุ้นทางความรู้สึกเท่านั้น
  
5:30 แต่ยังต้องการความตื่นเต้น
ความเร้าใจอีกด้วย
  
5:37 เพราะฉะนั้น นี่จึงไม่ใช่
การประชุมอะไรทำนองนั้น
  
5:42 เรามาพบกันเพื่อสืบค้นชีวิตของเรา
ชีวิตแต่ละวันของเรา
  
5:54 ...นั่นคือ เพื่อเข้าใจตนเอง
 
5:59 เข้าใจในสิ่งที่เราเป็นจริงๆ
ไม่ใช่เข้าใจตามทฤษฎี...
  
6:04 ...และก็ไม่ใช่ตามที่นักปรัชญา
หรือนักจิตวิทยากล่าวไว้...
  
6:13 ถ้าคุณสามารถปล่อยวาง
สิ่งเหล่านั้นได้ทั้งหมด
  
6:18 และมองที่ตัวของเรา
ตามความเป็นจริง...
  
6:24 ...มองสิ่งที่เราเป็นอยู่จริง
โดยไม่รู้สึกหดหู่หรือปลื้มปีติ...
  
6:33 ...แต่เพื่อสังเกต ซึ่งหมายถึงทำความเข้าใจ
โครงสร้างทางจิตใจทั้งหมด...
  
6:40 ...ของชีวิตเรา
ของการมีชีวิตอยู่ของเรา
  
6:46 เมื่อวานนี้เราพูดกันว่า
หนึ่งในสิ่งทั้งหลายที่มนุษย์...
  
6:55 ...ได้ประสบมาตลอดชีวิตของเขา
 
6:57 คือความกลัวลักษณะหนึ่ง
 
7:00 และเราก็ได้สืบค้นเรื่องนี้กัน
ด้วยความระมัดระวัง
  
7:04 ว่าเวลาและความคิด
เป็นบ่อเกิดแห่งความกลัว
  
7:11 เราสืบค้นลงไปว่า
เวลาและความคิดคืออะไร
  
7:18 เวลาไม่ใช่เป็นเพียง
อดีต ปัจจุบันและอนาคต...
  
7:24 ...แต่ในบัดนี้ ปัจจุบันขณะนี้
มีกาลเวลาทั้งหมดอยู่ภายในนั้น
  
7:33 เพราะสิ่งที่เราเป็นอยู่เดี๋ยวนี้ เราจะเป็นเช่นนั้นในวันพรุ่งนี้ เว้นเสียแต่ว่า...
 
7:41 ...มีการเปลี่ยนแปลง
อันยิ่งใหญ่จากพื้นฐาน
  
7:47 การผ่าเหล่าเกิดขึ้นภายในจิตใจเอง...
 
7:51 ...ภายในตัวเซลส์สมองเอง
 
7:55 เราพูดเรื่องนี้กันไปแล้ว
 
7:58 และในเช้านี้เราก็ควรจะพูด
ด้วยกันอีกในเรื่องนี้...
  
8:04 ...ขออนุญาตชี้แจงว่าคุณและผู้พูด...
 
8:16 ...กำลังเดินทางไปด้วยกัน
 
8:22 เป็นการเดินทางอันยาวไกลและ
ซับซ้อน เข้าใจยาก
  
8:28 และในการเดินทาง
เราต้องไม่ยึดติด...
  
8:34 ...กับความเชื่อในลักษณะใดๆ เลย
 
8:40 มิฉะนั้น การเดินทางนั้น
ย่อมเป็นไปไม่ได้
  
8:44 เราต้องไม่ยึดติดในศรัทธา ข้อสรุป
อุดมคติ หรือแนวคิดใดๆ ทั้งสิ้น
  
8:55 มันก็เหมือนกับการไต่
ขึ้นสู่ยอดเขาเอเวอร์เรสต์....
  
8:58 ...หรือไม่ก็ภูเขาที่ยิ่งใหญ่
มหัศจรรย์บางแห่งของโลก
  
9:03 ...เราต้องทิ้งข้าวของไว้ข้างหลัง...
 
9:07 ...ไม่แบกเอาสัมภาระทั้งหลาย
ขึ้นไปบนเนินเขา บนภูเขาที่สูงชัน...
  
9:15 ดังนั้นในการเดินทางร่วมกัน
ผู้พูดหมายถึงด้วยกันจริงๆ...
  
9:23 ...ไม่ใช่ว่ามีแต่ผู้พูดเท่านั้น
ที่กำลังพูดไป
  
9:27 โดยที่คุณเพียงแค่เห็นด้วย
หรือไม่เห็นด้วย
  
9:30 ...ถ้าเราสามารถทิ้งคำสองคำนี้
ได้โดยสิ้นเชิง...
  
9:36 ...เราก็สามารถร่วมเดินทางไปด้วยกัน
 
9:44 บางคนอาจต้องการเดินไปเร็วๆ
บ้างอาจต้องการค่อยๆ เดินตามไป...
  
9:53 ...แต่มันก็เป็นการเดินทาง
ที่ต้องร่วมไปด้วยกันเหมือนกันทั้งหมด
  
10:00 เราควรต้องพูดคุยกันด้วยว่า...
 
10:03 ...ทำไมมนุษย์จึงแสวงหา
แต่ความสุขเพลิดเพลิน
  
10:11 ในขณะที่ต่อต้านความกลัวอยู่ร่ำไป
 
10:17 เราไม่เคยสืบค้นว่า
ความสุขเพลิดเพลินคืออะไร
  
10:21 เหตุใดเราจึงต้องการความสุข
เพลิดเพลินในรูปแบบต่างๆ กัน...
  
10:26 ...อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งทางเพศรส
ทางความรู้สึก และทางความคิด...
  
10:34 ...จากความพึงพอใจที่ได้ครอบครอง
 
10:39 ความพึงพอใจที่มีความเชี่ยวชาญ
อันเยี่ยมยอด...
  
10:43 ...ความสุข ความพอใจ
ที่เราได้รับจากการมีข้อมูล
  
10:46 มีความรู้อันมากมายมหาศาล
 
10:52 และความพึงพอใจอันสูงสุดก็คือ
ในสิ่งที่เราเรียกว่าพระเจ้า
  
11:00 ได้โปรดอย่าโมโหหรือขุ่นเคือง...
 
11:05 ...หรือขว้างปาอะไรใส่ผู้พูดเลยนะ
(ผู้ฟังหัวเราะ)
  
11:13 โลกนี้คือโลกแห่งความรุนแรง
 
11:19 ถ้าคุณไม่เห็นด้วยกับเขา
เขาก็จะฆ่าคุณซะ
  
11:24 นี่คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงๆ
 
11:32 แต่เราไม่ได้พยายามที่จะฆ่าฟันกัน...
 
11:37 ...เราไม่ได้โฆษณาหรือชวน
ให้คุณเชื่อในเรื่องใด
  
11:47 แต่เรากำลังเผชิญหน้า
กับความจริงของสิ่งต่างๆ
  
11:54 ไม่ใช่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยความเข้าใจผิด
มีความเชื่อที่ผิดๆ
  
12:02 และเมื่อมีความเชื่อที่ผิดๆ
มันก็ยากมากที่จะสังเกตเห็น
  
12:12 ถ้าคุณหลอกตัวเอง
ไม่เผชิญหน้ากับความจริง...
  
12:19 ...มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมองเห็น
ตัวเราอย่างที่เราเป็นอยู่จริงๆ
  
12:26 แต่เราก็ชอบมายา ชอบภาวะที่ถูกหลอกลวง ความไม่จริงทุกๆ รูปแบบ...
 
12:35 ...เพราะเรากลัวที่จะมองดูตัวเราเอง
 
12:41 อย่างที่เราได้พูดแล้วว่า
การที่จะมองตัวเอง
  
12:47 ได้อย่างกระจ่างแจ้ง
ถูกต้องและแม่นยำนั้น...
  
12:52 ...จะเป็นไปได้ก็ต้องมอง
ในกระจกเงาแห่งความสัมพันธ์เท่านั้น
  
13:02 ...นั่นแหละคือกระจก
เพียงบานเดียวที่เรามี
  
13:06 เวลาที่คุณมองดูตัวคุณเอง
เวลาที่คุณกำลังหวีผม...
  
13:09 ...หรือโกนหนวด หรือทำอะไรต่อมิอะไร
ก็ตามบนหน้าคุณ (ผู้ฟังหัวเราะ)
  
13:21 คุณมองที่กระจกของคุณ
ขอโทษที (กฤษณมูรติหัวเราะ)
  
13:33 (กฤษณมูรติหัวเราะ -
ผู้ฟังหัวเราะและปรบมือ)
  
13:45 ผมต้องขอโทษด้วย!
(ผู้ฟังหัวเราะและปรบมือ)
  
13:55 ผมดีใจที่คุณเห็นด้วย
(ผู้ฟังหัวเราะ)
  
14:07 ...เวลาที่คุณโกนหนวด คุณมอง
ใบหน้าของคุณ หรือเมื่อคุณหวีผม
  
14:12 ...กระจกจะสะท้อนภาพ
ตามที่เป็นจริง
  
14:17 ว่าหน้าตาคุณเป็นอย่างไร
คุณดูเป็นอย่างไร
  
14:24 แล้วทางจิตใจล่ะ
กระจกเงาอย่างนั้นมีอยู่หรือเปล่า...
  
14:30 ...กระจกที่คุณสามารถมองเห็น
ตัวคุณได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ
  
14:35 ตามที่คุณเป็นอยู่จริงๆ
 
14:41 อย่างที่เราได้พูดกันแล้วนั่นแหละว่า
มีกระจกแบบนั้น
  
14:44 ซึ่งก็คือสัมพันธภาพของเรานั่นเอง...
 
14:47 ...ไม่ว่าจะสนิทสนมกันมากแค่ไหน
ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง
  
14:54 ...ในความสัมพันธ์นั้น
คุณจะมองเห็นว่าคุณเป็นคนเช่นไร
  
14:58 ถ้าคุณยอมให้ตัวคุณเอง
ได้มองสิ่งที่คุณเป็นอยู่จริงๆ
  
15:05 คุณจะเห็นว่าคุณโกรธอย่างไร
 
15:08 เห็นการครอบครองเป็นเจ้าข้าว
เจ้าของของคุณ อะไรทำนองนั้น
  
15:12 มนุษย์ไล่ไขว่ขว้าหาความสุข
ความพอใจอย่างไม่มีวันสิ้นสุด...
  
15:24 ...ในนามของพระเจ้า ในนามของสันติภาพ ในนามของอุดมคติ
 
15:32 มนุษย์หาความสุขจากอำนาจ...
 
15:40 ...จากการมีอำนาจเหนือผู้อื่น
อำนาจทางการเมือง
  
15:51 คุณเคยสังเกตบ้างไหมว่า
อำนาจเป็นสิ่งที่น่าเกลียดน่าชัง
  
15:59 เมื่อใครคนหนึ่ง
มีอำนาจเหนืออีกคนหนึ่ง
  
16:00 ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใดก็ตาม
 
16:07 ...เมื่อภรรยาข่มสามี
หรือเมื่อสามีข่มภรรยา...
  
16:15 อำนาจคือสิ่งชั่วร้ายสิ่งหนึ่งในชีวิต
 
16:25 และความสุขเพลิดเพลินก็เป็น
อีกด้านหนึ่งของเหรียญแห่งความกลัว
  
16:39 เมื่อเราเข้าใจอย่างลึกซึ้งถ่องแท้
จริงจังถึงธรรมชาติของความกลัว...
  
16:43  
 
16:49 (เพราะเราได้สืบค้นกันไปแล้ว
เมื่อวานนี้ เราก็จะไม่พูดซ้ำอีก)
  
16:54 ...ความสุขซึ่งคือความปีติยินดี
เช่น การได้เห็นสิ่งสวยงาม...
  
17:05 ...ได้เห็นอาทิตย์อัสดงหรือ
แสงแดดยามเช้า
  
17:13 เห็นอรุณรุ่ง สีสันอันน่าพิศวง...
 
17:16 ...เงาสะท้อนบนผืนน้ำจากดวงอาทิตย์
นั่นคือความปิติยินดี
  
17:23 แต่เราทำสิ่งที่เห็นนั้น
ให้เป็นความทรงจำ
  
17:28 และบ่มเพาะความทรงจำนั้น
จนกลายเป็นความสุขเพลิดเพลิน
  
17:34 ดังที่เราได้เคยพูดแล้วว่า
 
17:39 เพียงแค่มองดูมัน
โดยไม่ทำอะไรกับมันเลย
  
17:45 ผมไม่ทราบว่าคุณเคยสืบค้น
เกี่ยวกับเรื่องการกระทำหรือไม่
  
17:50 การกระทำคืออะไร
 
17:54 เราตื่นตัวเคลื่อนไหวมากตั้งแต่เช้า
จรดค่ำไม่ใช่แค่ทางกายเท่านั้น...
  
18:01 ...แต่ทางจิตใจด้วย
สมองฟุ้งซ่านอยู่ตลอดเวลา...
  
18:08 ...แล่นจากเรื่องหนึ่งไปสู่อีกเรื่องหนึ่ง
อย่างไม่มีวันสิ้นสุด...
  
18:14 ...ทั้งกลางวันและกลางคืน...
 
18:17 ...ในความฝัน สมองไม่เคยหยุดพัก
มันเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
  
18:28 ผมไม่ทราบว่า คุณเคยสืบค้น
ถึงเรื่องการกระทำไหม
  
18:37 การกระทำคืออะไร
คือการที่กำลังทำอยู่หรือเปล่า
  
18:46 คำว่า “กำลังกระทำ” เป็นปัจจุบัน
ไม่ใช่การที่เคยทำมาแล้วหรือจะทำ
  
18:55 การกระทำหมายถึง
กำลังทำอยู่ในขณะนี้
  
19:02 ทำอย่างถูกต้อง แม่นยำ
สมบูรณ์แบบ อย่างเป็นทั้งหมด...
  
19:08 ...ถ้าผมสามารถใช้คำนั้นได้
 
19:15 คือการกระทำที่เป็นทั้งหมด
ที่สมบูรณ์และไม่เป็นส่วนเสี้ยว
  
19:21 เมื่อใดที่การกระทำเกิดขึ้น
บนพื้นฐานของอุดมคติบางประการ
  
19:25 มันก็ไม่ใช่การกระทำ
ใช่ไหม
  
19:28 มันเป็นการปฏิบัติตามแบบแผน
ที่แน่นอนที่คุณสร้างขึ้นมา...
  
19:34 ...เพราะฉะนั้น มันจึงเป็นการกระทำ
ที่ไม่สมบูรณ์...
  
19:40 ...หรือทำตามความทรงจำ
ข้อสรุปบางประการ
  
19:48 ถ้าคุณปฏิบัติตามอุดมคติ
ตามแบบแผน หรือข้อสรุป...
  
19:56 ...มันก็ยังเป็นการกระทำที่ไม่สมบูรณ์
 
20:00 เพราะมีสิ่งที่ขัดแย้งกันเอง
อยู่ในทั้งหมดนี้
  
20:04 ดังนั้นเราจำต้องสืบค้นในปัญหา
แห่งการกระทำอันแสนจะซับซ้อนนี้
  
20:15 การกระทำเกี่ยวข้องกับความ
ไร้ระเบียบหรือความมีระเบียบไหม
  
20:27 คุณพอจะเข้าใจไหม
 
20:29 เรามีชีวิตอยู่ในความไร้ระเบียบ
ชีวิตของเรายุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ
  
20:43 ...สับสนวุ่นวาย ขัดแย้งกันเอง
เราพูดอย่างหนึ่งแต่กลับทำอีกอย่าง
  
20:49 ...คิดอย่างหนึ่ง
แต่กลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม
  
20:57 ถ้าเช่นนั้นความมีระเบียบและ
ความไร้ระเบียบคืออะไร
  
21:08 บางทีคุณอาจไม่เคย
คิดถึงเรื่องทั้งหมดนี้
  
21:13 ...ถ้าเช่นนั้นเรามาคิดเกี่ยวกับ
เรื่องทั้งหมดนี้ด้วยกัน
  
21:18 ...และดูเถิด โปรดอย่าปล่อยให้ผม
พูดอยู่คนเดียวเลย
  
21:23 ตอนนี้ก็ยังเช้าอยู่
และคุณยังมีเวลาทั้งวัน...
  
21:33 ...ดังนั้นเรามารับรู้ถึงปัญหานี้
ด้วยกันเถอะ
  
21:40 ...ว่าอะไรคือระเบียบและ
อะไรคือความไร้ระเบียบ...
  
21:45 ...อะไรคือความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำ
และระเบียบและความไร้ระเบียบ
  
21:55 เราได้อธิบายไปแล้วไม่มากก็น้อยว่า
การกระทำคืออะไร
  
21:59 ...คำว่า “กระทำ” หมายถึง
ขณะปัจจุบัน
  
22:07 หมายถึงกำลังกระทำ
คือ คุณกำลังนั่งอยู่ตรงนั้น
  
22:11 การกระทำและความไร้ระเบียบ
สัมพันธ์กันอย่างไร
  
22:23 ความไร้ระเบียบคืออะไร
 
22:29 ลองมองดูโลกนี้ซิ
โลกอยู่ในความไร้ระเบียบ
  
22:37 สิ่งที่น่ากลัวกำลังเกิดขึ้น
 
22:41 พวกเราน้อยคนนักที่รู้ว่าจริงๆ แล้วอะไรกำลังเกิดขึ้นในโลกวิทยาศาสตร์..
 
22:48 ...ในโลกของศิลปะแห่งสงคราม...
 
22:53 ...และสิ่งที่เลวร้ายที่รุนแรงทั้งหลาย
ที่กำลังเกิดขึ้นในรัสเซีย
  
23:02 ...ความยากจนในทุกประเทศ
คนรวยและคนที่ยากไร้อย่างมหันต์
  
23:16 ...สงครามยังคุกคามอยู่เสมอ
 
23:22 กลุ่มการเมืองหนึ่ง
ต่อสู้กับอีกกลุ่มหนึ่ง
  
23:29 ดังนั้นจึงเกิดความไร้ระเบียบ
อันใหญ่หลวงนี้
  
23:38 นี่คือความเป็นจริง
ไม่ใช่การกุเรื่องขึ้น ไม่ใช่มายา
  
23:49 และเราได้สร้างความไร้ระเบียบนี้ขึ้น
 
23:52 เพราะชีวิตของเรา การมีชีวิตอยู่ของ
เราเป็นไปอย่างยุ่งเหยิงไร้ระเบียบ
  
24:00 และเรากำลังพยายามทำให้
เกิดระเบียบแบบแผนขึ้นในสังคม...
  
24:09 ...โดยการปฏิรูปทางสังคมและอื่นๆ
 
24:14 เราพยายามค้นหาความเป็นระเบียบ
โดยปราศจากความเข้าใจ
  
24:22 และโดยไม่ได้ทำให้
ความไร้ระเบียบหมดสิ้นไป
  
24:25 มันเหมือนกับจิตที่สับสน
แล้วพยายามหาความกระจ่างแจ้ง
  
24:35 จิตที่สับสนก็คือจิตที่สับสน
 
24:39 มันไม่สามารถค้นพบ
ความกระจ่างแจ้งได้
  
24:47 ถ้าเช่นนั้นความไร้ระเบียบ
ในชีวิตของเรา
  
24:52 ในชีวิตแต่ละวันของเรา
จะจบสิ้นลงได้ไหม
  
24:57 ไม่ใช่ระเบียบบนแดนสวรรค์
หรือแดนอื่นๆ
  
25:02 แต่ในชีวิตแต่ละวันของเรา
ระเบียบจะเกิดขึ้นได้ไหม
  
25:06 เมื่อความไร้ระเบียบจบสิ้นลง
 
25:08 ระเบียบก็จะเกิดขึ้นเอง
โดยธรรมชาติ
  
25:15 ระเบียบนั้นก็คือการมีชีวิตอยู่โดยไม่
ทำตามแบบแผนที่แน่นอนหรือแม่แบบ
  
25:17  
 
25:25 เรากำลังสืบค้น กำลังมองตนเอง
และเรียนรู้เกี่ยวกับตนเอง...
  
25:29  
 
25:40 การเรียนรู้แตกต่าง
จากการหาความรู้
  
25:49 กรุณาให้ความใส่ใจสักหน่อยเถอะ...
 
25:50  
 
25:58 ...ว่าการเรียนรู้
เป็นกระบวนการที่ไม่สิ้นสุด...
  
26:09 ...กระบวนการอันไร้ขีดจำกัด
ในขณะที่ความรู้เป็นสิ่งที่จำกัดเสมอ
  
26:16 และการเรียนรู้ไม่เพียงหมายถึง
การสังเกตโดยการมองดู
  
26:23 โดยเห็นด้วยตาเท่านั้น...
 
26:29 ...แต่หมายถึงการสังเกต
โดยปราศจากการบิดเบือนใดๆ
  
26:38 การมองเห็นสิ่งต่างๆ
ตามที่มันเป็นอยู่จริง
  
26:46 การสังเกตเช่นนั้นต้องการวินัย
คำว่า “วินัย”...
  
26:55 ...ดังที่เราได้พูดถึงแล้วเมื่อวานนี้
 
27:00 ว่าคำๆ นี้ มาจากคำว่า “สานุศิษย์”
 
27:05 “สานุศิษย์” คือผู้ที่กำลังเรียนรู้...
 
27:11 ...ไม่ใช่วินัยอันรุนแรง
ของความเชื่อฝังหัว
  
27:14 ...หรือหลักปฏิบัติอันเข้มงวด
ที่มีมาแต่ดั้งเดิม ไม่ใช่จารีต
  
27:17 ...หรือการทำตามกฎเกณฑ์ที่ตายตัว
 
27:28 เผด็จการหรืออะไรต่อมิอะไร
วินัยคือการเรียนรู้
  
27:33 ...เรียนรู้โดยการสังเกตที่ชัดเจน
ตรงไปตรงมา ไม่มีการบิดเบือน
  
27:40 การได้ยินสิ่งที่ผู้อื่นกำลังพูดอย่าง
ถูกต้องโดยไม่บิดเบือนใดๆ ทั้งสิ้น...
  
27:45 และการเรียนรู้ไม่ใช่การสั่งสม
ให้มากขึ้น เพราะคุณกำลังเคลื่อนที่ไป
  
27:51 คุณเข้าใจทั้งหมดนี้ไหม
 
27:54 ดังนั้นในการเรียนรู้ว่าอะไร
คือความไร้ระเบียบในตัวเรา...
  
28:07 ...แล้วระเบียบก็จะเกิดขึ้นเอง
โดยธรรมชาติ
  
28:12 อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่คาดคิด
 
28:17 และเมื่อมีระเบียบ
ระเบียบคือความดีงาม
  
28:26 ไม่มีความดีงามอื่นใด
นอกจากระเบียบอันสมบูรณ์...
  
28:31 ...นั่นคือคุณธรรมอันสมบูรณ์
 
28:38 ไม่ใช่คุณธรรมที่บังคับ
หรือบงการให้เกิดขึ้น
  
28:50 แล้วเราควรจะพูดกันถึงปัญหาทั้งปวง
แห่งความทุกข์โศกด้วย...
  
29:03 คุณคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม
 
29:08 เพราะทั้งชาย หญิงและเด็ก
ทั้งโลกนี้ ไม่ว่าพวกเขา...
  
29:16  
 
29:20 ...จะอยู่หลังม่านเหล็ก (ซึ่งเป็นความโชคร้ายที่สุดของพวกเขา)...
 
29:24 ...ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ใน
ทวีปเอเชีย อินเดีย
  
29:31 ยุโรป หรือแม้แต่ที่นี่...
 
29:33 ...มนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะรวยหรือจน
ฉลาดปราชญ์เปรื่อง
  
29:40 หรือเป็นแค่สามัญชน
คนธรรมดาอย่างเราๆ...
  
29:45 ...เราทั้งหมดต่างก็ได้รับ
ความทุกข์มาทุกรูปแบบ
  
29:51 คุณเคยมองดูผู้คนที่ร่ำไห้
มาหลายศตวรรษไหม
  
30:03 ที่ผ่านสงครามมานับพัน
 
30:09 สามี ภรรยา ลูกเด็กเล็กแดง
 
30:15 มีความทุกข์ระทม
อย่างใหญ่หลวงบนโลกนี้
  
30:20 แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี
ความสุขสนุกสนาน
  
30:24 ความเบิกบานยินดี
หรืออะไรอื่นๆ ด้วย...
  
30:28 ...แต่ในการทำความเข้าใจ
 
30:32 และบางทีอาจจะเป็นการดับสิ้น
ซึ่งความทุกข์ระทม
  
30:36 เราจะพบบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า
 
30:43 ดังนั้นเราต้องสืบค้นลงไปในปัญหา
แห่งความทุกข์อันยุ่งยากซับซ้อนนี้
  
30:52 ว่ามันสามารถจะจบสิ้นลงได้หรือไม่
 
30:58 หรือว่ามนุษย์จะเคราะห์ร้าย
ให้ต้องทุกข์ทรมานไปชั่วนิรันดร์
  
31:04 ...ไม่ใช่ทุกข์ทรมานเพียงร่างกาย
 
31:09 ซึ่งขึ้นอยู่กับว่า
เราใช้ชีวิตได้ปกติแค่ไหน...
  
31:14 ...ร่างกายติดสิ่งเสพติด เหล้า
ยาสูบ นิโคติน แอลกอฮอล์
  
31:18 สิ่งทำนองนั้นทั้งหมดหรือไม่...
 
31:22 ...ร่างกายได้ถูกทำลายหรือไม่
 
31:31 ทางด้านจิตใจ ภายในเราก็ทนทุกข์
ทรมานมาแล้วอย่างเหลือแสน...
  
31:40 ...จนบางทีเอ่ยอะไรไม่ออกซักคำเดียว
 
31:45 หรือร่ำไห้จนใจแทบขาด
 
31:54 และในช่วงวิวัฒนาการอันยาวนานนี้...
 
31:59 ...วิวัฒนาการของมนุษย์จาก
จุดเริ่มต้นแห่งกาลเวลาจนถึงบัดนี้...
  
32:06 ...มนุษย์ทุกคนบนโลก
ต่างทุกข์ทรมาน
  
32:15 การทุกข์โศกไม่ใช่
เพียงแค่การสูญเสีย
  
32:20 ใครบางคนที่คุณคิดว่า
คุณชอบหรือรักเท่านั้น...
  
32:25 ...แต่หมายถึงความทุกข์ทรมาน
ของคนที่ยากจนมากๆ
  
32:29 หรือคนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
 
32:33 ถ้าคุณไปยังประเทศอินเดีย
หรือที่ส่วนอื่นๆ ของโลก...
  
32:43 ...คุณจะเห็นผู้คนเดินเท้าเป็นระยะทาง
หลายต่อหลายไมล์ เพื่อไปโรงเรียน...
  
32:52 ...ทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ
 
32:56 พวกเขาไม่มีโอกาสที่จะร่ำรวย
ไม่เคยได้นั่งรถยนต์...
  
33:00 ...บางทีอาจจะไม่เคย
ได้อาบน้ำร้อนเลยด้วยซ้ำ
  
33:06 พวกเขามีเพียงส่าหรีชุดเดียว
เสื้อผ้าเพียงชุดเดียว
  
33:10 หรืออะไรก็ตามที่พวกเขาสวมใส่อยู่
นั่นคือทั้งหมดที่เขามี
  
33:17 และนั่นคือความทุกข์โศก
 
33:20 แต่ไม่ใช่ความทุกข์โศก
สำหรับคนที่นั่งรถยนต์ผ่านไป
  
33:25 แต่เมื่อคนในรถมองดูสิ่งเหล่านี้...
 
33:30 ...เขาก็จะทุกข์โศก ถ้าเขามี
ความละเอียดอ่อนพอที่จะรับรู้
  
33:38 รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดในสิ่งเหล่านี้
 
33:45 ยังมีความทุกข์จากความไม่รู้
แต่ไม่ใช่ไม่รู้เรื่องการเขียน การอ่าน...
  
33:47 ...และอะไรทำนองนั้น แต่เป็น
ความทุกข์ของมนุษย์ผู้ไม่รู้จักตนเอง
  
33:53 ความทุกข์มีวิถีอันมากมายของมัน
 
34:01 เรากำลังถามว่า
 
34:06 ในคนแต่ละคน ความทุกข์สามารถ
จบสิ้นลงได้ไหม
  
34:10 มีความทุกข์ของตนเอง ทุกข์ใน
ตัวเองและความทุกข์ระทมของโลก
  
34:24 จากสงครามนับเป็นพันๆ
ผู้คนบาดเจ็บสาหัสจนพิการ เจ็บปวด
  
34:31 มีความโหดร้ายทารุณ
อันน่าสะพรึงกลัว
  
34:38 ...ไม่ใช่ความโหดร้ายทารุณ
เฉพาะระบอบหนึ่ง
  
34:47 ซึ่งคุณกำลังพูดถึงกันอยู่
อย่างมากมาย...
  
34:50 ...และคุณก็กำลังต่อต้าน
ระบอบนั้นอยู่...
  
34:55 ...แต่คุณก็ไม่เคยถามว่า มีการจบสิ้นของความโหดร้ายทารุณไหม
 
35:01 ในทุกประเทศบนโลกนี้
มีความโหดเหี้ยม น่าสะพรึงกลัว
  
35:08 และเราก็ยังคงสืบทอด
ความโหดร้ายทารุณนั้นไว้ชั่วกาลนาน
  
35:14 และความเหี้ยมโหดก็นำมาซึ่ง
ความทุกข์อันใหญ่หลวง
  
35:25 เมื่อมองเห็นทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เห็น
จากหนังสือ ไม่ใช่จากนักเดินทาง...
  
35:37 ...ไม่ใช่จากนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง
 
35:42 (นักท่องเที่ยวเดินทางไปต่างประเทศ
ก็เพื่อความสนุกของตัวเอง...
  
35:46 ...ที่เที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ไปเรื่อยๆ
และมีความสุข เป็นวันหยุดพักผ่อน)...
  
35:52 ...แต่ถ้าคุณกำลังเดินทางในฐานะ
มนุษย์คนหนึ่ง เพียงสังเกต...
  
36:01 ...รับรู้อย่างฉับไวต่อสรรพสิ่งทั้งหมดนี้
 
36:07 จะเห็นว่าความทุกข์เป็น
ตัวทำลายล้างอย่างสาหัสสากรรจ์
  
36:14 ความทุกข์นั้นสามารถจบสิ้นลงได้ไหม
 
36:18 ได้โปรดถามคำถามนี้กับตัวคุณเอง
 
36:26 ผู้พูดไม่ได้มากระตุ้น
ให้คุณรู้สึกทุกข์เศร้าโศก...
  
36:33 ...ผู้พูดไม่ได้กำลังบอกให้คุณรู้ว่า
ความทุกข์โศกคืออะไร...
  
36:37 ...มันอยู่ตรงหน้าเรานี่แล้ว
อยู่ข้างในตัวคุณ
  
36:44 ไม่จำเป็นต้องให้ใครชี้ให้เห็น
ถ้าดวงตาคุณยังเปิดกว้างอยู่...
  
36:51 ...ถ้าคุณไวต่อการรับรู้
 
36:56 และรู้สึกว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น
บนโลกอันโหดร้ายและน่าเกลียดนี้
  
37:01 ดังนั้นโปรดถามคำถามนี้
กับตัวคุณเองว่า
  
37:07 ความทุกข์ระทมสิ้นสุดลงได้ไหม
 
37:13 เพราะเมื่อมีความเกลียดชัง
เมื่อมีทุกข์ก็ย่อมไร้รัก
  
37:26 เวลาที่คุณทุกข์ทรมาน
วิตกกังวลกับความทุกข์ของตัวเอง
  
37:33 แล้วจะมีความรักได้อย่างไร
 
37:40 ดังนั้นเราต้องถามคำถามนี้...
 
37:45 ไม่ว่าการค้นพบมัน
จะยากเย็นเพียงไรก็ตาม
  
37:51 และไม่ใช่ค้นพบคำตอบ
แต่เป็นการจบสิ้นทุกข์
  
37:59 ความทุกข์ระทมคืออะไร
 
38:05 ไม่เพียงความเจ็บปวดทางกาย
 
38:10 และการทนต่อความเจ็บปวด
อย่างคนที่เป็นอัมพาต...
  
38:12 ...หรือบาดเจ็บสาหัสจนพิกลพิการ
หรือเจ็บไข้ได้ป่วยเท่านั้น
  
38:22 แต่ยังมีความทุกข์โศกจากการสูญเสีย
ใครบางคนด้วย: ความตายไงล่ะ
  
38:37 เราจะพูดกันถึงเรื่องความตาย
ในไม่ช้านี้
  
38:44 ความทุกข์โศกคือความสงสาร
ตัวเองหรือเปล่า
  
38:49 ได้โปรดสืบค้นดู
 
38:53 เราไม่ได้บอกว่ามันใช่หรือไม่ใช่
แต่เราถามว่า...
  
38:56 ...ความสงสารตัวเองเป็นปัจจัยหนึ่ง
ที่ทำให้เกิดทุกข์โศกขึ้นหรือเปล่า
  
39:06 ความทุกข์โศกเกิดจาก
ความอ้างว้างหรือเปล่า
  
39:14 รู้สึกเดียวดายอย่างยิ่ง ว้าเหว่
 
39:19 ไม่ใช่เป็นลำพังนะ คำว่า “ลำพัง” หมายถึงทั้งหมดหนึ่งเดียว
 
39:27 แต่ความโดดเดี่ยวที่มี
ความอ้างว้างอยู่ภายในนั้น
  
39:31 รู้สึกว่าไม่มีความสัมพันธ์กับสิ่งใดเลย
 
39:44 หรือความทุกข์โศกเป็นแค่เพียง
กิจของความคิด
  
39:53 ที่จะต้องอธิบายด้วยเหตุด้วยผล
เพื่อให้ความทุกข์หายไป
  
40:01 หรือว่าทุกข์เป็นสิ่งที่ต้องอยู่กับมัน
 
40:06 โดยไม่ต้องการ
การปลอบประโลมใจใดๆ ทั้งสิ้น
  
40:12 คุณเข้าใจไหม
 
40:16 การอยู่กับความทุกข์โดย
ไม่หลีกหนีมัน ไม่หาเหตุผลให้กับมัน...
  
40:28 ...ไม่หาวิธีปลอบใจอันเป็นมายาหรือ
ความอบอุ่นใจที่สงวนไว้โดยเฉพาะ
  
40:37 ...ทางศาสนา หรือหาวิธีหลบหลีกต่างๆ
ที่เพ้อฝัน จอมปลอม...
  
40:44 ...แต่มีชีวิตอยู่กับอะไรบางอย่าง
ที่มีความหมายอันยิ่งใหญ่ไพศาล
  
40:54 ความทุกข์ไม่ใช่แค่อาการช็อค
ของร่างกายเท่านั้น...
  
41:00 ...เมื่อเราสูญเสียลูกชายหรือสามี
ภรรยาหรือลูกสาว หรืออะไรก็ตาม...
  
41:06 ...มันเป็นการกระทบกระเทือน
อย่างรุนแรงทางชีวภาพ
  
41:14 จนเราแทบอ่อนเปลี้ยแน่นิ่ง
ไปกับการสูญเสีย
  
41:19 คุณทราบเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่หรือ
 
41:29 ทั้งยังมีความรู้สึกอ้างว้าง
อย่างสิ้นหวังด้วย
  
41:39 เราสามารถมองดูความทุกข์โศก
ตามที่มันเป็นอยู่จริงๆ ในเราได้ไหม...
  
41:49 ...และคงอยู่กับมัน ประคองมันไว้
ไม่เคลื่อนหนีไปจากมัน
  
42:01 ความทุกข์โศกไม่แตกต่างไปจาก
ผู้ที่ทุกข์โศกหรอก
  
42:08 ผู้ที่ทุกข์ต้องการวิ่งหนี หลบหนี
ทำทุกอย่างนั่นแหละ
  
42:21 แต่จงมองดูความทุกข์โศก
เหมือนที่คุณมองเด็กคนหนึ่ง
  
42:28 เด็กที่น่ารัก...
 
42:35 ...โอบอุ้มมันไว้ อย่าหนีจากมันไป
 
42:41 แล้วคุณก็จะเห็นด้วยตัวเอง
ถ้าคุณมองดูอย่างลึกล้ำจริงๆ...
  
42:47 ...จะเห็นว่าความทุกข์โศกจบลงได้
 
42:51 และเมื่อความทุกข์โศกจบสิ้นลง
ความรู้สึกแรงกล้าย่อมเกิดขึ้น
  
43:00 ...ซึ่งไม่ใช่ตัณหาราคะ
ไม่ใช่ความรู้สึกทางประสาทสัมผัส
  
43:08 ไม่ใช่การกระตุ้นเร้าความรู้สึก
แต่เป็นความรู้สึกแรงกล้าสุดจิตสุดใจ
  
43:18 น้อยคนนักที่จะมีความรู้สึกแรงกล้า
 
43:23 เพราะเราถูกครอบงำ
ด้วยความโศกเศร้าของเราเอง...
  
43:27 ...ด้วยความเจ็บปวดของเราเอง
ด้วยความสงสารตัวเอง
  
43:38 ด้วยความทะนงหลงตน
และอะไรทำนองนั้นทั้งหมด
  
43:42 เรามีพลังงานมากมายมหาศาล
ก็ดูจากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นบนโลกนี้
  
43:45 ...พลังอันมหาศาล
ในการประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ
  
43:50 อุปกรณ์ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
วิธีการใหม่ๆ ที่จะใช้เข่นฆ่าผู้อื่น
  
43:58 การเดินทางไปยังดวงจันทร์
จำเป็นต้องใช้พลังงานมหาศาล
  
44:01 และความตั้งอกตั้งใจ...
 
44:03 ...ทั้งทางด้านความคิดและ
การกระทำจริง
  
44:07 เรามีพลังงานมากมายมหาศาล
 
44:10 แต่เราก็ทำให้มันสิ้นเปลือง
ไปด้วยความขัดแย้ง ความกลัว...
  
44:19 ...ด้วยความฟุ้งซ่านไม่จบสิ้น
กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
  
44:28 ทว่าความรู้สึกแรงกล้ามีพลังมหาศาล
 
44:39 ความแรงกล้านี้ไม่ได้ถูกกระตุ้น
มันไม่ต้องการแรงกระตุ้น...
  
44:43 ...มันมีอยู่ เหมือนเปลวไฟที่ลุกโชติ
 
44:49 มันจะเกิดขึ้น
เมื่อความทุกข์สิ้นสุดเท่านั้น
  
44:55 และเมื่อคุณมีความทุกข์โศกนี้
 
45:00 การดับสิ้นแห่งทุกข์
ไม่ใช่เป็นเรื่องส่วนตัว...
  
45:05 ...เพราะคุณคือมวลมนุษย์
ดังที่เราได้พูดกันแล้วเมื่อบ่ายวานนี้
  
45:13 เราทั้งหมดต่างทุกข์ทรมาน
 
45:17 เราทั้งหมดต่างประสบกับความอ้างว้าง มนุษย์ทุกคนบนโลกนี้...
 
45:24 ...ไม่ว่าจะรวยหรือจน
มีการศึกษาหรือไร้การศึกษา...
  
45:29 ...ทุกๆ คนต่างผ่านความวิตก
กระวนกระวายอย่างใหญ่หลวง
  
45:33 ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว
 
45:37 จิตสำนึกของเราไม่ใช่ส่วนแบ่ง...
 
45:41 มันไม่ใช่เป็นของคุณคนเดียว
แต่มันเป็นจิตสำนึกของมวลมนุษย์
  
45:45 เนื้อหาที่บรรจุอยู่ภายในจิตสำนึกนั้น
ก็คือความเชื่อของเราทั้งหมด...
  
45:49 ...ความทุกข์โศกของคุณ
ความสงสารของคุณ
  
45:52 ความทะนงตนของคุณ
ความหยิ่งยโสของคุณ...
  
45:53 ...การแสวงหาอำนาจ ตำแหน่งหน้าที่ และอะไรต่อมิอะไรทั้งหมดนั้นแหละ
 
45:58 ทั้งหมดนั้นคือจิตสำนึกของคุณ
ซึ่งมนุษย์ทุกคนก็มีเหมือนกันหมด
  
46:06 ดังนั้นมันจึงไม่ใช่จิตสำนึก
เฉพาะของคุณคนเดียว
  
46:13 และเมื่อเราตระหนักถึงตรงนี้
อย่างแท้จริงแล้ว
  
46:19 ซึ่งไม่ใช่โดยคำพูดหรือโดย
ความคิดในเชิงเป็นเหตุเป็นผล...
  
46:23 ...หรือโดยทฤษฎี หรือเป็นแนวคิด
แต่ตระหนักว่าเป็นความจริงจริงๆ...
  
46:31 ...แล้วคุณก็จะไม่เพียงไม่เข่นฆ่าผู้อื่น
ไม่ทำร้ายผู้อื่นเท่านั้น...
  
46:38 ...แต่คุณจะมีสิ่งอื่นที่แตกต่าง
ออกไปอย่างสิ้นเชิง...
  
46:43 ...เป็นมิติที่แตกต่างออกไปทั้งหมด
 
46:52 เราควรจะพูดกันถึงว่า
ความรักคืออะไรด้วย
  
46:59 ผมหวังว่าทั้งหมดนี้
จะไม่ทำให้คุณเบื่อเสียก่อนนะ
  
47:10 ถ้าคุณอยากจะพักสักครู่ก็ได้นะ
 
47:21 ดังที่ผู้พูดได้กล่าวว่า
 
47:25 เราควรจะสืบค้นในคำถาม
อันยิ่งใหญ่ว่าความรักคืออะไร
  
47:35 เราใช้คำว่า “รัก” กันอย่างหละหลวม
 
47:40 มันเลยกลายเป็นเรื่องเกี่ยวกับ
ความรู้สึกและเรื่องทางเพศไป
  
47:45 ...ความรักถูกระบุให้เป็น
ความพึงพอใจ ความสุขเพลิดเพลิน
  
47:56 และเพื่อที่จะค้นพบ
กลิ่นหอมของความรักนั้น
  
48:03 เราต้องสืบค้นในปัญหาว่า
อะไรที่ไม่ใช่ความรัก
  
48:10 โดยการปฏิเสธ คุณก็จะได้พบกับ
สิ่งที่เป็นเชิงบวกไม่ใช่ในทางกลับกัน
  
48:16 ผมพูดรู้เรื่องไหมครับ
 
48:21 โดยการปฏิเสธสิ่งที่ไม่ใช่ความรัก...
 
48:26 ...สิ่งที่เป็นความจริงอันยิ่งใหญ่
ซึ่งคือความรักก็เกิดขึ้น
  
48:37 ความรักไม่ใช่ความเกลียดชัง
นั่นเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัด
  
48:45 ความรักไม่ใช่ความทะนงตน หยิ่งยโส
 
48:54 ความรักจะไม่อยู่ในเงื้อมมือ
ของอำนาจ
  
49:03 คนที่อยู่ในอำนาจ ต้องการอำนาจ...
 
49:08 ...ไม่สำคัญว่าจะเป็น
อำนาจเหนือเด็กเล็กๆ...
  
49:13 ...หรือต้องการมีอำนาจเหนือ
กลุ่มคนทั้งหมด เหนือประเทศชาติ
  
49:21 นั่นไม่ใช่ความรักอย่างแน่นอน
 
49:29 ความรักไม่ใช่ความสุขเพลิดเพลิน
ความรักไม่ใช่ความอยาก
  
49:39 ผมไม่ทราบว่าคุณจะมีเวลาพอ
 
49:41 ที่จะสืบค้นถึงปัญหา
เรื่องความอยากหรือไม่
  
49:44 เราอาจมีเวลาพอ
 
49:49 ความรักไม่ใช่ความคิดอย่างแน่นอน
 
49:54 ดังนั้นคุณสามารถละวางทั้งหมดนั้น
 
50:00 วางความทะนงตนของคุณ ความรู้สึก
ถึงอำนาจของคุณลงได้ไหม...
  
50:06 ...ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม
มันก็เหมือนกับหนอนนั่นแหละ
  
50:17 ยิ่งคุณมีอำนาจมากแค่ไหน
ก็ยิ่งน่าเกลียดมากขึ้นเท่านั้น
  
50:23 ฉะนั้นจึงไม่มีความรักอยู่ในนั้น
 
50:28 เมื่อเราทะเยอทะยาน ก้าวร้าว
 
50:34 ซึ่งพวกเราถูกเลี้ยงดูกันมาอย่างนั้น
 
50:40 ...ให้ก้าวร้าว ให้ได้รับความสำเร็จ
ให้มีชื่อเสียง ให้เป็นที่รู้จัก...
  
50:47 ...ซึ่งเป็นเรื่องเด็กไม่ประสีประสาที่สุด
จากมุมมองของผู้พูด
  
50:59 แล้วความรักจะเกิดขึ้นได้อย่างไร
 
51:06 ความรักไม่ใช่สิ่งที่เชื้อเชิญมาได้
 
51:12 หรือปลูกฝังบ่มเพาะได้
 
51:17 มันเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
 
51:24 อย่างง่ายดาย เมื่อไม่มีสิ่งอื่นๆ อยู่
 
51:30 และในการเรียนรู้เกี่ยวกับตนเอง
เราจะค้นพบความรักโดยบังเอิญ
  
51:38 ...ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีความเมตตาการุณย์
 
51:45 ...และความเมตตาการุณย์
มีปัญญาของมันเอง
  
51:50 นั่นคือลักษณะอันสูงสุดแห่งปัญญา
 
51:54 ไม่ใช่ปัญญาทางความคิดนะ...
 
51:57 ...ไม่ใช่ปัญญาแบบเจ้าเล่ห์เพทุบาย
หลอกลวงหรืออะไรทำนองนั้น
  
52:04 เมื่อมีความรักและความเมตตาการุณย์
อย่างสมบูรณ์เท่านั้น
  
52:06 ปัญญาจึงเกิดขึ้น...
 
52:08 ...เป็นปัญญาอันล้ำเลิศ
ซึ่งไม่เป็นกลไก
  
52:22 เราควรพูดถึงเรื่องความตายด้วย
 
52:27 ตกลงไหม
 
52:30 คุณสนใจที่จะสืบค้นไหมว่า
 
52:35 ความตายคืออะไร
 
52:40 อะไรคือความหมายของคำว่า
การตาย
  
52:47 ความตายและการจบสิ้น
 
52:54 ไม่ใช่แค่เพียงการจบสิ้นเท่านั้น
แต่เกิดอะไรขึ้นหลังความตาย
  
52:59 เราพกพาเอาความทรงจำ
ของชีวิตเราไปด้วยหรือเปล่า
  
53:05 โลกทางเอเชียทั้งหมด
เชื่อในเรื่องการกลับชาติมาเกิด
  
53:13 นั่นคือ เมื่อผมตาย
 
53:18 ผมได้ผ่านชีวิต
อันแสนลำเค็ญมาแล้ว...
  
53:23 ...บางทีอาจจะเคยทำสิ่งดีๆ
เล็กๆ น้อยๆ ที่นี่ ที่นั่น...
  
53:27 ...และชาติหน้าผมก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้น
 
53:34 ถ้าผมทำความดีมากขึ้น
 
53:39 เป็นความเชื่อที่อยู่บนพื้นฐาน
ของการได้รับสิ่งตอบแทนเมื่อทำดี
  
53:44 และถูกลงโทษเมื่อทำไม่ดี
เหมือนเรื่องอื่นๆ ทุกเรื่องในชีวิต
  
53:49 ผมจะทำความดีในชาตินี้
เพื่อผมจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในชาติหน้า
  
53:56 มันอยู่บนพื้นฐานของคำว่า “กรรม”
 
53:59 บางทีคุณอาจจะเคยได้ยินมาบ้าง
 
54:01 คำว่า “กรรม” ในภาษาสันสกฤตหมายถึง “การกระทำ”
 
54:05 ผมจะไม่พูดเรื่องนี้นะ
 
54:08 ดังนั้นเมื่อมีความเชื่อ
เช่นนี้ทั้งหมดว่า
  
54:14 เมื่อเรามีชีวิตอยู่ในชาตินี้...
 
54:20 ...ชาติหน้าคุณจะต้องมีโอกาสที่ดีขึ้น
 
54:23 ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้ชีวิต
อย่างไรในตอนนี้
  
54:31 ...เป็นเรื่องของการ
ได้รางวัลตอบแทนและการลงโทษ
  
54:36 และในหมู่ชาวคริสต์ก็มีเรื่องของ
การฟื้นคืนชีพและอะไรทำนองนี้
  
54:45 ดังนั้นถ้าเราสามารถละวาง
เรื่องทั้งหมดนี้ลงสักครู่...
  
54:53 ...ละวางจริงๆ ไม่ยึดติด
กับสิ่งหนึ่งใดหรือสิ่งอื่นใด
  
55:01 แล้วความตายคืออะไร
 
55:04 "การตาย” หมายถึงอะไร
 
55:08 ไม่ใช่ตายแต่เพียงทางชีวภาพ
หรือกายภาพ
  
55:13 แต่รวมถึงตายทางจิตใจด้วย
 
55:20 ...ตายจากความทรงจำ
ที่สั่งสมไว้ทั้งหมด
  
55:25 ตายจากความชำนาญการ ทักษะ...
 
55:30 ...ตายจากคุณสมบัติเฉพาะตัวของเรา
 
55:35 สิ่งที่เราได้สั่งสมรวบรวมไว้
ไม่ว่าจะเป็นเงิน...
  
55:40 ...ความรู้ มิตรภาพ
หรืออะไรก็ตามที่คุณจะเก็บโกยไว้
  
55:44 ทั้งหมดที่คุณหามาได้
 
55:49 แล้วความตายก็มาเยือนพร้อมพูดว่า
 
55:54 “ขอโทษนะ คุณไม่สามารถ
นำอะไรติดตัวไปได้เลย"
  
56:00 ฉะนั้นการตายหมายถึงอะไรล่ะ
 
56:08 เราสืบค้นปัญหานี้กันได้ไหม
 
56:11 หรือว่าคุณกลัว
 
56:16 ความตายคืออะไร
 
56:21 เราจะสืบค้นอย่างไรในเรื่องนี้
 
56:24 คุณเข้าใจคำถามของผมหรือเปล่า
 
56:26 ผมมีชีวิตอยู่
 
56:29 ผมกำลังยกตัวเองเป็นตัวอย่าง
 
56:32 ผมมีชีวิตอยู่ และผมดำเนินชีวิต
ไปเรื่อยๆ ทุกวัน...
  
56:36 ...เป็นกิจวัตร เหมือนเครื่องจักรกล
 
56:39 ลำเค็ญบ้าง สุขบ้าง ทุกข์บ้าง
 
56:42 คุณเองก็รู้เรื่องทั้งหมดนี้
 
56:47 แล้วความตายก็มาเยือน
ด้วยอุบัติเหตุ...
  
56:57 ...ด้วยโรคร้าย ด้วยความชรา
 
57:06 เป็นคนแก่ที่สับสน หลงลืม
 
57:10 อะไรคือความแก่หง่อม
 
57:14 เป็นเรื่องของคนแก่เท่านั้นหรือ
 
57:26 มันไม่ใช่ความแก่หรือ เมื่อเรา
ทำอะไรซ้ำๆ ซากๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
  
57:40 เวลาที่เราทำอะไรเหมือนเป็น
เครื่องยนต์กลไกโดยไม่ได้คิด
  
57:46 นั่นไม่ใช่ความแก่หง่อม
รูปแบบหนึ่งหรอกหรือ
  
57:52 ดังนั้น ความตาย เพราะเรากลัวมัน
 
57:59 เราจึงไม่เคยเห็น
ความยิ่งใหญ่ของมัน...
  
58:06 ...มันเป็นสิ่งพิเศษสุด
 
58:11 เหมือนกับเด็กทารกที่กำลังจะเกิด
 
58:16 ...มนุษย์คนใหม่ได้เกิดขึ้นแล้ว
 
58:25 นั่นเป็นเหตุการณ์ที่พิเศษสุด
 
58:33 แล้วเด็กคนนั้นก็เติบโตขึ้น
 
58:38 และกลายเป็นอะไรที่พวกคุณ
ทั้งหมดเป็นกันอยู่นี่แหละ
  
58:44 แล้วเขาก็ตายไป
 
58:46 ความตายต้องเป็นอะไร
ที่พิเศษสุดด้วย
  
58:55 และถ้าคุณกลัว
คุณก็จะมองไม่เห็นความลุ่มลึก
  
59:02 และความยิ่งใหญ่ของมัน
 
59:08 ดังนั้นความตายคืออะไร
 
59:12 ผมต้องการค้นหาว่า
 
59:16 การตายเสียในขณะที่ผมยังมีชีวิตอยู่หมายถึงอะไร
 
59:20 ผมไม่ใช่คนแก่
ผมยังมีไหวพริบรอบตัว
  
59:26 ผมสามารถคิดได้
อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง...
  
59:36 ...อาจจะออกนอกลู่นอกทาง
ไปบ้างบางครั้งบางคราว...
  
59:48 ...แต่ผมยังคล่องแคล่ว
กระฉับกระเฉง
  
59:53 สมองแจ่มชัด
ยังอะไรทำนองนั้นอยู่นะ
  
59:58 ฉะนั้นผมกำลังถามตัวเองอยู่
 
1:00:00 ผมไม่ได้ถามคุณ...
 
1:00:04 ...ผมเพียงแค่สังเกต
 
1:00:10 ถ้าคุณจะสังเกตด้วยก็ดีนะว่า
ความตายคืออะไร
  
1:00:19 แน่นอนว่าความตายหมายถึง
การจบสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง
  
1:00:29 การสิ้นสุดความสัมพันธ์ของผม...
 
1:00:33 ...การสิ้นสุดของทุกสิ่งทุกอย่าง
ที่ผมได้สร้างขึ้นในชีวิตผม
  
1:00:43 ...ความรู้ทั้งหมด
ประสบการณ์ทั้งหมด
  
1:00:47 ชีวิตงี่เง่าที่ผมได้ใช้มา...
 
1:00:51 ...ชีวิตที่ไร้ความหมาย
 
1:00:57 หรือพยายามจะค้นหาความหมายให้แก่ชีวิต
โดยปัญญาทางความคิด
  
1:01:02 ...ผมใช้ชีวิตแบบนั้น
 
1:01:06 (ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว
แต่ผมยกมาเป็นตัวอย่าง)
  
1:01:09 แล้วความตายก็เยี่ยมกรายเข้ามา
 
1:01:13 แล้วบอกว่า “นั่นแหละจบแล้ว”
 
1:01:17 แต่ผมกลัว
 
1:01:22 มันยังจบไม่ได้
 
1:01:25 เพราะผมมีข้าวของมากมาย
ผมได้สะสมไว้หลายอย่าง
  
1:01:30 ไม่ใช่แค่เครื่องเรือนหรือ
รูปภาพเท่านั้นนะ...
  
1:01:36 ...เมื่อผมจำแนกตน...
 
1:01:43 ...เข้ากับเครื่องเรือนหรือรูปภาพ
หรือบัญชีเงินฝาก...
  
1:01:46 ...ผมก็คือบัญชีเงินฝาก
 
1:01:50 ผมก็คือรูปภาพ
ผมก็คือเครื่องเรือน
  
1:01:53 ถูกต้องไหมล่ะ
 
1:01:57 เวลาที่คุณยึดติดกับบางสิ่งบางอย่าง
จนหมดสิ้นคุณก็เป็นสิ่งนั้น
  
1:02:00 คุณอาจจะไม่ชอบฟังสิ่งเหล่านี้ก็ได้ แต่โปรดรับฟังเถิดครับ
 
1:02:09 ผมได้สร้างรากฐาน
 
1:02:14 ผมได้สร้างหลายสิ่งหลายอย่าง
รอบตัวผม...
  
1:02:21 ...แล้วความตายก็มาเยือนและ
กวาดเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจนหมด
  
1:02:28 ผมจึงถามตัวเองว่าเป็นไปได้ไหม
 
1:02:35 ที่จะมีชีวิตอยู่กับ
ความตายตลอดเวลา...
  
1:02:41 ...ไม่ใช่ที่บั้นปลาย
ของวัย 90 หรือ 100 ปี
  
1:02:49 ขอโทษนะ ผู้พูดเองก็ปาเข้าไป 90 แล้ว
 
1:02:57 ไม่ใช่ที่บั้นปลายชีวิต
 
1:03:03 แต่ตัวผมรวมทั้งพลังงานทั้งหมด
ของผมและพลังชีวิต...
  
1:03:09 ...และทุกสิ่งทุกอย่างที่ยังคงดำเนินไป
 
1:03:14 ผมสามารถอยู่กับความตาย
ตลอดเวลาได้หรือไม่
  
1:03:17 ไม่ใช่ฆ่าตัวตายนะ
ไม่ได้หมายความอย่างนั้น
  
1:03:20 ทำอย่างนั้นก็โง่เขลาเกินไป
 
1:03:22 แต่มีชีวิตอยู่กับความตาย...
 
1:03:24 ...ซึ่งหมายถึงการจบสิ้นลงทุกๆ วัน
ของทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมสะสมไว้
  
1:03:30 เป็นการจบ
 
1:03:35 ผมไม่ทราบหรอกว่า
คุณเคยสืบค้นในปัญหานี้บ้างไหม...
  
1:03:39 ...ว่าอะไรคือความต่อเนื่อง
และอะไรคือการจบสิ้น
  
1:03:45 สิ่งที่ต่อเนื่องไม่สามารถ
ทำให้ตัวมันเองใหม่ได้
  
1:03:51 ไม่อาจเกิดใหม่และกระจ่างชัด
 
1:03:57 สิ่งที่ต่อเนื่องมันสามารถ
ฟื้นฟูตัวมันเองได้...
  
1:04:06 ...เช่นที่คุณกำลังทำอยู่ในประเทศนี้
 
1:04:10 ในเรื่องที่เกี่ยวกับศาสนา
 
1:04:12 อย่างที่เราเคยพูดแล้ว...
 
1:04:15 ...คำว่า “ทำให้ฟื้นคืนชีพ” หมายถึง
บางสิ่งที่เหี่ยวเฉา กำลังจะตาย
  
1:04:17 แล้วคุณทำให้มันฟื้นขึ้นมา
 
1:04:24 ซึ่งกำลังเกิดขึ้นในประเทศนี้
 
1:04:27 การฟื้นฟูศาสนา
พวกเขากำลังตะโกนก้องกันเรื่องนี้
  
1:04:31 และผมก็ไม่ทราบว่า
คุณเคยสังเกตเห็นไหมว่าศาสนาที่จัดตั้ง
  
1:04:35 และพวกปรมาจารย์ทั้งหลาย...
 
1:04:38 ...คนพวกนั้นเป็นคนที่
ร่ำรวยมหาศาลเสียด้วยสิ
  
1:04:46 มีทรัพย์สินมากมายมหาศาล
 
1:04:50 คุณก็ทำได้ - โดยการเป็นคน
เคร่งศาสนายังไงล่ะ
  
1:04:53 มีวัดแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของอินเดีย
 
1:05:00 ...ทุกๆ สามวัน พวกเขาจะได้เงิน
หนึ่งล้านดอลล่าร์
  
1:05:07 คุณเข้าใจไหม
 
1:05:09 พระเจ้าสร้างกำไรได้มากทีเดียว
 
1:05:16 ไม่ได้เยาะเย้ยถากถางนะ
มันเป็นเรื่องจริง
  
1:05:22 เรากำลังเผชิญหน้ากับความจริง
 
1:05:26 และคุณจะเยาะเย้ยถากถาง
 
1:05:29 หรือสิ้นหวังไม่ได้
เพราะมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ
  
1:05:31 ...ไม่ใช่เป็นการมองโลก
ในแง่ดีหรือแง่ร้าย
  
1:05:35 คุณต้องมองดูสิ่งเหล่านี้
 
1:05:38 ดังนั้น ผมสามารถอยู่กับ
ความตายได้ไหม
  
1:05:47 ...ซึ่งหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่าง
ที่ผมเคยทำ เคยสั่งสมมา
  
1:05:52 ความเจ็บปวด ความทุกข์โศก
จบสิ้นลง
  
1:05:57 การจบสิ้นสำคัญกว่าการสืบต่อ
 
1:06:01 การจบสิ้นหมายถึง
การเริ่มต้นของสิ่งใหม่ๆ
  
1:06:08 ถ้าคุณเพียงแค่สืบต่อไป
มันก็เป็นรูปแบบเดิม
  
1:06:10 ที่ถูกทำซ้ำๆ ในเบ้าหลอมที่ต่างกันไป
 
1:06:15 คุณเคยสังเกตเห็นอีกสิ่งหนึ่ง
ที่แปลกบ้างไหม
  
1:06:20 เราได้สร้างความยุ่งเหยิง
ขึ้นมากมายในโลกนี้...
  
1:06:27 ...ความสับสนวุ่นวายอันใหญ่โต
 
1:06:33 แล้วเราก็จัดระบบองค์กรขึ้นเพื่อจัดการ
สะสางความโกลาหลวุ่นวายเหล่านั้น...
  
1:06:39 ...ทั้งองค์กรทางการเมือง ทางศาสนา
ทางสังคมและทางเศรษฐกิจ
  
1:06:45 และเมื่อองค์กรหรือสถาบันนั้น
แก้ปัญหาไม่ได้...
  
1:06:50 ...เราก็จะสร้างองค์กรอื่นขึ้นมาอีก
 
1:06:54 แต่มันไม่เคยสะสางจัดการ
ความยุ่งเหยิงนั้นได้
  
1:06:59 แต่การสร้างองค์กรใหม่ๆ
สถาบันใหม่ๆ ขึ้นมานั้น...
  
1:07:03 ...เราเรียกว่าความก้าวหน้า
 
1:07:10 ผมไม่ทราบว่าคุณเคยสังเกต
สิ่งเหล่านี้บ้างหรือเปล่า
  
1:07:15 นี่คือสิ่งที่เราทำกันอยู่
เรามีสถาบันนับเป็นพันๆ
  
1:07:22 เมื่อวันก่อนเราไปพูด
ที่สหประชาชาติ
  
1:07:29 ว่าสงครามยังเกิดขึ้นและดำเนินไป
พวกเขาไม่เคยยุติสงครามได้เลย
  
1:07:35 แต่พวกเขาจัดองค์กรขึ้นมาบริหาร
 
1:07:40 คุณก็กำลังทำอย่างเดียวกันด้วย
ในประเทศนี้
  
1:07:47 เราไม่เคยสะสาง
ความยุ่งเหยิงเหล่านั้น
  
1:07:52 เราต่างก็รอให้องค์กรต่างๆ
ชำระล้างมัน
  
1:07:59 ...หรือไม่ก็รอผู้นำคนใหม่
ปรมาจารย์คนใหม่
  
1:08:02 นักเทศน์คนใหม่หรือ
ความเชื่อใหม่ๆ...
  
1:08:04 ...และสิ่งเหลวไหลทั้งหมดนั้น
ที่กำลังเกิดขึ้นและดำเนินอยู่
  
1:08:09 ดังนั้นผมสามารถมีชีวิต
อยู่กับความตายได้ไหม
  
1:08:14 ซึ่งนั่นหมายถึงอิสรภาพ
 
1:08:17 อิสรภาพที่เต็มเปี่ยม
สมบูรณ์และเป็นทั้งหมด
  
1:08:26 ฉะนั้นในอิสรภาพนั้น
มีความรักและความเห็นอกเห็นใจ...
  
1:08:32 ...มีปัญญาอันยิ่งใหญ่และ
ไม่มีที่สิ้นสุด...
  
1:08:42 เราจะสนทนาร่วมกันด้วยว่า
ศาสนาคืออะไร
  
1:09:04 เราเคลื่อนกันต่อไปเลยได้ไหม
 
1:09:07 คุณคงไม่เหนื่อยเกินไปใช่ไหม
 
1:09:11 ผู้พูดไม่ได้พยายามชักจูง
ให้คุณเชื่ออะไรเลย
  
1:09:18 ได้โปรดเชื่อผม
ไม่มีอะไรจริงๆ
  
1:09:26  
 
1:09:32 ผมไม่ได้พยายามกดดันยัดเยียดคุณ
ด้วยการกระตุ้นหรือใช้วิธีอื่นๆ
  
1:09:36 เราทั้งสองกำลังมองดูโลกนี้อยู่
 
1:09:42  
 
1:09:43 โลกส่วนตัวของคุณและ
โลกรอบๆ ตัวคุณ
  
1:09:48 คุณคือโลก
โลกไม่ได้ต่างอะไรไปจากคุณ
  
1:09:55 คุณสร้างโลกนี้ขึ้นมา
 
1:10:01 และคุณต้องรับผิดชอบ
ต่อสิ่งที่คุณสร้างขึ้นอย่างเต็มที่...
  
1:10:09 ...ไม่ว่าคุณจะเป็นนักการเมืองหรือ
คนเดินถนนธรรมดาๆ อย่างเรา
  
1:10:17 เราจะพูดกันถึงศาสนา
ว่าคืออะไรด้วย
  
1:10:23 มนุษย์แสวงหา
อะไรบางอย่างเสมอมา
  
1:10:28 สิ่งซึ่งเหนือพ้นจากความเจ็บปวด
 
1:10:32 ความกระวนกระวายและ
ความทุกข์โศกทั้งปวง
  
1:10:35 อะไรบางอย่างที่ศักดิ์สิทธิ์และ
เป็นนิรันดร์มีอยู่หรือ...
  
1:10:41 ...สิ่งซึ่งอยู่เหนือพ้น
กว่าที่ความคิดจะเอื้อมถึง
  
1:10:48 นี่คือหนึ่งในหลายๆ ปัญหา
ที่มีมาตั้งแต่โบราณกาล
  
1:10:59 ภาวะศักดิ์สิทธิ์คืออะไร
 
1:11:02 ภาวะที่ไร้กาลเวลาคืออะไร
 
1:11:06 สิ่งซึ่งไม่ฉ้อฉล
ซึ่งเป็นสิ่งที่นิรนาม
  
1:11:14 สิ่งซึ่งไร้คุณลักษณะ
ไร้ขีดจำกัด
  
1:11:18 เป็นอมตะ เป็นนิรันดร์
 
1:11:21 สิ่งที่ว่านั้นมีอยู่ไหม
 
1:11:25 มนุษย์ได้ถามถึงสภาวะนี้
มาตลอดนับพันๆ ปีมาแล้ว
  
1:11:46 เขาจึงบูชาพระอาทิตย์
โลก ธรรมชาติ ต้นไม้และนก
  
1:12:00 รวมทั้งทุกสิ่งทุกอย่าง
ที่อยู่บนโลกนี้
  
1:12:04 มนุษย์บูชากันมา
ตั้งแต่ครั้งโบราณกาล
  
1:12:10 ถ้าคุณเคยได้ยินเรื่องของพระเวท
คัมภีร์อุปนิษัทและอื่นๆ
  
1:12:14 คัมภีร์เหล่านั้นไม่เคย
กล่าวถึงพระเจ้าเลย
  
1:12:21 เขากล่าวว่า
สิ่งสูงสุดจะไม่สำแดงตน...
  
1:12:26 ...และอื่นๆ ผมจะไม่พูดเรื่องนั้น
 
1:12:30 คุณกำลังถามคำถามนี้
กับตัวเองด้วยหรือเปล่า
  
1:12:40 คุณกำลังถามคำถามว่า
ภาวะศักดิ์สิทธิ์มีอยู่หรือไม่
  
1:12:48 บางสิ่งบางอย่างที่ไม่ได้สร้างขึ้น
โดยความคิดมีอยู่ไหม...
  
1:12:55 ...เพราะทุกๆ ศาสนาถูกจัดตั้งขึ้น
เป็นองค์กร (ศาสนา)...
  
1:12:59 ...ไม่ว่าจะเป็นศาสนาคริสต์
ฮินดู พุทธ หรืออื่นๆ
  
1:13:05 ในศาสนาพุทธไม่มีพระเจ้า
 
1:13:10 สำหรับชาวฮินดู ดังที่ผมเคยพูดไว้แล้ว
มีพระเจ้าประมาณ 300,000 องค์
  
1:13:18 มีมากๆ ก็คงสนุกดี
 
1:13:24 คุณจะได้สนุกกับพวกเขาทั้งหมด
 
1:13:27 และยังมีพระเจ้าแห่งตำรา
พระเจ้าตามคัมภีร์ไบเบิ้ล
  
1:13:39 พระเจ้าตามพระคัมภีร์อัลกุรอ่าน
ของโลกอิสลาม
  
1:13:45 ผมไม่ทราบว่าคุณเคยสังเกตเห็น
ไหมว่า เมื่อศาสนาอิงกับตำรา...
  
1:13:53 ...เช่นคัมภีร์ไบเบิ้ลหรือ
คัมภีร์อัลกุรอ่าน
  
1:13:56 ก็จะมีกลุ่มคนที่เชื่อในหลักการเดิม
โดยไม่เปิดใจต่อสิ่งใหม่ๆ...
  
1:14:01 ...ยังมีกลุ่มคนที่ทิฐิ หัวดื้อ ใจแคบ
 
1:14:09 ไม่ยอมรับความคิดเห็น
ที่แตกต่างจากที่ตำรากล่าวไว้
  
1:14:13 คุณเคยสังเกตเห็นสิ่งเหล่านี้ไหม
 
1:14:19 ประเทศนี้มีกลุ่มคนที่เชื่อในหลักการเดิมอย่างฝังใจ ที่ย้อนกลับไปอิงตำรา
 
1:14:26 อย่าโมโหเลยนะ
ลองพิจารณาดูเถิด
  
1:14:30 เรากำลังถามว่าศาสนาคืออะไร
 
1:14:36 ไม่เพียงถามว่าศาสนาคืออะไร
 
1:14:41 แต่ถามด้วยว่าอะไรคือสมอง
ที่ใฝ่ศาสนา จิตแห่งศาสนา
  
1:14:49 เพื่อสืบค้นลงไปให้ลึก
ไม่ใช่แค่เพียงผิวเผิน...
  
1:14:57 ...ต้องมีอิสรภาพที่เป็นทั้งหมด
อิสรภาพที่สมบูรณ์
  
1:15:09 ไม่ใช่อิสรภาพจากสิ่งหนึ่งหรือสิ่งใด
 
1:15:15 แต่เป็นอิสรภาพที่เป็นทั้งหมด
โดยตัวของมันเอง
  
1:15:20 แล้วเราก็ต้องถามด้วย
ขอโทษที...
  
1:15:27 ...คำว่า “ศาสนา”
ในทางนิรุกติศาสตร์ไม่มี
  
1:15:31 พวกเขาไม่สามารถอธิบายคำนั้นได้
 
1:15:35 มันมีความหมายที่แตกต่างกันตาม
กาลเวลาและยุคสมัยที่แตกต่างกัน
  
1:15:43 เราจึงถามว่า
เมื่อมีอิสรภาพนั้นแล้ว...
  
1:15:50 ...เป็นไปได้หรือไม่ที่จะดำรงอยู่
ในโลกที่น่าเกลียดน่าชังนี้
  
1:15:54 เป็นไปได้หรือไม่
ที่จะเป็นอยู่อย่างอิสระจริงๆ...
  
1:15:58 ...อิสระจากความเจ็บปวด
ความทุกข์โศก
  
1:16:02 ความกระวนกระวาย ความอ้างว้างและทั้งหมดทำนองนั้น
 
1:16:05 แล้วคุณก็ต้องค้นหาด้วยว่า
สมาธิคืออะไร
  
1:16:17 ...การภาวนา
ในความหมายของศาสนาคริสต์
  
1:16:27 และการทำสมาธิในความหมาย
ของโลกทางเอเชีย
  
1:16:33 บางทีอาจจะมีคนนำเรื่องสมาธิ
มาสู่ประเทศนี้แล้วก็ได้...
  
1:16:41 ...โดยพวกโยคี ปรมาจารย์และ
โดยคนที่เชื่องมงาย คนหัวจารีต
  
1:16:44 ...เพราะฉะนั้นพวกเขา
จึงเหมือนเครื่องยนต์กลไก
  
1:16:47 ดังนั้นเราจะต้องค้นหาว่า
สมาธิคืออะไร
  
1:16:53 คุณอยากจะสืบค้นเรื่องนี้หรือเปล่า
 
1:16:57 มันทำให้คุณสนุกหรือเปล่า
หรือคุณอยากสืบค้นจริงๆ
  
1:17:03 การทำสมาธิ
เป็นความบันเทิงรูปแบบหนึ่งหรือ
  
1:17:08 เป็นเรื่องที่ผมต้องเรียนรู้
เกี่ยวกับการทำสมาธิก่อน
  
1:17:13 ค้นหาก่อน แล้วผมก็จะปฏิบัติ
ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมอย่างนั้นหรือ
  
1:17:17 คุณเข้าใจเกมที่เราเล่นกันไหม
 
1:17:19 หรือว่าถ้าชีวิตของเรามีระเบียบ
 
1:17:24 ระเบียบที่แท้จริง
อย่างที่เราได้อธิบายมาแล้ว...
  
1:17:28 ...ถ้าเช่นนั้นแล้ว สมาธิคืออะไร
 
1:17:33 มันเป็นการทำตามระบบบางอย่าง
 
1:17:36 หรือวิธีการที่แน่นอน
บางอย่างหรือเปล่า
  
1:17:39 ...เช่นวิธีของเซน สมาธิของชาวพุทธ
สมาธิแบบฮินดู...
  
1:17:49 ...และสมาธิในแบบของ
ปรมาจารย์คนล่าสุด
  
1:17:54 พวกเขามักจะไว้หนวดไว้เครา
มีเงินมากมาย
  
1:17:58 คุณคงรู้จักเรื่องแบบนี้
 
1:18:02 ฉะนั้นสมาธิคืออะไร
 
1:18:07 ถ้าหากมันถูกกำหนดไว้แล้ว
 
1:18:12 ถ้ามันเป็นการทำตามระบบหรือ
วิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง
  
1:18:16 การฝึกฝนวันแล้ววันเล่า
อะไรจะเกิดขึ้นกับสมองมนุษย์
  
1:18:25 มันก็จะทื่อทึบมากขึ้นๆ เรื่อยๆ
 
1:18:28 คุณเคยสังเกตเห็นบ้างไหม
 
1:18:31 เมื่อคุณทำอะไรซ้ำๆ
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
  
1:18:34 คุณอาจจะเล่นตัวโน้ตที่ผิดพลาดก็ได้
แต่คุณก็ยังเล่นผิดซ้ำอีก
  
1:18:39 เหมือนนักเปียโน
ถ้าเขาเล่นซ้ำๆ อยู่คนเดียว
  
1:18:42 และเขาก็เล่นโน้ตผิด...
 
1:18:45 ...เขาก็จะเล่นผิดโน้ต
แบบนั้นไปตลอด
  
1:18:50 ถ้าอย่างนั้นสมาธิเป็นอะไรที่
แตกต่างไปโดยสิ้นเชิงใช่ไหม
  
1:18:55 มันไม่มีอะไรเลยที่เกี่ยวข้อง
กับวิธีการ ระบบหรือการฝึกฝน
  
1:19:05 ...เพราะฉะนั้นมันจะเป็น
กลไกไปไม่ได้เลย
  
1:19:11 มันไม่อาจเป็นสมาธิที่ตั้งใจทำ
 
1:19:15 คุณเข้าใจไหมว่าผมกำลังพูดอะไรอยู่
 
1:19:17 ได้โปรดเข้าใจเรื่องนี้ด้วยเถิด
 
1:19:22 มันก็เหมือนกับคนที่ต้องการเงิน
และไล่ล่าหาเงินโดยที่สำนึกรู้อยู่
  
1:19:30 อะไรคือความแตกต่างระหว่างสองคนนี้
(คนที่ตั้งใจทำสมาธิและตั้งใจหาเงิน)
  
1:19:33 คุณทำสมาธิด้วยความตั้งใจ สำนึกรู้อยู่
ต้องการที่จะไปถึงสันติสุข
  
1:19:39 ความเงียบสงัดและ
อะไรๆ ทั้งหมดนั้น
  
1:19:44 ฉะนั้นพวกเขาทั้งสองคนจึงเหมือนกัน
 
1:19:48 คนที่ไล่ล่าหาเงิน
หาความสำเร็จหรืออำนาจ...
  
1:19:51 ...กับคนที่ไล่ตามสิ่งที่เรียกกันว่า
“ทางจิตวิญญาณ”
  
1:19:57 ถ้าเช่นนั้นมีสมาธิชนิดที่
ไม่ถูกกำหนดขึ้นมา
  
1:20:02 หรือต้องผ่านการฝึกฝนบ้างไหม
 
1:20:06 มีนะ แต่ต้องใช้ความตั้งอกตั้งใจ
ความใส่ใจอันใหญ่หลวงทีเดียว
  
1:20:16 ความใส่ใจนั้นเป็นดั่งเปลวเพลิง...
 
1:20:23 ...และความใส่ใจนั้นก็ไม่ใช่
สิ่งที่จะปรากฏขึ้นแก่คุณภายหลัง...
  
1:20:32 ...แต่เป็นความใส่ใจในขณะนี้
ใส่ใจต่อทุกสิ่งทุกอย่าง
  
1:20:38 ทุกคำพูด ทุกท่าทาง
ทุกความคิด
  
1:20:43 ...ให้ความใส่ใจอย่างเต็มที่
ไม่ใช่แค่เพียงบางส่วน
  
1:20:52 ถ้าคุณฟังด้วยเพียงบางส่วน
ของคุณอยู่ในขณะนี้
  
1:21:01 คุณก็ไม่ได้ให้ความใส่ใจ
อย่างสมบูรณ์เต็มที่
  
1:21:06 เวลาที่คุณใส่ใจอย่างสมบูรณ์เต็มที่
จะไม่มีตัวตนอยู่ ไม่มีขอบเขตจำกัด
  
1:21:12 ขอพูดสั้นๆ นะ เพราะผมต้องหยุด
 
1:21:18 สมองอย่างที่เป็นอยู่ขณะนี้
เต็มไปด้วยข้อมูล...
  
1:21:23 ...สับสนวุ่นวายไปหมด
ไม่มีที่ว่างภายในนั้น...
  
1:21:32 ...แต่เราต้องมีที่ว่าง ต้องมีที่ว่างในนั้น
 
1:21:41 ที่ว่างหมายถึงพลังงาน
เมื่อไม่มีที่ว่าง
  
1:21:48 พลังของคุณก็จะถูกจำกัดอย่างยิ่ง
 
1:21:57 ผู้พูดไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ
ทางด้านสมอง...
  
1:22:03 ...แม้ว่าเขาเคยพูดกันเกี่ยวกับสมอง
 
1:22:06 กับนักวิทยาศาสตร์หลายคนและ
ใครต่อใครมานักต่อนักแล้ว...
  
1:22:08 แต่นั่นไม่ใช่การชี้แนะ
 
1:22:13 ...พวกเขาได้ทดลองกับสัตว์
ทดลองทฤษฎีต่างๆ
  
1:22:21 ทดลองกับการสั่งสมความรู้
 
1:22:25 ...แต่เราไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์
เราคือคนธรรมดา...
  
1:22:30 ...คนธรรมดาที่ถ่อมตน
ไม่รู้และต้องการค้นหา
  
1:22:39 สมาธิที่ไม่ถูกกำหนดไว้ก่อนหรือ
ถูกจับใส่เบ้าหลอมมีอยู่...
  
1:22:48 ...ผมจะไม่ลงลึกในเรื่องนี้
 
1:22:50 ถ้าเช่นนั้นสมองซึ่งแบกภาระ
อยู่อย่างหนักหน่วง...
  
1:22:55 ...เต็มแน่นไปด้วยความรู้ ทฤษฎี
 
1:22:59 ด้วยอำนาจ ตำแหน่ง
และอื่นๆ อีกมายมาย...
  
1:23:01 ...มันอยู่ในความขัดแย้งตลอดเวลา
 
1:23:06 ยุ่งเหยิงสับสนวุ่นวายไปหมด
ไม่มีที่ว่าง
  
1:23:12 ทว่าอิสรภาพ อิสรภาพอันสมบูรณ์
คือการมีที่ว่างอันไร้ขีดจำกัด
  
1:23:20 สมองมีความสามารถ
ที่เหนือธรรมดา
  
1:23:25 มีความสามารถ
มีสมรรถนะที่ไร้ขอบเขตจำกัด...
  
1:23:30 ...แต่เราก็ทำให้มันเล็กลงและ
คับแคบเสียเหลือเกิน
  
1:23:39 ดังนั้นเมื่อมีที่ว่างและความว่างนั้น
ก็จะมีพลังงานมหาศาล
  
1:23:48 พลังงานคือความรู้สึกแรงกล้า
 
1:23:51 คือความรัก ความเมตตาการุณย์
และคือปัญญา
  
1:23:54 ...แล้วก็มีสัจธรรม
ซึ่งน่าสักการะบูชาที่สุด
  
1:23:59 ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่สุด
 
1:24:04 ...ที่มนุษย์แสวงหามานานแสนนาน
หลายศตวรรษ
  
1:24:10 และสัจธรรมที่ว่านั้น
ก็ไม่ได้อยู่ในวัดวาอาราม
  
1:24:16 ในมัสยิดหรือโบสถ์ไหนๆ
 
1:24:22 และไม่มีวิถีทางไปสู่สัจธรรมนั้น...
 
1:24:26 ...เว้นเสียแต่ ด้วยการเข้าใจ
ในตนเองด้วยตัวเอง
  
1:24:33 สืบค้นโดยการศึกษาและ
เรียนรู้ด้วยตนเอง
  
1:24:38 แล้วสิ่งนั้นซึ่งเป็นนิรันดร์
จะปรากฏขึ้น
  
1:25:01 ขออนุญาตลุกขึ้นนะ
หรือคุณจะลุกขึ้นล่ะ